วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2550

ทายนิสัยคนจากวันเกิด (1)

มีคนส่งอีเมล์ฉบับหนึ่งมา

จะว่าเป็นเรื่องไร้สาระก็คงไม่เชิง เพราะเมื่ออ่านทำนายวันของตัวเองแล้ว พูดได้ว่า "มีนัยสำคัญ" 

ก็ลองอ่านกันดู ว่าใช่ไม่ใช่

 

ทำนายลักษณะแต่ละคนจาก วันเกิด ลองมาดูกันว่าแม่นไหม? 

 

 คนเกิดวันที่ 1 เป็นคนรักเสรีกล้าหาญ และไม่ก้มหัวให้ใคร เป็นคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองจน เกือบจะเรียกได้ว่าดื้อรั้น พอใจที่จะทำทุกอย่างด้วยตัวเอง และไม่สนใจว่าใครคิดยังไงกับตัว ด้วยมีอารมณ์ รุนแรง กระด้าง แข็งกร้าว คิดอย่างไรก็พูดไปอย่างนั้น ไม่กลัวว่าจะพูดอะไรออกไร และเมื่อจำเป็นจะต้องต่อสู้เพื่อสิ่งที่เห็นว่าถูกต้องแล้ว จะทุ่มเททุกอย่าง

คนเกิดวันที่หนึ่ง จะกำหนดเป้าหมายของชีวิตไว้สูงสุด ตั้งใจแสวงหาความเป็นเลิศให้แก่ชีวิตในทุกด้าน แต่จะไม่ยอมบอกหรือแม้แต่แสดงออกให้คนอื่นรู้ว่ากำลังประสงค์อะไร เป็นคนมีเพื่อนสนิทแต่มักจะหยิ่งเกินกว่าที่จะให้เพื่อนสนิทรู้ว่ากำลังเผชิญปัญหาหรือผิดหวัง

คนที่จะเอาชนะคนเกิดวันที่หนึ่งก็คือคนที่มีนิสัยเหมือนกัน ถ้าได้พบคนที่มีนิสัยเหมือนกันแล้ว เวลาทั้งหมดที่มีอยู่จะยกให้เพื่อนคนนั้นจนหมดสิ้น แต่กระนั้นก็ตามก็ยังไม่ยอมบอกให้เพื่อนสนิทคนนั้นรับรู้ถึงปัญหาหรือความคิดที่แท้จริงของตนเองอยู่ดี คนเกิดวันที่หนึ่ง จะหลงรักคนง่ายและรักอย่างลึกซึ้งด้วย แต่ความรักก็เป็นเป้าหมายอีกอย่างหนึ่งที่คนเกิดวันที่หนึ่งปกปิด ดังนั้นความรักจึงเป็นเพียงความลึกซึ้งที่เก็บไว้ในใจเท่านั้น


คนเกิดวันที่ 2
ของทุกเดือนเป็นคนที่ให้ความสำคัญแก่เพื่อนมากที่สุด ไม่ว่าจะคิด จะทำอะไร ก็จะคิดถึงเพื่อนก่อนเสมอ และมักจะไม่ทำอะไรโดยไม่ปรึกษาเพื่อน ทั้ง ๆ ที่ตัวเองเป็นคนฉลาดเฉียบแหลม มองการณ์ไกล เห็นประโยชน์ระยะยาว ไม่ใช่คนโลเลต้องคอยทำตามเพื่อน แต่เป็นคนที่ต้องการให้เพื่อน (หรือคนรัก) รับรองว่าสิ่งที่ทำไปนั้นถูกต้องแล้วทั้ง ๆที่ตัวเองก็รู้ว่าทำ ถูกแล้ว แต่ก็อยากให้มีคนมาบอกว่าทำถูกแล้วอยู่ดี

เป็นคนฉลาดสามารถหยิบฉวยประโยชน์จากคำแนะนำหรือข้อวิพากษ์วิจารณ์ของเพื่อน นำมาประสมประสานให้เกิดผลดีแก่งานเต็มที่ เวลาทำงานจะคิดแต่เพียงว่าเพื่อนคนใดจะได้ประโยชน์อันใดบ้าง แทนที่จะคิดถึงตัวเองก่อน คนที่มีเพื่อนเกิดวันที่ 2 จึงมักได้การเกื้อกูลเป็นอย่างดี

โดยปกติแล้วเป็นคนเรียบร้อย อ่อนหวาน ไม่ชอบขัดใจ ใครและพร้อมที่จะคบหาผู้คน (เพราะอยากมีเพื่อนมากอยู่แล้ว) แต่มีข้อเสียคือ อารมณ์จะเปลี่ยนแปลงง่ายใครทำอะไรขัดใจหรือ ความรู้สึกไม่ได้เลยจะเกิดน้อยใจหรือโกรธวู่วามขึ้นมาทันที เมื่อเวลาอารมณ์ดี ก็เคล้าเคลียกันเหมือนแมวเชื่อง ๆ แต่ ถ้าใครทำให้ผิดใจก็จะกลายเป็นพยัคฆ์ร้ายขึ้นมาทันที เพื่อน ๆ ของคนเกิดวันที่ 2 นี้มักจะพากันห่าง ๆหรือระวังเมื่ออยู่ใกล้ เพราะกลัวอารมณ์แปรปรวน จุดอ่อนนี้เองที่ทำให้คนเกิดวันที่ 2 มี เพื่อนน้อยลงกว่าที่ควร

สิ่งที่คนเกิดวันที่ 2 กลัวมากที่สุดคือ ความเหงา ความว้าเหว่ การอยู่คนเดียว คิดคนเดียว ทำคนเดียว บางทีแม้แต่อยู่ท่ามกลางเพื่อนก็ยังแอบนึกไปว่า เพื่อนไม่ให้ควาามสนใจ ถ้าเพื่อนของท่านเกิดวันที่ 2 ก็อย่าแปลกใจเลย ถ้าเห็นว่าเพื่อนงอน เก่งขี้หึง และบางทีก็เจ้าอารมณ์ เพราะนั่นเป็นเรื่องธรรมดา แต่เขา(หรือเธอ) ก็เป็นเพื่อนที่รักท่านมาก เพราะคนที่เกิดวันที่ 2 ชอบคบคนวนเวียนอยู่แต่กับเพื่อนเท่านั้น


คนที่เกิดวันที่ 3
ท่านคือเพื่อนที่แสนดี คนที่เกิดวันที่ 3 เป็นคนเฉลียวฉลาด มีความคิดสร้างสรรค์ ความคิดของคนที่เกิดวันนี้ไม่เคยหยุดนิ่ง และหากใครทำตามความคิดนั้นก็จะได้พบกับความสำเร็จในการสรรสร้างสิ่งที่ดีขึ้นกว่าเดิม

คนที่เกิดวันที่ 3 เป็นผู้นำทางความคิดในการพัฒนาเหมาะมากสำหรับงานในตำแหน่ง "ฝ่ายวางแผน และพัฒนา" นอกจากจะมีความคิดสร้างสรรค์แล้ว ยังมักคะเนเหตุการณ์ต่าง ๆ ข้างหน้า ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ทั้งนี้มิใช่อาศัยโหราศาสตร์ แต่อาศัยความใฝ่รู้ และดวงปัญญาอันแจ่มใสมากกว่า

คนเกิดวันที่ 3 มีเสน่ห์อยู่ที่ความเปิดเผยมีความคิดความเห็นอย่างไรก็พูดออกมาอย่างนั้น ตรง ไม่เคยเกรงว่าคนที่ได้ฟังจะมีความรู้สึกอย่างไรต่อตัวเอง ถ้าเห็นว่าสิ่งใดไม่ถูกต้อง หรือแม้แต่ไม่ถูกใจก็จะพูดไปตามความรู้สึก ซึ่งบางครั้งหรือบ่อยครั้งก็พูดแรงเกินไป และแสดงกิริยาไม่ชอบใจออกมาให้เห็นทีเดียว

สิ่งที่คนเกิดวันที่ 3 ชอบมากที่สุดก็คือ การที่ได้อยู่ในกลุ่มของเพื่อนสนิทมิตรสหาย ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกันอย่างเต็มที่และตรงไปตรงมา จะว่าคนเกิดวันนี้พูดเป็นแต่เรื่องจริงจัง ไม่มีเรื่องโรแมนติกก็คงจะได้ แต่ที่จริงแล้ว เป็นคนชอบความงามตามธรรมชาติ และความแปลกใหม่

ถ้าท่านมีเพื่อนเกิดวันที่ 3 ท่านไม่ควรพาเขาไปเที่ยวที่เก่า ไม่ควรสั่งอาหารชุดเดิมมาเลี้ยงเขาหรือเธอเป็นอันขาด
เพราะสิ่งเก่า ๆ ขัดกับความคิดที่ไม่หยุดนิ่งของเขา ใครที่ชอบนัด "ที่เก่าเวลาเดิม" จะทำให้คนเกิดวันที่ 3 รู้สึกเบื่อ

คนเกิดวันที่ 3 ไม่ชอบให้ใครมากำกับให้ทำหรือไม่ให้ทำอย่างโน้น อย่างนี้ บางทีจะทำตรงกันข้ามกับข้อห้ามหรือ "คำแนะนำ" เหล่านั้น เพื่อเป็นการประท้วงไปเลยก็ได้

ในขณะที่คนเกิดวันที่ 3 เป็นคนรักเพื่อน ตรงไปตรงมาและจริงใจกับเพื่อน รับผิดชอบการงานอย่างฉลาดและสร้างสรรค์ แต่ในความรู้สึกลึก ๆ กลับเป็นคนที่ว้าเหว่ หาเพื่อนสนิทไม่ได้และในความเป็นจริงก็เป็นเช่นนั้น ไม่ค่อยมีใครสนิทกับคนเกิดวันนี้นัก ถ้าท่านมีเพื่อนที่เกิดวันที่ 3 จงให้ความจริงใจต่อคนผู้นั้นให้ความรัก และเอาใจใส่ ท่านจะได้รับน้ำใจตอบสนองอย่างเพื่อนที่แสนดี หรือถ้าท่านรักกับคนเกิดวันที่ 3 ท่านก็จะได้เพื่อนที่ดีที่สุดเป็นคู่ชีวิต


คนเกิดวันที่ 4
ลักษณะนิสัย ของคนที่เกิดวันนี้คือ จริงใจและมั่นคง นอกจากมีความจริงใจต่อเพื่อนแล้ว คนเกิดวันนี้ยังต้องการความจริงใจจากเพื่อนเป็นผลตอบสนองด้วย คุณสมบัติประการต่อมา คือ เป็นคนรักการทำงาน มีความรับผิดชอบเป็นเลิศ ที่สำคัญคือเป็นคนที่มุ่งมั่นในการสร้างชีวิตให้มั่นคง คุณสมบัติดังกล่าวทำให้มีจุดอ่อนตามมาด้วย คือ ความจริงใจที่มีต่อเพื่อน บางทีรุนแรงไปจนถึงจุดที่เรียกร้องความสนใจจากเพื่อน หรือหึงหวงไปเลยก็มี

คุณสมบัติอีกประการหนึ่งก็คือ ความเป็นคนค่อนข้างระวังตัว มีความคิดรอบคอบ แต่คุณสมบัติประการนี้ก็มิได้เป็นผลร้ายแก่เพื่อนฝูงที่สุจริตใจ เป็นการสร้างกลไกระวังตัวเองของเจ้าตัวเท่านั้น เพราะคนเกิดวันนี้จะทุ่มเททุกอย่างให้กับคนที่ตนเองเห็นว่ามีความจริงใจต่อกันอย่างแท้จริง ถ้าคิดจะช่วยใครก็ช่วยจน หมดตัวสุดชีวิต

คุณจะต้องระวังตัวบ้างถ้าจะคบกับคนที่เกิดวันนี้ พยายามหลีกเลี่ยงที่จะทำให้เค้าโกรธหรือเกลียดท่านเป็นอันขาด เพราะเค้าจะร้ายกาจกับคนที่ร้ายกาจด้วยอย่างที่ใคร ๆ ก็คาดไม่ถึง และสิ่งที่คนเกิดวันนี้เกลียดมาก ๆ ก็คือการที่รู้สึกว่า ตัวเองถูกหลอกลวง หรือการที่เพื่อนฝูงปันใจไปให้คู่แข่ง


คนเกิดวันที่ 5
เขาคือ นักอุดมการณ์หรือบางทีก็เผด็จการ ถ้าคนที่คุณรักใคร่คบหาอยู่ขณะนี้เกิดวันที่ 5 ก็ต้องตระหนักไว้ว่า คุณได้คบกับคนที่มีลักษณะนิสัยสองอย่างในคนคนเดียว

นิสัยที่แท้จริงของคนเกิดวันนี้ คือการเป็นคนมองโลกในแง่ดี เป็นคนมีเหตุผล และยอมรับความเป็นจริงทุกอย่างที่เกิดขึ้นแต่จะไม่ปล่อยให้ชีวิตเป็นไปตามยถากรรม ถ้าจะเปรียบกับหัวหน้าทีมกีฬา เขาก็เป็นหัวหน้าทีมที่ไม่เคยเสียใจเลย ถ้าทีมของเขา (หรือเธอ) ประสบความพ่ายแพ้ แต่ก็จะรีบไปปรับปรุง ทีมเป็นการใหญ่

คนเกิดวันนี้ จะเกลียดการถูกบังคับให้เป็นอย่างโน้นทำอย่างนี้ ถ้าเขารู้ตัวว่าถูกสั่งถูกบังคับ เขาจะมีปฏิกิริยาในการต่อต้านขึ้นมาทันที สิ่งที่เขาต้องการอีกอย่างก็คือการเปิดโอกาสให้เขาได้ทำในสิ่งที่เขาอยากจะทำ ถ้าเขาเป็นเด็ก คุณก็ควรปล่อยให้เขาเล่นโลดโผนตามใจ เพียงแต่ดูแลอยู่ห่าง ๆ ไม่ให้เกิดอันตรายร้ายแรงก็พอ

คนเกิดวันที่ 5 เป็นคนที่มีรสนิยมทางเพศสูง ชอบกิจกรรมทางเพศที่ประณีต เป็นคนกล้าได้กล้าเสียในเรื่อง!เพศสัมพันธ์แต่เมื่อถึงบทสุดท้าย คุณอย่าได้เผลอไปแนะนำอะไรเขา (หรือเธอ) เป็นอันขาดปล่อย ให้เขา(หรือเธอ) มีความสุขอยู่กับแบบที่เขาต้องการจะดีที่สุด


คนที่เกิดวันที่ 6
คนที่เกิดวันนี้อยู่ได้ด้วยความรัก เขาหรือเธอคือ พ่อบ้านแม่เรือน สถานที่ที่เหมือนทิพย์วิมานของเขาก็ คือ บ้านอันอบอุ่นด้วยไอรัก เด็กที่เกิดในวันที่ 6 ถ้าเกิดในครอบครัวที่แตกสลายร้าวราน จะเป็นเด็กที่น่าสงสาร และจะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่น่าสงสารมากด้วย เพราะคนที่เกิดวันนี้แทบจะอยู่ไม่ได้ถ้าขาดความรัก

คนเกิดวันนี้ค่อนข้างจะให้ความสำคัญกับคนที่เขารักเอามาก ๆ แม้ว่าตัวเขา(หรือเธอ) จะรูปงามและเฉลียวฉลาดเพียงใดแต่ก็ไม่ ค่อยมั่นใจตัวเองเรื่องความรักและเพศตรงข้าม เขาเกรงไปว่า ถ้าเขาตัดสินใจผิดจังหวะความรักจะหลุดลอยไป ดังนั้น ถ้าคุณเป็นหญิง และมีคนรักเกิดวันที่ 6 ก็ไม่ควรจะสงสัยว่า ทำไมคนรักของคุณไม่กล้าแม้แต่จะแตะต้นแขนของคุณ ทั้ง ๆที่คุณ คิดว่าเขาน่าจะกอดคุณแล้วด้วยซ้ำ แต่อย่างไรก็ตามคนเกิดวันนี้มัก จะไม่ขาดเพื่อนต่างเพศเพราะรูปงาม นิสัยดี อ่อนหวาน เป็นคนซื่อๆ ปราศจากมารยา และจะไม่คิด "ขบถ" ต่อคนอื่นเลย

ในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับความรัก คนเกิดวันที่ 6 เป็นคนมุ่งมั่นมานะ ใจ คอก็หนักแน่นมั่นคง ไม่วอกแวกไม่ว่าเรื่องใดเป็นคนที่ไว้ใจ และพร้อมที่จะช่วยเหลือคนที่ตัวรักทุกวิถีทางนิสัยใจคอจริงๆ จึงน่าจะเป็นครูบาอาจารย์ หรือนักสังคมสงเคราะห์

คนเกิดวันนี้ค่อนข้างปิดตัวเองในเรื่องรสนิยมทางเพศ ทั้งที่ความจริงตัวเองเป็น "ไฟ" แต่มักแสดงให้ปรากฏในรูปของน้ำแข็งถ้าคุณเกี่ยว ข้องสัมพันธ์ด้วยคุณควรจะใช้ความละเมียดละไมของคุณช่วยจุดไฟให้เขา (หรือเธอ) คุณควรเป็นฝ่ายนำแล้วเขาหรือเธอจะค่อย ๆ เกาะตามคุณไปได้เอง และคุณไม่ต้องห่วงว่าเขาหรือเธอจะตามไม่ทัน เพราะเมื่อถึงบทสุดท้าย คุณอาจเป็นฝ่ายตามไม่ทันก็ได้ อย่าลืมว่าคน เกิดวันที่ 6 อยู่ได้ด้วยความรัก ความรักที่คุณส่งให้เขาเธอ) จึงต้องพร้อมมูลทั้งคุณภาพและปริมาณ


คนที่เกิดวันที่ 7 
ลักษณะนิสัย ของคนที่เกิดวันที่ 7 คือ นักเล่าประสบการณ์ ลักษณะเด่นของคนที่เกิดวันนี้ก็คือ การแสวงหาประสบการณ์ในเรื่องต่าง ๆ ด้วยตนเอง ชอบประสบการณ์ตรงมากกว่าการเรียนรู้จากคน อื่นแต่เป็นคนที่มีภูมิคุ้มกันตนเองสูง ไม่ลุ่มหลงอะไรง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นเหล้า บุหรี่ ยาเสพติด การพนัน หรือแม้แต่เพื่อนต่างเพศ

การที่คนเกิดวันนี้ ไม่ลุ่มหลงอะไรง่ายๆ ย่อมเป็นผลดีต่อการชอบลองของเขาเองเพราะเขาจะเรียนรู้ได้โดยไม่ "ติด"
สิ่งเหล่านั้น ถ้าท่านคิดว่าจะเอาตัวเอาใจของท่านไปให้เขาทดลองเพื่อให้คนเกิดวันที่ 7หลงใหล ท่านก็คิดผิดเท่านั้นเอง

โดยปกติเป็นคนมีศีลธรรมและมีเมตตา ซื่อตรง และค่อนข้างขี้สงสาร แต่สำหรับเรื่องที่เกี่ยวกับตนเอง คนเกิดวันนี้กลับไม่ค่อยแน่ใจตัวเอง มักจะขัดแย้งตัวเองหรือลังเลในสิ่งที่จะตัดสินใจอยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขัดแย้งในข้อที่ว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรดี ยึดกฎเกณฑ์ หรือว่าปล่อยตัวตามใจตัวเอง

คนเกิดวันนี้ไม่ใช่คนไม่อิ่มรัก แต่เป็นคนที่มีความรักมากพอที่จะแจกจ่ายให้ใครๆ ได้ไม่จบสิ้น ชอบคู่ครองที่เข้มแข็งและใจกว้างพอที่ จะให้เขามีเสรีในเรื่องรัก แต่เขาไม่ชอบให้ท่านมีรักที่เสรี เขาชอบให้ท่านรักเขา (หรือเธอ) คนเดียว


คนเกิดวันที่ 8
ลักษณะนิสัยของคนที่เกิดวันที่ 8 คือ ทุกอย่างต้องพร้อม ความสมบูรณ์ของเขาอาจทำให้เพื่อนฝูงหรือคนรักต้องเหน็ดเหนื่อยไปด้วย

คนเกิดวันนี้มักมีสมองเป็นเลิศ ฉลาดหลักแหลมจนดูเหมือนมีเล่ห์เหลี่ยม ทั้งที่เป็นเพียงคนตรงต่อกฎเกณฑ์เท่านั้น ความหลักแหลมทำให้มีความสามารถหลายด้าน เรียนหนังสือเก่ง ทำงานเก่ง ปรับตัวให้เข้ากับวิทยาการสมัยใหม่ได้ดี และถึงแม้ว่าเขาเกิดคิดจะเป็นนักโหราศาสตร์ เขาก็จะเป็นนักพยากรณ์ชั้นเยี่ยม

ในอีกด้านหนึ่ง คนเกิดวันที่ 8 มีจิตใจอ่อนไหว รับรู้ความปรารถนาดีจากคนข้างเคียงได้ง่าย แต่จะเก็บความรู้สึกนี้ไว้โดยใช้ความเข้มแข็งพรางตา

เรื่องที่ควรปรับปรุงของคนเกิดวันนี้ คือการรับและการให้ เพราะคนเกิดวันนี้บางครั้งจะมุ่งมั่นเพื่อความสมบูรณ์มาเกินไป ควรรู้จักลดความทะเยอทะยานลงบ้าง


คนเกิดวันที่ 9
ลักษณะนิสัยของคนที่เกิดวันที่ 9 คือ เจ้าความคิด บ่งบอกบุคลิกภาพของนักอนุรักษ์นิยมและลักษณะของนักปราชญ์ เป็นคนที่มีท่าทางเคร่งขรึม สุภาพ และขี้อาย และมีความวิตกกังวล เป็นเจ้าเรือน เป็นคนเอาจริงเอาจังต่อชีวิตและโลกมากเกินไป

เป็นคนที่เห็นว่าการพักผ่อนเป็นเรื่องแปลกประหลาดหรือใหญ่โต แต่เห็นว่าการทำงานเป็นเรื่องที่ต้องทุ่มเทตลอดชีวิต ที่น่าเป็นห่วงก็คือ เขา(หรือเธอ) ทำงานจนไม่รู้จักพักผ่อนหย่อนใจ

คนเกิดวันที่ 9 มีพรสวรรค์ในด้านการอธิบายหรือเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้เข้าใจง่าย แต่การพูดการอธิบายของเขาดูจะเป็นจริงเป็นจังและไม่มีมุขตลกมากนัก จึงเป็นนักพูดที่ดีมีสาระ จึงเป็นครูมีลูกศิษย์ลูกหานิยม หรือเป็นนักพูดที่มีผู้คนยกย่อง

ปกติคนเกิดวันนี้ จะชอบอยู่คนเดียวเงียบๆ แต่ถ้ามีคนมาคุยด้วย ก็จะพอใจ ยิ่งถ้ามาขอคำแนะนำ ขอความช่วยเหลือต่าง ๆ ด้วยแล้ว จะรู้สึกว่าท่านเป็น "ภาระงาน" ที่จะต้องปกป้องดูแลเป็นอย่างดี ดังนั้นถ้าจะไปสร้างความรักความสัมพันธ์กับคนเกิดวันนี้ ควรเข้าไปในรูปของคนอกหัก หรือต้องการพี่-น้องที่ปรึกษากันได้มากกว่าที่จะเริ่มด้วยการเฮฮาสนิทสนม

คนเกิดวันที่ 9 จะเอาใจใส่ดูแลคนที่ตนเองรักเป็นอย่างดีทุ่มเทให้กับความรักอย่างเต็มที่ ไม่เจ้าชู้เลย ออกจะน่ารักทีเดียว ถ้าจะขี้หึง และขี้กังวลน้อยลงอีกสักหน่อย


คนที่เกิดวันที่ 10
ลักษณะนิสัย ของคนที่เกิดวันที่ 10 คือ แข็ง...หรือไม่ก็...แกร่ง เป็นคนที่มีปัญหาบางอย่างมาตั้งแต่เด็ก จะโดยรู้ตัว หรือไม่ก็ตาม แต่คนเกิดวันนี้จะรู้สึกว่าตัวเองอยู่คนเดียวในโลกบ่อย ๆ

ถ้าคุณมีคู่รักหรือคู่ครองที่เกิดวันนี้ อย่าเผลอไปท้าทายให้เขาหรือเธอเลิกราฟ้องหย่าเป็นอันขาด เพราะคุณจะไม่มีวันได้เพชรเม็ดนั้นกลับมาอีกเลย คนเกิดวันนี้พร้อมที่จะก้าวขึ้นสู่ความเป็นเลิศด้วยความเต็มใจในตัวเอง เพราะเป็นคนฉลาดที่วางแผนทุกอย่างไว้ในใจได้รอบคอบ และอดทนรอผลได้อย่างใจเย็น

ในเรื่องความสัมพันธ์ คุณจะต้องสังเกตและตัดสินใจเองว่า ควรเลือกแบบไหน คุณไม่ต้องถาม แต่คุณจะต้องเสนอ "แบบ" ที่ถูกใจเขาหรือเธอด้วยตัวเอง แล้วก็ไม่ต้องรอถามด้วยว่า "ชอบแบบนี้ไหม?"

วันพุธที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2550

I, as a PAPARAZZI.


เราพบเขาแถวๆ อุ้มผาง

เข้าวัดด้วยเสื้อแบบเดียวกัน
ชาติหน้าต้องได้เกิดมารักกันอีกอย่างแน่นอน!

มีความสุขที่ได้แอบถ่ายชาวบ้าน
ฮิฮิ

วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2550

คิดถึงประจวบฯ

ไม่ใช่คุณประจวบ

แต่เป็นเมืองเล็กๆ ที่คนลงใต้ผ่านไป คนขึ้นเหนือผ่านมาที่ชื่อ ประจวบคีรีขันธ์

ความคิดถึงเกิดขึ้นเมื่อ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา เมื่อได้คุยกับตัวเอกในซีรีส์เรื่องเก่าเกี่ยวกับหาดบ้านกรูดที่เดี๋ยวนี้ฝรั่งเริ่มนั่งรถไฟเลยหัวหินไปลงที่นั่นแล้ว ถึงแตงโมบางเบิดที่เดี๋ยวนี้ไม่มีใครรู้จัก ซึ่งระหว่างนั้นฉันก็แอบนึกถึงร้านอาหารทะเลแถบเมืองเพชรที่ปลูกอยู่ริมปากน้ำ พอเย็นๆ น้ำทะเลขึ้น เราก็เหมือนกำลังนั่งโซ้ยซีฟู้ดกันอยู่กลางทะเลแห่งนั้น

บรรยากาศก็ดี อาหารเริ่ศแถมตอนนั้นเราสองคนก็ยังสามัคคีกันอยู่

ไม่เอาๆ ตัดกลับไปต่อที่ความคิดถึงประจวบฯ

วันนี้ซึ่งกำลังจะเตรียมตัวไปหัวหินอีกครั้ง หยิบแผนที่เมืองประจวบฯ ของนายรอบรู้ มาพลิกๆ ความคิดถึงก็ประดังเข้ามาจนล้นอก แทบจะนั่งไม่ติด ลุกกลับบ้านไปแพ็กกระเป๋าขึ้นรถไฟไปประจวบโดยไม่สนใจเงินในกระเป๋าและสีหน้าของหัวหน้า ('เว่อร์แล้ว)

ก่อนนี้ ฉันเองก็ไม่ผิดกับใครหลายๆ คนที่ได้แต่ผ่านประจวบฯ ไป ผ่านประจวบฯ มา จนมีเสาร์อาทิตย์หนึ่งในปี 2544-2545 ที่ตามนังโอ๋ขึ้นรถ บขส.สีส้มๆ ไปประจวบ โอ๋ชวนไปค้างประจวบฯ เพราะเพื่อนโอ๋ชื่อเจี๊ยบ (เพื่อนๆ เรียกต๋อย แต่ตอนนี้ทั้งโอ๋และต๋อยมีพัฒนาการไปมาก หล่อนทั้งสองมีลูกและผัวอย่างละหนึ่ง) นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้เหยียบเท้าลงในเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบ เหมือนจะไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่ทำให้ฉันรู้สึกสนใจ และแอบรักเอาดื้อๆ

ประจวบฯ มีส่วนคล้ายเมืองชุมพร บ้านเกิดป้าอ้อยที่เคยไปสัมผัสอยู่บ้าง ทั้งสองเมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ น่ารักที่น่าอยู่ ผิดกับเมืองใหญ่ที่โคตรจะวุ่นวายอย่างสุราษฎร์ธานี ซึ่งฉันต้องได้กลับไปเยือนอยู่บ่อยๆ เสียจริง

แต่ถ้าให้คะแนนนะ จะให้ประจวบฯ ชนะชุมพร เพราะประจวบเล็กกว่า เงียบกว่า แล้วก็มีภูมิประเทศน่าทอดหุ่ยที่สุด เหมาะกับคน "สุขนิยม" อย่างฉันที่สุด เพราะเมืองประจวบฯ ที่ได้เห็นวางตัวขนานไปกับ "หาดประจวบ" หาดรูปพระจันทร์ที่ด้านหนึ่งเป็นที่ตั้งของเขา "ตาม่องล่าย" ชื่อที่มีที่มาจากตำนานเรื่องเล่าเก่าๆ ของชาวบ้านแถบนั้น (ฟังดูมันลึกล้ำดี-ชอบ) มีสายลมและสัมผัสจากคลื่นเป็นเพื่อนอยู่ตลอดเวลา

เขา (ใครไม่รู้) สร้างเขื่อนหินกั้นแนวเมืองประจวบฯ ไว้จากคลื่น เขื่อนยาวสุดลูกหูลูกตานี้ไม่ใช่ของขวางหูขวางตา แต่ดูเข้ากับสภาพโดยรวมอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับว่า ภาพเมืองประจวบฯ  ทีได้เห็นในวันนั้นมันควรเป็นอย่างนั้นแหละ-ถูกแล้ว-สมบูรณ์แบบในแบบของมันแล้ว

ถ้าใครสักคนมีบ้านอยู่ในเมืองประจวบ ทุกเช้า และเย็น (ถ้าน้ำทะเลไม่ขึ้นจนคลื่นจูบเขื่อน) เขาคนนั้นจะมีที่วิ่งจ๊อกกิ้ง เล่นโยคะ แม้แต่พาน้องหมาไปออกกำลังกายที่ชายหาด ถ้าไม่ชอบให้ทรายเข้ามาในรองเท้า เขาจะขี่จักรยานแทนมอเตอร์ไซค์ก็ยังได้ หรือถ้าเขาเป็นคนใจบุญสุนทารและตื่นเช้าพอ เขาสามารถใส่บาตรได้ทุกเช้าอีกต่างหาก

(ลองนึกภาพฉากซิลลูเอทยามอรุณ สตรีสุขภาพดีวิ่งในรองเท้าอาดิดาส หูเสียบไอพอด มีหมาลาบราดอร์สีช็อกโกแลตร่างใหญ่กำยำวิ่งตามดิ-โคตรเพอร์เฟคท์) 

คนประจวบฯ ต้องสุขภาพดีแน่เลย

ไม่ใช่แค่นั้น คนประจวบต้องไม่ใช่คนที่จะนึกอิจฉาอาหารการกินของคนเมืองอื่นๆ เพราะคนที่นี่ไม่ได้มีแค่ของทะเลสดๆ กิน แต่แม่ครัวของเขายังมีฝีมือชนิดที่ฉันเอง ผู้ไปกินยำไข่แมงดาทะเลที่ร้าน "เพลินสมุทร" ในวันลมตึงวันนั้น ยังไม่อาจลืมรสชาติไข่แมงดาทะเล (ซึ่งได้กินเป็นครั้งแรก) ในรสชาติน้ำยำ กับไข่เจียวกรอบฟูของร้านนั้นได้

(นึกไปนึกมาจำได้อีกว่า เนื่องจากร้านตั้งรับลมทะเล บนโต๊ะก็เลยจะมีผิวที่เหนียวๆ เหมือนผิวเราเวลาเดินเล่นริมหาดนานๆ กับเหมือนมีทรายเม็ดเล็กๆ ที่เบาพอจะถูกลมพัดขึ้นมาวางบนโต๊ะได้ กับข้างๆ ร้านมีบ้านหลังเก่าๆ อยู่หลังนึง ดูลึกลับแต่ก็เป็นบ้านไม้แบบเก่าๆ ที่ฉันคิดว่าน่าอยู่เสมอ)

พูดถึงบ้านเก่า ดูเหมือนจะมีบ้านพักอุทยานฯ หรืออะไรสักอย่าง เป็นบ้านไม้ตั้งเรียงรายหาดไปทางที่จะไปเขาตาม่องล่าย จำได้ว่ากลุ่มพวกเราที่อยู่ด้วยกันเคยกะว่าจะนั่งรถไฟกลับมาเที่ยวประจวบใหม่ แล้วมาพักที่บ้านเหล่านี้ (ถึงจะมีตุ๊กแกก็ไม่เป็นไร) เรื่องอาหารการกินจะเข้าตลาดไปซื้อของสดมาทำกิน เย็นๆ ลงเล่นน้ำทะเลกัน พอตกค่ำ ใครอยากเมาก็เมา แต่ฉันจะขอชมดาวเมืองประจวบฯ สักหน่อย...

ฝันไว้สวยหรู แต่ไม่เคยพยายามทำให้มันเฉียดใกล้ความจริง เท่าที่เข้าใกล้ที่สุดคือ ระหว่างทางลงใต้ของฉัน พี่อ้อย และพี่โพด (ตอนนั้นยังไม่บวชพระ) ฉันได้โน้มน้าวให้ชาวคณะแวะชุมพร เพื่อกินข้าวที่ "เพลินสุมทร" อีก 1 ครั้ง แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ประทับใจกันเท่าที่ควร อาจเพราะพวกเราเหนื่อยกับการถกเถียง และแวะมาแล้วตลอดทาง ตั้งแต่ออกจากโรงหนัง ดูเหมือนจะเป็น The Lord of the Ring ภาคแรก

แต่ถึงจะไม่เคยกลับไปเหยียบประจวบฯ เต็มสองเท้าอีกเลย แต่โมเมนท์เล็กๆ ในชีวิตที่ประจวบฯ ยังอยู่ในใจฉันเสมอ เป็นความทรงจำที่ทำให้ฉันบรรจุเมืองประจวบฯ ไว้ใน 1 ใน 5 เมืองที่น่าอยู่ ที่คิดจะไปอยู่จริงๆ อันได้แก่ เมืองกระบี่ แม่สอด ประจวบฯ น่าน (อันนี้ยังไม่เคยไปแต่คิดว่าต้องน่าอยู่แน่) แล้วก็ somewhere between ทางไปฝาง (แถบๆ บ้านป้าเอ-หรือแถบแม่ริมบ้านเอ๋ก็ยังโอ) 

เสน่ห์ของประจวบยังอยู่ที่สำเนียงเหน่อที่ยังไม่ใช่ภาษาใต้ ต้นมะพร้าวเรียงรางสองข้างถนนแถบทับสะแก ไหนจะสวนปาล์มอีกเพียบ (แน่นอนว่าย่อมมีไบโอดีเซลเป็นของตัวเองอย่างเหลือเฟือ) ไร่สับปะรดแถบบางสะพานเล็กบางสะพานน้อย แล้วก็เชฟที่คอดกิ่วบนแผนที่ประเทศไทย

คิดถึงประจวบฯ คิดถึงกลิ่นทะเลที่ประจวบฯ งานวัดและลิงที่ประจวบ 

อยากไปประจวบฯ จัง

ถ้าได้อยู่ประจวบฯ จะวิ่งจ๊อกกิ้งทุกเช้าที่ไม่มีมรสุม (แม้จะยังไม่มีหมาลาบราดอร์สีช็อกโกแลตหุ่นล่ำบึ้กวิ่งแนบข้าง)

และจะถ่ายภาพเมืองประจวบให้ทั่วเลย

 

ป.ล.ถ้าได้เป็นลูกสะใภ้คนเมืองประจวบโดยมีแม่ผัวทำกับข้าวเก่งๆ ก็คงดีนะ

วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2550

ฟ้ายังมีหม่น..

ท้องฟ้าน่าเกรงขามในยามเย็นของวันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม 2550

แต่หาได้มีฝนหยาดลงมาในหย่อมใจแต่น้อยไม่

 

เรื่องตลก

นึกว่าโดนอาวุธเคมี น้ำพริกเผา ทำลอนดอนป่วน! [จากไทยรัฐออนไลน์ 4 ต.ค. 50]

นสพ.เดอะ ไทม์ส ออฟ ลอนดอน รายงานเมื่อวันพุธที่ 3 ต.ค. ว่า เกิดเหตุชุลมุนวุ่นวายครั้งใหญ่ในประเทศอังกฤษ เนื่องจากชาวกรุงลอนดอนตื่นตระหนกว่าจะถูกผู้ก่อการร้ายโจมตีด้วยอาวุธเคมี หลังมีกลุ่มควันโขมงที่มีกลิ่นฉุนคล้ายกลิ่นสารเคมีลอยกระจายออกมาจากร้านอาหารไทยในกรุงลอนดอน แต่เรื่องกลับตาลปัตรเมื่อสาเหตุของความวุ่นวายทั้งหมดเกิดจากการคั่วพริกแห้ง เพื่อทำน้ำพริกเผาของพ่อครัวชาวไทยเท่านั้น 

เหตุระทึกครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันจันทร์ที่ 1 ต.ค. เมื่อเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้พังประตูเข้าไปในร้านอาหารไทยชื่อ “กระท่อมไทย” (Thai cottage restaurant) ตั้งอยู่ในย่านบันเทิง “โซโห” ของกรุงลอนดอน หลังมีกลุ่มควันที่กลิ่นฉุนแสบจมูกแพร่กระจายจากร้านไปยังถนน ทำให้ผู้คนที่กำลังจับจ่ายซื้อของในละแวกนั้นตื่นกลัว วิ่งหนีกันจ้าละหวั่น ส่วนบริเวณด้านนอกร้าน ตำรวจต้องปิดกั้นถนนหลายสายและอพยพผู้คนจำนวนมากออกจากที่พักอาศัยและอาคารสำนักงานในบริเวณใกล้เคียงอย่างโกลาหล 

ข่าวแจ้งว่า ขณะเจ้าหน้าที่ดับเพลิงพังประตูเข้าไปในร้าน พนักงานในร้านกระท่อมไทยต่างตกใจและงงงวยในสิ่งที่เกิดขึ้น นางสุปราณี ยอดเมือง พนักงานเสิร์ฟประจำร้าน เผยว่า ตนและพนักงานคนอื่นๆถูกเจ้าหน้าที่ดับเพลิงนำตัวออกจากร้านไปรออยู่ที่ถนนนานถึง 3 ชั่วโมง โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่า มีกลิ่นเหมือนกลิ่นสารเคมีลอยมาจากในร้าน แม้จะบอกว่าอาจเป็นกลิ่นของพริกคั่วก็ได้ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมฟังเสียง ซึ่งร้านอาหารแห่งนี้เปิดให้บริการมาถึง 17 ปีแล้ว และเหตุทำนองนี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน 

ด้านนายเฉลิมชัย ตั้งจริยาพร หัวหน้าพ่อครัว ผู้สร้างความตื่นตระหนกให้ชาวเมืองผู้ดีโดยไม่รู้ตัว เผยว่า ก่อนเกิดเหตุระทึกกำลังคั่วพริกขี้หนูแห้งเพื่อเตรียมทำ “น้ำพริกเผา” สูตรเด็ดของทางร้าน เพื่อใช้เป็นเครื่องจิ้มขนมปังหน้ากุ้งอยู่ ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้คนที่ไม่ใช่คนไทยไม่ทราบว่ากลิ่นพริกแห้งคั่วคืออะไร และกลิ่นของมันก็ไม่ได้คล้ายวัตถุมีพิษจำพวกสารเคมี ทำให้ตนสับสนที่ผู้คนตื่นกลัวกันขนาดนี้ ส่วนโฆษกตำรวจ นครบาลกรุงลอนดอนแถลงยืนยันว่า พื้นที่ดังกล่าวถูกปิดกั้นเป็นเวลาหลายชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบหาแหล่งที่มาของกลุ่มควันและกลิ่นต้องสงสัย นอกจากนี้ หน่วยแพทย์ฉุกเฉินยังได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปในพื้นที่เตรียมรับมือกับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม การตื่นกลัวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ชาวเมืองผู้ดีกำลังผวาภัยคุกคามจากผู้ก่อการร้ายซึ่งอาจโจมตีอังกฤษอีก ตามข้อมูลของสำนักงานข่าวกรองของอังกฤษ หรือ “เอ็มไอ 5” หลังจากเกิดเหตุผู้ก่อการร้ายพยายามโจมตีในกรุงลอนดอนและสนามบินเมืองกลาสโกว์ สกอตแลนด์ ด้วยระเบิดในรถยนต์เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานด้วยว่า “น้ำพริกเผาสูตรเด็ด” ของนายเฉลิมชัย ที่ทำให้เกิดความโกลาหลดังกล่าว นอกจากมีพริกแห้งคั่ว 4 กิโลกรัม หรือ 9 ปอนด์แล้ว ยังมีส่วนผสมอื่นๆอีก คือ กระเทียมกลีบหนัก 4 ปอนด์ครึ่ง กุ้งแห้งหนัก 2 ปอนด์ น้ำตาลปี๊บ 6 ปอนด์ครึ่ง มันกุ้ง 2 ปอนด์ครึ่ง มะขามอีก 2 ปอนด์ และน้ำมันพืช 9 ไพนท์ ซึ่งการรายงานข่าวของเอเอฟพีพลอยทำให้สูตรน้ำพริกเผาของไทยโด่งดังไปทั่วโลก

 

ฮี่ฮี่ฮี่ (ขำว่ะ)

วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2550

I don't feel like dancing.

กว่าจะโตพอ มีวุฒิภาวะพอจะรู้จักกับการ "รัก" โดยไม่หวังจะได้รับรักตอบ

คนเราก็ต้องเดี้ยงเพราะผิดหวังจากความรักจนสะบักสะบอมไปตามๆ กัน

ใครเคยสงสัยมั่ง ว่าไอ้ความรู้สึกหมองๆ แห้วๆ นี่มันเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติของความผิดหวังเมื่อรู้ว่าเราพลาดจากสิ่งที่หวัง (คือการตอบสนองด้วยความรู้สึกเช่นเดียวกันจากคนที่เราลงทุนชอบ)

หรือว่ามันเป็นเพียงความเศร้าจากความพ่ายแพ้เพราะไม่อาจเอาชนะใจคนที่เราหมายมั่นได้กันแน่

ไม่ว่าจะเป็นอะไรตาม ตอนนี้ฉันก็ยังเศร้าอยู่นิดๆ พอเป็นสีสันของชีวิต

คาดว่าเมื่อมีสิ่งเร้าใหม่มาดึงดูดความสนใจเมื่อไหร่ คงหายเมื่อนั้น

หลังจากนั้นอาจจะตกลงไปในหลุมของใคร (เจ้าตัวเขาไม่ได้เป็นคนขุดซักหน่อย) again, again and again อย่างลิงโลด เพื่อจะหมอง หมอง แอนด์ หมองอีกครั้ง

 

ทำไงได้ ก็คนมันไม่รักคนที่เขารักเรานี่

 

วันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2550

ไข่ย้อย-ดากานดา

"ดากานดา...ชั้นรักแกว่ะ"

"....แกมาบอกอะไรเอาตอนนี้วะ"

จำได้ใช่ไหม ว่าไดอาล็อกข้างบนมาจากหนัง "เพื่อนสนิท"

ว่าถึงหัวอกสตรีที่กำลังแอบชอบเพื่อนสนิท ร้อยทั้งร้อยต้องแอบหวังในใจว่า ไอ้เพื่อนสนิทที่เรากำลังชอบน่ะ มันน่าจะชอบเราอยู่เหมือนกัน พร้อมกับตั้งใจว่าเมื่อวันนึงมันมาบอกเราอย่างนั้น เราจะไม่ตอบหยั่งยัยดากานดาเด็ดขาด

ที่ไหนได้

กลายเป็นเราที่ทำตัวเป็นไอ้ไข่ย้อย ไปหลงชอบมันฝ่ายเดียวไม่พอ เจือกไปทำไร้สาระกระฟัดกระเฟียดใส่มันอีก (คิดแล้วน่าละอายชิบ) ทั้งที่มันนั่นกำลังสำเริงสำราญอยู่กับสตรีของมัน และอาจไม่สนใจเลยว่าเพื่อนคนนี้คิดยังไงกะมัน

โคตรเซ็ง

(สงสัยจะเซ็งที่ไม่ได้เป็นดากานดา)

ว่าแต่ทำไมเพื่อนต้องหลงรักเพื่อนด้วยนะ

ไม่เข้าใจเลย หรือว่านี่ไม่ใช่ความรัก แต่เป็นหวง หวงแบบเดียวกับที่เราเคยหวงของเล่นตอนเด็กๆ

อายุอานามขนาดนี้แล้วยังหลงรักเพื่อน ต้องรออายุเท่าไหร่ถึงจะหายวะ

สรุป-ยังไงก็เซ็งว่ะ