
หัดเย็บกระโปรงตัวแรกเมื่อไหร่จำไม่ได้แล้ว เป็นได้ว่าอาจจะเคยเกิดขึ้นสมัยมัธยม ตอนเรียนวิชาเย็บผ้า (วิชาการงานพื้นฐานอาชีพ? ที่บางครั้งเราต้องทำอาหาร และแบกจอบไปพรวนแปลงผัก??) ความทรงจำเกือบไม่เหลือ งั้นก็อย่าไปนับว่าเป็นกระโปรงตัวแรกเลยนะ
ไปแม่สอดเมื่อสักเกือบ 10 ปีที่แล้ว แวะตลาดริมเมย ซื้อผ้้าโสร่งพม่ามาผืนนึง ก็เกิดเฟื่องคิดว่าผ้าผืนนี้เอามาเย็บกระโปรงบานๆ รูดมาผูกที่เอวก็น่าจะได้ ฉันทำได้ ก็ลงมือเย็บด้วยเข็มกับด้าย ง่ายๆ ภูมิใจชะมัด แต่ใส่ไม่สวย มันพองเกินไป งั้นก็อย่าไปนับว่ากระโปรงตัวนั้นเป็นตัวแรกอีกเลย
เกือบได้เย็บกระโปรงตัวแรก เป็นกระโปรงทรงเอที่สร้างแบบจากทรงของตัวเองเมื่อต้นเดือนกันยายนปีที่แล้ว ตอนที่สมัครไปเรียนฟรีกับศูนย์ฝึกอาชีพ กทม. เรียนก้าวหน้าไปจนถึงตอนจะติดซิป หมดชั่วโมงเสียก่อน แล้วหลังชั่วโมงนั้นก็ไม่ได้ไปเรียนอีกเลย จากวิกฤตสติแตกหอบแมวหนีน้ำท่วม (ซึ่งที่สุดแล้วก็มาไม่ถึง) ไปฝากแม่ที่สุราษฎร์ฯ
ซากกระโปรงตัวนั้นยังอยู่เตือนให้ช้ำใจถึงวันนี้
แต่เมื่อเดือนที่แล้ว ไปได้หนังสือแบบตัดกระโปรงง่ายๆ มาจากคิโนะคุนิยะ เป็นหนังสือแปลจากญี่ปุ่น ก็คว้ามาด้วยความดีใจ แล้วก็ดองเก็บไว้ประสาบ้าสะสมตำรา มาเกิดนิมิตเมื่อสองสามคืนก่อน ว่าอยากลองตัดกระโปรงสักทีแล้ว ผ้ามี ซิปก็น่าจะมี แล้วก็เลยเปิด เลือกแบบ
แบบแรกที่เลือกไม่ใช่แบบที่ง่ายที่สุด (ซึ่งน่าจะเ็ป็นกระโปรงทรงตรงเข้าเอวด้วยยางยืด) แต่เลือกเอาจากแบบที่ไม่ยากไป และคิดว่าน่าจะได้ใส่ แถมยังเฉไฉ ไม่ทำตามที่เขาบอกเป๊ะๆ เสียอีก
สนุกและได้เรียนรู้อะไรมากมายจากการลงมือตัดกระโปรงตัวแรกตามหนังสือบอก โดยเฉพาะ
ข้อแรก: หนังสือเล่มนี้ดีมาก บอกขั้นตอนชัดเจน รูปประกอบเลิศ ให้กำลังใจอยู่ในที (ไม่ใช่ด้วยคำพูด แต่ด้วยความรู้สึกที่เกิดเวลาอ่านพร้อมทำความเข้าใจไปพร้อมกันว่า ไม่ยากหรอก ทำได้)
ข้อสอง: ตีนผีติดซิปใช้ไม่ยากนี่หว่า (ได้จักรมาจะครบปี เปิดซิงตีนติดซิปก็คราวนี้)
ข้อสาม: (สำคัญมาก) ถ้าเอาแต่คิดว่าอยากทำ แต่ไม่ลงมือทำเสียที มันก็ไม่ได้ทำเสียทีนั่นแหละ!