วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วันเสาร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
Eat Pray Love: ก่อนจะรัก ต้องรู้จักหัวใจตัวเอง
| Rating: | ★★★★ |
| Category: | Movies |
| Genre: | Drama |
ดู Eat Pray Love แล้วอยากมีเงินพาแมวไปอยู่อิตาลีนานๆ เพื่อจะได้ไป Eat แบบนั้น ไปเรียนภาษาจากผู้ชาย แล้วก็ใช้ชีวิตเนียนๆ กับคนอิตาเลียนแบบนั้น แถมยังอยากไปบาหลี เพื่อจะได้พบ Love โรแมนติกอย่างนั้น กับหนุ่มใหญ่ที่มีความเชยเป็นเสน่ห์แบบนั้น
แต่ไม่ใช่ว่าไม่คิดอยากไปอินเดีย เพียงแค่ฉันไม่อยากไปอินเดียส่วนที่เป็นแบบในเรื่อง เพราะการ Pray และ Meditation นั้น ฉันเชื่อของฉันว่าทำที่ไหนก็ได้ ถ้าใจพร้อมจะสงบน่ะนะ
สิ่งที่สะกิดใจก็คือ นี่เป็นหนังอเมริกันที่นำแสดงโดยจูเลีย โรเบิร์ตส์อีกเรื่องหนึ่ง ที่สะท้อนภาพของสตรีผู้ไม่รู้ใจตัวเอง (อีกเรื่องคือ Runaway Bride จำได้ไหม ในเรื่องนั้นเธอเปลี่ยนสไตล์การกินไข่ไปตามผู้ชายที่คบ เรื่องนี้เธอเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวตามผู้ชายอีกแล้ว)
ฉันไม่โทษผู้หญิงที่ไม่รู้ใจตัวเอง ไม่รู้จักตัวเอง เพราะของแบบนี้ไม่ได้เป็นกันได้ง่ายๆ มันต้องใช้เวลาอยู่กับตัวเองนานพอ แล้วก็ต้องรักตัวเองมากพอ (มากพอที่จะไม่ยอมบังคับใจตัวเอง เปลี่ยนแปลงตัวเองเพียงเพื่อความสุขของคนอื่น) แต่เมื่อเรายังไม่รู้จักตัวเองดีพอ มันมักทำให้ความสัมพันธ์กับคนรักของเรามีปัญหา ในรูปแบบที่ไปตระหนักในเวลาต่อมาว่า “ฉันไม่ได้รักเขาแบบนี้”
หลังจากลิซ หรือจูเลียพบว่า “แบบนี้ไม่ใช่” เป็นครั้งที่สอง เธอก็พยายามทำความรู้จักกับตัวเองด้วยการตะลอนจากนิวยอร์กไปอิตาลี อินเดีย แล้วก็บาหลี เพื่อที่อเมริกันสาว(ใหญ่)เช่นเธอจะได้หลุดจากกรอบที่ครอบความเป็นอเมริกัน เปิดหูเปิดตาแล้วก็ฟังด้วยหัวใจ (เช่นที่เคตุทแห่งบาหลีบอก) จึงได้รู้จักโลก และรู้ว่าจริงๆ แล้วตัวเองต้องการอะไร
ฉันไม่คิดว่าเราต้องทุรนทุรายตะเกียกตะกากไปถึงเมืองนอกเมืองนา เพื่อที่จะรู้จักตัวเอง บางที แค่เปิดหัวใจเล็กๆ ของเราให้กว้าง จนอะไรๆ ที่มันคับข้องอยู่ไหลออกไปให้หมด ปล่อยให้ใจโล่งๆ ว่างๆ ไร้สัมภาระสักแป๊บ จากนั้นก็ค่อยทบทวนว่าที่ผ่านมาน่ะมันยังไง คิด คัดสรรว่าต่อไปอยากได้อะไร สิ่งไหน และใคร เข้ามาอยู่ในใจบ้าง
เมื่อรู้ว่าอะไรที่ใช่ อะไรที่ไม่ใช่ และเลิกนิสัยขี้หวง เก็บงำ เหนี่ยวรั้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้จนหัวใจโอเวอร์โหลดแล้ว ตอนนั้นเราก็คงจะได้รู้จักตัวเองดีขึ้น จะคบกับใคร แบบไหน ยังไง ก็คงจะมุ่งไปข้างหน้าได้อย่างแน่วแน่ ไม่มีลังเล และไม่ต้องเสียใจเหมือนที่ผ่านๆ มา
ของแบบนี้ไม่ต้องรอจนเป็นสาวใหญ่หรอกนะ
บันทึก:
• จูเลียตัวใหญ่มากจนตอนแรกคิดว่าในบทนั้นชีกำลังท้องอยู่
• แต่ตัวใหญ่ยังไงขาชีก็ยังเพรียวยาวอยู่นะ
• ชอบเสื้อผ้าของลิซมาก แม้จะใส่แล้วดูตัวใหญ่มากกกกกก็ตาม
• ฉันรักความเป็นละตินในตัว Javier Bardem (อ่านว่า ฆาบิเยร์ บาร์เด็ม) จังเลย
• บทบาทของเขาในเรื่องนี้ดูดีที่สุดเท่าที่เคยดูมาเลย
วันอังคารที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2553
ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย : คุณโสฯ เยาวชน
ข้อมูลสัมภาษณ์เชิงลึก โสเภณีเด็กอายุ 15-18 ปี จำนวน 10 คน ที่ค้าประเวณีแบบแอบแฝง และขายบริการด้วยตัวเอง ย่าน RCA
พบว่า...กรณีศึกษามากกว่าครึ่งกำลังเรียนอยู่ในระดับปริญญาตรี และไม่พบกรณีศึกษาใด ที่มีระดับการศึกษาต่ำกว่ามัธยม
แค่ เริ่มก็สะท้อนถึงความต่างจากรูปแบบโสเภณีในอดีต ที่มีการศึกษาน้อย และมักมาจากชนบท ที่ไม่มีโอกาสที่จะเรียนหนังสือ จึงต้องเข้าสู่กระบวนการโสเภณีตั้งแต่เล็ก
"เป็นไปได้หรือไม่ ว่า...ระบบการศึกษาที่มีลักษณะรวมศูนย์ในเมืองหลวง ดึงเด็กสาวจากต่างจังหวัดให้เข้ามาอยู่ในเมืองกรุง ใช้ชีวิตอย่างอิสระในหอพัก บ้านเช่า อพาร์ตเมนต์ คอนโดฯ ไม่ว่าจะอยู่ตามลำพัง กับเพื่อน หรือแม้กระทั่งกับคนรักก็ตาม
เหล่า นี้...เท่ากับเปิดโอกาสให้เด็กสาวที่อ่อนด้อยวุฒิภาวะตัดสินใจทำในสิ่งที่ ผิดพลาดง่ายขึ้น" ร้อยตำรวจโทจักร เจ้าของงานวิจัยตั้งข้อสงสัย
แม้ ว่าจะมีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ แต่ที่เหมือนกันคือ... ภาระหนี้สิน ที่เป็นแรงผลักดันสำคัญ พอๆกับรายได้จำนวนมหาศาลที่ดึงให้ ก้าวสู่เส้นทางนี้
หลายคนให้เหตุผลในการเข้าสู่กระบวนการนี้ว่า... "เพื่อเป็นการปลดเปลื้องภาระหนี้สิน"
นับ ตั้งแต่...การย้ายเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ ทำให้ต้องเสียค่าเช่าเพิ่มขึ้น หนี้สินจากค่าใช้จ่ายทางการศึกษา เช่น การศึกษาในมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
ที่สำคัญกรณีศึกษาทุกคนชอบเที่ยวกลางคืน ซึ่งต้องใช้เงินมาก จึงไม่แปลกที่จะตัดสินใจค้าประเวณีเพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น
ต้อย หนึ่งในกรณีศึกษาเล่าถึงสาเหตุในการก้าวสู่อาชีพนี้ ว่าหลังจากที่เสียพ่อกับแม่ไปตั้งแต่อายุ 15 เธอมีภาระที่ต้องรับผิดชอบในครอบครัวมากมาย...
"ต้อง...คอยดูแลน้องชาย ต้อง...หาเงินมาไว้เพื่อใช้จ่าย การได้เงินมาโดยวิธีค้าประเวณีนั้น ได้มาง่ายและเป็นเงินจำนวนมาก"
ปัจจัยต่อมา "ครอบครัวแตกแยก...เด็กไม่อยากอยู่บ้าน"
กรณี ของ อุ้ย พ่อแม่แยกทางกันและตัวเธอมารับรู้ภายหลังว่า...ทั้งคู่ไม่ ต้องการเธอกับน้องสาวไปดูแล จึงผลักภาระให้ป้าดูแลแทน ทำให้อุ้ยรู้สึกเสียใจมาก...คิดว่าไม่จำเป็นต้องไปเสียใจกับคนที่ไม่ต้องการ พวกเธออีกต่อไป และเลิกรอคอยให้พ่อแม่กลับมาหา
ขณะที่ น้อย ระบายว่า ความสัมพันธ์ในบ้านไม่ค่อยสงบสุขนัก เพราะพ่อที่แอบไปมีผู้หญิงอื่นนอกบ้านทำให้ไม่ค่อยอยู่บ้าน จนแม่จับได้ และมีปากเสียงกันหลายครั้ง
ความรุนแรงในบ้านเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ...จนในที่สุด ทั้งสองก็แยกทางกัน
ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้น้อยรู้สึกว่า..."ครอบครัวแบบนี้ ไม่มีเสียยังดีกว่า"
และ...สิ่ง ที่อยู่เบื้องหลังความรุนแรงในครอบครัวหลายกรณีเป็นผลจาก "น้ำเมา" น้อยบอกว่า พ่อชอบดื่มเหล้า เมื่อเมาก็มักจะดุร้ายขว้างปาข้าวของ ไล่ทุกคนออกจากบ้าน ไม่ต่างกับกรณีของปอย บุ้ง และนุ้ย พ่อเลี้ยงของปอยมักจะดื่มเหล้าเป็นประจำและชอบทุบตีแม่เสมอเวลาที่เมา เมื่อเธอและน้องเข้าไปห้ามก็มักจะถูกตบตีตามไปด้วย...
"พ่อบุ้งเป็นคนขี้เมา กินเหล้าแล้วจะเมาอาละวาด...บางครั้งไม่พอใจก็จะใช้กำลังทำร้ายทั้งแม่เลี้ยงและลูก"
อีกประเด็นที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้....นั่นก็คือ "เพื่อน ผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดกับค่านิยมที่เปลี่ยนไป"
สภาพ ครอบครัวที่ล้มเหลวนำไปสู่ความไม่เข้าใจ...สับสนว่าควรจะต้องปฏิบัติตัวเช่น ไรเมื่ออยู่ในสังคม ส่งผลให้เด็กสาวไม่อยากอยู่บ้านพยายามแยกตัวออกมา...แสวงหาความสุขนอกบ้าน ขณะเดียวกันเพื่อนก็เริ่มเข้ามามีอิทธิพลในชีวิต ทั้งความคิดและการกระทำ
ผึ้ง เล่าว่า มันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรกับการที่เธอไปเที่ยว เมาจนเกิดมีความสัมพันธ์ทางเพศกับแฟนที่ไปด้วย เพราะเพื่อนๆก็เป็นกันแบบนี้
ด้วย ความต้องการการยอมรับจากเพื่อนที่ชอบเที่ยวกลางคืนและประกอบอาชีพค้าประเวณี อยู่แล้ว เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กสาวอย่าง แนท ยอมที่จะมีเพศสัมพันธ์กับแฟนของเธอ เพื่อนำประสบการณ์เหล่านั้นมาเล่า และโอ้อวดกันในกลุ่ม
ขณะที่ต้อย...ยอมมีความสัมพันธ์กับแฟนได้ไม่นาน เธอก็ย้ายไปอยู่กับเขาจนเลิกรากันไปในที่สุด และจังหวะนี้เองที่เพื่อนซึ่งทำงานที่เดียวกันมาชวนให้ค้าประเวณี บอกว่า...
"ใน เมื่อไม่มีอะไรจะเสียแล้ว การมีอะไรกับคนอื่นก็ไม่ต่างจากการมีอะไรกับคนรัก แต่การทำเช่นนี้เราได้ผลตอบแทนที่เราเลือกได้อีกต่างหาก"
บท สรุป...การแก้ไขปัญหาโสเภณีเด็ก จึงมิใช่เพียงการปราบปรามทางกฎหมายเท่านั้น หากเป็นปัญหาที่ต้องเข้ามาแก้ไขในระดับโครงสร้างส่วนบน (เศรษฐกิจและสังคม) และในระดับปัจเจก (ครอบครัวและตัวเด็ก)
เพื่อ...ให้ปัญหาสามารถคลี่คลายได้อย่างแท้จริง
ปม "โสเภณีเด็ก" ภาคสมัครใจ ท่ามกลางวิถีสังคมไทยที่แปรเปลี่ยน ไม่ใช่ว่าจะแก้กันได้ง่ายๆ เหมือนเปิดตำราทดลองวิทยาศาสตร์.
>>>บางส่วน (คัดมาโดยไม่ได้ดัดแปลงข้อความ) จากบทความ "เปิดใจโสเภณีเด็ก ถนนบาปที่สมัครใจ" ถอดสาระน่ารู้จากคลังวิทยานิพนธ์ บัณฑิตวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชุดที่ 2 "ชุมชนพลวัตร" คลี่ปม "โสเภณีเด็ก" ภาคสมัครใจ ท่ามกลางวิถีสังคมไทยที่แปรเปลี่ยน
งานวิจัยของ ร้อยตำรวจโทจักร จุลกะรัตน์ ที่สนใจคลี่ปมปัญหาสังคมในเรื่องปัจจัยที่ทำให้เด็กหญิงเป็นโสเภณี ศึกษากรณีสถานบันเทิงย่านรอยัลซิตี้ อเวนิว กรุงเทพมหานคร
อ่านฉบับเต็มที่ http://www.thairath.co.th/today/view/117941
วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553
แอบดูแมวในตะกร้า
พุธที่ 6 ตุลาคม 2553
หมาน่อย ลูกแมววัย 8 เดือน หนัก 3.1 กิโลกรัม (แล้วละมั้ง)
ฟื้นตัวรวดเร็วจากแผลผ่าตัดทำหมัน (เมื่อ 12 วันก่อน)
หม่ามี๊ถือฤกษ์ตามใจฉัน ตัดสินใจถอดลำโพงกันเลียแผลให้หมาน่อยตั้งแต่เมื่อคืน
ได้ผลคือ เสร็จจากตั้งหน้าตั้งตาเลียเนื้อตัวและแผล ซึ่งตอนนี้แห้งดี เกือบหมดรอยเย็บ (เหลือแต่รอยบุ๋มลงไป) แล้ว หมาน่อยก็ตั้งหน้าตั้งตาซน
เช้านี้หม่ามี๊เลยขุดตะกร้าสีชมพูที่หยุดใช้สิบกว่าวันเพราะแมวใส่ลำโพงไม่ซนมาใช้ใหม่
จับหมาน่อยลงพักผ่อนในตะกร้า แล้วก็กลั่นแกล้งแมวด้วยการถ่ายรูปเป็นชุด
งานนี้แมวหนีไม่ได้
อิอิ
วันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2553
วันศุกร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553
กินเจ
| Start: | Oct 7, '10 06:00a |
| End: | Oct 16, '10 |
| Location: | ที่ที่มีชีวิตอยู่ |
ตั้งอกตั้งใจกินเจ
และกรวดน้ำ อุืิทิศส่วนกุศลทุกวัน
(งดรับนัดรับประทานเนื้อหนังมังสา)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)