แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ lucille แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ lucille แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ห่วง




ก่อนหม่ามี๊กลับมาจากบ้านยาย





บางทีเราอาจจำเป็นต้องมีห่วง
เพื่อผูกรัดตัวไม่ให้ลอย
หลุดไปตามสภาพไร้แรงโน้มถ่วง

วันจันทร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

แมวไม่กลัวงู!


ลากๆ ลากไปฟัด

เจ้างูนี่ ไม่รู้จักพี่หมาน่อยซะแล้ว



หมาน่อยจะทำอย่างไร
เมื่อพบว่าอยู่ดีๆ มีงูบุก!

วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553

แอบดูแมวในตะกร้า






พุธที่ 6 ตุลาคม 2553

หมาน่อย ลูกแมววัย 8 เดือน หนัก 3.1 กิโลกรัม (แล้วละมั้ง)
ฟื้นตัวรวดเร็วจากแผลผ่าตัดทำหมัน (เมื่อ 12 วันก่อน)
หม่ามี๊ถือฤกษ์ตามใจฉัน ตัดสินใจถอดลำโพงกันเลียแผลให้หมาน่อยตั้งแต่เมื่อคืน
ได้ผลคือ เสร็จจากตั้งหน้าตั้งตาเลียเนื้อตัวและแผล ซึ่งตอนนี้แห้งดี เกือบหมดรอยเย็บ (เหลือแต่รอยบุ๋มลงไป) แล้ว หมาน่อยก็ตั้งหน้าตั้งตาซน

เช้านี้หม่ามี๊เลยขุดตะกร้าสีชมพูที่หยุดใช้สิบกว่าวันเพราะแมวใส่ลำโพงไม่ซนมาใช้ใหม่
จับหมาน่อยลงพักผ่อนในตะกร้า แล้วก็กลั่นแกล้งแมวด้วยการถ่ายรูปเป็นชุด

งานนี้แมวหนีไม่ได้
อิอิ

วันอังคารที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2553

หมาน่อยไปทำหมัน



ฮึ่มๆๆๆๆ


หลังจากที่หม่ามี๊ประสาทกับการคิดเรื่องทำหมันแมวมา ๒ อาทิตย์
ในที่สุด ก็ตัดสินใจพาหมาน่อยไปทำหมันที่โรงพยาบาลสัตว์สวนหลวง ถนนเฉลิมพระเกียรติร.๙ (ใกล้สวนหลวง ร.๙)

นับเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่ตื่นเต้นมาก ทั้งกับคนและแมว
กว่าจะตัดสินใจได้ ก็ได้เพื่อนโม่และเดือนคอยให้คำปรึกษามาเป็นลำดับ
เพื่อนำเรื่องราวมาถ่ายทอดให้ที่ปรึกษาหลักทั้งสองได้อย่างละเอียดละออ งานนี้หม่ามี๊เลยเก็บภาพหมาน่อยในขั้นตอนต่างๆ มาฝาก เผื่อจะเป็นประโยชน์แก่แม่แมวมือใหม่ที่จะพาแมวตัวแม่ตัวแรกในชีวิตไปทำหมันด้วย

เรียงภาพไล่ตามเหตุการณ์เป็นวันๆ ไปเลยละกัน

วันที่ ๑ : เสาร์ที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๓ (เลยวันครบรอบเกิดครบ ๘ เดือนของหมาน่อยที่หม่ามี๊ติ๊ต่างขึ้นมา ๑ วัน)

หลังจากงดอาหารและน้ำมาตั้งแต่เที่ยงคืน หม่ามี๊จับหมาน่อยไว้ในกระเป๋าฟิตเนส ระเห็จระเหินจากบ้าน ผ่านซีคอนสแควร์และพาราไดซ์พาร์คไปถึงโรงพยาบาลซึ่งอยู่บนถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ ตอนสายๆ
คุณหมอตรวจร่างกายทั่วๆ ไปเพื่อให้แน่ใจว่าน่อยไม่ได้กำลังท้อง
น่อยไม่ต้องตรวจเลือดเพราะอายุยังไม่เกิน ๑ ปี
จากนั้นหม่ามี๊ก็ฝากหมาน่อยไว้ที่โรงพยาบาล นอนกรงให้หายตื่นเต้น แล้วคุณหมอจะผ่าตอนบ่ายโมงบ่ายสอง ระหว่างนี้ถ้ามีอะไรไม่ดี โรงพยาบาลจะโทรมา
แต่ถ้าเขาไม่โทรมา เราก็สามารถโทรมาเช็คผลการผ่าตัดได้

หม่ามี๊กับแมวคราวกลับไปเยี่ยมหมาน่อยราวทุ่ม การผ่าตัดผ่านไปด้วยดี หมาน่อยตื่นจากยาสลบแล้ว แต่จมูกยังซีด แถมยังแยกเขี้ยวขู่ฟ่อ ป้องกันตัวเองสุดฤทธิ์ เพราะยังจำใครไม่ได้

แมวคราวโดนไปสองฟ่อ ถึงแก่ซึม
(หมามี๊เข้าใจสิ่งที่โม่เตือนไว้ก็ตอนนี้)
เบาใจแล้วก็พากันกลับ

วันที่ ๒ : อาทิตย์ที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๓
จากที่คิดว่าจะไปหาตอนบ่ายๆ หม่ามี๊เปลี่ยนแผน เข้าเมืองไปวัดพระแก้ว กว่าจะไปถึงโรงพยาบาลก็ทุ่มกว่า

เปิดประตูเข้าห้องไป หมาน่อยก็ขู่ฟอด แต่พอหม่ามี๊เรียกหลายคำ น่อยก็จำได้
มีร้องตอบมาเหมือนเคย เปิดประตูให้หมาน่อยออกมา น่อยก็ออกมาเดินกระย่องกระแย่ง หมามี๊ไม่อยากให้เดินเยอะเลยจับเข้ากรง พอเข้าไปในกรง หนูก็หันมาขู่พี่ที่คอยดูแลหนูอีกฟอด หม่ามี๊ตลกจัง

วันที่ ๓ : วันจันทร์ที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๓
หม่ามี๊ไม่ได้ไปเยี่ยมหมาน่อย
เพราะอ่อนใจกับการจราจรจากที่ทำงาน-โรงพยาบาล-บ้าน และฟ้าฝน
อีกอย่างโทรเช็กว่าหมาน่อยกินได้นิดหน่อย อึฉี่ได้ และร่าเริงดี (จริงอ้ะ?) หม่ามี้ก็นอนใจ
อยู่โรงพยาบาล ยังไงก็ปลอดภัยละนะ

วันที่ ๔ : วันอังคารที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๓
หม่ามี๊ลางานไปรับหมาน่อยในตอนบ่าย ขอสารภาพว่าตื่นเต้นมากที่น่อยจะได้กลับบ้านซะที คิดถึงกันเนอะน่อยเนอะ

เจอหน้ากัน จำกันได้แล้วน่อยก็ร้องประท้วงไม่หยุดเลย หม่ามี๊เปิดกรงอุ้มแล้วพบว่าขนหนูหลุดกระจายเลย คงเป็นเพราะว่าสองวันมานี้ใส่ลำโพงตลอด เลียเนื้อตัวแทบไม่ได้ แล้วหนูก็อาจจะไม่มีกะจิตกะใจจะเสริมสวยนัก ไม่เป็นไร ถึงบ้านแล้วเดี๋ยวแปรงขนให้นะจ๊ะ

หมอให้ยาฆ่าเชื้อเม็ดเล็กไปให้หม่ามี๊ป้อน คนจ่ายยากำชับให้มีคนช่วยจับกันโดนหนูตบ
หุ หุ หม่ามี๊ไม่มีหรอก

ลงจากแท็กซี่อันแสนร้อนขึ้นมาถึงห้องของเรา น่อยดูดีใจที่ถึงบ้านเสียที เดินกรายไปทั่วบ้าน แล้วก็กินปลาไข่ (ของโปรด) ผสมอาหารเม็ดลูกแมวไปเกือบหมดชาม ฉี่ เดินตามหม่ามี๊อีกพักใหญ่ แล้วก็นอน

ถึงบ้านเราแล้วเนอะหมาน่อยเนอะ





วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2553

หนูชอบกินลองกอง



เลียแบบนี้จนหมดเนื้อ



เสาร์ 11 กันยายน 2553

ฉันซื้อลองกองตันหยงมากิน
ขณะที่กำลังนั่งแกะเปลือกอยู่นั้น หมาน่อยก็มาเดินวนเวียน
ดมเปลือกลองกองแล้วเธอก็เมินๆ แต่ไม่ถึงกับทำท่าโกยดินกลบอึใส่ เหมือนทำกับเปลือกกล้วยหอม

แต่พอให้ดมเม็ดลองกองแกะเปลือกเกลี้ยง พร้อมหย่อนใส่ปาก
เธอดมจนทั่วแล้วก็เริ่มเลีย จากตรงที่เนื้อมันปริ
ก็เลยยกให้เลียจนเกลี้ยงเนื้อ เหลือแต่เม็ดข้างในไปทั้งสิ้น 2 ลูก

หมาน่อยชอบกินลองกองเอามากๆ เลยแหละ
เป็นความรู้ใหม่อีกแล้ว

วันเสาร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2553

แมววันหยุด




อุ๊บส์ นั่นแมว หรือแมวน้ำกัน?



เสาร์ที่ 11 กันยายน 2553

แมวกัด แปลว่าแมวรัก
แมวให้จวัก แปลว่าแมวกวักอุ้งเรียก

อิอิ

วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2553

ผู้ร้ายปากแข็ง





ตีหน้าจ๋อย
แท้ที่จริงหมาน่อยคือจอมกัด

ไม่เชื่อให้มาพิสูจน์แขนขาหม่ามี๊ได้!

เทศกาลโปสการ์ดจากภูเก็ต



สองยุค
สองสำนวน


ช่วงที่ผ่านมาไ้ด้รับโปสการ์ดจากภูเก็ตถึง 3 ใบ
(แล้วทำไมถ่ายแค่ 2?)

แปลกดี ทั้งที่ไม่มีเพื่อนอยู่ภูเก็ต (มีแต่ศัตรู!)
เพื่อนๆ ที่มีโอกาสแวะเวียนไปภูเก็ตยังอุตส่าห์ส่งความคิดถึงมาให้

ยังไม่ได้ตอบใครเลย
และก็ยังปลื้มไม่หาย

ป.ล. หมาน่อยก็ปลื้มด้วยคับ

วันอังคารที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ข้าวสาลีเพาะง่าย



เริ่มแช่เมล็ดวันที่ 12 สิงหา
ปลูกวันที่ 13 สิงหา
งั้นเมื่อเช้าก็อายุได้ 4-5 วัน


มิใช่เพราะความรักโลก อยากให้โลกเป็นสีเขียว หรืออยากให้โลกร่มเย็น
ทั้งยังไม่ได้เพราะฮิตรักสุขภาพถึงกัีบต้องเพาะกล้าข้าวสาลีมาคั้นน้ำดื่มเอาคลอโรฟิลเหมือนคนอื่น

แต่เรื่องมันเป็นเพราะแมว

หลายเดือนก่อนไปร้านหนังสือ ยืนอ่านตำราเลี้ยงแมวแปลจากหนังสือฝรั่ง
เห็นเขาแนะนำว่าถ้าไม่อยากให้สวนเยิน (เพราะฟันแมว) ลองเพาะเมล็ดข้าวสาลีให้แมวแทะเล่นดู

เอาเรื่องนี้มาเล่าให้เดือนกับโม่ฟัง เดือนเห็นด้วย บอกว่าได้ยินมาเหมือนกันว่าแมวชอบ และมันมีประโยชน์ (อย่างน้อยก็เราก็หวังว่าไฟเบอร์จะช่วยพาก้อนขนหลุดออกมาทางรูทวารของมันได้อย่างสะดวกโยธิน)
อยากลองเพาะ แต่ชุดเพาะที่เค้าขายกันตามเว็บของของจุ๊กจิ๊กให้คนเลี้ยงแมว
มันช่างแพงแสน

จึงดำริไปให้แมวคราว ถามไปว่าเวลาไปร้านขายของมังสวิรัติ ถ้าเจอเมล็ดข้าวสาลีก็ให้ซื้อติดมือมา แมวคราวจัดให้มาจริงๆ แต่แบ่งมานิดเดียว ด้วยหวังจะเพาะข้าวสาลีให้ทารกน้อยในบ้านได้ดื่มกินน้ำคั้น

กาลเวลาผ่านไป ในที่สุด แมวของฉันก็ได้เล็มกินยอดกล้าข้าวสาลีก่อนทารกผู้นั้นจนได้

ป.ล.
-ข้าวสาลีเพาะง่ายจัง
-เดี๋ยวจะฝากแมวคราวไปเหมาเมล็ดข้าวสาลีมาส่งให้เดือนกับโม่นะ แมวๆ ของเราจะได้มียอดกล้าข้าวสาลีแทะกันถ้วนทั่ว ไม่น้อยหน้าคนมีน้ำคลอโรฟิลดื่ม
-สเต็ปต่อไปจะลองเพาะพริกขี้หนู โหระพา แมงลักดูมั่ง
-ศึกษาวิธีการเพาะมาจากหน้านี้ฮะ http://www.pantown.com/board.php?id=36139&area=3&name=board1&topic=35&action=view

วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ลองของใหม่



ไม่ชัดอย่างแรง
เพราะว่ายังไม่ได้เอาพลาสติกที่แปะรอบตัวมาออก



ปลายเดือนก่อนถอยมือถือใหม่
ไม่ใช่เพราะของเดิมเสียหรืออะไร แต่เพราะว่าเล็งอยากลองใช้มานาน พอดีเค้าจัดโปรโมชั่นเร้าใจมากมายก็เลยไม่รู้จะรออะไร
แล้วเลยให้ชื่อว่า Hachi ซึ่งแปลว่า 8 ให้พ้องกับชื่อรุ่น

เป็นมือถือ 3G แต่ก็ไม่ได้ทำมาให้ถ่ายรูปได้สวยๆ
ถึงมี 5 ล้านพิกเซลแต่เลนส์ก็เป็นของงั้นๆ รูปที่ได้ก็เลยไม่คม ไม่ชัด ไม่อะไรเอาเสียเลย
(สู้ Lucille ก็ไม่ได้ ขานั้นมีแค่ 2 ล้านพิกเซล แต่มีระยะมาโครให้ใช้)

กระนั้น ก็มีคนอยากเห็นว่าได้รูปยังไงบ้าง
เลยลองเอามาให้ดูักันเล็กน้อย
มีบางรูปออกแนวขำๆ แปลกๆ เพราะถ่ายผ่าน Application ที่โหลดมา

ได้ความขำมาแทนความคม
กล้องมือถือตัวนี้คงให้คุณสมบัติแบบนั้นละนะ


วันพุธที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2553

หมาน่อยพบญาติ : ลุงหนวด




พุธที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๓

เช้าวันที่ฝนกำลังจะตก
กระเป๋าหนัก และง่วง
ก่อนตาจะปิด ได้ปรายไปเห็นลุงหนวด แมวคราวขาว-ดำตัวเขื่อง
ผู้เป็นญาติผู้ใหญ่ของหมาน่อยอย่างไม่ต้่องสงสัย

เลยชักภาพมาฝากกันให้ยิ้มยิ้ม

วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ขนมหวานที่ Divana





วันก่อนไป Divana ซอยสุขุมวิท 35
แต่ไม่ได้เข้าสปา

ตื่นเต้นกับฉำฉาต้นใหญ่ ฟอร์มสวย ที่หลังร้าน(อาหาร)-หน้าบ้าน(สปา) แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมา
หลังจาก 3 ชั่วโมงผ่านไป กับการสงสัยว่าจะได้กินอะไรอร่อยๆ ไหมก็ได้กินของว่างมื้อบ่าย

อาหารเขาสร้างสรรค์เหลือเกิน แต่ในโมเมนท์นั้น (ที่ฉันอุตส่าห์ลัดมื้อเที่ยง หิ้วทองมาฝากไว้กับ Divana โดยเฉพาะ) ฉันคิดว่า แค่อะไรที่อร่อยเรียบง่ายแบบเบสิกก็เพียงพอ

ขนมหวานของเขาหน้าตาสวยงาม แต่ที่ิติดใจคือความสดของผลไม้ (นอก)
และครีมชีสในบลูเบอรี่ชีสพายชิ้นเล็ก วางราสเบอรี่สุดแอร่มไว้ข้างบน

แว่วว่าปรุงขึ้นจากชีสที่หอบหิ้้วมาจากสวิสโน่นเลย

วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

แอบย่องไปส่องงานศิลป์






อาทิตย์ที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๓

ไม่ได้ตั้งใจจะไปเท่าไหร่ แต่เหมือนเพื่อนตั้งใจจะไปก็เลยไปด้วย
งานศิลปะในหอศิลป์กรุงเทพฯ ตอนนี้มีให้เลือกดูมากแบบ หลายแนว ถ้าชอบก็คงค่อยๆ เสพกันได้เป็นวันๆ แต่ฉันกับเพื่อนใช้เวลาไม่นานในการชม ๓ นิทรรศการที่สนใจ

แล้วก็พากันมึนหัวกลับบ้านกันไปทั้งคู่
(ไม่รู้ว่าเพราะอาหารกลางวัน หรือเพราะงานศิลป์-ฮา)

๓ นิทรรศการที่ไปชมได้แก่
-ไอคอนดีไซน์ ฝรั่งเศส (Icons of French Design)
9 ก.ค. - 22 ส.ค. 2553
นิทรรศการชั้น 7
>>งานโชว์ดีไซน์สไตล์ฝรั่งเศส จัดไลติ้งสวยสุดๆ
งานนี้ตอนแรกจะเป็นส่วนหนึ่งของ la fete (อ่าน ลาแฟต) งานวัฒนธรรมประจำปี
แต่ด้วยเหตุความวิบัติในเดือนพฤษภา ปีนี้เลยเหลือแค่นิทรรศการนี้อันเดียวมั้ง ก็หลายงานเค้าจะจัดที่ Zen (แต่ Zen ไม่มีแล้ว) หลายงานก็คงจัดไม่ได้เพราะคิวไม่ได้แล้ว ต่างๆ นานา

ก็ช่วยไม่ได้อะนะจ๊ะ ที่ปีนี้จะชวด (หวังว่าปีหน้าและปีต่อๆ ไปจะไม่ชวด เพราะศิลปินฝรั่งเศสเขาเข้าใจถึงกระบวนการทวงถาม "ประชาธิปไตย" แบบไทยๆ ได้ดี)


-ภูมินิทัศน์ วัฒนธรรม (Cultural Landscape)
15 ก.ค. - 22 ส.ค. 2553
ห้องนิทรรศการชั้น 8
>>งานโชว์รูปประกวด เริ่มเวียนๆ ตอนดูรูปในห้องนี้ติดกันหลายรูป
แต่หลายรูปก็ดีเชียวนะ

-ฝันถึงสันติภาพ (Imagine Peace)
25 มิ.ย. - 22 ส.ค. 2553
นิทรรศการชั้น 9
>>จังหวะ เวลา และหัวข้อออกจะทรงพลัง แต่ไหงโชว์ไม่ค่อยจะมีพลังเท่าไหร่ไม่รู้ได้




วันพุธที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ถ่ายรูปคู่กัน






พฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม 2553

เช้านี้จับหมาน่อยมาถ่ายรูปคู่กัน
แมวจะอายุครบ 6 เดือนแล้ว ไวจังเนอะ

ป.ล. ยังเช้าอยู่ หมาน่อยเลยไม่ยิ้มสักกะรูป

วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ลูกแมวโตไว



สบายจริง เกิดเป็นแมวเนี่ย


เสาร์ที่ 10 กรกฎาคม 2553

หมาน่อย ลูกแมวขี้เหร่อายุได้ 5 เดือนกว่าๆ วันนี้หนัก 2.4 กิโลกรัม
เมื่อวันที่ 12 เดือนมิถุนายนนั้นหนัก 2.1 กิโลกรัมแล้ว

ผ่านไปเกือบเดือน น้ำหนักขึ้น 3 ขีดเองหรอ


น้อยไปหรือป่าวเนี่ย?

วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

กินฟูจิกับลูกหมู



หมูยังอร่อยกับบะหมี่เย็นของแม่

(ทั้งหวานทั้งมัน ถูกใจเด็กจริงๆ)



เสาร์ที่ 3 กรกฎาคม 2553

ตอนอยู่บ้านป้าปุ๊กลูกหมูอยากดู๊อยากดูการ์ตูนเน็ตเวิร์ก ยังไงก็จะกลับบ้านให้ได้
แต่พอแม่ให้เลือกจะเอาอะไร ลูกหมูเลือกอาหารญี่ปุ่นเฉยเลย

ถามว่าอยากกินอะไร ลูกหมูบอก ปลาดิบ ไข่หวาน

หมูเกาหลี



อยากกลับบ้านไปดูการ์ตูนเน็ตเวิร์ก
บ้านป้าปุ๊กไม่มี

(ฮา)

เสาร์ที่ 3 กรกฎาคม 2553

ป้าม้อยเจอลูกหมูครั้งสุดท้ายเมื่อปลายเดือนมกรา ตอนงานแต่งลุงเหน่ง
เจอลูกหมูอีกทีตอนแม่พาไปเยี่ยมป้าปุ๊ก ลูกหมูโตขึ้นเยอะเลย

สี่ขวบกว่าเอง แต่ตัวใหญ่น่ากอดรัดฟัดเหวี่ยงมากๆ
อ้อ ลูกหมู อ. 2 โรงเรียนทับทองฮับ

วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

วันพุธที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ช่างฝันกันตั้งแต่ยังเป็นทารก


..พอดีอ่านเจอมา

ความฝันกลไกหนึ่งของธรรมชาติ
มนุษย์เราเริ่มฝันกันตั้งแต่ยังเป็นทารกกันอยู่เลยค่ะ คุณแม่ต้องแปลกใจแน่เลยหากรู้ว่าเจ้าตัวเล็กของคุณแม่สามารถฝันตั้งแต่วัน แรกที่คลอดออกมา มีการศึกษาพฤติกรรมการนอนหลับและวัดคลื่นสมองของเด็กทารกพบว่า เด็กทารกมีการตื่นหลับ 18 - 20 ชั่วโมง โดยการหลับครึ่งหนึ่งจะเป็นการนอนหลับแบบฝันค่ะ

ความจำเป็นที่หนูต้องนอนฝัน
ความฝันสัมพันธ์กับการเติบโตของเจ้าตัวน้อย เนื่องจากลูกน้อยของคุณแม่จะต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจกับสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เมื่อเขาเรียนรู้มากก็ต้องเก็บความจำมาก จึงทำให้ใน 1 คืน เจ้าตัวเล็กหลับฝันซะเป็นส่วนใหญ่ค่ะ และนอกจากนั้นระหว่างที่เกิดกลไกความฝัน ยังเป็นการถ่ายทอดข้อมูลจากการเก็บความจำระยะสั้น ไปเก็บไว้ยังส่วนต่างๆ ของสมองอย่างเป็นระเบียบ เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำระยะยาวต่อไปอีกด้วยค่ะ

และระหว่างที่เจ้าตัวเล็กนอนฝัน คุณแม่รู้ไหมคะว่ามีเซลล์หลายกลุ่มในสมองและร่างกายส่วนต่างๆ ของลูกน้อยเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีระและชีวะเคมี โดยเฉพาะการทำงานของยีนหรือสารพันธุกรรมในเซลล์ เพื่อให้เซลล์สร้างโปรตีนเฉพาะ และเป็นการเปิดกลไกการทำงานของเซลล์บางอย่างให้มีการสังเคราะห์และแสดง ลักษณะสารพันธุกรรมออกมา เช่น ระบบต่อมไร้ท่อจะขับฮอร์โมนโซมาโทโทรพิน (somatotropin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพื่อการเจริญเติบโตที่หลั่งจากต่อมใต้สมองในเวลาลูกน้อย หลับ หรือพูดง่ายๆ ก็คือในช่วงที่ลูกน้อยของคุณแม่นอนหลับฝันอยู่นั้น จะมีการเอาข้อมูลที่อยู่ในพันธุกรรมของ DNA ที่อยู่ในโครโมโซมมาเปิด แล้วยอมให้มีการถ่ายทอดข้อมูลทางพันธุกรรมเพื่อเอาไปสังเคราะห์โปรตีนชนิด ต่างๆ เช่น เอนไซม์โครงสร้างโปรตีน ที่มี  หน้าที่ซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอ ดังนั้น ช่วงที่เจ้าตัวเล็กนอนฝันจะมีกลไกที่ทำให้เซลล์ซ่อมแซมตัวเองได้ค่ะ

การนอนฝันของเจ้าตัวน้อยยังมีความเกี่ยวข้องกันกับการทำงานของระบบสร้างภูมิ คุ้มกันในร่างกายให้ตัวเขาอีกด้วยนะคะ  และขณะลูกน้อยหลับฝันระบบประสาทจะไม่มีการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย จึงทำให้อุณหภูมิของเขาตกลงมาได้ ดังนั้น หากเจ้าตัวเล็กของคุณแม่หลับในห้องที่มีความเย็น คุณแม่จะต้องระวังให้ความอบอุ่นแก่ลูกน้อยด้วยนะคะ



(จากหน้านี้ http://motherandchild.in.th/content/view/387/32/)
..................................................
อยากรู้อีกนิด แล้วแมวล่ะ ฝันอะไรไหม?
(เล่นนอนกันวันละพอๆ กับทารกขนาดนั้น)

วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2553

หมาน่อย : ไปเดินเล่นกัน



ไปกันเถอะ



อาทิตย์ที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๓

เช้านี้อากาศดี ท้องฟ้าแจ่มใส
ไหนๆ ก็ตื่นเช้า เราไปเดินเล่นกันดีกว่านะ หมาน่อย


อ้อ เมื่อวานพาหมาน่อยไปหยอดวัคซีนกระตุ้นเยื่อบุช่องท้องอักเสบ
(หมอบอกช่วยป้องกันแมวจากโรคนี้ได้ 70% ส่วนวัคซีนหวัดแมวช่วยป้องกันได้ 90%)
ที่ใช้คำว่า "หยอด" เพราะหมอหยอดทีละหยดลงไปในรูจมูกแมว เพื่อจำลองการติดเชื้อในธรรมชาติ ซึ่งจะติดจากการหายใจ

เรื่องอาการผิวหนัง หมอไม่ติดใจอะไรแล้ว บอกว่าต่อไปอาบน้ำแชมพูยาอาทิตย์ละหนได้ (ต้องงดอาบ 7 วันหลังวัคซีนอยู่แล้ว) ที่หมอตกใจคือ น้ำหนัก 2.1 กก.

หมอนับนิ้ว นับวันหลังจากที่เจอกันครั้งสุดท้าย แล้วบอกว่า 3 ขีดใน 10 วันหรอเนี่ย
ว่าแล้วก็เขย่าพุงแมว ร้องว่า "เจ้าอ้วนนนนนน"