แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บ้าน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บ้าน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ห่วง




ก่อนหม่ามี๊กลับมาจากบ้านยาย





บางทีเราอาจจำเป็นต้องมีห่วง
เพื่อผูกรัดตัวไม่ให้ลอย
หลุดไปตามสภาพไร้แรงโน้มถ่วง

วันจันทร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2554

โ ช ค ดี ที่เจอกัน



เท้าขวาดูบวมๆ เพราะว่ามันโดนยิิงหนังสติ๊กใส่มา

15-16 มกราคม 2554

กลับบ้านคราวนี้เจอหมาหน้าใหม่ เป็นตัวเมีย แม่บอกว่ามันเพิ่งมาอยู่ด้วย
ที่จริงเคยหลงมาก่อนหน้านี้แล้ว ตอนนั้นมีอาการขากระเผลก เหมือนถูกรถชนมา แม่ก็จับให้กินยา ให้อาหาร แล้วก็ให้นอนนอกบ้าน เพราะเกรงใจนัง(หมา)ดำลูกรัก
ปรากกฏว่าพอมันอาการดีขึ้นก็หายไป 3-4 วัน

กลับมาอีกทีในสภาพซมซาน คราวนี้เดินด้วยขาหน้าข้างที่เคยเจ็บ เพราะอีกข้างที่เคยดีนั้นเจ็บกว่ามาก มองดูดีๆ มันจะบุบๆ เบี้ยวๆ ด้วยซ้ำไป หน้าอกมีสะเก็ดเลือดกรัง ส่วนอาการที่หนักที่สุดคือปาก

ปากมันเบี้ยวเหมือนจระเข้ที่ฟันบนกับฟันล่างสบกันไม่สนิท มิหนำซ้ำ ฟันล่างและบนซีกซ้ายยังหักหายไปทั้งแถบ เหลือแค่โคนฟัน

แม่บอกว่าใหม่ๆ มันอ้าปากแทบไม่ได้ เลยจัดยาแก้อักเสบให้คลุกกับอาหารเม็ดของแมวที่มีอยู่แล้ว (คุณดำเธอกินข้าวคลุกกระดูก แต่นังนี่อ้าปากแทะกระดูกไม่ได้ก็กินอาหารแมวเม็ดไปละกัน)

ที่ฉันไปเห็นนี่มันกินยาแก้อักเสบกับข้าว 3 มื้อมาสัก 20 วันได้แล้ว แม่บอกว่าอาการดีขึ้นเยอะ เวลาแม่กลับบ้านจะกระโดดยืนด้วยสองขาหลัง หูลู่ หางแกว่ง ยอมให้แม่จับปากดูฟันได้ กับฉันมันก็ยังมาตีซี้ ส่ายหางงี้ดๆ ใส่ตั้งแต่แรกเห็น

เรื่องของหมาตัวนี้ ตอนแรกมองไกลๆ เห็นขาบุบบี้ของมันแล้วคิดว่ามันโดนรถชน แต่พอไปจับใต้คางมัน จับปากปลิ้นเห็นฟัน ฉันว่ามันโดนไม้ตีหน้ามามากกว่า แม่บอกได้ยินแว่วๆ ด้วยว่ามีคนเห็นมันถูกคนยิงหนังสติ๊กใส่ตีน

ไม่รู้มันไปขโมยอะไรเขา หรือไปทำอะไรให้เขารำคาญ
แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเหมาะแล้วหรือ ที่ต้องทำกับหมาโง่ๆ ตัวหนึ่งขนาดนี้

การที่มันมาอยู่กับเรา ฉันคิดว่ามันโชคดี
อย่างน้อยก็มียา มีอาหาร มีที่นอน แล้วก็มีคนที่เมตตามัน แถมเจ้ดำเค้าก็ไม่ได้เขม่นอะไรมากมาย

ก็เลยเรียกมันว่าเจ้า โชคดี เพราะเหตุนี้

วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

..ไม่ใช่เรื่องของอดีต






..แต่เป็นเรื่องของปัจจุบัน
และอนาคต




ไม่น่าเชื่อว่าน้องชายคนกลาง
คนที่เมื่อเล็กๆ ฉันไม่ยอมเล่นด้วยเพราะเบื่อที่น้องโง่ (กว่า)
จะพูดอะไรน้อยๆ แต่โดนใจได้ขนาดนี้


(รูปจากระเบียงบ้านน้า บ้านริมแม่น้ำตาปีที่ตากับยายสร้างมากับมือ)

วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ไม่สำคัญว่ามาจากไหน






เสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2553

ฉันกลับบ้านเป็นครั้งแรกของปี
ไม่เชิงว่ากลับไปไหว้เจ้าตรุษจีน (เกือบไม่ทัน เพราะรถไฟช้าไป 3 ชั่วโมง)
แต่เพราะตั้งใจจะกลับไปทำบุญครบรอบวันตายของพ่อในวันถัดจากวาเลนไทน์

อากาศคืนล่องจากกรุงเทพฯ ลงใต้เย็นสบาย
ที่้บ้านฉันวันนั้นมีลมพัดตลอดวัน
ระหว่างที่แสงแดดเฉียงๆ ปลายหน้าหนาวทำหน้าที่ของมัน
คือสาดแรงลงมาอย่างไม่ปราณีผิว

อัญชันเถาหนึ่งขึ้นอยู่ข้างบ้าน
กำลังชูยอดอ่อนขึ้นไขว่คว้าค้างไม้ไผ่ อย่างงาม

ฉันถามแม่ ทำไมถึงปลูกอัญชันไว้ตรงนี้
แม่บอกเปล่าปลูก มันขึ้นของมันเอง
เลยทำค้างให้มันเลื้อยสวยๆ

ไม่สำคัญที่จะคิดหาคำตอบว่าเมล็ดอัญชันมาจากไหน
เป็นเรื่องน่ายินดีมากกว่าที่มันเลือกมาผังราก เติบโต ผลิดอกที่ตรงนั้น

แม้ต่อไปอาจเลื้อยให้ข้างบ้านรกเป็นพุ่มอัญชันก็ตาม


วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2552

เรดาร์แมว : ส่งข่าวแบบแมวแมว






ศุกร์ที่ 11-อาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2552
กลับบ้านไปนอนขี้เกียจที่บ้าน
พบว่าคุณนายลาย แมวของพระแม่คราวนี้แปลก
ร้องจะออกไปข้างนอกตามเคย ก็ให้ออกไป
ออกไปได้ก็หายยยย ไปเลย เรียกเท่าไหร่ก็ไม่กลับมาซักที

เบ็ดเสร็จหนึ่งคืนกับครึ่งวัน หล่อนถึงได้ก็ผลักประตูมุ้งลวด(โครม)เข้ามาเอง
ว่าแล้วก็ร้องโวยวายใหญ่ นััยว่าหิว (จิกตาใส่ได้อีก) พุงแฟบไปเชียว
จนต้องวางมือกับโปสการ์ดที่กำลังปั้น+แปะ ไปเอาอาหารให้หล่อนกิน

หล่อนจัดการอาหารเสร็จสรรพก็โดดขึ้นโต๊ะที่คนกำลังเขียนโปสการ์ด
ราวกับรู้ว่าโปสการ์ดบางใบจะส่งไปถึงแมว
หล่อนเลยประทับรอยซะ

..ฝากส่งข่าวไปแบบแมวแมว ว่างั้น

กลางทะเลขี้ผึ้ง





“เอ่ย น้องเอย มะพร้าวนาฬิเกร์
ต้นเดียวโนเน กลางทะเลขี้ผึ้ง
ฝนตกไม่ต้อง ฟ้าร้องไม่ถึง
กลางทะเลขี้ผึ้ง ถึงได้แต่ผู้พ้นบุญเอย”


มะพร้าวนาฬิเกร์ ต้นเดียวโนเน คือพระนิพพาน ที่เป็นความหนึ่งเดียว ไม่มีคู่เปรียบ

กลางทะเลขี้ผึ้ง หมายถึง ท่ามกลางสังสารวัฏซึ่งมีของคู่คละเคล้ากัน ดีกับชั่ว บุญกับบาป แต่นิพพานนั้นอยู่เหนือบุญ-บาป ดี-ชั่ว

ต้นมะพร้าวกลางทะเลขี้ผึ้ง เป็นความเปรียบว่า พระนิพพานนั้นอยู่ท่ามกลางวัฏสงสาร ความรู้แจ้งเห็นทุกข์ก็ต้องเกิดขึ้นตรงที่เกิดทุกข์ ความทุกข์เกิดที่ไหนความดับทุกข์ต้องเกิดในที่นั่น

ฝนตกไม่ต้องฟ้าร้องไม่ถึง หมายความว่า ไม่มีสิ่งใดมาแผ้วพานได้

ถึงได้แต่ผู้พ้นบุญ ก็คือเมื่อพ้นบาปก็ถึงบุญ เมื่อพ้นบุญก็ถึงนิพพาน


ท่านพุทธทาสให้สร้างสระนาฬิเกร์ไว้ในสวนโมกข์เพื่อเป็นอุปกรณ์ของมหรสพทางวิญญาณ ให้คนที่เห็นได้รู้สึกระลึกถึงธรรมะ และเป็นการระลึกถึงปัญญาคุณของคนรุ่นปู่ย่าตายายที่มีความเอาจริงเอาจังในการปฏิบัติธรรม จนถึงมีการเอาเรื่องพระนิพพานมาใส่ไว้ในเพลงกล่อมเด็ก


คัดลอกข้อความจาก http://angerlo-ash.spaces.live.com


วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2552

กลับบ้าน ครั้งที่ ๓

Start:     Sep 10, '09
End:     Sep 13, '09
Location:     สถานีรถไฟหัวลำโพง


ดีใจ จะได้นั่ง (นอน) รถไฟกลับบ้าน

วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สีของฟ้า II



๑๗.๓๕ น.





ท้องฟ้าของบางกอก


เสาร์ที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๒
บนรถเมล์ ปอ. ๔๔



วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ดอก (มะละกอ) ตัวผู้






เสาร์ที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๒

เมื่อคืนอัพรูปเต่า ทำเอาหลายคนสะเทือนใจ
วันนี้เปลี่ยนใหม่
มาดูดอกมะละกอตัวผู้กันดีกว่า

วันหนึ่งในหลายวันที่กลับบ้านเมื่ออาิทิตย์ที่ผ่านมา กำลังเคลิ้มๆ ฝันว่ามีแมวอ้วนทับอก
แม่ก็มาปลุก ถามว่าม้อยเคยเห็นดอกมะละกอไหม

(ทำไมจะไม่เคย)
แล้วดอกตัวผู้่ล่ะ?
(หือ? มีตัวผู้ตัวเมียด้วยหรอ)

แม่เลยพาไปอวด
หลังบ้าน ตรงที่รกๆ มีมะละกอต้นยังเล็ก สูงแค่สะโพก
กำลังออกดอกแปลกตา แม่บอกว่ามะละกอต้นนี้มีดอกตัวผู้ มันจะไม่สามารถติดลูกให้เรากินได้

แม่ว่า ตอนสาวๆ ชอบดอกมะละกอ(ตัวผู้)มาก
(แม่อิฉันเป็นสตรีที่เป็นสตรีมากๆ)
อยากได้...แต่ก็ไม่รู้จะทำไง

..ต้องรอจนแก่ มันถึงได้มาขึ้นที่หลังบ้านอย่างนี้




เพิ่มเติม: จริงๆ แล้วมะละกอแต่ละต้นอาจเป็นได้ทั้งดอกตัวเมีย ตัวผู้ แล้วก็ดอกกระเทย ไม่เชื่ออ่านนี่ดิ http://www.sema.go.th/files/Content/Technic/k4/0005/bot_04-2.html

วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เรดาร์แมว : ด้วยรัก จากลายจอมเลีย



สายๆ แมวชอบอาบแดด





ศุกร์ที่ ๘-อาทิตย์ที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๒

(อัลบั้มนี้ฝากหญิงใหญ่และเหมียวโค)

มีวันหยุด ๓ วัน เลยกลับบ้าน
ซึ่งกลับบ้านคราวนี้ไม่ได้ทำไรเลย นอกจากกินๆ นอนๆ
นังลาย แมวลายของแม่ก็เหมือนจะดีใจ ได้เข้ามาเคล้าๆ เคลียๆ เล่นด้วยตลอดเวลา

กลับบ้านคราวที่แล้วแค่เมื่อเดือนก่อน เดือนกว่าๆ นังลายดูเปลี่ยนไปเย้อะ
ที่ชัดเจนเลยคือ อ้วน อ้วนปั้กเชียคราวนี้ (ตอนมันนอนทับแล้วหลับไปรู้สึกเหมือนโดนผี(แมว)อำ) แล้วขนก็สวย ดูนิ่มลื่นเป็นมันขึ้นมาก

สงสัยจะกินดีอยู่ดีนะมัน

อ้อ แต่แม้มันจะมาออดอ้อนมากขึ้น อ้วนขึ้น และนิ่มขึ้น
แต่นังนี่มันยังชอบเลีย ทำความสะอาดให้อิฉันเหมือนเดิม
ที่เพิ่มมาคราวนี้คือ ชอบแทะกัดแขนอิฉันเล่น-แรงกว่าเดิม
แขนลาย(ตามแมว)ไปหมดแล้ว ตอนเนี้ย



ป.ล. ถ่ายรูปยากเป็นบ้าเลย แมวเนี่ย



วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

กลับบ้าน ครั้งที่ ๒

Start:     May 7, '09
End:     May 10, '09
Location:     สุราษฎร์ธานี

มีวันหยุดวิสาขะ
กลับบ้านดีกว่า

วันศุกร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2552

Masterpiece





เสาร์ที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๒

สถาปัตยกรรมชั้นยอดโดยสัตว์โลกขนาดเล็ก
พบในสวน
ข้างๆ แปลงถั่วพูฮะ

วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2552

โชคดี-มีไข่แดง 2 หน่วย



และดูอีโรติกมากมาย





วันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2552

กลับบ้านเมื่อไหร่เป็นได้ประกอบอาหารเช้ากินเองเสมอ
เพราะมื้อนี้แม่ไม่อยู่ ไปตลาด
คราวนี้พบว่ามีไข่ไก่สีอ่อนๆ อยู่ในตู้เย็นจำนวนหนึ่ง
ทราบความว่าเป็นไข่ไก่บ้านจากหลังสวน (อำเภอหนึ่งของชุมพร)
(ไก่บ้านในที่นี้หมายถึงไก่ที่เลี้ยงแบบปล่อย ให้เขาจิกหาข้าวเปลือก หนอน ลูกปาล์ม ดอกปาล์มที่มันร่วงอยู่ในสวนกินเอง-เป็นไข่ที่ดีนะ อิฉันว่า)

คุณว่าที่น้องสะใภ้เอามาฝากคุึณว่าที่แม่ ผ นั่นเอง

บุคคลที่สามอย่างอิฉันเลยพลอยมีลาภปาก

วันแรกกินไข่ดาวดับเบิล (กินลูกเดียวไม่พอ เลยตอกอีกลูกไ้ว้เคียงกัน มันจะได้มีเพื่อน)
ไข่น้องสะใภ้อร่อยจริง สดดึ๋งกว่าไข่ตลาดมากมาย แม้กลายเป็นไข่ดาวสุกๆ แล้ว (ชอบกินแบบนี้) เราก็ยังสัมผัสได้ว่าไข่แดงมันมีเนื้อมีหนัง ไม่ได้แห้งเหี่ยวเหมือนไข่ไก่ฟาร์มตามตลาด

วันต่อมาอยากลองไข่เจียว (ดีนะที่คิดจะกินไข่เจียว)
ตอกใส่ถ้วยปุ๊บ นึกว่าตัวเองเล่นกลได้
ก็ไข่้ใบนี้มีไข่แดงสองฟอง

ไข่แฝดน่ะเอง
ถ้าตอนนี้มี ผ แปลว่าอิฉันจะได้ลูกแฝดใช่ไหม?

วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2552

ปริศนา : สัตว์โลกดุ๊กดุ๋ย




อาทิตย์ที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๒

เปิดโอ่ง จะตักน้ำ ทำให้เจ้าดุ๊กดุ๋ยตกลงมาจากปากโอ่ง ๑ ตัว
ยังตีหน้าซื่อเกาะขอบอยู่อีกตัว

นี่มันอะไรกัน ทาก หรือหนอน หรืออะไรกันแน่
มันกินอะไรเป็นอาหาร
มีพิษป่าว หรือว่าแค่มันมาหาที่เย็นๆ อยู่

อย่างไรก็ตาม หลังถ่ายรูปจนพอใจ อิฉันก็แซะมันออกจากที่ที่มันพอใจ
เอาไปปล่อยไว้ในพงอีกพงนึง ห่างจากโอ่งพอประมาณ
ในวันต่อมาก็ไม่เห็นมันมาเกาะที่เดิมอีก




วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2552

(ต้น)ถั่วพูเป็นงี้เอง





เช้าอาทิตย์ที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๒

เย็นวานแม่เรียกไปช่วยเก็บถั่วพู แม่ปลูกอยู่นิดหน่อยไม่ได้ฉีดยา ปลูกเอาไว้กินเอง แล้วก็ขายนิดหน่อย พอขำๆ

ก็เพิ่งเห็นว่า(ต้น)ถั่วพูมันเป็นอย่างนี้เอง (เคยเห็นแต่ถั่วผักยาว) มีดอกคล้ายๆ อัญชัน เกือบทักแล้วเชียว

(ไม่งั้นมีหน้าแตก)
ได้ชมไปว่า ดีนะ ปลูกถั่วแล้วดินดี แม่ก็ยิ้ม แล้วก็ยุว่าให้ปลูกถั่วแขกดิ อร่อยนะ หากินยาก
แม่ก็ไม่ว่าไร สงสัยกลับมาคราวหน้าก็ได้กิน

ดีจัง
ดีจัง




วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

กลับบ้าน ครั้งที่ ๑

Start:     Apr 3, '09 5:00p
End:     Apr 6, '09
Location:     สุราษฎร์ธานี

กลับไปทำบุญวันเกิดใครบางคน