แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หมา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หมา แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ความสุขเช้าวันศุกร์




หมา ชื่อ แมว
ส่งความสุขให้ฉัน
ยามเราหยุดทักกันระหว่างทาง




วันจันทร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2554

โ ช ค ดี ที่เจอกัน



เท้าขวาดูบวมๆ เพราะว่ามันโดนยิิงหนังสติ๊กใส่มา

15-16 มกราคม 2554

กลับบ้านคราวนี้เจอหมาหน้าใหม่ เป็นตัวเมีย แม่บอกว่ามันเพิ่งมาอยู่ด้วย
ที่จริงเคยหลงมาก่อนหน้านี้แล้ว ตอนนั้นมีอาการขากระเผลก เหมือนถูกรถชนมา แม่ก็จับให้กินยา ให้อาหาร แล้วก็ให้นอนนอกบ้าน เพราะเกรงใจนัง(หมา)ดำลูกรัก
ปรากกฏว่าพอมันอาการดีขึ้นก็หายไป 3-4 วัน

กลับมาอีกทีในสภาพซมซาน คราวนี้เดินด้วยขาหน้าข้างที่เคยเจ็บ เพราะอีกข้างที่เคยดีนั้นเจ็บกว่ามาก มองดูดีๆ มันจะบุบๆ เบี้ยวๆ ด้วยซ้ำไป หน้าอกมีสะเก็ดเลือดกรัง ส่วนอาการที่หนักที่สุดคือปาก

ปากมันเบี้ยวเหมือนจระเข้ที่ฟันบนกับฟันล่างสบกันไม่สนิท มิหนำซ้ำ ฟันล่างและบนซีกซ้ายยังหักหายไปทั้งแถบ เหลือแค่โคนฟัน

แม่บอกว่าใหม่ๆ มันอ้าปากแทบไม่ได้ เลยจัดยาแก้อักเสบให้คลุกกับอาหารเม็ดของแมวที่มีอยู่แล้ว (คุณดำเธอกินข้าวคลุกกระดูก แต่นังนี่อ้าปากแทะกระดูกไม่ได้ก็กินอาหารแมวเม็ดไปละกัน)

ที่ฉันไปเห็นนี่มันกินยาแก้อักเสบกับข้าว 3 มื้อมาสัก 20 วันได้แล้ว แม่บอกว่าอาการดีขึ้นเยอะ เวลาแม่กลับบ้านจะกระโดดยืนด้วยสองขาหลัง หูลู่ หางแกว่ง ยอมให้แม่จับปากดูฟันได้ กับฉันมันก็ยังมาตีซี้ ส่ายหางงี้ดๆ ใส่ตั้งแต่แรกเห็น

เรื่องของหมาตัวนี้ ตอนแรกมองไกลๆ เห็นขาบุบบี้ของมันแล้วคิดว่ามันโดนรถชน แต่พอไปจับใต้คางมัน จับปากปลิ้นเห็นฟัน ฉันว่ามันโดนไม้ตีหน้ามามากกว่า แม่บอกได้ยินแว่วๆ ด้วยว่ามีคนเห็นมันถูกคนยิงหนังสติ๊กใส่ตีน

ไม่รู้มันไปขโมยอะไรเขา หรือไปทำอะไรให้เขารำคาญ
แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเหมาะแล้วหรือ ที่ต้องทำกับหมาโง่ๆ ตัวหนึ่งขนาดนี้

การที่มันมาอยู่กับเรา ฉันคิดว่ามันโชคดี
อย่างน้อยก็มียา มีอาหาร มีที่นอน แล้วก็มีคนที่เมตตามัน แถมเจ้ดำเค้าก็ไม่ได้เขม่นอะไรมากมาย

ก็เลยเรียกมันว่าเจ้า โชคดี เพราะเหตุนี้

วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2553

เรื่องหมาหมา : หมาวัดสวนดอก




เห็นน้องหมาตัวนี้หลับแล้วหลงเลย




ศุกร์ที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๒


ถึงเชียงใหม่แล้วก็ไปวัดสวนดอก
อากาศยามบ่ายร้อนระอุเหมือนความหนาวของตอนค่ำ ดึก และเช้าตรู่ ไม่มีอยู่จริง

หมามากมายในวัดพากันหลับใหล
พวกมันไม่แคร์รังสียูวีเอและยูวีบีในแสงแดด

สงสัยจะนอนแอาบแดด สะสมความร้อนไว้ในต่อสู้กับความหนาวเหน็บที่จะมาถึงในไม่ช้า



ป.ล. บางภาพอาจดูคุ้นตาใครบางคน เพราะได้จัดเป็นโปสการ์ดไปทักทายในวันปีใหม่กับคนใกล้ชิดให้ได้ขำขันรับศักราชใหม่เป็นที่เรียบร้อย

ถึงมือกันบ้างหรือยังไม่ค่อยแน่ใจแฮะ

วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เรื่องหมาหมา : ทำเป็นเหงา






นางนวลที่อ่าวไข่
มาชวนเล่นด้วย แต่คนไม่เล่นด้วย
มันเลยทำเป็นเหงา


วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เรื่องหมาหมา : นางนวลที่อ่าวไข่






เย็นวันอังคารที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๒


ฟ้ามีแดดอุ่น
ทะเลมีคลื่น
ลงไปเดินเล่นริมหาดอ่าวไข่
บ้านกร่ำ อำเภอแกลง ระยอง

เจอนางนวลเตร่มาทักทาย


วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เรื่องหมาหมา : อินเทรนด์






เห็นคนใส่ผ้าปิดปาก
หมาใส่มั่ง

แต่พิเศษกว่า
รุ่นนี้แลบลิ้นระบายความร้อนได้ด้วย

วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2552

เรื่องหมาหมา : ร้อนจนน้องหมาสลบ



เดี๋ยวฝนก็ตกแล้ว





เสาร์ที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๒


ยามบ่ายกลางหน้าร้อนอันแสนร้อน มีนัดกับหมอฟันมือเบา
จะเบี้ยวก็ไม่ได้ นัดคราวนี้ต้องรอหมอตั้งสองเดือน
ความร้อนเพิ่มความเครียด แต่ยังไงก็ต้องไป

เสร็จจากหมอ เดินตัวเบาเหมือนปลดเครียดทิ้งไป
เจอน้องหมานอนสลบไสลไม่สมประดีในท่าก้นนาบกระจก

โถ..สงสัยจะร้อนจนสลบ
แล้วที่ต้องเอาก้นนาบกระจกก็เพราะมันเย็นสบายก้นดีน่ะซี






วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2552

เรื่องหมาหมา : ใจละลาย



ผมหล่อใช่มั้ยล่ะ?




อาทิตย์ที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๒

ไปดูหนังที่ลิโด้
และตอนกำลังจะเดินข้ามฝั่งไปพารากอนนั้นเอง ที่....ได้สบตากับน้องหมาสุดหล่อตัวนี้

โอ้ยย....ทำไมไม่มั่วกอดมาสักทีนะเรา

วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

สมเกียรติซังกลับมาแล้ว!




พฤหัสบดีที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

หลังพบอาการพิกลเมื่อวันเสาร์
ก็เอาสมเกียรติซังไปหาหมอ (เข้าศูนย์บอรีการ) เมื่อวันอังคารที่ ๒๔
จริงๆ รับกลับได้ตั้งแต่ ๒๕ แต่ไปรัีบวันนี้
นิคส์ไทยแลนด์รายงานว่าทำำการเปลี่ยนเลนส์ชุดใหม่ให้
เนื่องว่าของเก่านั้นมันมีฝุ่น

ไฮโซเนอะ
ไม่แกะซ่อม แต่เปลี่ยนเลย

...สงสารโลก

รูปพวกนี้ลองทดสอบประสิทธิภาพของเลนส์ใหม่

ป.ล. ปัญหาคือ ไม่แน่ใจว่าควรคิิดว่ากล้องตัวนี้คือสมเกียรติซังหรือเปล่าอะสิ


ย้อนชมอาการป่วยของสมเกียรติซังได้ที่
http://mandymois.multiply.com/photos/album/485
และ
http://mandymois.multiply.com/photos/album/487

วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

เรื่องหมาหมา : เจอะก้านกล้วยที่แม่ริม




(สืบเนื่องจากอัลบั้มที่แล้ว)


"ก้านกล้วย" เป็นหมาโหลดเตี้ยของคุณพี่คนสวย คุณภรรยาของร้านกุ้ยช่ายพระเครื่องฮะ
ก่อนเดินถึงร้านนี้ แจ๋วเหลือบไปเห็นหมาน่อยสองตัวนอนเรี่ยราดอาบแดดลืมโลกแล้วก็แชะมาแล้ว
และได้มารู้ในภายหลังว่า เจ้านี่มีชื่อว่า "ก้านกล้วย"

ยังเด็ก ร่าเริง และแอ็คทีฟนะฮะ
เจ้าของบอกให้โชว์ก็โชว์
ทั้งเก่ง ทั้งฉลาดอย่างนี้
คาดว่าเพราะมันกินหนังกบทอดเป็นประจำนั่นเอง

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

เรื่องของม้าม่วง กะ ม้านาว





ส่วนหนึ่งในการ์ตูนของตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร
ที่ http://columbia.jp/comic/wisut/0022.html
น่ารักจัง ว่างๆ ก็คลิกไปอ่านกันดูนะ ตัวเอง

รักดอกจึงบอกไห่นะ

วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2552

เรื่องหมาหมา : น้องหมาในวันหนาว





เสาร์ที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๒

อากาศหนาว
ไปแพร่งภูธร กะไปช่วยเค้าจัดงานวันเด็ก
เจ้เจอน้องหมาสองตัวที่ร้านเสรีชน (ใช่มิพี่ป๊อก)
อยากถ่ายตัวขนยาวด้วย
แต่เจ้าตัวเล็กตาโตมันอยากรู้อยากเห็นมั่ก
เข้ามาบังเจ้าขนยาวตลอดเรย

จนในที่สุด เจ้ก็ไม่ได้เห็นหน้าเจ้าขนยาว

วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2552

ท้องฟ้าวันปีใหม่


เวลาสิบโมงเกือบครึ่ง
(มีนัดสิบโมงครึ่งฮะ -__-)

๑ มกราคม ๒๕๕๑
ตื่นสาย เพราะนอนดึก
เข้านอนหลังวันใหม่ นอนไปแป๊บเดียวได้อ่าน sms ข่าวน่าสะเทือนใจรับปีใหม่
จากนั้นก็เลยกระสับกระส่าย หลับๆ ตื่นๆ

แปลกเนอะ หลังคืนอันโหดร้าย จนไม่อยากจะยอมรับว่ามันเป็นความจริง
ท้องฟ้าในเช้าวันใหม่ของปีใหม่กลับสดใส แจ่มกระจ่าง
อากาศก็สดชื่น เย็นสบายเสียจนไม่น่าเชื่อว่าเราผ่านเมื่อคืนมาได้ยังไง

(เหมือนที่ผ่านมาเป็นแค่ฝัน)

สงสัยฟ้าอยากบอกเราว่า อย่าเศร้านาน
แล้วก็ห้ามชินกับความสุข และความทุึกข์
เพราะมันทั้งคู่ไม่มีอะไรอยู่กับเรานาน

วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2551

เรื่องหมาหมา : หนูอยากเป็นชูปเปอร์เกิร์ล





เสาร์ที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๑

เจอหมาหลับ
ท่าตลก
น่าเอ็นดูชะมัด
สงสัยมันฝันอยากเป็นชูปเปอร์เกิร์ล
เพราะถ้ามีจู๋
มันคงนอนท่านี้มิด้าย

...หุ หุ

วันพุธที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2551

เรื่องหมาหมา : คิดถึงพี่ท็อป





พี่ไทด์กะพี่ท็อปเป็นหมาสองพี่น้องของพี่พิม เจ้าของเชียงคานเกสต์เฮ้าส์
(หมาเป็นพี่ แมวเป็นน้อง)

สารภาพเลยว่าอิฉันหลงรักพี่ท็อปหมดใจตั้งแต่แกย้ายกายฟูๆ มาสถิตบนเสื่อที่คนปูไว้เตรียมใส่บาตร

ตอนนั้นเป็นเวลาเช้าตรู่ อากาศยังจัดว่าหนาว
ตัวฟูๆ สะอาดๆ ของพี่ท็อปจึงกลายเป็นที่พึ่งของคนไป

กอดแล้วอุ๊น-อุ่น
นุ๊ม-นุ่ม
แล้วก็ห้อม-หอม

ใส่บาตรเสร็จคนก็ล้อมวงกันยืนจกอาหารเช้า
พี่ไทด์(พี่ชายท้องเดียวกัน)กะพี่ท็อปก็มาวนเวียนรอกินด้วย

เห็นแววตาวิงวอนของทั้งสองแล้ว
ขำก็ขำ เอ็นดูก็เอ็นดูฮะ

..การจากเชียงคานมาโดยไม่ได้กอดอำลาพี่ท็อปอีกครั้งมันช่างคาใจจริงๆ นะเนี่ย