แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เชียงใหม่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เชียงใหม่ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ลาภปาก!


(ขอบคุณค่ะพี่บุ๋ม เพื่อนๆ ชอบมากเลย)



พฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม 2554

ได้รับของกินจากเชียงใหม่ตั้งแต่วันวาน
เปิดกล่องดู มีหมีพูห์อยู่ในนั้นด้วย!


ปล.ขอบคุณค่ะพี่บุ๋ม :)

วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

วันเสาร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2553

เปลือกหอยจากนางเงือก

Rating:★★★★
Category:Books
Genre: Childrens Books
Author:นางาซากิ เก็นโนะสุเกะ


เห็นมานานแล้ว แต่ก็ไม่ได้ซื้อ หรือหามาอ่านเสียที
ได้ไปช่วยเพื่อนท้องแก่จัดชั้นวางหนังสือ ก็เลยยืมเพื่อนกลับมาอ่านซะเลย

"เปลือกหอยจากนางเงือก" แปลโดย ผุสดี นาวาวิจิต จากต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นโดย นางาซากิ เก็นโนะสุเกะ

เป็นวรรณกรรมเยาวชนเล่มเล็กๆ ที่น่ารัก สะอาดสดใส คนเขียนเล่าเรื่องง่ายๆ จูงใจนักอ่านอายุน้อยด้วยเทพนิยายและจินตนาการ ใช้ตรรกะง่ายๆ เขียนอย่างง่ายๆ ไม่ใช้สำนวนซับซ้อน แล้วก็จบได้ใส๊-ใส ชนิดที่แม้เป็นคนอ่านเจริญวัยถึงขั้นเป็นแม่นักอ่านกลุ่มเป้าหมายได้แล้ว ก็ยังยิ้มได้อย่างชื่นใจ

เขาช่างเข้าใจวิธีปลูกฝังสิ่งดีงามในใจเด็กเหลือเกิน


ขอบใจเพื่อนเอ๋ที่ให้ยืมอ่าน
(นี่เค้าไปคลอดหรือยังนะ?)


บันทึก: กับหนังสือเล่มนี้ ไม่ยักนึกว่าเป็นหนังสือเลือกวัยคนอ่านแฮะ


ด้วยหัวใจทั้งเจ็ดดวง

Rating:★★★
Category:Books
Genre: Literature & Fiction
Author:พอล กาลลิโก แปลโดย ฤดูร้อน


ด้วยหัวใจทั้งเจ็ดดวง แปลโดย ฤดูร้อน จาก Love of Seven Dolls โดย พอล กาลลิโก ผู้เขียน Flowers for Mrs. Harris เป็นหนังสือที่เพื่อนชอบ เพื่อนว่าฉันก็น่าจะชอบ จึงให้ยืมมาอ่าน

ปรากฏว่าฉันก็ชอบนะ

แต่เรื่องบางเรื่อง ถ้าได้อ่านในวัยที่เหมาะสม เราถึงจะช้อบ-ชอบ ชอบๆๆๆๆๆ มากกว่าชอบธรรมดาแบบนี้ละมั้ง

ในแง่ของการใช้จินตนาการในการอ่าน จะบอกว่าหนังสือเล่มนี้เป็นวรรณกรรมเยาวชนก็ได้ แต่พูดได้ไม่เต็มปากหรอก อยากแนะนำว่าเป็นเรื่องเล่าของเด็กสาวน่าสงสารคนนึงที่เกือบกระโดดลงแม่น้ำแซนไปแล้ว เพราะไม่รู้สึกว่าได้รับความรักหรือการยอมรับจากใครเลย แต่ก็รอดชีวิตและได้รับการช่วยเหลือจากคนคนหนึ่ง ที่ได้มอบความรักและความอบอุ่นให้เธอโดยไม่รู้ตัว ผ่านตุ๊กตาหุ่นกระบอกทั้ง ๗ ตัว และเขาผู้นั้น โดยไม่รู้ตัวเช่นกัน ก็ได้รักเด็กสาวคนนี้ด้วยเช่นกัน

มันเป็นเรื่องอบอุ่นของคนเหงาจนหนาวสองคน ที่ได้มาเจอกัน มีตัวตนในสายตากันและกัน แล้วก็รักกัน ทำให้ตัวตนของอีกฝ่ายอิ่มเอิบ อบอุ่นขึ้น

หนังสือเล่มนี้ทำฉัน ในวัยที่รู้จักโลกเยอะพอควรแล้วระลึกขึ้นมาได้ว่า...คนเรามีชีวิตโดยขาดความรักไม่ได้จริงๆ

ความอบอุ่นจากความรักละลายน้ำแข็ง(กระด้าง)ในใจคนได้ และสามารถทำให้จิตใจคนอบอุ่นและอ่อนโยนขึ้น

...แต่ว่าความรักแบบนี้มันมีสำหรับเราจริงๆ หรอ?



วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2553

เรื่องหมาหมา : หมาวัดสวนดอก




เห็นน้องหมาตัวนี้หลับแล้วหลงเลย




ศุกร์ที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๒


ถึงเชียงใหม่แล้วก็ไปวัดสวนดอก
อากาศยามบ่ายร้อนระอุเหมือนความหนาวของตอนค่ำ ดึก และเช้าตรู่ ไม่มีอยู่จริง

หมามากมายในวัดพากันหลับใหล
พวกมันไม่แคร์รังสียูวีเอและยูวีบีในแสงแดด

สงสัยจะนอนแอาบแดด สะสมความร้อนไว้ในต่อสู้กับความหนาวเหน็บที่จะมาถึงในไม่ช้า



ป.ล. บางภาพอาจดูคุ้นตาใครบางคน เพราะได้จัดเป็นโปสการ์ดไปทักทายในวันปีใหม่กับคนใกล้ชิดให้ได้ขำขันรับศักราชใหม่เป็นที่เรียบร้อย

ถึงมือกันบ้างหรือยังไม่ค่อยแน่ใจแฮะ

วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2553

เมนูปรารถนา

Rating:★★★★
Category:Books
Genre: Biographies & Memoirs
Author:ฮิมิโตะ ณ เกียวโต


ไม่ใช่แค่ภาพถ่าย เพลง หรือหนัง ที่ทำให้เราคิดถึงคนบางคน เวลาบางเวลา
..อาหารก็ด้วย

หนังสือเล่มนี้บ่งบอกถึงอีกเสน่ห์หนึ่งของผู้หญิงปากจัดคนนี้ เสน่ห์ที่รู้จักใช้ความอ่อนไหวของตัวเองเขย่า้คนอ่านให้อ่อนไหวตามไปได้้ใหญ่โต

"เมนูปรารถนา" ไม่ใช่เรื่องเล่าอ่านสบายๆ ฮาๆ เหมือน "ครัวหรรษา จากปลาร้าถึงวาซาบิ" ที่ฉันเพิ่งเขียนถึงไป แต่เป็นการเล่าเรื่องเข้มข้น เจาะลึก เล่าถึงความรู้สึกที่เธอระลึกได้จากกลิ่น หน้าตา และรสชาติของอาหารสักจาน

คนทุกคนมีความทรงจำแบบเดียวกับเธอ เรามีเมนูโปรดของเรากับอดีตคนรัก มีขนมที่ชอบเหมือนเพื่อนมัธยม มีอาหารปลอบใจตอนเศร้า มีอะไรที่ต้องกินตอนเครียด รวมทั้งบางช่วงของเดือน

เราจึงดื่มด่ำไปกับความทรงจำผ่านอาหารของฮิมิโตะฯ แล้วก็พลอยหวิวไหว ตัวเบาไปกับฉากอีโรติก ที่บางเมนูเธอก็ปรุงประณีต จนหอมหวน นวลเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน บางเมนูก็คลุกเคล้าให้เข้ากันแค่พอหยาบๆ เปิดโอกาสให้ปากให้ลิ้นได้สัมผัสกับ Texture และความสดฉ่ำจากความสดของวัตถุดิบ

เพียงแต่ว่า อีโรติกติดๆ กันหลายตอน มันจะเลี่ยนเอา เท่านั้นเอง




หมายเหตุ:
-ขอบคุณเอ็มโม่มากเลย เขาเป็นคนที่เขียนถึงปลาดิบ เนื้อดิบ และไข่ปลาได้ชนิดที่ทำให้น้ำลายกระฉูดจนแทบจะไหลออกมาจากมุมปากจริงๆ
-ฉบับที่โม่ส่งมา สำนักพิมพ์ freeform ทำได้สวยนะ จัดแบบนี้อ่านง่ายแล้วก็น่าอ่าน แต่ ฉันว่า่ ปกก็ยังไม่สวยอยู่ดี (ฮา)
-ฮิมิโตะฯ มีชีวิตวัยเด็กที่น่าอิจฉามาก เธอเป็นคนสันทราย เติบโตในครัวของยายและแม่ จึงเชี่ยวชาญทั้งการบริโภคและการปรุงอาหารเมืองแบบ born to be
-ส่วนฉัน แค่ต้มไข่ให้ได้ความแข็งอย่างที่อยากได้ หรือหุงข้าว(หม้อไฟฟ้า)ไม่ให้แฉะยังต้องลุ้นเลย
-สวนของตาก็เป็นอีกอย่างที่น่าอิจฉา สวนของตาเต็มไปด้วยผักหญ้า ฉันอยากมีสวนอย่างนั้น และอยากจะรู้จักการนำผักหญ้าในสวนมากิน มาปรุงอาหารอย่างนั้นบ้างในสักวันหนึ่ง

วันเสาร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2553

คิดถึงเชียงใหม่





มกราคม ๒๕๕๓

กลับจากเชียงใหม่ได้ ๒ อาทิตย์
ชักคิดถึงสตรอเบอรี่คลุกพริกกะเกลือ



วันอังคารที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2552

มันนานมาแล้ว






...ที่คุณผู้ชายเขาเริ่มมีความสนิทสนมกัน








(ภาพจากฝาผนังในพระวิหารลายคำ วัดพระสิงห์ เชียงใหม่ หมือนอัลบั้มก่อนหน้านี้)


วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552

กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว





ภาพชีวิตที่ถูกบันทึกไว้บนฝาผนังพระวิหารลายคำ
วัดพระสิงห์ เชียงใหม่

บุญมีแต่กรรมบัง



งามจับตา





22 ธันวาคม 2552

เหมือนๆ ว่าบุญจะมี แต่กรรมมันบัง
เคยอาศัยเชียงใหม่เป็นบ้านเป็นอู่เป็นสิบปี
จนย้ายจากไปจะครบยี่สิบปีแล้ว กลับมาแอ่วบ้านเพื่อน (เรียกอย่างนี้ถูกต้องมากกว่า "มาเที่ยวเชียงใหม่) ในปีนี้ กรรมที่บังตาอยู่เหมือนจะจางไป เลยได้ก้าวเข้าวัดพระสิงห์เป็นครั้งแรกในชีวิต

สายวันอังคารธรรมดาๆ นั้่น แดดอุ่นของฤดูหนาว จับอยู่ที่วิหารลายคำหลังน้อย
ที่นี่ช่างเป็นสถานที่ที่งดงาม
สมกับถูกสร้างโดยศรัทธาของสล่าผู้ช่างชาญฉลาด ประณีตในการตกแต่งภายใน เพียรพยายามในการวาดเรื่องเขียนลาย บันทึกวันเวลาบางเสี้ยวลงไปบนฝาผนัง

ยังมีสิ่งหนึ่งที่จับตาฉัน คืออัจฉริยภาพในการออกแบบแสง

พระพุทธสิหิงค์งามจับตา

ได้กราบแล้วมีความรู้สึกว่ามีผู้คุ้มครอง

ออกจากวิหารลายคำเลยกล้าโทรไปคุยธุระสำคัญที่จดๆ จ้องๆ มานาน
ว่าจะโทรดีไม่โทรดี
โทรเมื่อไหร่ดี แล้วพูดยังไงถึงจะดี
พูดยังไงให้จบดีๆ




กราบพระพุทธสิหิงค์แล้วกล้าหาญอย่างนั้นกระมัง

วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ข้าวซอยเสมอใจ-ชวนใจเต้น





วันอังคารที่ 22 ธันวาคม 2552

วันสุดท้ายในเชียงใหม่

เนื่องจากยังไม่ได้กินข้าวซอย เพื่อนๆ จึงพาไปกินข้าวซอยเจ้าดังที่อยู่ไกลถึงวัดฟ้าฮ่าม
จาก มช. ต้องวิ่งซูเปอร์ ข้ามแม่น้ำปิงไปโน่น

ร้านนี้คงดังจริง คนเยอะม้ากกกกกกกกกก
มากจนเขาต้องขายคูปอง แล้วเราก็ต้องไปเข้าคิวสั่งอาหารที่ต้องการเอง
คนก็เยอะจนเบียดเสียด เข้าไปแล้วก็ต้องรีบหาโต๊ะเหมือนตอนลงไปกินข้าวเที่ยงตอนเที่ยงเป๊ะยังไงยังงั้น พอเจอโต๊ะแล้วก็ต้องให้เพื่อนนั่งจองคนนึง ที่เหลือออกไปซื้อของกินมา

แบ่งหน้าที่กันทำ ไม่งั้นจะไม่ได้กินเสียที

ก็ตื่นเต้นดี สนุกดี (นักท่องเที่ยวจะสนุกไหม) แอบเครียดเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าจะมาเจอแบบนี้ (แบบว่ากะมาวีนเด็กเสิร์ฟเต็มที่)

รสชาติข้าวซอยเขาก็โอเค เลี่ยนน้อยกว่าข้าวซอยอิสลามเจ้าดังที่มากินคราวก่อน (แต่ผักกาดดองไม่อร่อยเท่าเจ้านั้นนะ) แต่ถ้ากินช้าเกินไปมันจะเค็มนิดๆ

ยังสงสัยว่า ถ้ามีเวลานั่งดีๆ สั่งดีๆ กินดีๆ ได้กินทันทีที่มันมาเสิร์ฟ
ข้าวซอยร้านนี้จะอร่อยกว่านี้ไหม

ป.ล. น้ำส้มสายน้ำผึ้งคั้นสด (ขวดละ 10 บาท) แช่เย็นจัด ที่ขายอยู่หน้าร้านอร่อยมาก


วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2552

กุ้งเหลือทำอารายดี




มาม่ากุ้งแม่น้ำสำหรับคนโสด
(เลยต้องกินกุ้ง 2 ตัว)




สายๆ วันอาทิตย์ที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๒


ออกแรงเยอะทั้งคุณแม่และผู้ช่วยคุณแม่ จึงเกิดความหิวอย่างมหาศาล
อะไรจะดีไปกว่าต้มมาม่าใส่กุ้งแม่น้ำที่เหลือตกค้างจากปาร์ตี้ย่างกุ้ง รับขวัญตั้งแต่คืนแรกที่ฉันมาถึงเชียงใหม่

Mike's : คนเชียงใหม่ลองหรือยัง






Mike's เบอร์เกอร์บนถนนนิมมาน
ไม่ได้ตั้งใจจะแวะ แต่จะไปหาน้าชาน้าต้นกะแพตตี้ที่ร้านกู เลยแวะจอดรถในซอยนี้
แล้วลุงสอโทรมาบอกบุตรสาวว่าอยากกินเบอร์เกอร์พอดี

ไม่ได้ชิม ไม่รู้อร่อยไหม
ใครชิมแล้วบอกหน่อยสิ

วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เรดาร์แมว : แมวตัวเดียวในเชียงใหม่




พอกดชัตเตอร์เสร็จ มันก็วิ่งจู้ด




อังคารที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๒

มาเชียงใหม่ตั้งหลายวัน เจอแมวตัวเดียว คือตัวนี้
ที่ชั้น ๓ ตึกที่อุ๊แอ น้องสาวเอ๋ทำงาน
(เรียกว่าไรหว่า)

มันเป็นแมวตัวผู้ ที่เปรียว แล้วก็ไม่คุ้นคน

วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สีป่าหน้าแล้ง




ธันวาคม 2552

มาเชียงใหม่เป็นครั้งที่สองของปี

หน้าหนาว ป่าแถบภาคเหนือจะเปลี่ยนสีสัน
ใบไม้ที่เคยแข่งกันเขียวชื่นตาในเฉดต่างๆ จะพากันคายน้ำ แห้งเหี่ยว
สุดท้ายก็ทิ้งตัวลงจากก้านกิ่ง

ต้นไม่ลดการคายน้ำในหน้าแล้ง
คนเราเมื่อร้องให้พอแล้วก็ควรรู้จักประหยัดน้ำตาไว้บ้าง

วันรุ่งขึ้นตาจะได้ไม่แห้งจนทำให้เจ้าตัวเจ็บ

วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552

Nasi Jumpru : ของเขาดีจริง



ปอเปี๊ยะแฮมชีส

ช้อบชอบ
หอมทั้งแฮมทั้งชีส



อาทิตย์ที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๓

มีนัดไปเจอกับรุ่นพี่ที่บิ๊กซีหางดง (ที่เดียวกับที่ไปกินเคเอฟซีก่อนไปเยี่ยมแตงเมื่อวันวาน)
เจอรุ่นพี่แล้วก็พากันไปหาตุ๊ลุงที่วัดวัวลาย
ไปโรงพยาบาลหางดง แล้วก็หาข้าวกินกัน

จดที่อยู่ร้าน นาซิ จำปู๋ ที่อุ๊เคยแนะนำไว้ในบล็อกมา
เอ๋บอก สบาย หาไม่ยาก

ร้านนี้หาไม่ยากจริงๆ ถ้ามาจากในเวียง วิ่งเส้นเชียงใหม่-พร้าวที่จะไป ม.แม่โจ้
จะผ่านตลาดรวมโชค (มีริมปิงบิ๊กเบิ้มมาก) ทางซ้ายมือ จากตลาดรวมโชคนี้ ให้ไปกลับรถที่ยูเทิร์นที่สอง แล้วก็สังเกตซ้ายมือเอาไว้

นาซิ จำปู๋๋ จะเป็นร้านที่เดิ้นๆ เก๋ๆ ตั้งอยู่โดดเด่นในย่านนั้น
ร้านเขาแต่งสวยแบบตั้งใจแต่งให้สวย
แต่สวยแบบไม่มาก ไม่น้อย

ราคาก็ไม่น้อยหรอก สมกับรสชาติของเขาน่ะ

ไปกินกันสักสี่คนกำลังดีนะ ได้ชิมหลายๆ เมนู ในราคาที่หารแล้วไม่แพงเกินไป



สอบถามเส้นทางและรายละเอียดอื่น โทร. 053 345362
nasijumpru@hotmail.com

...อรุณสวัสดิ์






ศุกร์ที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๒


สีสันของเช้าวันนั้นทำให้อยากกล่าวอรุณสวัสดิ์กับใครบางคน
ที่ไม่ได้มาด้วยกัน

เรื่องแม่-แม่




ประสบการณ์ของผู้โดยสารนั้นยากจะแบ่่งปัน



ธันวาคม ๒๕๕๒

มาเชียงใหม่คราวนี้เหมือนว่าจะมาเที่ยว
แต่ไปๆ มาๆ เหมือนว่าทริปนี้้ของคนเกลียดเด็กอย่างฉัน กลายเป็นทริปตามติดชีวิตแม่ และ(ว่าที่)แม่ไปซะงั้น



วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ปาร์ตี้รียูเนี่ยน กับเนียน๑ และเนียน๒



มาถึงก็โซ้ย

กุ้งแม่น้ำ ๓.๕ กก.
ปลาหมึก ๑ กก.
หอยแครง ๒ กก.
เบคอนประมาณ ๑ กก. ไม่รวมหมูสามชั้นแล่บาง (ทำเนียนว่าเป็นเบคอน)

กินไปได้สักครึ่งนึงเองง่า

เอ๋เก็บค่าเสียหายแค่คนละ ๒๐๐ บาทเองง่า (เดี๋ยวพรุ่งนี้ให้รุ่นพี่เลี้ยงข้าวละกันนะแกร)





ศุกร์ที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๒

เดินทางมาถึงเชียงใหม่เป็นครั้งแรกในรอบปี
เพื่อนสาธิตที่รู้กันมา....(กี่ปีแล้ววะ?) เลยจัดปาร์ตี้กุ้งย่างเป็นการรับขวัญ

ไม่คิดว่าจะมีแขกมา surprise ตอนดึกๆ ด้วย

ป.ล. เราไม่เม้าธ์กันในนี้นะ โอเคมะ?


หนาวฝน




บางคนทั้งหนาว และเหงา




คืนวันเสาร์ที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๒

ฝนหน้าหนาวตกระหว่างทางไปแม่ริม เชียงใหม่
บางคนเปรยว่า พรุ่งนี้จะหนาวขึ้น

ฉันว่าฉันเริ่มหนาวตั้งแต่เห็นละอองฝนแล้ว