แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ sempai แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ sempai แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2553

หมาน่อย : หลับแล้วก็หมดฤทธิ์




ตอนมันเป็นไข้จมูกแดงแป้ดเลย



อังคารที่ 6 เมษายน 2553

หลังจากพาหมาน่อยไปรับวัคซีนเข็มแรก มันก็จ๋อยไปนิดนึงแต่แล้วพอหายอึ้งก็กลับมาซ่าใหม่
แต่ลูกแมวก็คือลูกแมว ออกฤทธิ์ได้แป๊บเดียวก็หลับป๊อก

ตกเป็นเหยื่อของแมวคราวไป

วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2553

ท ะ เ ล ที่ รั ก : แม่ค้าหน้าเป็น



เล่นกับเด็กต้องมีจินตนาการพริ้งพรายหน่อย ถึงจะสนุกนะคะ





จันทร์ที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๓

ตอนนี้ทะเลเค้าฮิตเล่นเปิดร้าน
ตอนม้าน้อยมาถึง กำลังเปิดธนาคาร แต่พอได้ของเล่นชุดใหม่จากน้าแมว เธอก็เปิดร้านใหม่ เก็บธนาคารไว้ก่อน

ม้าน้อยไปหาทะเลวันอาทิตย์ที่ ๒๘ มีนาคม ไปถึงก่อน แล้วน้าแมวก็ตามมา (ทันเวลากินเชียว) ก่อนมา น้าแมวสั่งให้ม้าน้อยเอาของเล่นที่ซื้อจากตลาดท่าน้ำนนท์ในวันก่อนหน้านั้นไปด้วย
เพราะถ้าให้น้าแมวเอาไปเอง มีสิทธิ์ลืม

ไม่ได้โม้นะ แต่ม้าน้อยแนะนำให้น้าแมวซื้อของเล่นพวกนี้มาฝากเลเองแหละ
คิดว่าเลต้องชอบมากๆ ปรากฏว่าทะเลชอบมากๆ จริงๆ

น้าแมวเค้าเลยได้หน้าไปกระบุงโกย

วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

อาหารแมว : แซนด์วิชบ้านทะเล




แบรนด์แอมบาสซาเดอร์เกือบอดใจโพสท่าไม่ไหว

เพราะว่าเธอเห็นแซนด์วิชแล้วอยากกินมากกกกก



อาทิตย์ที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

ก่อนม้าน้อยจะค้างคืนที่บ้านทะเล น้าแมวเดินทางมากินข้าวเย็นบ้านทะเลด้วยกัน แล้วพากันไปเวียนเทียนวันมาฆะ ที่วัดราชสิทธิ
น้าแมวลากลับบ้านอันไกลโพ้นไปตอนสามทุ่ม

วันรุ่งขึ้นม้าน้อยตื่นมาเล่นกะเล กินข้าวเช้าอิ่ม และเล่นกะเลอีกรอบแล้วจะลากลับไปทำงานฝิ่น พร้อมเป้ใบใหญ่ที่มายืมแม่แอน
แม่แอนใจดี รู้ว่าม้าน้อยจะแวะมาหาแมวก่อนไปซื้อหนังสือทำงาน ก็เข้าครัวไปทำแซนด์วิชชิ้นใหญ่เป้งฝากมา ๑ ชิ้น

ก่อนออกจากบ้าน ม้าน้อยแบ่งแซนด์วิชอีกชิ้นกินกับเลเป็นที่หนุกหนาน
บ้านทะเลเนี่ย ถ้าอยู่นาน สงสัยจะอ้วนนนนนนนน กว่านี้แน่นอน

วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2553

วันนี้เป็นวันประเมินผ่าน-ไม่ผ่านโปร





รู้จักกันมาครบ 4 เดือนวันนี้แล้วแก

เย็นนี้เค้าตะแง้วๆ ชวนไปกินข้าวด้วยกันด้วยอะ
เค้าจะบอกอะไรชั้นหรือป่าว


แบบว่า

..ม้าน้อย ขอบคุณนะที่ตลอด 4 เดือนที่ผ่านมาไปเที่ยวกับพี่ กินข้าวกับพี่ จูบกับพี่
ต่อแต่นี้ขอให้เราเป็นเพื่อนที่ดีกันตลอดไปนะครับ


.....

วันดีดี..คิดจะพาคนเกิดปีเสือไปไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ



จับเรือไปลงท่าสะพานพุทธ

แล้วเดินไปลงเรือข้ามฟากที่ท่าเรือปากคลองตลาด ที่ตั้งอยู่ระหว่างปากคลองตลาดกับโรงเรียนราชินีล่าง




วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2553

ยังไม่พ้นต้นปี
เลยยังคงชวนกันไปไหว้พระเป็นสิริมงคลแก่ตัว

จริงๆ แล้วเป้าหมายอยู่ที่ศาลเจ้าพ่อเสือ ก็เพื่อนเกิดปีเสือ ปีชงกับปีเสือพอดี

แต่เนื่องจากผ่านวัดกัลยาณมิตรฯ บ๊อยบ่อย โดยเฉพาะเวลานั่งเรือ มองเห็นแต่ไกลรู้สึกว่าวัดนี้สวยแปลกๆ ดี วันอาทิตย์เพื่อนว่าง เลยชวนไปไหว้หลวงพ่อโตก่อน แล้วค่อยข้ามฟากไปวัดโพธิ์ (ฉันยังไม่เคยไป) แล้วไปวัดพระแก้ว (เพื่อนอยากไป-เสมอ) แล้วค่อยเดินต่อไปศาลเจ้าพ่อเสือ

ปรากฏว่าผิดแผนไปหน่อย แต่สนุกดี อากาศก็ดี
ถ่ายรูปออกมาสวยเชียว
(รูปคนนะ-อิอิ)


หมายเหตุ:
-ข้อมูลวัดกัลยาณจากหน้านี้ http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3
-ข้อมูลวัดระฆังจากหน้านี้จ่ะ http://guru.sanook.com/enc_preview.php?id=2795&title=%CB%CD%BE%C3%D0%E4%B5%C3%BB%D4%AE%A1%A2%CD%A7%C7%D1%B4%C3%D0%A6%D1%A7%E2%A6%CA%D4%B5%D2%C3%D2%C1_%C7%C3%C1%CB%D2%C7%D4%CB%D2%C3

วันเสาร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2553

ครั้งแรกของปี




แต่ไปวัดพระแก้วก่อน

วันนี้คนเยอะมากๆ ทั้งไทยและฝรั่ง




๒ มกราคม ๒๕๕๓


อัลบั้มสะเปะสะปะ
เล่าถึงการออกจากบ้านเป็นครั้งแรกของปี


วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2552

โดมเคียงเดือน






พุธที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๒



เย็นวันที่ท้องฟ้าฝั่งวังหลังสีจ้าจับใจ
เราได้กลับไปในสถานที่ที่คุ้นเคย
พร้อมกับคนที่ค่อยๆ คุ้นกันมากขึ้นทุกวัน



วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552

Nasi Jumpru : ของเขาดีจริง



ปอเปี๊ยะแฮมชีส

ช้อบชอบ
หอมทั้งแฮมทั้งชีส



อาทิตย์ที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๓

มีนัดไปเจอกับรุ่นพี่ที่บิ๊กซีหางดง (ที่เดียวกับที่ไปกินเคเอฟซีก่อนไปเยี่ยมแตงเมื่อวันวาน)
เจอรุ่นพี่แล้วก็พากันไปหาตุ๊ลุงที่วัดวัวลาย
ไปโรงพยาบาลหางดง แล้วก็หาข้าวกินกัน

จดที่อยู่ร้าน นาซิ จำปู๋ ที่อุ๊เคยแนะนำไว้ในบล็อกมา
เอ๋บอก สบาย หาไม่ยาก

ร้านนี้หาไม่ยากจริงๆ ถ้ามาจากในเวียง วิ่งเส้นเชียงใหม่-พร้าวที่จะไป ม.แม่โจ้
จะผ่านตลาดรวมโชค (มีริมปิงบิ๊กเบิ้มมาก) ทางซ้ายมือ จากตลาดรวมโชคนี้ ให้ไปกลับรถที่ยูเทิร์นที่สอง แล้วก็สังเกตซ้ายมือเอาไว้

นาซิ จำปู๋๋ จะเป็นร้านที่เดิ้นๆ เก๋ๆ ตั้งอยู่โดดเด่นในย่านนั้น
ร้านเขาแต่งสวยแบบตั้งใจแต่งให้สวย
แต่สวยแบบไม่มาก ไม่น้อย

ราคาก็ไม่น้อยหรอก สมกับรสชาติของเขาน่ะ

ไปกินกันสักสี่คนกำลังดีนะ ได้ชิมหลายๆ เมนู ในราคาที่หารแล้วไม่แพงเกินไป



สอบถามเส้นทางและรายละเอียดอื่น โทร. 053 345362
nasijumpru@hotmail.com

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

วันดีดีที่บางกอก




แค่เปิดตามองอะนะ


วันอาทิตย์ที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

วันอาิทิตย์อากาศดี (ที่จริงต้องเรียกว่าหนาว)
ฉันมีนัดกับเพื่อน วันนี้เราไปเดินเล่นที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าฯ กัน

ตอนแรกท้องฟ้าหม่นมัว ลมหนาวพัดอยู่ตึงๆ ชวนให้ขดตัวกลม หลับฝันหวาน
แต่ทำไงได้ สวนนี้เขาไม่ให้นอน
เราเลยเดินเล่นไปเรื่อยๆ พักใต้หางนกยูงที่ยังไม่ได้เวลาออกดอกบ้าง
ใต้ซุ้มไม้ใบอ่อนบ้าง

แล้วก็ไปหยุดที่สวนกล้วย
ดีใจจัง ตอนนี้สวนสมเด็จพระนางเจ้าฯ รวบรวมกล้วยสวยๆ ไว้เยอะแยะเลย

ตอนนี้กำลังออกปลีมีเครือกันให้วุ่นวาย
ตกเย็นแดดออก อากาศก็หนาว
สำหรับฉัน วันนี้ต้องจัดเป็นวันที่ดีที่สุดวันนึงของปีในบางกอกเลยล่ะ


ป.ล. ไม่รู้บรรยากาศจะดีอย่างนี้ไปอีกกี่วันนะ

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

รูปที่เพื่อนถ่ายให้#2







ฉันเคยแต่กับการถ่ายรูปให้คนอื่น
ไม่ค่อยชินกับการมีคนถ่ายรูปให้เท่าไหร่

รูปแรกๆ หน้ายังมึน
แต่เอาเป็นว่า ต่อไปจะทำตัวให้ชินกับการโพส

แล้วจะยิ้มให้หวานที่สุดเลย

คอยดู







หมายเหตุ: เสาร์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
หอศิลป์กรุงเทพ

วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ดอลลาร์จัง หลังพายุฝน



ใต้ตาเธอมีคราบ เหมือนคราบน้ำตา
แต่ใต้ขาเธอมีหยดน้ำเกาะพราว

เซ็กซี่ อีโรติกสุดๆ ไปเลยนะ โลเล



เสาร์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๒


หน้าหนาว แต่อากาศร้อนอบอ้าวมาหลายวัน
แล้วฝนก็ถล่มลงมาบ่ายวันนี้

ฟ้าร้องครืนครืนตอนเราดู Kafoo
ข้างนอกฝนตก แต่ข้างในไม่หนาว

ออกจากลิโด้ ก็เดินไปหาดอลลาร์


"Hajimemashite -ยินดีที่ได้พบกันนะ ดอลลาร์จัง"

ฝนตกเมื่อกี๊ทำเธอหนาวไหม?

วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

คำถามที่มีคำตอบ






คำถาม : ดูเหมือนพวกผู้ชายชอบความท้าทาย

ถ้าวันนึงหมดความท้าทาย
เรื่องมันจะเป็นไงนะ?



คำตอบ : พี่ว่าผู้ชายก็เหมือนผู้หญิง คือคนเหมือนกัน
 
ทุกคนมีวันหมดความท้าทาย หรือเบื่อ ซึ่งถึงวันนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับความผูกพัน การควบคุมตัวเอง (หิริโอตัปปะ) เพื่อที่จะทำให้เรารักษาความรู้สึกที่ดี (ที่ไม่ใช่ความหวือหวา) ต่อกันได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้แต่เราไม่ทำผิดต่อกัน เราก็จะจากกันด้วยความรู้สึกที่ดี ที่ยังมีมิตรภาพที่ไม่จางจากไป
 
ทุกสิ่งทุกอย่างจะเปลี่ยนไป...แต่จะเปลี่ยนอย่างไรขึ้นอยู่กับ (ความดีของ) เรา
 
เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าคิด แต่ไม่ใช่คิดเพื่อทำให้วันนี้เราไม่มีความสุข เพียงต้องคิดว่าทำอย่างไรให้ดีที่สุดระหว่างเรา (คำว่าดีที่สุด อาจรวมถึงความถูกต้องด้วย)



วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2552

บ่ายนี้ไม่มีเธอ



รู้สึกสงบ
แต่เหมือนขาดอะไรบางอย่าง





จันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2552



เดิมที ฉันไม่เชื่อง
ไม่ชินกับการมีใครเอาใจใส่
ไม่ค่อยมีใครโทรหา
และที่จริง ถ้าฉันไม่ได้อยากคุยด้วย ฉันไม่รับโทรศัพท์ด้วยซ้ำ

แต่เธอมาทำให้ฉันเชื่อง
ชินกับการมีคนโทรหา ถามเรื่องไม่เป็นเรื่อง
ชวนคุยจนมันกลายเป็นเรื่อง
เรื่องราวดีๆ ในความรู้สึก

่แล้วเธอก็มาหายไปในบ่ายนี้
ฉันควรจะไม่รู้สึกอะไร
แต่อดไม่ได้ที่จะรู้สึก

อืมม์..วันนี้เธอคงไม่เหงาสินะ








หมายเหตุ: บ่ายวันนี้ บันทึกที่ Blooming Season
ซอยสมาคมชาวปักษ์ใต้ ถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก และพุทธมณฑลสาย 2 (เข้าได้ทั้งสองซอย)
โทร. 0 2448 3385


วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2552

รูปคู่และรูปไม่คู่




เพื่อนม้อยมันตั้งข้อสังเกตว่าม้อยชอบถ่ายรูปตัวเองในกระจก
พอถ่ายรูปแบบนี้มาทีไรมันเลยเรียกว่า รูป signature




อัพไว้ให้รุ่นพี่ดู
>o<

รูปคู่รูปแรก






ได้รูป signature ซะด้วย

อิอิ

วันอาทิตย์-ฟ้าใส-ไปกินอาหารแขก



เผ็ดๆ ลื่นๆ เม็ดกระเจี๊ยบ เค็มหน่อยๆ อร่อยดี เพิ่งเคยกิน


อาทิตย์ที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๒

เมื่อวานมีชุมนุม ฝนเลยตก เมื่อคืนก็ยังตก ยังคิดว่าแล้วฟ้าวันนี้ (ซึ่งมีนัด) จะเป็นยังไง
ปรากฏว่าเช้านี้แจ่มดี (แม้ย่างเข้าบ่ายคล้อยแล้วฝนก็จะตกลงมาอีก)

นั่งบีทีเอสไปลงสะพานตากสินแล้วขึ้นเรือด่วนมาที่ท่าสะพานพุทธ
จุดหมายอยู่ที่พาหุรัด (ที่ที่มีส่าหรี) และ Royal India
ร้านอาหารอินเดียที่ฉันเหมือนจะคุ้นชื่อ แต่ยังไม่เคยมาเสียที

ที่นี่มีไก่ติ๊กก้าซะด้วย เลยหักคอคุณเจ้ามือที่กำลังจะสั่งไก่่ย่างทันดูรีเสียเลย
กระเจี๊ยบผัดเขาแปลกดี นานกระเทียมอร่อยเหมือนขนมผังกระเทียม+ชีส แต่แป้งล้ำเลิศกว่ามาก แกงถั่วดำก็ดี อาจาดไม่ได้ชิม

แลสซี่มะม่วง (เชื่อว่าเป็นอกร่อง) อร่อยมาก

เสียดายไม่ได้ลองชิมขนมหลากหลายที่วางอยู่ในตู้หน้าร้าน

ไม่รู้ว่าค่าเสียหายทั้งหมดเป็นเงินเท่าไหร่
(คิดว่าคงจะหลายอยู่)
(จึงขอขอบคุณเจ้ามือมา ณ ที่นี้)




วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2552

Good Bye Lenin : บ๊าย-บายเลนิน แล้วก้าวไปให้ทันโลก

Rating:★★★★★
Category:Movies
Genre: Drama


ได้ดูหนังเรื่องนี้กับป้าอ้อยเมื่อตอนมันเข้าโรงที่ลิโด้ แต่ว่าเราไปดูกันตั้งแต่ปี 2003 เลยหรอป้า? (นานจังเนอะ) แต่ได้ดูอีกครั้งในเร็วๆ นี้ ด้วยมีสปอนเซอร์นำเสนอ ซึ่งมีหรือ ที่ฉันจะปฏิเสธ

ตอนที่ได้ดูหนังใหญ่จำได้ว่า รู้สึกแล้วว่าเป็นหนังที่นำเสนอได้เจ๋ง เล่าเรื่องละเอียดอ่อนเปราะบางในความรู้สึกคนรุ่นก่อนให้คนรุ่นหลังเข้าใจดียังไม่พอ ยังมีอารมณ์ขันเสียด้วย (ฉากเครื่องบินขนเลนินมานั้นก็สุดยอดเลย) แต่จากการได้ดูซ้ำอีกอย่างน้อย 2 รอบในคราวนี้ ก็ทำให้เก็บได้รายละเอียดมาอีกเป็นหลายกอบ แถมด้วยผลพลอยได้ดีๆ ประสาสตรี (มีอายุ) ช่างคิด

เรื่องหนึ่งที่ได้คิดคือ คนรอบตัวเราเกิดและเติบโตในยุคที่มีสิ่งแวดล้อมต่างกับเรา ย่อมมีความผูกพันเชื่อมโยงกับอะไรบางอย่างต่างกัน

อย่างโลกของคริสติอาเน่ ผู้เป็นแม่ในเรื่อง ก็เป็นโลกที่ต่างกับโลกของลูกๆ ทั้งๆ ที่ทั้งแม่และลูกต่างเป็นพลเมืองของประเทศที่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว คือเยอรมันตะวันออก ประเทศสังคมนิยมซึ่งเป็นผลิตผลของสงครามเย็น ที่ ณ เวลาในหนัง แค่ปิดกั้นตัวเองจากโลกทุนนิยมไม่พอ ยังถูกกรอกหูว่าทุนนิยมน่ะ ฟุ้งเฟ้อ ชั่วร้าย เลวทรามต่างๆ (สังคมนิยมดีที่สุด) นานา

อีหรอบเดียวกับประเทศทุนนิยมประชาธิปไตยทั้งก็โดนกรอกหูแบบเดียวกัน
นี่แหละ สไตล์อันโหดร้ายและเยือกเย็นของสงครามเย็น

หนังเริ่มเล่าเรื่องในปี ’87 ตอนที่อเล็กซ์ยังสิบเอ็ดขวบ ตอนนั้นครอบครัวเหมือนจะมีความสุขดี (ดีแบบที่คนในโลกสังคมนิยมจะดีได้) แต่จากนั้น ผู้เป็นพ่อซึ่งมีความนิยมในทุนนิยมก็หายไปจากบ้าน เด็กๆ เข้าใจว่าเป็นเพราะพ่อติดผู้หญิง แต่แม่น่ะรู้ดี ว่าพ่อไปเพราะอยากเป็นทุนนิยมมากกว่าสังคมนิยม

การหายไปของพ่อทำให้แม่นิ่งเงียบ เราได้รู้กันในภายหลังว่าแม่เงียบเพราะเธอกำลังตัดสินใจ ซึ่งในที่สุดแล้วแม่ก็ตัดสินใจปักหลักอยู่ที่ด้านขวาของกำแพงเบอร์ลิน ไม่หอบลูกหนีไปตามพ่อเพราะกลัวว่าเขาจะจับพรากลูกไป (เป็นเหตุผลที่ฟังได้สำหรับคนเป็นแม่นะ) หลังจากนิ่งเงียบไป 8 สัปดาห์ แม่ก็กลับบ้านพร้อมความเชื่อมั่นตั้งใจ ว่านี่แหละคือวิถีที่เธอและลูกเลือก
(ก่อนที่จะได้รู้ในอีกสิบปีว่าจริงๆ แล้วลูกอยากเลือกอะไร)

แม่มีเหตุให้ต้องกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา หลับรวดไป 8 เดือน ในคืนที่อเล็กซ์โดนจับไปจากม็อบเรียกร้องเสรีภาพ ระหว่างที่แม่หลับ กำแพงเบอร์ลินถูกทุบในปี ’89 กระแสทุนนิยมไหลกรากมาทางฝั่งตะวันออก พาโคคาโคลา, เบอร์เกอร์คิง, เฟอร์นิเจอร์และแฟชั่นล้ำยุค รวมทั้งคอนซูเมอร์โปรดักท์แปลกใหม่มาพัดแบรนด์สังคมนิยมเก่าๆ พลัดตกจากชั้นวางของในซูเปอร์มาร์เก็ตไปเป็นแถบๆ

นอกจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว ลูกๆ เองก็เปลี่ยนไป พี่สาวอเล็กซ์เลิกเรียนเศรษฐศาสตร์ ออกมาขายเบอร์เกอร์คิง แล้วก็ได้แฟนใหม่เป็นผู้จัดการร้านเบอร์เกอร์คิง หนุ่มจากฝั่งตะวันตกมาอยู่ด้วยในแฟลตเดียวกันแล้ว อเล็กซ์จีบลาร์ล่า นักเรียนพยาบาลสาวรัสเซียน่ารักม้ากติด เขามีความสุขมาก เขารู้สึกเหมือนอนาคตอยู่ในมือ

แต่แล้ว จู่ๆ ระหว่างที่ทุกคนกำลังแฮปปี้มีความสุขกับโลกใหม่ แม่ก็ตื่น

แม่ พลเมืองสังคมนิยมตัวอย่าง ผู้งดงาม ผู้บอบบาง ที่รักของอเล็กซ์ ซึ่งพร้อมจะช็อคได้อีกทุกเมื่อ ได้ฟื้นขึ้นโดยไม่รู้ว่ากำแพงเบอร์ลินไม่มีอยู่แล้ว

ร้อนถึงลูกๆ ต้องช่วยกันจัดฉากให้โลกเหมือนกับวันที่แม่ยังจำได้ เพื่อที่แม่จะได้ไม่ต้องช็อคไปอีกครั้ง เพราะรับไม่ได้ กับการกลายเป็นกระแสทุนนิยมที่แม่เกลียดชัง ..ตอนนี้แหละที่ทั้งวุ่นวายและสนุกในความรู้สึกของคนดู

อเล็กซ์ทำทุกอย่าง ตั้งแต่ค้นขยะหาฉลากแตงกวาดองที่แม่อยากกิน ซึ่งไม่มีขายแล้ว ไปสวมขวดใหม่ก่อนเสิร์ฟแม่ ตัดต่อเทปข่าวเปิดให้แม่ดู โดยคิดว่านั่นคือทีวี จับเพื่อนบ้านและลูกศิษย์แม่มาแต่งตัวเชยในแบบเดิม เพื่อร่วมอวยพรวันเกิดแม่ ระหว่างนั้นก็รอให้แม่นึกออกว่าซ่อนเงินไว้ตรงไหน (เสียดายแม่นึกออกช้าไปหน่อย)

แต่ก็นั่นแหละนะ ความลับไม่มีในโลก ก่อนจะจากไป ในที่สุดแม่ก็ได้รู้ว่าประเทศที่แม่รักและเชื่อมั่นไม่มีอยู่แล้ว แต่ก็เป็นการรับรู้อย่างอ่อนโยน ด้วยการจัดการของอเล็กซ์และเพื่อนอีกตามเคย


โลกยังคงหมุนไปข้างหน้า การที่แม่เราทำใจไม่ได้กับโลกในวันนี้ ซึ่งเป็นโลกของเราไม่ใช่เรื่องแปลก อีกสิบยี่สิบปีข้างหน้า เราเองก็อาจจะทำใจยากกับโลกที่เราไม่ชินอีหรอบเดียวกะแม่เราก็ได้ (ใครจะรู้ )
ทางทีดีเราจึงควรทำหัวใจให้แข็งแกร่งพร้อมรับความเจ็บปวดจากบาดแผล
ยืดหยุ่นพอที่จะถูกถ่างใจให้กว้างพอจะรับสิ่งใหม่ๆ แล้วสายตาก็ควรจะถูกปรับให้รู้จักมองในแง่ดีเข้าไว้

เพราะว่าโลกยังหมุนไปข้างหน้า กลางคืนไม่ดำมืดอยู่อย่างนั้นตลอดไป วันใหม่เดินทางเพื่อมาถึงตลอดเวลา ไม่มีอะไรคงอยู่ในสภาพเดิมนิจนิรันดร์ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครอง ...แม้แต่หัวใจคน

(หุ หุ)





บันทึก:
• จำชื่อผู้กำกับ Wolfgang Becker ไว้ แล้วไปหา Life Is All You Get, หนังอีกเรื่องของเขามาดู
• ชอบบทที่เขาเขียน ชอบลำดับการตัดต่อ ชอบรสนิยมในการเชื่อมโยงซีเควนซ์ต่างๆ แล้วก็ชอบสำนวนที่เขาเขียนให้เดเนี่ยล บรูห์ลอ่าน (ความคิดของอเล็กซ์) มันดูเป็นการมองโลกอย่างเข้าใจ แต่แทรกไว้ด้วยอารมณ์ขัน
• คิดว่าหนังเรื่องนี้เป็นผ้าผืนนึงที่เกิดจากการวางแผนก่อนทอลายลงไปในนั้นอย่างสุดยอดเลยอะ ในหนังมีรายละเอียดน่ารักมากหลายอย่าง ที่ทำให้เราจำมันได้ไม่ลืม ไม่ว่าจะเป็นการส่งชาวเยอรมันคนแรกขึ้นไปท่องอวกาศ เพลง score ลายวอลล์เปอเปอร์เข้ากับปลอกหมอน โคคาโคล่า สกูตเตอร์ และเบอร์เกอร์คิง และบอลโลก
• เขาเขียนตอนพี่สาวอเล็กซ์เจอพ่อได้เจ็บปวดดีจริง (ทั้งๆ ที่ดูแล้วก็ขำไปด้วยอะนะ)
• สังเกตว่าเขาแคสต์ได้ตัวละครหน้าตาดีจริง (หรือจริงๆ ดาราเยอรมันหน้าตาดีหมด) ยกเว้นตัวพระเอก (เดเนี่ยล บรูห์ล) แต่ถึงจะไม่หล่อ แต่น้องเค้ามีคาแรกเตอร์น่าติดตามนะ
• คาทริน ซาซ เล่นเป็นแม่ได้ดีจริง แล้วเธอก็สวยมากๆ เลยด้วย
• ชอบแสง+อารมณ์ตอนแฟนอเล็กซ์ตามไปปลอบริมทะเลสาบมากเลย อบอุ่น
• เหมือนว่านางพยาบาลในโลกสังคมนิยมจะน่ารักและเซ็กซี่มาก (ชุดขาวบางเบาเดินย้อนแสงแล้วมันช่าง...ว้าว)
• เป็นหนังดี ภาษาสวย (ขอบคุณพระเจ้า เขาแปลซับฯ ออกมาดี๊ดี เลยรู้ว่าเขาเขียนดีแค่ไหน) แต่ฟังมากๆ แล้วไม่เห็นอยากเรียนภาษาเยอรมันเลย