แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำส้ม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำส้ม แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

จันทร์กระจ่างกลางเวหา



พระจันทร์คืนวันที่ ๑๕ มิย เกือบกลม แต่ยังไม่กลม

กระนั้นยังงามเด่นจนแมวยังต้องมอง






ขอกลอนปลากรอบหน่อยฮะ


เล่นเหนื่อยแล้วก็นอน






เสาร์ ๒๖-อาทิตย์ที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๓

อาทิตย์ก่อนอยู่บ้านกับแมว
เศร้า แต่ไม่เหงา

วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2553

หมาน่อยโชว์ : แมวกระโดดกำแพง



ทำได้แค่นี้ล่ะค่า

จะเกาะนิ่งอยู่สัก 15 วนาทีิ แล้วก็ปล่อยตัวเองหล่นลงมา

หยั่งที่บอก ขาหลังมันไม่มีแรงส่งอะ

ป.ล. โปรดสังเกตความล่ำบึ้กของกล้ามเนื้อขาคู่หน้า
ดูเผินๆ คิดว่าแบตแมนนะเนรี่ย



อาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2553

ลีลาแมวกระโดดกำแพง (ที่จริงคือกระโดดขึ้นขอบระเบียง) ของหมาน่อย
ลูกแมววัย 5 เดือน

เท่าที่สังเกตดู คิดว่าแมวมีทักษะในการปีนป่ายมากกว่ากระโดดสูง
ถ้ามีอะไรให้มันปีน น่อยคงขึ้นขอบระเบียงเองได้นานแล้ว (เช่นเดียวกับที่มันสามารถปีนไต่ชายเสื้อที่แขวนไว้จนไปติดแหง็กอยู่ที่ราวแขวนเสื้อในตู้เสื้อผ้า) แต่เพราะว่าการขึ้นขอบไม่มีอะไรให้ป่ายให้ปีนขึ้นไป แต่ต้องอาศัยทักษะสปริงข้อเท้าล้วนๆ ในวัยเท่านี้ หมาน่อยเลยยังพาตัวเองขึ้นไปไม่สำเร็จ

(ไม่จำเป็นต้องอัพรูปเยอะขนาดนี้หรอก แต่ว่าดูกันไปขำๆ แก้เศร้าอังกฤษตกรอบก็แล้วกันนะ)

ฟ้าสีฟ้า



ในบริเวณแถบโซนร้อนจะอยู่ที่ความสูง 6,000 - 18,000 เมตร (20,000 - 60,000 ฟุต) ขึ้นไป ส่วนใหญ่จะมีสีขาวหรือเทาอ่อน และเกิดขึ้นใน Stable air เป็นเมฆซึ่งไม่ทำให้เกิดฝน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเกล็ดน้ำแข็ง และมี Turbulence ด้วย

ในรูปนี่น่าจะเป็น เมฆเซอโรสคิวมูลัส(Cirrocumulus Cloud) มีลักษณะเป็นปอยบางๆ สีขาว หรือคล้ายขนแกะหรือปุยนุ่น



อยากถามว่าคนสีอะไร?


(อาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2553)

วันอังคารที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2553

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

คนญี่ปุ่น : คนไม่อยู่บ้าน






มีเยอะ
เห็นแล้วก็สงสัย ทำไมไม่อยู่บ้าน?

ป.ล. ที่โอซาก้าน่ะ โรงแรมที่พักอยู่ข้างโบสถ์ที่ใ้ห้ความอนุเคราะห์ (=เงิน) แก่ homeless เลย เห็นเขาเข้าแถวยาวววว ตั้งหลายหน แต่ไม่กล้าถ่ายรูปมา

เกรงใจ

วันพุธที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

คนญี่ปุ่น : คนโอซาก้า






เสาร์ที่ 20 มีนาคม 2553

หลังจากหนาวกันมานาน วันที่อากาศแจ่มใสและอบอุ่นก็มาถึง
วันนั้นอากาศดีแบบปลายฤดูหนาวต้นใบไม้ผลิ (ก่อนที่คืนนั้นฝนจะตกและหมอกลงหนาในเช้าวันต่อมา)

เพราะเป็นวันเสาร์ เพราะเริ่มอุ่นขึ้นทุกทีๆ เพราะเป็นวันที่อากาศแจ่มใส คนโอซาก้าจึงออกมาเที่ยวเล่น ทำกิจกรรมน่าอยากรู้อยากเห็นกันมากมาย

ดังจะเล่าต่อไปนี้

วันจันทร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2553

คนญี่ปุ่น : คนโตเกียว






17-19 มีนาคม 2553


ไปเหยียบโตเกียวแค่ 2 วันเศษ
ยังไม่รู้จักคนที่นั่นดีพอหรอก


รูปเยอะ ส่วนใหญ่จะไม่สวย แต่อยากเล่าให้เห็น
เชิญชมตามสบาย
โดยไม่ต้องกังวลกับการเขียนรีพลาย

หมายเหตุ:
-เล่าเรื่องด้วยภาพตามลำดับเหตุการณ์
-สีของแต่ละภาพ "จัด" ไม่เท่ากัน เพราะใช้กล้องคนละยี่ห้อ ปรับตั้งไว้ต่างกัน
-ด้วย ความขี้เกียจเป็นยิ่งยวด จึงทำเพียง group มิได้ปรับแต่งให้ภาพมีความสวยงามไปกว่าที่ถ่ายมา รวมทั้งไม่ได้ resize ด้วย (ถึงได้ให้ดูแค่ Network ไง) ผู้ใดประสงค์จะเซฟไฟล์ไปใช้ โปรดบอกให้รู้สักนิด

วันพุธที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2553

คนญี่ปุ่น : คนตัวเล็ก



นี่เค้าจะลงแล้ว



ช่วงที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นเจอเด็กๆ น่ารักๆ ในเสื้อผ้าน่ารักๆ เยอะมากกก
แต่เกรงใจพ่อแม่เค้า จึงเก็บรูปมาได้เท่านี้เอง

เชิญชมตามสบาย
โดยไม่ต้องกังวลกับการเขียนรีพลาย



หมายเหตุ:
-เล่าเรื่องด้วยภาพตามลำดับเหตุการณ์
-สีของแต่ละภาพ "จัด" ไม่เท่ากัน เพราะใช้กล้องคนละยี่ห้อ ปรับตั้งไว้ต่างกัน
-ด้วย ความขี้เกียจเป็นยิ่งยวด จึงทำเพียง group มิได้ปรับแต่งให้ภาพมีความสวยงามไปกว่าที่ถ่ายมา รวมทั้งไม่ได้ resize ด้วย (ถึงได้ให้ดูแค่ Network ไง) ผู้ใดประสงค์จะเซฟไฟล์ไปใช้ โปรดบอกให้รู้สักนิด

คนญี่ปุ่น : คนบนรถเมล์



ว่าแต่เขาจะบริการคนใช้วีลแชร์ยังไงหว่า

ลิฟต์หรอ?

อืมม์ เป็นไปได้ เพราะว่ารถเมล์ของเขาสามารถย่อตัวตอนจอดเทียบป้าย
และยืดตัวขึ้นสูงเท่าเดิมตอนจะออกรถนะ





จันทร์ที่ 15 มีนาคม 2553

เราเที่ยวเกียวโตอย่างคร่าวๆ ด้วยตั๋วรถเมล์ 1 day มูลค่า 500 เยน
เป็นการเดินทางที่ใช้เวลามากกว่ารถไฟหรือรถใต้ดิน
แต่ก็นั่นแหละ มันทำให้เราได้เห็นชีวิตบนท้องถนน รวมทั้งวัฒนธรรมในการใช้รถเมล์ของคนที่นี่ด้วย


เชิญชมตามสบาย
โดยไม่ต้องกังวลกับการเขียนรีพลาย



หมายเหตุ:
-เล่าเรื่องด้วยภาพตามลำดับเหตุการณ์
-สีของแต่ละภาพ "จัด" ไม่เท่ากัน เพราะใช้กล้องคนละยี่ห้อ ปรับตั้งไว้ต่างกัน
-ด้วย ความขี้เกียจเป็นยิ่งยวด จึงทำเพียง group มิได้ปรับแต่งให้ภาพมีความสวยงามไปกว่าที่ถ่ายมา รวมทั้งไม่ได้ resize ด้วย (ถึงได้ให้ดูแค่ Network ไง) ผู้ใดประสงค์จะเซฟไฟล์ไปใช้ โปรดบอกให้รู้สักนิด

คนญี่ปุ่น : คนบนรถไฟ



อยู่นิ่งปุ๊บเป็นหยิบมือถือมากด

น้องสองคนนี้เหมือนภาพหลอนเลยเชียว


ภาพเล่าเรื่องคนญี่ปุ่น
ระหว่างการเดินทาง 13-20 มีนาคม 2553


รถไฟญี่ปุ่นมีหลายแบบ ที่ไปมาคราวนี้ก็มีโอกาสนั่งมาหลายแบบ แต่ยังไม่ครบ ไม่หมด ทั้งรถด่วนระหว่างเมือง รถเร็ว และรถท้องถิ่น
ได้พบเห็นอะไรน่าสนใจเยอะแยะ ทั้งเรื่องของเทคโนโลยี การให้บริการข้อมูล ความสะดวกสบาย ความสะอาด และน้ำใจจากทั้งเจ้าหน้าที่รถไฟ และผู้โดยสารด้วยกันเอง รวมทั้ง lifestyle ของคนใช้รถไฟญี่ปุ่น

นั่งรถไปเที่ยวที่ญี่ปุ่นเนี่ย หนุกดีนะ
(อยากกลับไปนั่งอีก)

ก็เหมือนอัลบั้มเมื่อกี๊นะ รูปเยอะ ส่วนใหญ่จะไม่สวย แต่อยากเล่าให้เห็น

เชิญชมตามสบาย
โดยไม่ต้องกังวลกับการเขียนรีพลาย



หมายเหตุ:
-เล่าเรื่องด้วยภาพตามลำดับเหตุการณ์
-สีของแต่ละภาพ "จัด" ไม่เท่ากัน เพราะใช้กล้องคนละยี่ห้อ ปรับตั้งไว้ต่างกัน
-ด้วยความขี้เกียจเป็นยิ่งยวด จึงทำเพียง group มิได้ปรับแต่งให้ภาพมีความสวยงามไปกว่าที่ถ่ายมา รวมทั้งไม่ได้ resize ด้วย (ถึงได้ให้ดูแค่ Network ไง) ผู้ใดประสงค์จะเซฟไฟล์ไปใช้ โปรดบอกให้รู้สักนิด

วันอังคารที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2553

คนญี่ปุ่น





ภาพเล่าเรื่องคนญี่ปุ่น
ระหว่างการเดินทาง 13-20 มีนาคม 2553


รูปเยอะ ส่วนใหญ่จะไม่สวย แต่อยากเล่าให้เห็น
เชิญชมตามสบาย
โดยไม่ต้องกังวลกับการเขียนรีพลาย

หมายเหตุ:
-เล่าเรื่องด้วยภาพตามลำดับเหตุการณ์
-สีของแต่ละภาพ "จัด" ไม่เท่ากัน เพราะใช้กล้องคนละยี่ห้อ ปรับตั้งไว้ต่างกัน
-ด้วยความขี้เกียจเป็นยิ่งยวด จึงทำเพียง group มิได้ปรับแต่งให้ภาพมีความสวยงามไปกว่าที่ถ่ายมา รวมทั้งไม่ได้ resize ด้วย (ถึงได้ให้ดูแค่ Network ไง) ผู้ใดประสงค์จะเซฟไฟล์ไปใช้ โปรดบอกให้รู้สักนิด


วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2553

haru ni narimashita (2)





ชมดอกไม้กันต่อ

รูปไหนสีตอแหลไม่ต้องแปลกใจ ไม่ได้ทำ ถ่ายมายังไงก็อย่างนั้น
แค่ใช้กล้องแคนนอน

haru ni narimashita (1)



คล้ายๆ ดอกคล้ายๆ กันที่เรียกว่ากล้วยไม้ดิน


13-21 มีนาคม 2553

ฉันไปญี่ปุ่นในช่วงเวลาคาบเกี่ยว จะคลายจากหนาว ย่างเข้าใบไม้ผลิ
แม้ยังไม่เห็นซากุระบานสะพรั่ง แต่ก็ได้เห็นกับตาว่าดอกไม้หลายพันธุ์ต่างขยับขยาย
รอวันจะคลี่กลีบบาง บานแอร่ม
รับฤดูใบไม้ผลิมาเคาะประตูเรียกแล้ว



วันจันทร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2553

ท ะ เ ล ที่ รั ก : 40 ยังไหว



แต่เป็นเด็กหญิงข้างหน้าคนนี้ตะหาก

ไข้สูง 39-40 องศาซี แต่เด็กคนนี้ยังไหว

แม่พาไปแอดมิดเพราะเธอมีอาการไข้ (สูง) จากไวรัสเพื่อนเก่าอีกแล้วน่ะซี

(เรื่องป่วย รอแม่มาเล่านะจ๊ะ)


อาทิตย์ที่ 4 เมษายน 2553

วันนี้ขอเสนอตอน เด็กหญิงทะเลจอมอึด

วันพฤหัสบดีที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2553

วันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2553

หมาน่อย : ลูกแมวน้อยธรรมดา



อืมม์ ถ้าโตแล้วหนูอย่าให้มันมามาเกาะระเบียงบ้านเรานะลูก




เสาร์ที่ 27 มีนาคม 2553

ฉันมีนัดทำฟันตอนเช้า เสร็จแล้วยังมีเวลาพอจะดู Alice in Wonderland ก่อนจะไปเจอโม่ตามนัด

วันนี้โม่จะพาโยโกะ แมวน้อยเพศเมีย วัยประมาณ(ว่า) 2 เดือน ที่เธอช่วยดูแลให้ระหว่างหลายวันที่ฉันไม่อยู่ (ตอนนั้นฉันยังเรียกมันด้วยชื่อนี้อยู่) มาให้

ฉันได้แมวตัวนี้ (ตกลงได้มาแล้วจริงๆ ใช่ไหมโม่?) หลังจากที่เข้าไปอ่านบล็อกประกาศหาบ้านให้ลูกแมวน้อย 4 ตัวของโม่ จากทั้งหมด 4 ตัว ฉันว่าคงไม่มีใครอยากได้เจ้าขี้เหร่ตัวนี้ ไฝของมันก็ติดใจฉันได้อีก ก็เลยเสนอตัวขอเจ้าโยโกะ แมวมีไฝที่ริมปากมาเลี้ยง (ตอนนั้นยังไม่แน่ใจเลยว่ามันเป็นตัวผู้หรือเมีย)

แม้ในตอนแรก จะมีคนขอโยโกะไปเลี้ยงแล้ว แต่คงเป็นเรื่อง serendipity อีกแล้ว เพราะในที่สุด เราก็ได้มาอยู่ด้วยกัน

แม้จะดูโตกว่าในรูปที่ได้เห็นในบ้านพี่เหม่ง แต่โยโกะก็ดูยังบอบบางมาก
มันยังมีขนาดตัวน้อยนิดเดียว ดูผอม ขี้ก้าง แต่พุงโต หน้าตาขี้เหร่ แถมหางยังคดๆ งอๆ ไม่มีเค้าว่าจะโตเป็นแมวสวยอย่างโคโค่จัง หรือโมจิไปได้

ฉันไม่แน่ใจนักว่าจะพามันกลับถึงบ้านได้อย่างรอด ปลอดภัย ไม่มีใครสังเกต
แต่นังหนูให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มันหลับไประหว่างอยู่บนรถไฟฟ้า แล้วก็ตื่นมาร้องอุทธรณ์ "แง้ว" ผ่านปากเล็กๆ ที่มันฟันซี่เล็กๆ เรียงราย (ไม่รู้ว่ามันต้องการบอก "หนูหิวแล้วนะ" หรือ "หนูเบื่อแล้วนะ") ตอนที่ฉันแง้มกระเป๋าดูบนรถสองแถวเข้าซอย

"อดทนหน่อยนะโย" ฉันบอกมันซ้ำๆ ลูกหัวเล็กๆ นั้นไปด้วย
ไม่รู้ว่ามันให้ความร่วมมือ หรือว่าเหนื่อยเกินกว่าจะดื้อ ในที่สุดฉันก็พามันมาถึงบ้าน(ที่จริงคือคอนโดห้องเล็กมากๆ )อย่างปลอดภัย

ระหว่างเดินทาง ฉันคิดไว้ในใจ จะทำอะไรก่อนดี
ให้อาหารก่อน หรือน้ำก่อน หรือเททรายในกระบะก่อนดี

ปรากฏว่าฉันเลือกเททรายในกระบะ เพราะไม่รู้ว่าที่มันร้อง เพราะปวดฉี่หรืออึ
จับมันขึ้นไปวาง จับเท้าให้คุ้ยเขี่ยทรายอย่างที่โม่สอน แต่มันยังไม่ฉี่ พอฉันเสิร์ฟน้ำ เจ้าตัวน้อยโซ้ยอย่างต่อเนื่องยาวนาน ปริมาณน้ำที่มันกิน ราวสักสองอึกคน ..มันคงกระหายมาก ก็อากาศร้อนออกอย่างนี้

จากนั้น ฉันก็แกะปลาทูทอดตัวอวบที่ซื้อติดมือมาด้วย

ดีใจจัง มันกินเกือบหมดแน่ะ ..หิวจริงๆ สินะแก

จากนั้นโยก็ฉี่ แล้วอึออกมา
โอ้แม่จ้าว แมวอึเหม็นอย่างที่โม่บอกจริงๆ (เอ๊ะ ฉันไม่เคยช่วยแม่เก็บอึแมวเลยหรอเนี่ย?)

ตกค่ำ ฉันโทรหาแม่ เล่าให้แม่ฟังว่าได้มาแล้วนะ ลูกแมวน้อย
มันกินปลาทูด้วยล่ะ แม่ฉันฟังสวดอยู่ แต่ก็เหมือนจะอยากฟังเรื่องลูกแมวของฉัน บอกให้เล่าไป
ฉันเลยเล่าว่ามันเข้าไปซ่อนตัวในซอกตู้วางทีวี เป็นซอกที่เล็กจนฉันเอื้อมมือไม่ถึง
แล้วมันก็ตกใจเสียงเครื่องดูดฝุ่นกับเสียงชักโครกเอามากๆ
อ้อ แล้วก็เล่าเรื่องหางหักๆ งอๆ ของมันด้วย แม่ฉันรีบแก้ให้ว่า นั่นเขาเรียกว่าแมวหางกวักตะหาก

ท่าทางแม่ฉันจะนึกเอ็นดูแมวน้อยตัวนี้แล้วสินะ (ตอนแรกที่ฉันเล่าว่าจะรับแมวมาเลี้ยง ชีถอนหายใจ แล้วพูดแค่ว่า"..ชีวิตเป็นภาระ")

พอวางสาย ฉันนึกได้ว่ายังไม่ได้บอกแม่เลยว่า มันชื่อ โยโกะ แต่พอมานึกว่าถ้าแม่ถามว่าทำไมถึงชื่อโยโกะ ฉันเล่าแล้วคงไม่แคล้วถูกถามว่าไม่มีชื่อดีกว่านี้หรือไง

ว่าแล้วก็เกิดไอเดียก็ผุดขึ้นจากท่าทางเด๋อด่า หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ของนังแมวน้อย

ชื่อ หมาน่อย (ธรรมดา) ละกันนะแก
น่าเอ็นดูดีกว่าชื่อโยโกะ (ชื่อจริงคือ โยนี) เยอะเลย

วันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2553

สุดกรี๊ดที่อาเมะโยโกะ



หมึกยักษ์

เห็นเจ้านี่แล้วเกิดอยากกินซูชิขึ้นมา

ป.ล. นี่แหละสีแหลแบบแคนนอน



พฤหัสบดีที่ 18 มีนาคม 2553



เช้าแรกในโตเกียว
กินอาหารเช้าแล้วก็ขึ้นรถไฟสองสามต่อ แล้วไปลงสายยามาโนะเตะที่สถานีอุเอโนะ
(ที่ได้ไปเห็นซากุระสีชมพูเข้มมานั่นแล) เสร็จแล้วคิดกันว่าจะไปไหนต่อ

ดูคู่มือแล้วได้ความว่าย่านใกล้ๆ อุเอโนะชนิดที่เดินถึงมีแหล่งช็อปชื่อ Ameyoko
ยังไม่แน่ใจนักว่าที่นั่นขายอะไรบ้าง แต่แค่รู้ว่าเป็น "แหล่งช็อป" ก็อยากจะไปทันที

และแล้ว
ก็ได้ช็อปมาสมใจ

อิอิ




หมายเหตุ
ที่นี่ขายของหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นของกินอย่างผลไม้ ของแห้ง ชา ขนมขบเคี้ยวแห้งๆ
แต่ที่มีเยอะและถูกมากคือ เสื้อผ้า และรองเท้า (ไม่ค่อยได้ถ่ายมา เกรงใจเจ้าของร้าน+เอาแต่ช็อป) ของที่ได้มาจากที่นี่คือนาฬิกา Swatch (2100 เยน), เสื้อวอร์มอาดิอาสของแท้ (1422 เยน-ลด 70 หรือ 80% จำไม่ได้), ชาเขียวแบบเซนฉะ (ห่อละ 840 เยน), เครื่องสำอางฝากญาติพี่น้องจากร้านมัตสึโมโตะ (8,147 เยน-ถูกโคตร)

อยากได้รองเท้าบู๊ตยางสำหรับวันที่บางกอกฝนตก-น้ำท่วม แต่ขี้เกียจแบก

สรุปคือถ้ามีเวลาในโตเกียวสักครึ่งวัน ไปที่นี่เหอะ หนุกดี ของถูกๆ ทั้งนั้น

วันพุธที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2553

วันเดียวเที่ยว(ไม่ทั่ว)โกเบ




มาเมืองนี้ให้สังเกตฝาท่อให้ดี

มีให้ตื่นเต้นกับลวดลายในทุกย่างก้าวเชียวแหละ



อาทิตย์ที่ 14 มีนาคม 2553

ไม่เต็มวันในโกเบ
เมืองที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะไป แต่ในที่สุดก็ไปมาแล้ว (อิือิ) ชอบซะด้วย

แม้ที่พักจะอยู่เกียวโต แต่ชินคังเซนสามารถพาฉันมาถึงโกเบได้ภายในเวลาไม่ถึง 20 นาที ฉะนั้น ถ้าใครอยากเที่ยวญี่ปุ่นหลายๆ เมือง ในเวลาอันมีอยู่จำกัดจำเขี่ย ก็ควรจะซื้อตั๋ว JR Pass ไปจากเมืองไทย

แล้วจะรู้ว่าจ่ายไป 28,300 เยนที่จ่ายไปนั้น โคตรจะคุ้มเลย


ป.ล. ลงรูปเยอะเพราะเอามาให้ดูเกือบหมด
ให้ข้อมูลทางสายตากะนุชหน่อย นุชกำลังจะไปญี่ปุ่นอาิทิตย์หน้า เห็นว่าอาจจะไปโกเบด้วย

ดอกไม้คงบานพอดี