แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พืชบนดาวเคราะห์โลก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พืชบนดาวเคราะห์โลก แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ข้าว



นาข้าวริมทางบุรีรัมย์-โคราช
อาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม 2554





มีแดด
มีฝน
มีข้าว





วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554

กล้วย






ปลูกกล้วย
มีกิน
มีใช้



ตลาดต้นไม้จตุจักร วันพุธ 20 กรกฎาคม 2554

วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

สุข







แดดส่อง
ลมโบก
เป็นสุข






(สวนรอบพิมาลัยสปา เกาะลันตา, 20 มิถุนายน 2554)

วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2554

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554

หลงเงา






จันทร์ที่ 20- อังคารที่ 21 มิถุนายน 2554

กลางฤดูฝน แต่บางทีมีแดดจัด
ถ้ามัวแต่หยีตาก็จะมองไม่เห็นเงางามๆ ของกิ่งไม้ใบหญ้า

วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ดอกไม้ริมทาง





อังคารที่ 24 พฤษภาคม 2554

พอจะมีความสุขขึ้นมาบ้าง
เลยหยิบโทรศัพท์ออกมาเก็บภาพดอกไม้ริมทางระหว่างไปทำงาน

อย่าเพิ่งติว่ารูปไม่สวย แต่โปรดมองให้ลึกถึงจิตวิญญาณในการสู้ชีวิตอันแสนพิสุทธิ์ของพืชบนดาวเคราะห์โลกเหล่านี้

วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554

ตื่นเช้าไปชม Botanic Gardens





เสาร์ที่ 19 มีนาคม 2554

เช้าที่สองบนเกาะสิงคโปร์ บริหารการเที่ยวชมด้วยการนำคณะเดินไปสำรวจต้นหมากรากไม้ที่โบตานิก การ์เด้นส์ ซึ่งอยู่ห่างโรงแรมที่พักไปประมาณ 2 ป้ายรถเมล์ (ขากลับเลยนั่งรถเมล์กลับเลย)

ต้นไม้ในนี้น่าทึ่ง แต่เดินยังไม่ทั่วถึง เลยอยากกลับมาอีก
สักครั้งสองครั้ง

วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เยี่ยมร้านไม้น้ำ


ซื้อกลับมาด้วย

พุธที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554

วันไหว้เจ้าตรุษจีน แต่เราไปตลาดต้นไม้ที่สวนจตุจักร
ตรงไปที่สวนบัวเกษร เยื้องกับร้านภูฟ้า สาขาปากทาง MRT กำแพงเพชร
ไปถ่ายรูปพันธุ์ไม้น้ำ ไม่ได้ไปเที่ยวเล่น
แต่ก็ถ่ายรูปแบบเล่นๆ มาบ้างเหมือนกัน


วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2553

ทานตะวันทรยศ



รูปนี้จำไม่ได้ว่าเลือกโหมดอะไร
Vignette มั้ง ช่วงนี้ปลื้มอยู่



นอกจากความทรยศ
ดิฉันยังนำความตอแหลมาเสนอด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553

หูกระจง







ขอบคุณ
ที่เจ้าช่วยบังฉันจากแสงแรงกล้า
และให้ร่มเงางามน่าอัศจรรย์



วันอังคารที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2553

แมวอยากมีส่วนร่วม






เช้าวันพุธที่ 18 สิงหาคม 2553

ระหว่างกำลังถ่ายรูปผลงานการเพาะเมล็ดข้าวสาลีที่ระเบียง
หมาน่อยก็แสดงความจำนง อยากมีส่วนร่วม
หม่ามี๊ก็เลยจัดใ้ห้

ข้าวสาลีเพาะง่าย



เริ่มแช่เมล็ดวันที่ 12 สิงหา
ปลูกวันที่ 13 สิงหา
งั้นเมื่อเช้าก็อายุได้ 4-5 วัน


มิใช่เพราะความรักโลก อยากให้โลกเป็นสีเขียว หรืออยากให้โลกร่มเย็น
ทั้งยังไม่ได้เพราะฮิตรักสุขภาพถึงกัีบต้องเพาะกล้าข้าวสาลีมาคั้นน้ำดื่มเอาคลอโรฟิลเหมือนคนอื่น

แต่เรื่องมันเป็นเพราะแมว

หลายเดือนก่อนไปร้านหนังสือ ยืนอ่านตำราเลี้ยงแมวแปลจากหนังสือฝรั่ง
เห็นเขาแนะนำว่าถ้าไม่อยากให้สวนเยิน (เพราะฟันแมว) ลองเพาะเมล็ดข้าวสาลีให้แมวแทะเล่นดู

เอาเรื่องนี้มาเล่าให้เดือนกับโม่ฟัง เดือนเห็นด้วย บอกว่าได้ยินมาเหมือนกันว่าแมวชอบ และมันมีประโยชน์ (อย่างน้อยก็เราก็หวังว่าไฟเบอร์จะช่วยพาก้อนขนหลุดออกมาทางรูทวารของมันได้อย่างสะดวกโยธิน)
อยากลองเพาะ แต่ชุดเพาะที่เค้าขายกันตามเว็บของของจุ๊กจิ๊กให้คนเลี้ยงแมว
มันช่างแพงแสน

จึงดำริไปให้แมวคราว ถามไปว่าเวลาไปร้านขายของมังสวิรัติ ถ้าเจอเมล็ดข้าวสาลีก็ให้ซื้อติดมือมา แมวคราวจัดให้มาจริงๆ แต่แบ่งมานิดเดียว ด้วยหวังจะเพาะข้าวสาลีให้ทารกน้อยในบ้านได้ดื่มกินน้ำคั้น

กาลเวลาผ่านไป ในที่สุด แมวของฉันก็ได้เล็มกินยอดกล้าข้าวสาลีก่อนทารกผู้นั้นจนได้

ป.ล.
-ข้าวสาลีเพาะง่ายจัง
-เดี๋ยวจะฝากแมวคราวไปเหมาเมล็ดข้าวสาลีมาส่งให้เดือนกับโม่นะ แมวๆ ของเราจะได้มียอดกล้าข้าวสาลีแทะกันถ้วนทั่ว ไม่น้อยหน้าคนมีน้ำคลอโรฟิลดื่ม
-สเต็ปต่อไปจะลองเพาะพริกขี้หนู โหระพา แมงลักดูมั่ง
-ศึกษาวิธีการเพาะมาจากหน้านี้ฮะ http://www.pantown.com/board.php?id=36139&area=3&name=board1&topic=35&action=view

วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2553

haru ni narimashita (3)



พี่น้องสองศรี



เสาร์ที่ 20 มีนาคม 2553

ปลายฤดูหนาว-ต้นฤดูใบไม้ผลิ
เช้าๆ อากาศยังหนาว แต่เริ่มสาย แดดออกก็แจ่มใส
เช้าวันหยุดอย่างนี้ ชาวโอซาก้าพากันออกมาเที่ยวเล่นที่สวนสาธารณะรอบโอซาก้าโจ (ปราสาทโอซาก้า) แผงขายต้นไม้ตรงนั้นก็ขนไม้ดอกไม้ประดับที่กำลังเบ่งบาน สดใส สมกับเป็นสีสันแห่งการมาถึงของความอบอุ่นและอุดมสมบูรณ์

ภาพดอกไม้เบ่งบาน ผู้คนสดใส มีความสุข ทำให้คนมาไกลอย่างเราเห็นแล้วพลอยชุ่มชื่นหัวใจ
อดยินดีกับการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิไปกับเขาไม่ได้


haru ni narimashita (2)





ชมดอกไม้กันต่อ

รูปไหนสีตอแหลไม่ต้องแปลกใจ ไม่ได้ทำ ถ่ายมายังไงก็อย่างนั้น
แค่ใช้กล้องแคนนอน

haru ni narimashita (1)



คล้ายๆ ดอกคล้ายๆ กันที่เรียกว่ากล้วยไม้ดิน


13-21 มีนาคม 2553

ฉันไปญี่ปุ่นในช่วงเวลาคาบเกี่ยว จะคลายจากหนาว ย่างเข้าใบไม้ผลิ
แม้ยังไม่เห็นซากุระบานสะพรั่ง แต่ก็ได้เห็นกับตาว่าดอกไม้หลายพันธุ์ต่างขยับขยาย
รอวันจะคลี่กลีบบาง บานแอร่ม
รับฤดูใบไม้ผลิมาเคาะประตูเรียกแล้ว



วันอังคารที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2553

ซากุระบานที่สวนอุเอโนะ



ต้นนี้เป็นอีกบริเวณหนึ่ง
ไม่ได้เห็นใกล้ๆ จึงไม่แน่ใจว่าเป็นซากุระพันธุ์เดียวกับที่หยุดชมพร้อมคุณป้าหรือไม่

แต่สีจัดเหมือนกันเลยนะ ว่าไหม?

พฤหัสบดีที่ 18 มีนาคม 2553

แม้จะวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นล่วงหน้านานเป็นปี แต่เพราะตั๋วเครื่องบินราคาประหยัดที่เราและใครๆ แย่งกันซื้อมา ทำให้การบุ๊ควันเดินทางที่ตรงกับช่วงเวลา blooming ของดอกไม้สีชมพูนาม ซากุระ เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก

แต่ยังไงก็ตาม การมาถึงใกล้ช่วงเวลาที่เหล่าดอกไม้สีชมพูจะพร้อมใจกันผลิกลีบบอบบาง แล้วเบ่งบานไปทั่้วกิ่งและก้าน ก็ทำให้ได้เห็นของแปลกเหมือนกัน

เราได้เห็นทั้งดอกตูม ที่ค่อยๆ เป่งจนแทบจะปริ แล้วก็ได้เห็นดอกไม้แก่แดดบางต้นที่ไม่ชอบความสามัญ หล่อนจึงขโมยซีน ชิงบานก่อนเพื่อน

ฉันมาถึงโตเกียวในวันพุธ และเมื่อเช้าวันพฤหัสบดีมาถึง ฉันก็เลือกมาที่นี่ สวนอุเอโนะ สวนสาธารณะใหญ่กลางกรุง ทำเลที่ชาวญี่ปุ่นจะเฉลิมฉลองการผ่านพ้นคืนวันอันทรมานในฤดูหนาว และต้อนรับการมาถึงของความอบอุ่นแห่งฤดูใบไม้ผลิด้วยการธรรมเนียม ฮานะมิ (ฮานะ=ดอกไม้, ในที่นี้คือซากุระ มิ=ชม)

ในระหว่างทิวแถวของต้นไม้ที่มีกิ่งก้านสีดำ ฉันเห็นต้นไม้ช่วงหนึ่งมีดอกไม้สีชมพูเข้มผลิบานอยู่

แรกเลยไม่แน่ใจว่านั่นเป็นดอกบ๊วย (ume) หรือดอกท้อ (momo) ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึง ใกล้เคียงกับซากุระ จนบางทีคนญี่ปุ่นเองก็ยังสับสน ซึ่งมักจะบานก่อนซากุระ จึงลองถามคุณป้าที่แวะชมดอกไม้สีชมพูเข้มอยู่ใกล้ๆ กัน ว่านี่คือดอกไม้อะไรหรือ

คุณป้าบอก "kore wa sakura no hana" พร้อมชี้ไปที่ป้ายที่ห้อยอยู่กับซากุระต้นหนึ่ง

อืมม์ จริงด้วย



ตกลงว่า..เธอก็คือหนึ่งในจำนวนมากมายหลายพันธุ์ของซากุระสินะ
(ว่าแต่ตอนนี้พวกเธอเบ่งบานกันไปถึงไหนแล้วล่ะ?)

วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ไม่สำคัญว่ามาจากไหน






เสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2553

ฉันกลับบ้านเป็นครั้งแรกของปี
ไม่เชิงว่ากลับไปไหว้เจ้าตรุษจีน (เกือบไม่ทัน เพราะรถไฟช้าไป 3 ชั่วโมง)
แต่เพราะตั้งใจจะกลับไปทำบุญครบรอบวันตายของพ่อในวันถัดจากวาเลนไทน์

อากาศคืนล่องจากกรุงเทพฯ ลงใต้เย็นสบาย
ที่้บ้านฉันวันนั้นมีลมพัดตลอดวัน
ระหว่างที่แสงแดดเฉียงๆ ปลายหน้าหนาวทำหน้าที่ของมัน
คือสาดแรงลงมาอย่างไม่ปราณีผิว

อัญชันเถาหนึ่งขึ้นอยู่ข้างบ้าน
กำลังชูยอดอ่อนขึ้นไขว่คว้าค้างไม้ไผ่ อย่างงาม

ฉันถามแม่ ทำไมถึงปลูกอัญชันไว้ตรงนี้
แม่บอกเปล่าปลูก มันขึ้นของมันเอง
เลยทำค้างให้มันเลื้อยสวยๆ

ไม่สำคัญที่จะคิดหาคำตอบว่าเมล็ดอัญชันมาจากไหน
เป็นเรื่องน่ายินดีมากกว่าที่มันเลือกมาผังราก เติบโต ผลิดอกที่ตรงนั้น

แม้ต่อไปอาจเลื้อยให้ข้างบ้านรกเป็นพุ่มอัญชันก็ตาม


วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2553

จักรวาลในสวนดอกไม้

Rating:★★★★★
Category:Books
Genre: Biographies & Memoirs
Author:ฮิมิโตะ ณ เกียวโต


ใครหรือคือผู้รับฟังยามปรับทุกข์
ฟัง ฟัง ฟังเราพูดพล่ามจนพอใจ
แล้วก็เพียงยิ้มบางๆ โบกลมให้น้ำตาระเหยหาย

เมื่อนัยน์ตาแจ่ม
จึงกระจ่างใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
แล้วก็เติบโตขึ้นอีกขั้น



ผู้รับฟังอย่างสงบงามของเธอผู้นี้คงไม่ใช่ใครอื่น นอกจากดอกไม้เล็กใหญ่ ต้นไม้ ใบหญ้าทั้งที่กินได้และกินไม่ได้ ที่รายล้อมอย่างไม่มีระเบียบในสวนรอบบ้าน

ฮิมิโตะ ณ เกียวโต โปรยเสน่ห์ใส่ฉันอีกครั้งด้วยความเรียงงดงามชุดนี้ งานเขียนซึ่งสะท้อนภาพความเป็นหญิงสาวผู้มีเลือดมีเนื้อ มีอารมณ์ความรู้สึก มีความอ่อนไหว หญิงสาวธรรมดาๆ ที่ไม่ได้เป็นสาวพรหมจรรย์เลิศเลอ ไร้มลทิน นางเอก นางมาร เป็นแม่ หรือเมียของใคร เป็นแค่หญิงสาวธรรมดาๆ ที่เจริญวุฒิภาวะทางอารมณ์ตามประสบการณ์ที่ชีวิตที่ได้สั่งสมมา

แค่มนุษย์เพศหญิงสามัญที่มีพร้อมทั้งกิเลส ตัณหา ความปรารถนา อยากได้ เหมือนกับๆ มนุษย์โลกคนอื่นๆ ทำให้เธอดิ้นรน ค้นหา ไขว่คว้า เพื่อจะได้ครอบครอง แต่กลับได้พบกับความพลาดพลั้ง ครั้งแล้วครั้งเล่า

จะโดยตั้งใจหรือไม่ รับรู้ถึงความสุขทุกข์ของเธอหรือไม่-ไม่รู้ได้ แต่ต้นไม้ใบหญ้าร่มรื่นรอบตัวพากันแสดงให้เห็นถึงวาระของการเกิด การดับ การต่อสู้ ความพ่ายแพ้ และพยายาม ครั้งแล้วครั้งเล่า

อันเท่ากับสอนให้เธอเข้าใจชีวิต

ความงดงาม ความเจ็บปวด เศร้าสร้อย และทระนงอยู่ในทีของต้นไม้ในสวน ที่ฮิมิโตะฯ เขียนเล่าให้เราอ่าน เหมือนจะบอกเป็นนัยๆ ให้เรารู้ว่า บางที กุญแจไขปริศนาในใจหาได้อยู่ไกลสุดขอบจักรวาล

แต่อยู่ในสวนดอกไม้ข้างบ้านนี่เอง




บันทึก
• เจ้าของนามปากกา ฮิมิโตะ ณ เกียวโต เป็นคนคนเดียวกับเจ้าของนามปากกา คำ ผกา (เผื่อยังมีคนไม่ทราบ)
• จักรวาลในสวนดอกไม้เป็นการรวมพิมพ์บทความที่เคยตีพิมพ์ใน Image (ถ้าจำไม่ผิด)
• เธอเขียนถึงแม่ได้น่ารัก (อ่านแล้วนึกถึงแม่ตัวเองทันทีเชียว) แต่เขียนถึงหลานสาววัย 4 ขวบได้อย่างที่ทำให้คนอ่านน้ำตาหล่น
• ฉันรักผู้หญิงคนนี้นะ แม้เขาจะเกลียดหมามาก (เพราะมันบุกรุกทำสวนของเธอเลอะเทอะ) ฉันก็รัก
• ฉันชอบเวลาเธอเขียนถึงกิ่ง ก้าน ใบ ลำต้น ราก ดอก และกลิ่น ที่มักจะนำพาไปสู่ความทรงจำในช่วงต่างๆ ของชีวิต รวมทั้งตอนที่เธอเล่าถึงวิธีปลูกต้นไม้และดูแลสวนตามสัญชาตญาณในแบบเฉพาะของเธอด้วย
• ตอนที่ชอบมากเป็นพิเศษคือ ดอกราตรี และ เจตจำนงของดอกไม้
• อ่านแล้วอยากปลูกบ้าน ปลูกสวนตามใจของตัวเองอย่างนี้บ้าง
• ฉบับที่อ่านพิมพ์โดยแพรวสำนักพิมพ์ ภาพประกอบสวยเชียว (โดยไทยวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์) จัดหน้าได้อ่านง่าย ขนาดรูปเล่มจับถนัดมือ แต่ดูเหมือนปกจะสวยน้อยไปนิด

วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2552

พืชที่แหลมเส็ด



ยอดมันทอดได้อ่อนช้อยเสมอ





เช้าวันเสาร์ที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๒

พยายามตื่นเช้า ไปสังเกตการณ์แถวๆ แหลมเส็ด ซึ่งเป็นหาดหน้าโรงแรมที่ไปพัก
(Shasa Hotel เกาะสมุย)

หาดเศร้าไม่พอ ยังเหมือนยังไม่ลืมตาตื่น
แต่พืชแถวนั้นน่าสนใจดีนะ