แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมุย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมุย แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2552

places I remember : สนามบินสมุย






อาทิตย์ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒

จริงๆ แล้วเพิ่งมีโอกาส (ภาษาบ้านๆ เรียกมีบุญ) ได้ไปเหยียบสนามบินสมุยก็ปีนี้เป็นปีแรก
ก่อนหน้านั้นไปเกาะสมุยโดยเรือเฟอร์รี่ (เก่าๆ แต่จ๊าบ) มาตลอด

สนามบินสมุยเป็นที่ที่สวยงาม เหมาะกับบรรยากาศท่องเที่ยวบนเกาะเป็นยิ่งนัก
ควรจะบันทึกภาพเอาไว้ โดยเฉพาะในวันที่อากาศดีเยี่ยงนี้

ภาพชุดนี้บันทึกไว้ก่อนขึ้นกลับบางกอกฮะ

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552

Shasa แห่งเกาะสมุย (๒)






ต่อจากอัลบั้มสีฟ้าๆ เขียวๆ
อัลบั้มนี้ว่าด้วยรายละเอียดตามซอกมุมต่างของ Shasa Hotel Casavela เกาะสมุย

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552

Shasa แห่งเกาะสมุย (๑)



โลโก้ของชาซ่าเค้าล่ะ





อัลบั้มนี้ สีฟ้าๆ เขียวๆ
บันทึกความทรงจำระหว่างวันศุำกร์ที่ ๒๙-อาทิตย์ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒
เมื่อไปทำงานที่ Shasa Hotel Casavela เกาะสมุย
คอนโด-โฮเต็ลสวยบนแหลมเส็ด จุดที่ยังเงียบอยู่ของเกาะสมุย

เล่าคร่าวๆ สั้นๆ โครงการนี้เป็นคอนโดมิเนียมขาย (ใครก็ได้ที่มีตังค์ซื้อ-คนไทยก็ได้ ฝรั่งก็ได้) แบบ Investment Programme คือเมื่อซื้อแล้ว เจ้าของกรรมสิทธิ์จะให้โรงแรมบริหาร โดยจัดเวลาให้แขกของโรงแรมเข้าพักระหว่างที่เจ้าของไม่ได้มาพัก เจ้าของจึงไม่ได้เสียเงินซื้อคอนโดอย่างเดียว แต่ยังได้รายได้จากการบริการการเข้าพักของโรงแรมด้วย
..การมาซื้อคอนโดที่นี่จึงเป็นการลงทุนในอีกรูปแบบหนึ่งนั่นแล

ตัวตึกสูง ๔ ชั้น สร้างอยู่บนหน้าผา ความสูงของอาคารยังคลุมเครือว่าเกิน ๑๒ เมตร ซึ่งบนเกาะสมุยเค้าตกลงกันว่าไม่ให้สร้้างตึกสูงกว่านี้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าสถาปนิกมีเก่ง (หลายอยู่) ในการวางตัวตึกให้ทุกห้องมองเห็นทะเล โดยที่หลบต้นไทรใหญ่ริมสระ และหินก้อนโตที่โผล่ขึ้นมาตามจุดต่างๆ ได้อย่างสวยงาม แึ่ค่นี้ไม่พอ ยังออกแบบราวกับเพิ่งยกหินพวกนั้นมาวางลงอย่างพอเหมาะพอเจาะ
(ในเกาะสมุยสถาปนิกที่เก่งทางออกแบบให้เข้ากับหินจะดัีงมาก)

เก๋ซะไม่มี

สำหรับคนใจร้อน อยากรู้เรตค่าห้อง
ขอเชิญไปติดตามที่เว็บของโรงแรม ณ http://shasahotels.com/rates_internet.html

หมายเหตุ: โปรดดูราคาอย่างคนเข้าใจโลก
แล้วรูปภายใน ตลอดจนการตกแต่งอื่นๆ จะติดตามมาในโอกาสต่อไป



วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2552

วัดบ้านนอก: วัดสำเร็จ



งามมาก
แต่องค์ยาวสักสองวาครึ่งได้



วันอาทิตย์ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒

ปกรณ์อยู่กินข้าวเที่ยงที่โรงแรมด้วย แล้วเราเหลือเวลา่อีกราว ๒ ชั่วโมงจึงจะเช็คเอาท์
เพื่อนจึงชวนไปวัดใกล้ๆ โรงแรม ไปถึงก็ไม่ได้จุดธูปไหว้พระทำบุญกันแต่อย่างใด
เพื่อนพาไปเปิดโลก ได้เห็นและสัมผัส (=จับ+ดม) ดูความเก่าแก่ดั้งเดิมแบบสมุย แบบที่เพื่อนยังไม่เคยสัมผัสมาก่อนน่ะเอง

เห็นแล้วทึ่งไปไม่น้อย ไหนจะเรื่องเก่าแก่ที่หลวงพ่อ หลวงพี่เล่าให้ฟังอีก
...พานนึกอยากไปเป็นชาวเกาะกะเขามั่ง

ขอขอบคุณปกรณ์มาไว้ ณ ที่นี้

สมุยที่ได้เห็น






ประมวลภาพเกาะสมุยที่ได้เห็น ระหว่างศุกร์ที่ ๒๙-อาทิตย์ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒
พอดีเมื่อวานอ่านเจอข่าวนี้ใน bangkokbiznews เลยเอามาแปะซะงั้น
--------------------------------------------------------
'เกาะสมุย' จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย มีความงดงามของธรรมชาติ มีชายหาดที่สวยงามอยู่รอบเกาะ รวม ทั้งยังเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนท้องถิ่นที่ประกอบอาชีพ ทำนา ทำสวนมะพร้าว และประมง ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และความงดงามของขนบธรรมเนียมวัฒนธรรม และอัธยาศัยไมตรีของคนในท้องถิ่น เป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวคนแล้วคนเล่าให้มาเยือนเกาะแห่งนี้

แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนเกาะสมุยมากกว่า 1 ล้านคน ทำรายได้เข้าประเทศกว่า 15,000 ล้านบาท มีโรงแรมเกิดขึ้นกว่า 400 โรงแรม และมีห้องพักมากกว่า 16,000 ห้อง มีความต้องการใช้น้ำประปา 18,000 - 22,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน มีปริมาณน้ำเสียที่เข้าสู่โรงบำบัด 5,754 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ส่วนน้ำเสียที่เหลือถูกปล่อยลงแม่น้ำ และ คลอง เช่น คลองเฉวง, คลองละไม และคลองแม่น้ำ มีขยะเกิดขึ้นในแต่ละวัน 120 ตัน ขณะที่โรงกำจัดขยะสามารถกำจัดได้ 130 ตันต่อวัน

ที่ผ่านมา การเจริญเติบโตของเกาะสมุยในเชิงของแหล่งท่องเที่ยวไม่ได้รับการวางแผนอย่าง เป็นระบบในการจัดระบบสาธารณูปโภคและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้รองรับกับ ปริมาณนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเยี่ยมเยือน

"ขยะจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นสาเหตุให้ทุกวันนี้เกาะสมุยต้อง ประสบกับปัญหา ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม สารเคมี และมลพิษที่ไม่สามารถกำจัดได้หมด ทรัพยากรน้ำขาดแคลน แหล่งน้ำเสื่อมโทรม ระบบนิเวศชายฝั่งและทรัพยากรในทะเลถูกทำลาย แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติเสื่อมโทรม นอกจากนี้ศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตท้องถิ่นก็ถูกกลืนหายไปกับวัฒนธรรมต่าง ถิ่น" รามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีเกาะสมุย อธิบาย

สมัยยังมีปัญหาการเข้ามาหาผลประโยชน์ทางธุรกิจของผู้ประกอบการที่ขาด จิตสำนึกทำให้เกิดการทำ ธุรกิจที่ไร้จรรยาบรรณและขาดความรับผิดชอบอีกด้วย

ตั้งแต่ปลายปี 2551 ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกาะสมุยได้ร่วมมือกันจัดโครงการ 'Green Island Project Koh Samui' โดยความหมายของ Green Island ครอบคลุมทุกส่วนบนเกาะสมุย ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ พรรณไม้ที่ช่วยให้เกาะสมุยสวยงาม มีอากาศสดชื่นพื้นดินอุดสมบูรณ์ ความกลมกลืนของสิ่งปลูกสร้างกับสภาพแวดล้อม ระบบรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม จิตสำนึกของผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยว ประชาชนผู้อยู่อาศัย หน่วยงานราชการ ซึ่งต่างมีหน้าที่และมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูและรักษาธรรมชาติที่สวยงามและ วิถีชีวิตท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเกาะสมุยให้กลับมาดังเดิม รวมถึงแสวงหาแนวทางในการพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพเพื่อให้เป็น แหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

"เรามีส่วนร่วมในการทำให้สมุยเป็นเกาะสีเขียว เช่น โครงการกำจัดขยะ โครงการลดการใช้พลาสติค โครงการประหยัดพลังงาน โครงการใช้ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและผลิตภัณฑ์รีไซเคิล สิ่งที่เราให้ความสำคัญมากที่สุดคือการสร้างจิตสำนึกเรื่องการอนุรักษ์สิ่ง แวดล้อมให้กับพนักงานของเรา" ศุภฤกษ์ ทองสุข ผู้บริหารโรงแรมบ้านแหลมทราย บีชรีสอร์ทแอนด์สปา กล่าว

การดำเนินโครงการ 'Green Island Project Koh Samui' ระยะเวลา 10 ปีจากพ.ศ.2551 ถึง 2560 ถูกคาดหวังว่าจะทำให้สมุยกลับมาเป็นเกาะสีเขียว ที่อุดมด้วยธรรมชาติที่สวยงามเหมือนที่เคยเป็นในอดีต
----------------------------------------------------------------

ป.ล. รักเกาะนี้เสมอ ไม่ว่าในวันนี้และวันต่อๆ ไป เกาะสมุยจะเปลี่ยนไปจากที่รู้จักครั้งแรกตั้งแต่สมัยอยู่ ป.๖ แค่ไหน

หวังว่าประชากรบนเกาะจะรักเกาะ และช่วยกันดูแลเกาะนี้ให้ยังดีอยู่ได้ไปอีกนานๆ
ในฐานะนักท่องเที่ยว ก็จะเที่ยวสมุยอย่างสุดถนอมเช่นกัน



วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2552

พืชที่แหลมเส็ด



ยอดมันทอดได้อ่อนช้อยเสมอ





เช้าวันเสาร์ที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๒

พยายามตื่นเช้า ไปสังเกตการณ์แถวๆ แหลมเส็ด ซึ่งเป็นหาดหน้าโรงแรมที่ไปพัก
(Shasa Hotel เกาะสมุย)

หาดเศร้าไม่พอ ยังเหมือนยังไม่ลืมตาตื่น
แต่พืชแถวนั้นน่าสนใจดีนะ



วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2552

แม่น้ำสีทอง






เที่ยวบิน PG168 เกาะสมุย-สุวรรณภูมิ
พาอิฉันออกจากสมุยเวลา ๑๗.๒๐ น. วันอาทิตย์ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒
ผ่านเมืองสีทองริมฝั่งอ่าวไทยมาแล้ว (คาดว่าอยู่แถวๆ เมืองเพชรฯ)
หลังหกโมงนิดหน่อยก็พาเราผ่านเหนือแม่น้ำสีทองสายหนึ่ง
เป็นแม่น้ำสายที่เราทุกคนคุ้นเคย

แม่น้ำสายนี้ไหลคดเคี้ยวไปมา ก่อนออกสู่ปากอ่าว
มองจากบนนี้เหมือนเป็นแค่คลองสายเล็กๆ เท่านั้น

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ของอร่อยที่สมุย



มื้อนี้โรงแรมไปซื้อเจ้าอร่อย (เจ้าไหน?) มาเลี้ยง

แกงไตปลาไม่ประทับใจ
แต่เห็นว่าแกงไก่กะแกงเนื้อก้อโอเช

ผักดองมีมาให้นิดเดียวไม่สมกับกินขนมจีนปักษ์ใต้เลย

คิดถึงน้ำยาที่สุด




๒๙-๓๑ พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้ไปเกาะสมุยเป็นครั้งที่สองของปี (ไปทำงาน)

ได้กินของอร่อยหลายอย่าง
ดังจะเอามาอวดให้คนดูได้อิจฉาดังต่อไปนี้
(ชอบชอบชอบชอบ)


เมืองสีทอง



เวลา ๑๗.๕๕ น.




ภาพจากเที่ยวบิน PG168 เกาะสมุย-สุวรรณภูมิ
พาอิฉันออกจากสมุยเวลา ๑๗.๒๐ น. วันอาทิตย์ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒

ได้ภาพเมืองชายฝั่งทะเลอ่าวไทยสองเมืองกำลังจับกับแสงทองก่อนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า
งามเรืองรองมาก

อยากให้ทุกคนได้เห็นเหมือนกันจัง





วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เรดาร์แมว : เหมียวสมุย



เจ้าจิ๋วเอ๊ย...โตขึ้นเป็นเด็กดีนะแก
แล้วถ้าได้กลับไปจะไปเยี่ยมนะ



เกาะสมุยครั้งที่ ๒ ของปี
ไม่คิดว่าจะได้เจอเหมียว (หมายังมีไม่กี่ตัวเอง)
แต่อีตอนเค้าพาไปไหว้พระใหญ่ เสร็จแล้วเดินดูของเล่นๆ
ได้เจอเจ้าหนูตัวนี้
เจ้าของร้านเล่าว่ามันตกลงมาจากหลังคา แล้วเค้าก็เลี้ยงไว้
ชื่อไรจำไม่ได้แล้ว

มันเป็นแมวตาสีฟ้าแหละ

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

รัมสมุย-ของเค้าดีจริง!



ทั้งออริจินัล คืออ้อย
กลิ่นส้ม สับปะรด มะพร้าว (อันนี้หอม mild มาก) มะนาว (อันนี้ออกเปรี้ยวนิดหน่อย)

ที่ทุกคนซื้อกลับมาคือแบบ Natural หรือกลิ่นอ้อย

เออ ทุกคนซื้อ Syrup ของเขามาด้วยนะ เขาผสมไว้ได้รสดีมั่ก

ศุกร์ที่ ๒๙-อาทิตย์ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒-ไปทำงานที่เกาะสมุยมา

คืนแรก มีปาร์ตี้ที่โีรงแรมที่ไปทำงาน (Shasa Hotel-แหลมเส็ด)
ได้รับการคะยั้นคะยอให้รู้จักกับรัมสมุย (๔๐ ดีกรี)
ว่ากันว่า รัมทั่วไปกลั่นมาจากกากอ้อย แต่รัมสมุยกลั่นมาจากน้ำอ้อย
ฉะนั้นจึงมีกลิ่นหอม จิบแล้วชุ่มคอ

ดมแล้วก็หอมจริง ได้จิบค็อกเทลที่โรงแรมนำเหนอ ก็ทั้งชุ่ม ทั้งหอมน้ำอ้อย
ได้ยินคนแนะนำบอกสถานที่ผลิตนั้นอยู่ไม่ห่างไกลจากโรงแรม
จึงเกิดความสนใจใครรู้เป็นที่ยิ่ง จัดการส่ง sms บอกเพื่อนปกรณ์ บอกชื่อ บอกเบอร์
ปกรณ์จัดการคุยให้เสร็จสรรพ แล้วก็มารับอิฉันกับพี่หมีไปเยือนแหล่งผลิตในวันอาทิตย์

ซึ่งหลังจากเราฟังเลคเชอร์ของมาดาม (Elisa Gabrel) เจ้าของไอเดียและโรงงาน (คงเป็นอื่นไปไม่ได้) และชิมเหล้าที่มาดามนำเหนอ

เราสามคนก็จัดการสอยรัมสมุยมาตามแต่กำลังทรัพย์ของแต่ละคน

ก็ของเค้าดีจริงนี่ค้า





หมายเหตุ อยากรู้จักรัมสมุย คลิกไปที่ www.rhumdistillerie.com
มาดามเอลิซ่ามีบ้านให้เช่า ๓ หลัง อยู่ในโรงงานที่มีสวนมะพร้าวสวยๆ อยู่ข้างหน้าของแก (แอบเห็นสระว่ายน้ำด้วย) ใครอยากไปอยู่สมุยสงบๆ ที่นี่ก้อน่าสนนะฮ้า
มอตะไซค์ให้เช่าที่นั่นคันละ ๑๐๐ บาท/วันเอง

รูปแก้คิดถึง



..ผอมได้อีก

กับกระจกห้องสมุด AQIQ
โีรงเรียนวัดประเดิม

ห้องสมุดที่โรงแรม Shasa เป็นสปอนเซอร์




ศุกร์ที่ ๒๙-อาทิตย์ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒-ไปทำงานที่เกาะสมุยมา

เอ่อ..กลัวจะไม่มีรูปถ่ายที่เกาะสมุย (ก็พี่หมียังไม่มีอารมณ์)
ก็เลยตะบี้ตะบันถ่าย self-portrait มาทุกครั้งที่มีโอกาส

ดูกันขำๆ แก้คิดถึง (ถ้าคิดถึง) ละกันนะจ๊ะ





mission completed!





ศุกร์ที่ ๒๙-อาทิตย์ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒-ไปสมุยมา
ไปสมุยคราวนี้ไปทำงาน แต่แอบมีภารกิจส่วนตัวนิดหน่อย

ซึ่งก็ได้กระทำสำเร็จแร้ว ดังภาพ



(อิ-อิ)

หมายเหตุ ไปพิศหินตาใกล้ๆ ในวันเสาร์ที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๒
(โดยไม่ได้สนใจจะเดินลงไปดูหินยายเลย..แม้แต่น้อย)

วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ไปสมุยครั้งที่ ๒

Start:     May 29, '09
End:     May 31, '09
Location:     เกาะสมุย ไทยแลนด์


ไปทำงาน ไม่ได้ไปเที่ยว



(อย่าอิจฉา)

(แต่รู้อะไรไหม)
(จะได้ไปดูหินตาหินยายด้วยนะ)
(อิ อิ)

วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2552

ลับเฉพาะคนรู้จัย



จะเรียกให้หันมาถ่ายดีๆ ก็ไม่ได้
T-T



20 มีนาคม 2552

รูปเดียวที่เป็นพยานการไปเยือนเกาะสมุยในวันอากาศดี
บนทางเดินในเมลาตี สมุย
สีสวยมากๆ ประสิทธิิภาพสมเป็นกล้องไฮโซของช่างภาพมืออาชีพ

แต่ว่าพี่หมีคระ ถ้าเรียกกันให้หันมาทำหน้าดีๆ ให้ถ่าย
มันจะลำบากมากไหมคระ?

T-T

(ทำไมไม่มีใครถ่ายรูปดีๆ ให้เรามั่งเลย)

วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2552

คนสมุยหายไปไหน?






ความเปลี่ยนแปลงเป็นสัจธรรมของชีวิต ต่อให้ไม่มีอะไรมากระทำต่อวัตถุเลย มันก็ต้องเปลี่ยนไปเพราะความเสื่อมอยู่ดี

 

อิฉันเองย้ายมาอยู่บางกอกนานจนอนุญาตให้ตัวเองเปลี่ยนเป็นคนบางกอกไปเรียบร้อยแล้ว หลังผ่านการปรับตัวจนคุ้นชินกับสภาพแวดล้อม จังหวะชีวิตของเมืองที่เป็นส่วนผสมนัวๆ จากความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเชื้อชาติของผู้อยู่อาศัยอย่างเนียนๆ หาความสุขได้ตามอัตภาพ และแทบไม่รู้สึกว่าชีวิตในบางกอกไร้คุณภาพ ต่ำต้อย หรือขาดอะไรเลยไปเลย

 

ต่อเมื่อมีโอกาสเดินทางไปทำงานบนเกาะสมุยเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมานั่นแหละ จึงได้ตระหนักถึงบางสิ่งของเกาะสมุยที่บางกอกไม่มี และเชื่อว่าต้องใช่สิ่งนี้แน่ๆ ที่เป็นเสน่ห์ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้เดินทางมายังเกาะสมุย

 

มันคือ ฟ้าใส-ทะเลสวย ของสมุย เกาะเมืองร้อนที่มีอากาศโปร่ง หายใจสะดวก ถึงจะร้อนแต่เดี๋ยวๆ ฝนก็จะตกลงมาช่วยปรับดีกรีของอากาศให้เย็นลงมาหน่อย แต่ไม่ต้องห่วง เพราะอีกเดี๋ยวแดดก็ออก อากาศกลับแจ่มใสเหมือนเดิม

 

สิ่งที่สมุยมีแต่บางกอกไม่มีนี้ จริงๆ มันมีมาแสนนานแล้ว สิ่งที่สมุยมีเหมือนบางกอกต่างหาก ที่เพิ่งเกิดขึ้นพร้อมกับความเปลี่ยนแปลง

 

ความเปลี่ยนแปลงมาถึงเกาะสมุยด้วยพลานุภาพแห่งเสน่ห์ดึงดูดของฟ้าใส-ทะเลสวยนั่นแหละ อิฉันว่ามันทั้งดึง ทั้งดูดทุกอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นเงิน และคน

 

ช่างน่าสงสัยนัก ว่าตลอด 3 วันของการทำงานบนเกาะ ไฉนอิฉันจึงแทบไม่ได้พบปะพูดจากับคนท้องถิ่นสมุยเลย

 

พนักงานหน้าตาสวยคมที่ฟร้อนต์ออฟฟิศเป็นลูกผสมอินเดีย-จีน-อังกฤษ ไม่มีส่วนที่เป็นไทย แต่เธอพูดไทยคล่องปรื๋อเพราะย้ายมาอยู่เกาะสมุยได้ 13 ปีแล้ว อีกคนสวยอวบ ผิวดีแบบคนทางเหนือ ส่วนคนผู้ชายบุคลิกอ่อนหวานมีสำเนียงเหมือนคนกรุงเทพ สปาเธอราปิสต์น้ำใสใจคอน่ารักคนนั้นเป็นชาวกาฬสินธุ์ อิฉันแอบได้ยินช่างไฟอู้กำเมืองกันอย่างออกรส คนสวนที่ทำงานกลางแจ้งเป็นชาวต่างชาติ (ไม่แน่ใจว่าใช่พม่าไหม) พนักงานเสิร์ฟในห้องอาหารเป็นคนใต้ล่าง (เดาจากสำเนียง) พอได้ออกจากที่พัก ไปย่านการค้าแถวหาดเฉวงยิ่งรับประกันได้เลยว่า 90% ไม่ใช่คนสมุย แม้กระทั่งในร้านขายขนมฝรั่งที่เพื่อนพาไปกินนั่น คุณเชฟก็ยังเป็นฝรั่ง คนขับรถโรงแรมที่พากลับสนามบินไม่มีสำเนียงทองแดงติดแม้แต่นิด แม้กระทั่งพนักงานรับเช็คอินก่อนขึ้นเครื่องก็สำเนียงเหน่อแบบวัยรุ่นบางกอก

 

เก็บข้อมูลจากการสังเกตแล้วอิฉันก็สงสัยมันต่อไปตามประสา คนจากถิ่นอื่นเหล่านี้มาอยู่ (มาทำงาน) บนเกาะสมุยนานแค่ไหนแล้ว? แต่ละคนอยู่นานไหม? เขากิน-อยู่กันอย่างไร? มีการรวมกลุ่มกันไหม? แล้วพอถึงวันประเพณีประจำถิ่นของเขา เขาฉลองอย่างไร? หรือที่จริงแล้วคนต่างที่ต่างถิ่นที่พลัดมาอยู่บนเกาะสมุยเขาต่างคนต่างอยู่ เพราะนี่มาอยู่เพื่อทำงาน ไม่ได้มาตั้งรกราก???

 

คนสมุยจริงๆ ชนิดที่เกิดบนเกาะ ใช้ชีวิตบนเกาะ พูดจากภาษาถิ่นใต้สำเนียงเพี้ยนหูแบบคนสมุยที่อิฉันได้สัมผัสระหว่าง 3 วันบนเกาะสมุย ดูเหมือนจะมีแค่เพื่อนกับครอบครัวของเพื่อนเท่านั้นเอง

 

แล้วคนสมุยจริงๆ ไปอยู่ที่ไหนกันหมด?

 

บ้านเรือนจริงๆ ของคนสมุยเป็นแบบไหน? อาหารการกินล่ะ? ประเพณีประจำถิ่นของคนสมัยยังมีอยู่ไหม? (ที่นี่เขาชักพระเหมือนที่สุราษฎร์หรือเปล่า?) แล้วสมัยนี้คนสมุยเขาทำอาชีพอะไรกัน?

 

คนสมุยยังอยู่บนเกาะสมุย แต่อยู่ในที่ที่นักท่องเที่ยวไม่ได้เจอ หรือว่าย้ายไปอยู่ที่ไหนแล้ว? เกาะสมุยล่ะ เลี้ยงคนที่ไหลมาเทมาตามแรงดึงดูดของ ฟ้าใส-ทะเลสวย ไหวหรือเปล่า? น้ำพอไหม? แล้วไฟล่ะ? เหตุการณ์บ้านเมืองความสงบสุขของเมืองสงบ ทำสวน ทำประมง เปลี่ยนไปเป็นเมืองท่องเที่ยว อยู่ได้ด้วยงานบริการ และการค้า

 

ความเปลี่ยนแปลงทำให้คนสมุยเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง???

 

สงสัยเสียจริง 


วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2552

ฝนบนเกาะ





เช้าตรู่วันพุธที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๒

ตื่นตีสาม เพื่อไปเช็คอินก่อนตีห้าที่สุวรรณภูมิ
แม้บ้านจะอยู่ห่างสนามบินไม่เท่าไหร่ก็ต้องตื่นตอนนี้ เพราะว่าเป็นคนโอ้เอ้

เครื่องบินขึ้นหกโมงเช้า ตอนขึ้นรถบัสไปขึ้นเครื่องบินคุณฝรั่งได้กลิ่นฝน
แล้วถึงเห็นเม็ดปาดที่กระจกเป็นสาย
โอ้ว..ฝนตก
(หวังว่าสมุยจะอากาศดี กัปตันก็บอกว่าอากาศดี)

ปรากฏว่า..ลงเครื่องแล้วซู่ใหญ่เชีย
เล่นเอาใจแป้วกันทั้งไทยฝรั่ง

ก็ปลอบใจกันไปว่าฝนทางใต้ตกแป๊บเดียว เดี๋ยวก็แจ่ม
ค่อยยังชั่วที่เป็นอย่างนั้นจริงๆ
อยู่สมุย ๓ เช้า เลยได้กลิ่นฝน ได้ยินเสียงอึ่งทั้งสามเช้า
ก่อนจะได้ยินเสียงจั๊กจั่นหรีดก้องรีสอร์ตในเวลาต่อมา

วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2552

Melati Beach Resot & Spa



วิลล่าห้องที่พัก
มี 1 ห้องนอน กับมีพูลเล็กๆ
(ก็เรียกว่าบ่ออะแหละ-ว่ายไปสโตรกครึ่งก็ถึงแล้ว)

เค้าว่ากันว่าคนไทยชอบนักล่ะ พูลในวิลล่าเนี่ย
มันไพรเวตก่าลงไปนอนอาบแดดในที่สาธารณะริมสระใหญ่ของโรงแรม



18-19-20 มีนาคม 2552

มีโอกาสไปทำงานไกลถึง Melati Beach Resot & Spa เกาะสมุย
ชอบรีสอร์ตนี้จัง ไม่ใช่เพราะได้นอนพูลวิลล่า แต่ชอบต้นไม้ต้นไร่ที่นี่
เขาดูแลดีจริง รั้วโมกออกดอกพรึ่บ

พูดถึงภาพ: สมุยตอนนี้กำลังอากาศดี มีฝนทุกเช้า แต่สายก็เหมือนปิดก๊อก เปิดสวิตช์แดดทันที
ที่นี่ซันนี่มาก ฟ้าใส แจ่ม ลมพัด เลยไม่ร้อนเท่าไหร่
พูดถึงเสียง: เพราะเป็นหน้าร้อน จั๊กจั่นก็เลยกรีดเสียงแข่งกันเป็นระยะ สลับกับเสียงนกร้องจุ๊บจิ๊บ ฟังแล้วสบายใจ
พูดถึงกลิ่น: รีสอร์ตนี้หอมมาก บอกแล้วว่ารั้วโมกออกดอกพรึ่บ ลมโชยทีก็หอมกันที แล้วไม่ใช่แค่รั้วโมก ทางเดินในรีสอร์ตมีกอเตยปลูกแซมเป็นระยะ นอกจากหอมโมกก็เลยสลับกับหอมเตย มะลิ ลีลาวดี ฯลฯ ฯลฯ ได้อีก

3 คืนที่ได้เสวยสุขอยู่ในเมลาตีเลยเหมือนชดเชยการไม่ได้โบนัสติดต่อกัน 3 ปีได้อย่างนั้นเลย
T-T


ป.ล. ลืมถ่ายรูปทางเดินในรีสอร์ตมาเฉยเลย ที่มีมาโชว์มีแค่ทางรถบักกี้
ทางเดินในรีสอร์ตเค้าปูหินศิลาแลง (เรียกงี้ป่าวฟระ) คดโค้งไปมา เป็นอุบายไม่ให้เป็นทางเดินลงบีช (ภาษาไทยเรียกหาดทราย) ที่ชันเกินไป
ระหว่างที่เราเดินคดโค้งไปตามทาง ก็จะได้ชมนกชมไม้ ชมบัวและปลาในบ่อ เพลินเสียงน้ำตกไปด้วย

ทางเดินในรีสอร์ตนี่ อิฉันเห็นฝรั่งโคตรกรี๊ด
แต่เชื่อคนไทยบางคนคงเซ็ง ว่ายุงเยอะ ขี้เกียดเดิน พาลไม่ออกมาข้างนอก
เอาแต่กินๆ นอนๆ แช่น้ำอยู่ในวิลล่าซะงั้น

(อยากดูเว็บก็ search ดูนะจ๊ะ ทูนหัว)

วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2552

เรียกว่าอะไร?





๑๘-๑๙-๒๐ มีนาคม ๒๕๕๒

ไปทำงานที่ เมลาตี บีช รีสอร์ต เกาะสมุย
รีสอร์ตแห่งนี้ตั้งอยู่ที่หาดท้องสน
ริมหาดแห่งนี้มีต้นไม้ต้นหนึ่ง มีผลทรงประหลาดดังที่เห็น
สวยดี แต่ไม่รู้เรียกว่าอะไร
ใครรู้มั่งล่ะ?