แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขำ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขำ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554

เสน่ห์ปลายจวักและความรักของผู้ชาย




.....จนถึงวันนี้ คุณคงได้เห็นหนังสือมากมายในโลกตะวันตกและตะวันออกเขียนเกี่ยวกับเรื่องของความรัก แต่ไม่มีเลยสักเล่มเดียวใช่ไหมครับที่กล่าวถึงเรื่องนี้ ไม่มีสักเล่มที่พูดถึงชายหนุ่มตกหลุมรักหญิงสาวเพราะฝีมือการทำอาหารของเธอ หรือชายหนุ่มตัดสินใจทิ้งหญิงสาวเพราะเธอดันต้มน้ำซุปเค็มเกินไป โรเมโอรักจูเลียต
โดยไม่สนใจความบาดหมางของสองตระกูล แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะฝีมือการทำจ๋าก๊า (อาหารเวียดนามตำรับหนึ่ง) ของเธอ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด เพราะนักเขียนส่วนใหญ่เขียนเกี่ยวกับความรัก ไม่ได้เขียนเกี่ยวกับการแต่งงาน ผมจึงเห็นว่าความรักของโรเมโอและจูเลียตนั้นงดงามที่สุดแล้ว เพราะพวกเขาตายไปก่อนที่จะได้แต่งงานกัน และก็ดีแล้วที่จูเลียตไม่มีโอกาสได้ทำกับข้าวให้โรเมโอกิน.....


ส่วนฮาๆ จาก "ขอตั๋วหนึ่งใบกลับไปสู่วัยเด็ก"
โดย เหงวียน เหญิต อั๋นห์
แปลโดย มนธิรา ราโท




วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

The Green Hornet : ฮีโร่จะดีอยู่ที่เพื่อนร่วมงาน

Rating:★★★★
Category:Movies
Genre: Comedy


แปลกใจเมื่อรู้ว่าโรงหนัง Enigma จะฉาย The Green Hornet (2011) ซึ่งถูกตั้งชื่อเป็นภาษาไทยว่า “หน้ากากแตนอาละวาด” เพราะไม่รู้จักฮีโร่รายนี้เลย (พอดีเกิดไม่ทันยุคบรูซ ลี) แถมยังดูแคลนเล็กน้อย ด้วยการคิดไปเองว่าคนดูหนังในโรงแบบนี้น่าจะชอบหนังดราม่าที่มีคลาสหน่อยไม่ใช่หรือ (หากเคยดูหนังในโรงหนังที่แพงขนาดนี้แค่ 2 เรื่อง คือ The Curious Case of Benjamin Button กับ Eat Pray Love เหมือนฉัน คุณจะคิดเหมือนกันไหมล่ะ?)

...ในที่สุดก็เข้าใจคนจัดหนังมาฉายใน Enigma มากขึ้น และได้รู้ว่า ‘หน้ากากแตนอาละวาด’ เป็นหนังที่สนุกมากที่สุดเรื่องหนึ่งในบรรดาหนังที่ได้ดูมา (ซึ่งปกติก็มักเป็นเรื่องโศก ดราม่า สืบสวน ยิ่งเครียดยิ่งบีบคั้นยิ่งชอบดู ว่างั้น)

The Green Hornet หรือหน้ากากแตนไม่ใช่ฮีโร่พลังพิเศษ เปี่ยมพรสวรรค์ หรือมีของวิเศษทำนองเดียวกับซูเปอร์แมน, สไปเดอร์แมน, ดิ เอ็กซ์เมน - - -โอเค อินทรีแดงเป็นฮีโร่ที่เป็นคนธรรมดาใส่หน้ากาก แต่ดูเหมือนโรม ฤทธิไกร จะถูกเทรนความสามารถในการรบมาแล้ว แถมยังหล่อ และเท่ ส่วนเจมส์ บอนด์ก็ทั้งหล่อ ทั้งเก่งฉลาด และมีเสน่ห์

แต่กับ บริตต์ รีด (Seth Rogen) ผู้คิดจะสถาปนาตัวเองเป็นหน้ากากแตนนั้น พูดได้ว่าไร้ศักยภาพในการเป็นฮีโร่อย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา ไหวพริบ สติปัญญา ความสามารถในการต่อสู้ การใช้อาวุธ แม้แต่แผนในการ Launching เปิดตัวสู่วงการอาชญากรรมพี่แกยังต้องหลอกให้เลนอร์ (Cameron Diaz) เลขาคนสวยช่วยคิดให้เลย

เคโต้ (Jay Chou) หนุ่มจีนชงกาแฟเก่ง ผู้เป็น sidekick หรือผู้ร่วมงาน ซึ่งยังหาสมญานามไม่ได้ (ในภาคนี้?) ของเขายังจะเข้าสูตรความเป็นฮีโร่มากเสียกว่า (แต่เรายังไม่เคยมีฮีโร่ผิวเหลืองในอเมริกาเลยใช่ไหม) คือทั้งมีความสามารถในเชิงกังฟู สามารถเคลื่อนไหวรวดเร็วกว่าคนอื่นตอนที่ตัวเองหัวใจเต้นแรง ที่สำคัญคือมีความสามารถในการสร้างสรรค์นวตกรรมแปลกประหลาด ไม่ว่าจะเป็นแบล็กบิวตี้ รถดำสะเทินน้ำสะเทินบกที่ทนทายาด หรือปืนยิงยาสลบควันเขียว อาวุธประจำกายของหน้ากากแตน

เนื้อเรื่องของหนังไม่พิสดารอะไร เขาเล่าลำดับได้มีเหตุมีผล ตลกอย่างเป็นธรรมชาติ สามารถเรียกเสียงหัวเราะออกมาได้จริงๆ บุคลิกของตัวละครก็ออกจะมีวิญญาณของผู้คนจริงๆ ลูกชายคนเดียว ทายาทหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ที่เติบโตอย่างลีบๆ เงียบๆ ใต้เงาตระหง่านของพ่อ ไม่รู้จะทำอะไร และเป็นแบบไหนถึงจะถูกใจพ่อ แล้วต้องอึ้ง ทำอะไรไม่ถูกเมื่อพ่อตายลงอย่างกระทันหันจากพิษของสัตว์มีเหล็กไน เด็กผู้ชายตัวโตที่ยังเพลินกับการเล่นของเล่นตัวต่อ สนุกกับการปั้นเรื่องหลอกคนอื่น และยังคงตืนเต้นตาเป็นประกายกับแผนการบ้าๆ บอๆ ..เขาจะทำอะไรดี เพื่อให้คนอื่นและตัวเองยอมรับในฐานะลูกของพ่อ

ไม่รู้ว่าเรื่องดั้งเดิมที่เอามาสร้างเป็นหนังถูกเขียนขึ้นมาเพื่อความบันเทิงล้วนๆ หรือถึงลึกล้ำถึงขั้นจะบอกว่าในเมื่อผู้ชายโหลยโท่ยอย่างบริตต์ รีด เป็นหน้ากากแตนได้ คนที่ไม่โหลยโท่นขนาดนั้น (อย่างเราๆ) ก็เป็นฮีโร่ได้


แค่ต้องหา ‘เคโต้’ ของตัวให้พบ?


หมายเหตุ
• อึ้งมาก เมื่อรู้ในภายหลังว่าผู้กำกับหนังเรื่องนี้คือ Michel Gondry ผู้กำกับ Eternal Sunshine of the Spotless Mind (2004)! แถม Seth Rogen ยังร่วมเขียนบทด้วยเสียอีก
• ชอบที่เขาเลือก Seth Rogen และ Jay Chou มาเล่น เพราะสองคนนี้ค่อนข้างจะใหม่เอี่ยม เรายังไม่ติดภาพลักษณ์ความเป็นอะไรของเขามา มีความรู้สึกว่า Seth ผู้มีบุคลิกที่ไม่โดดเด่นเป็นที่จดจำเอาเสียเลย เหมาะกับบทนี้มากๆ ส่วนเจย์ โชว์ เทรนภาษามาดีเชียว แล้วก็นะ ดีที่ยอมลดดีกรีความโดดเด่นมารับบทรอง เพราะจริงๆ แล้วหนังเรื่องนี้ใจกว้างมาก ให้พื้นที่เคโต้พอๆ กับหน้ากากแตนเลย
• คิดว่าเป็นหนังที่เกือบจะจัดสัดส่วนของน้ำหนักดีแล้วเชียว บทที่ให้ Diaz เล่นก็ดี ไม่มาก ไม่น้อย ไดอาล็อกก็ฉลาด ฉับไว สมกับเป็นตัวละครนั้น (ผิดหวังแค่เจ้าหล่อนหน้าเหี่ยวลงไปเยอะ) มารู้สึกว่ามันยืดยาดเอาอีตอนแบล็กบิวตี้บุกตึกหนังสือพิมพ์นี่แหละ แต่พอมาคิดดูอีกที ซีเควนซ์นี้อาจจัดมาสำหรับเวอร์ชั่น 3D โดยเฉพาะ
• ใครชอบดูหนังแอคชั่น 3D อาจจะชอบหน้ากากแตนละนะ แต่ถึงดูโรงธรรมดา (ไม่ต้องถึงกับ Enigma) หรือแม้จะดูแผ่นก็ได้หัวเราะเหมือนกันแหละ
• ประสบปัญหานิดหน่อยในการจัดประเภทหนังเรื่องนี้


วันอังคารที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2553

I've Been Married To Hell! : Erai Tokoro ni Tosuide Shimatta!

Rating:★★★★
Category:Movies
Genre: Drama

ก็พอเข้าใจอยู่ว่าแม่รักและเป็นห่วงลูก โดยเฉพาะถ้าเป็นลูกชายที่ไม่ค่อยฉลาดนักของครอบครัวที่มีอันจะกินหน่อย จะให้แม่นอนใจ ไม่สน ไม่แคร์ว่าลูกจะไปรัก ไปดองกับสาวคนไหนได้อย่างไร ก็เขาอุตส่าห์ฟูมฟักเลี้ยงดูของเขามา

ฉันเชื่อว่าในซีรีส์ Erai Tokoro ni Tosuide Shimatta!(2007) คิมิโกะ (Nakama Yukie) เองก็เข้าใจดีว่าแม่รักลูก แต่ที่เธอไม่เข้าใจน่าจะเป็นประเด็นที่ว่า แล้วทำไมคุณแม่ผัว (Matsuzaka Keiko) ถึงต้องมายุ่งกับชีวิตของเธอขนาดดดดดดดนี้

คิมิโกะนักเขียนอิสระกับอิโซะจิโร่ (Tanihara Shosuke) หนุ่มพนักงานบริษัท พบกัน คบกัน ตัดสินใจแต่งงาน แล้วย้ายมาอยู่ร่วมกันในโตเกียว ในคอนโดหรูที่เป็นตึกสูงริมทะเลย่านโอไดบะ ซึ่งก็ออกจะเป็นที่อยู่ที่ต้องใช้ทุนทรัพย์มิใช่น้อย แต่คิมิโกะก็ไม่ยั่น เมื่อเธอฝันจะอยู่ตรงนั้น เธอก็ต้องทำให้ได้ แม้จะต้องเขียนกี่แสนหรือกี่ล้านคำก็ตาม (ค่าเรื่องที่ญี่ปุ่นคิดเป็นคำจ้ะ)

ทั้งสองคนไม่ใช่พวกไฮโซหัวสูง ที่คบกันได้เพราะเข้ากันได้ดี จากการที่ต่างก็เป็นคนสบายๆ ไม่มีระเบียบ ไม่มีธรรมเนียมประเพณี ตั้งแต่แต่งงาน คิมิโกะทำแต่งาน ไม่เคยทำอาหารให้สามีกิน แต่นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะอิโซจิโร่เวลาอยู่นอกบ้านก็ดูเป็นคนสบายๆ กินง่ายอยู่ง่าย และดูจะพอใจกับอาหารกล่อง อาหารสำเร็จรูป ที่หาง่ายๆ และเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนเมืองอยู่แล้ว

จนกระทั่งได้รับโทรศัพท์จากบ้านสามี ให้ทั้งคู่กลับไปร่วมงานเลี้ยงต้อนรับเจ้าสาว เพียงเห็นกำแพงหินล้อมบ้านหลังใหญ่สุดอลัง สามีของเธอเปลี่ยนสู่โหมดเรียบร้อย สุภาพ สุขุม และโค้ง แค่นั้นคิมิโกะก็หนาว เพราะตระหนักว่าหนุ่มหน้าซื่อที่เธอแต่งด้วย ที่แท้คือทายาทเศรษฐีผู้ดีของย่านนั้น

ปัญหาของคิมิโกะไม่ได้อยู่ที่การถูกแม่ผัวเขม่นและคอยจับผิด แต่เป็นเพราะว่าแม่ผัวชอบเธอเอามากๆ ด้วยความที่ครอบครัวยามาโมโตะเป็นสมาชิกของเมืองนั้นมาหลายชั่วคน มีประเพณีวัฒนธรรมที่ต้องรักษาสืบทอดกันไปไม่ให้ตกหล่น แม่ผัวผู้แสนงามและอ่อนหวานจึงพยายามเคี่ยวเข็ญลูกสะใภ้ผู้ห่างไกลความเป็นกุลสตรีให้ได้เรียนรู้ธรรมเนียมปฏิบัติของครอบครัว และของคนในเมืองนั้นอย่างเคร่งครัดตามประเพณี เป็นลูกสะใภ้ที่ดี เชิดหน้าชูตาแก่ครอบครัวยามาโมโตะต่อไป ทำให้เกิดเป็นเรื่องราวสนุกสนานหรรษาเรียกเสียงหัวเราะจากคนดูเป็นระยะ

แม้ว่าดูแล้วจะอดเครียดกับชีวิตลูกสะใภ้ขึ้นมาไม่ได้ก็ตาม



บันทึก:
• ซีรีส์เรื่องนี้มีชื่อภาษาญี่ปุ่นอ่านว่า Erai Tokoro ni Tosuide Shimatta!
• คนญี่ปุ่นเขาก็ช่างแต่งกันได้โดยไม่ต้องไปเสนอหน้าที่บ้านพ่อแม่อีกฝ่ายก่อนเนอะ
• เป็นเรื่องแม่ผัวลูกสะใภ้ที่น่ารักดีนะ ถ้าฉันเป็นคิมิโกะ ถ้าบ้านสามีรัก และต้อนรับบอย่างอบอุ่นแบบนี้ วันนึงก็คงอยากย้ายไปอยู่บ้านสามีถาวรเหมือนกัน
• ดูแล้วได้ศึกษาศิลปะในการอยู่กับสามีนิดหน่อย กับศิลปะในการอยู่ร่วมกับครอบครัวสามีอีกนิดหน่อย
• เห็นธรรมเนียมแปลกๆ ในซีรีส์เรื่องนี้แล้วอย่าไปคิดเป็นตุเป็นตะเลยว่าญี่ปุ่นทั้งญี่ปุ่นเขาจะเป็นแบบนี้ นี่เป็นเรื่องแต่ง ธรรมเนียมประเพณีในเรื่องก็อาจจะเพี้ยนบ้างอะไรบ้าง อย่าถือสา
• เพลง End Title เพราะอีกแล้ว



วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553

อย่างนี้นี่เอง



กริ๊งงงง กริ๊งงงงง



(เอ๊ะใคร เบอร์ไม่คุ้น) สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณน้ำหวานใช่ไหมคะ
ค่ะ จากไหนคะ
ดิฉัน เหมย เหมือนฝัน จากบริษัทท่องเที่ยว ***นะคะ บริษัทของเราเป็นตัวแทนท่องเที่ยวเกาหลี ฮ่องกง บาหลี...
ขอโทษค่ะ เข้าประเด็นเลยก็ได้ค่ะ
คือ จะเชิญสมัครสมาชิกน่ะค่ะ
....
ไม่ทราบคุณน้ำหวานเดินทางบ่อยไหมคะ
(เข้าใจว่าถามถึงเดินทางต่างประเทศ) ไม่ค่อยบ่อยค่ะ
ปีละัสองทริปได้ไหมคะ
ไม่นะคะ หลายปีทริปมากกว่า ไม่ค่อยมีงบน่ะค่ะ
โอเคค่ะ งั้นไม่รบกวนแล้วนะคะ ขอบคุณ สวัสดีค่ะ
......(อ ย่ า ง นี้ นี่ เ อ ง)




วันพุธที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2553

ขำขำ



หาคนช่วยถ่าย

ขำดี โปรดสังเกตสีหน้าไม่ไว้วางใจของม้อย+อ้อย

และ มองต่ำลงมาอีกนิส
คุณจะเห็นตรีนของเราทั้งสองด้วย!



วันก่อนโน้นป้าอ้อยจะไปเดินสวน เลยชวนไปแวะพิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรสามเสนก่อน
ถ่ายรูปกันมา ขำดี


วันพุธที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2553

...แต่ไม่อยากเป็นพจมานนนนนนนน



ลักษณะนิสัย ของคนที่เกิดวันที่ 11
  คือแม้จะเจ้าอารมณ์ แต่ก็สร้างสรรค์

คนเกิดวันที่ ๑๑ เป็นคนที่ต้องการคนเอาใจมากกว่าคนเกิดวันอื่น ๆ เป็นคนซื่อตรง และปราศจากเล่ห์เหลี่ยม แต่ก็มักใจน้อยและเจ้าอารมณ์ ดังนั้นจึงมักทำงานที่ต้องอดทน หรือมีรายละเอียดกวนใจมากเกินไปไม่ค่อยได้

คนเกิดวันที่ ๑๑ จึงไม่ชอบเป็นผู้บริหารราชการที่มีระเบียบมากมาย จุกจิก แต่ชอบที่จะเป็นศิลปิน ซึ่งสามารถสร้างสรรค์งานได้โดยจินตนาการและอารมณ์ของตนเอง

และด้วยเหตุผลที่เป็นคนมีจินตนาการแจ่มชัด มีอารมณ์อ่อนไหวช่าง คิดช่างฝันนี้เอง จึงเป็นผู้ที่มีความสุขมากถ้ามีโอกาสได้ทำงานด้าน ประดิษฐ์สร้างสรรค์

ถ้าคุณมีบุตรธิดาคนรัก หรือแม้แต่ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่ามอบงานบริหารให้เลย ให้มอบงานประดิษฐ์คิดค้นให้ดีกว่า คุณจะได้ประโยชน์และเขาหรือเธอก็จะมีความสุขด้วย

คนเกิดวันที่ ๑๑ ค่อนข้างหัวแข็งในสายตาคนรอบข้าง แต่ที่จริงเป็นคนที่เรียกว่า ' หยิ่งในตัวเอง ' มากกว่า ว่ากันว่าถ้าตรวจสอบวันเกิดกันได้ คุณพจมาน สว่างวงศ์ คงเกิดวันที่ ๑๑ เพราะเป็นคนหยิ่งในตัวเอง และถ้าอยากจะทำให้อ่อนน้อมนุ่มนวลก็ทำได้เป็นอย่างดี ใครที่ทำให้คนที่เกิดวันนี้เกลียดหรือหมั่นไส้ จะถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัวเลย แต่ก็เป็นไปเพื่อป้องกันตนเองเท่านั้น เพราะคนเกิดวันที่ ๑๑ จะไม่รุกรานคนอื่นเลย

เมื่อพูดกันถึงเรื่องความรัก คุณคงไม่ต้องบอกรักคนที่เกิดวันนี้ก็ได้ ถ้าคุณสามารถทำตัวให้เป็นคนที่เป็นเพื่อนกับคนเกิดวันนี้ได้ในทุกสถานการณ์ เป็นกำลังใจในการทำงานให้แก่เขาหรือเธอผู้นั้น ที่ สำคัญคือคุณต้องเป็น ' หลัก ' ให้เขาหรือเธอผู้เกิดวันที่ ๑๑ ได้ในการเป็นผู้นำและตัดสินใจในเรื่องที่เขาหรือเธอไม่ชอบที่จะเกี่ยวข้อง

ในเรื่องของความสัมพันธ์ เมื่อยามคุณอยู่กันสองต่อสองนั้น คำยกยอ คำพูดขอร้องที่อ่อนหวาน จะเป็นการปรุงรสสวาทที่ดีกับคนเกิดวันที่ ๑๑ และในส่วนที่เป็นบทรัก คนเกิดวันที่ ๑๑ เป็นคนที่ชอบทำอะไรซื่อ ๆ ไม่มีพลิกแพลง

ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า คุณจะทำความเรียบง่ายไม่พลิกแพลงให้เป็นความสุข สมของทั้งสองฝ่ายได้อย่างไรเท่านั้นเอง


วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Fargo: สุดท้ายก็แห้ว

Rating:★★★★
Category:Movies
Genre: Drama



ชื่อหนัง Fargo (1996) น่าจะเคยผ่านหูฉันมาบ้างแล้วแหละ เพราะหนังเรื่องนี้ได้รับการเสนอชื่อชิงออสการ์ตั้ง 7 สาขา แล้วก็ซิวไปได้ถึง 2 รางวัล คือ Best Original Screenplay โดยสองพี่น้อง Joel และ Ethan Coen กับรางวัล Best Actress in Leading Role ที่ให้แก่ Frances McDormand ในปีเดียวกับที่ English Patient ได้รางวัลสาขา Best Picture

แต่ที่ได้มาดูเนี่ย ก็เพราะม่อน วันหนึ่งม่อนบอกว่าหาซื้อหนังเรื่องนี้อยู่ แต่ไม่เจอสักที ฉันอยากรู้ว่ามันเป็นยังไงของมัน ก็ลอง Google ดูบ้างแล้วเลยเจอเว็บขายหนัง Pirate ที่มีหนังเรื่องนี้ขาย ว่าแล้วก็ลองสั่งซื้อซีรีส์ญี่ปุ่นมา 1 ชุด พ่วง Fargo มาเผื่อม่อนด้วย
(ไม่กล้าซื้อเยอะเพราะไม่เคยสั่งซื้อหนังจากเว็บแบบนี้เองมาก่อน-กลัวจะเสียท่า)

หนังมาจากเชียงใหม่ (ออกจะทึ่ง) มาถึงมือวันนี้ ก็เลยเปิดเช็คสักหน่อย ปรากฏว่าชัดดี เสียงดี ซับไทย ไม่มีปัญหานะม่อน (อิ อิ)

เปิดเรื่องด้วยสีขาวแห่งความอ้างว้างของทุ่งหิมะที่เหมือนจะซ่อนความลับที่เศร้าสร้อยบางอย่างเอาไว้ จากนั้นก็ค่อยๆ ปรากฏเป็นภาพรถปิ๊กอัพลากรถอีกคันวิ่งฝ่าหมอกมา แล้วเรื่องทั้งหมดก็ถูกเล่าขึ้น

จะว่าเป็นพล็อตก็ไม่เชิง เพราะเขาบอกไว้ตั้งแต่ต้นเรื่องว่าดัดแปลงขึ้นจากเหตุการณ์จริงในปี 1987 เริ่มจากผัวร้อนเงินที่วางแผนให้คนมาลักพาตัวเมีย เรียกค่าไถ่จากพ่อตาเศรษฐี แผนที่วางไว้ก็หละหลวม ไม่ค่อยรัดกุมเท่าไหร่ แถมเลือกคนเพี้ยน ไม่เต็มเต็งมาทำงาน ตัวเอง ‘หลุด’ ทำแผนพังไม่พอ ยังทำเงินล้าน ‘หลุด’ ไปด้วย

ผลสุดท้ายก็เลยกินแห้วกันทั่วหน้า

หลายเหยื่อที่่ตายไปก็เหมือนตายเปล่า สังเวยให้ความประสาทเสียของคนซะอย่างนั้นแหละ

สิ่งที่ฉันชอบในหนังเรื่องนี้คือสไตล์ของ Coens ฉันยังไม่เคยดู No Country for Oldmen อันโด่งดังหรอกนะ (ก็ฉันมีโรคต่อต้านสังคมเป็นโรคประจำตัว) หนังเรื่องเดียวของ Coens ที่เคยดูจึงเป็น Burn After Reading (2008) ที่สอง Coens กล้าเอารูปหล่ออย่างจอร์จ คลูนีย์และแบรด พิตต์ ไปปู้ยี้ปู้ยำจนจำไม่ได้ ซึ่งก็พบว่าชอบมาก อินมากกับเรื่องเรียกเสียงหัวเราะที่่เศร้าขมๆ ลึกๆ อยู่ในอกแบบนั้น

เรื่องเล่าใน Fargo ก็เป็นแนวนั้น เป็นมุกที่ทำให้ตบเข่าป้าบในแชแนลแรก แต่ก็จุกอกในแชแนลต่อมา และเอาเข้าจริงๆ มันไม่ใช่แค่เรื่องตลกที่ขำไม่ออกแต่พาลจะทำน้ำตาซึมด้วยซ้ำไป

อย่างไรก็ตาม ฉันพบว่าในหนังฆาตกรรมตลกร้ายเรื่องนี้มีเรื่องที่ทำให้ยิ้มทั้งที่กำลังเศร้าได้ กับความรักเล็กๆ ของผัวศิลปิน เมียตำรวจที่กำลังท้องโต แต่ก็เป็นคนฉลาด สามารถคลี่คลายและจับคนร้ายได้ ฉากที่มีแค่สองคนบนเตียงในช่วงเวลาก่อนเข้านอน และบทสนทนาสั้นๆ กับปฏิกิริยาโต้ตอบของผัวกับเมีย เล่าเรื่องอย่างเรียบง่าย แต่ซึ้ง และอบอุ่นเหลือเกิน

ฉันบอกตัวเองตั้งแต่ยังไม่รู้ว่ารางวัลออสการ์ในปีนั้นตกเป็นของเธอแล้วว่า Frances McDormand นี่แหละ ..ของจริง


บันทึก:
• ตั้งใจมากๆ ว่าจะไปดู A Serious Man ที่กำลังจะเข้าให้ได้!
• นอกจากรางวัลออสการ์ สองพี่น้อง Coens ยังพาหนังเรื่องนี้ไปกวาดรางวัลมาซะเยอะ ทั้งนำแสดงหญิงจาก Bafta Award และผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ปี 1996 ด้วย
• ฉันว่าการ Casting เป็นส่วนสำคัญมากๆ ในการทำหนังเรื่องนี้
• งานกำกับภาพเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ควรศึกษาด้วย หนังเรื่องนี้บันทึกภาพทุ่งหิมะไว้ได้ฟีลลิ่งที่เย็นชาจริงๆ


วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2553

ขำ ขำ


อ่านไป นึกตามไป แล้วจะยิ้มได้


TEACHER:    Maria, go to the map and find   North America .

MARIA:        
 Here it is.
TEACHER:   Correct. Now class, who discovered   America ?

CLASS:          Maria.

____________________________________

TEACHER:   John, why are you doing your math multiplication on the floor?

JOHN:            You told me to do it without using tables.

__________________________________________

TEACHER:   Glenn, how do you spell 'crocodile?'

GLENN:         K-R-O-K-O-D-I-A-L'
                                           
TEACHER:    No, that's wrong

GLENN:         Maybe it is wrong, but you asked me how I spell it.

                     (I Love this kid)

____________________________________________

TEACHER:   Donald, what is the chemical formula for water?

DONALD:      H I J K L M N O.

TEACHER:   What are you talking about?

DONALD:      Yesterday you said it's H to O.
__________________________________

TEACHER:   Winnie, name one important thing we have today that we didn't have ten years ago.

WINNIE:        Me!

__________________________________________

TEACHER:   Glen, why do you always get so dirty?

GLEN:
          Well, I'm a lot closer to the ground than you are.
_______________________________________

TEACHER:    Millie, give me a sentence starting with ' I. '

MILLIE:           I is..

TEACHER:    No, Millie...... Always say, 'I am.'

MILLIE:           All right...  'I am the ninth letter of the alphabet.'
   
________________________________

TEACHER:   George Washington not only chopped down his father's cherry tree, but also admitted it.  
Now, Louie, do you know why his father didn't punish him?
LOUIS:           Because George still had the axe in his hand.
   
______________________________________

TEACHER:    Now, Simon, tell me frankly, do you say prayers before eating?

SIMON:          No sir, I don't have to, my Mom is a good cook.
______________________________

TEACHER:     Clyde , your composition on 'My Dog' is exactly the same as your brother's. Did you copy his?

CLYDE :           No, sir. It's the same dog.
___________________________________

TEACHER:     Harold, what do you call a person who keeps on talking when people are no longer  
interested?
HAROLD:       A teacher

วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2552

ไว้อ่านเอง: วันเพี้ยนๆ ของคนญี่ปุ่น


เจออีกเรื่อง ขำดี มาจากหน้านี้
http://www.jat-languagecafe.com/newsite/highlight/display.php?id=1130



วันที่ระลึกประหลาดๆ ((おもしろい)記念日)

วันที่ระลึกประหลาดๆมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งวันเหล่านี้ ที่ได้รับการบัญญัติอย่างเป็นทางการจากสมาคมวันที่ระลึกแห่งประเทศญี่ปุ่น (日本記念日協会) แล้ว จึงขอทำการแนะนำวันที่น่าสนใจบางวันที่เลือกมาจากแต่ละเดือนดังนี้

01. วันแห่งภาพยนตร์ (映画の日 : Eiga No Hi) ตรงกับวันที่ 1 ของทุกๆเดือน
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : รณรงค์ให้คนไปดูภาพยนตร์

02. วันแห่งการจราจรปลอดภัย (交通安全の日 : Koutsuu Anzen No Hi) ตรงกับวันที่ 1 ของทุกๆเดือน
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : รณรงค์ให้คนขับรถอย่างปลอดภัย ไม่ขับรถด้วยความเร็ว

03. วันแห่งข้าว (お米の日 : Okome No Hi) ตรงกับวันที่ 8 และ 28 ของทุกๆเดือน
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : ระลึกถึงข้าวซึ่งเป็นอาหารหลักของชาวญี่ปุ่น

04. วันแห่งความรัก , ความปรารถนา และความกล้าหาญ (愛と希望と勇気の日 : อ่านว่า Ai To Kibou To Yuuki No Hi) ตรงกับวันที่ 14 มกราคม ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : เมื่อ 14 มกราคม 1959 เป็นวันที่เฮลิคอปเตอร์ที่บินออกจากเรือสังเกตุการณ์ขั้วโลกใต้ที่ชื่อ Souya (宗谷) ได้บินจอดถึงฐานทัพโชวะ และพบว่าสุนัขทหารที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ที่ฐานทัพเมื่อปีก่อนหน้าจำนวน 15 ตัว มีชีวิตรอเพียง 2 ตัว คือสุนัขชื่อ ทาโร่ และ จิโร่ (タロ・ジロ)

05. วันแห่งแกงกระหรี่ (カレーの日 : Curry No Hi) ตรงกับวันที่ 22 มกราคม ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : รณรงค์ให้คนทำและรับประทานแกงกะหรี่

06. วันแห่งการปวดหัว (頭痛の日 : Zutsuu No Hi) ตรงกับวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : รณรงค์ไม่ให้คนทำอะไรมากเกินไปจนปวดหัว

07. วันแห่งชาเขียว (抹茶の日 : Maccha No Hi) ตรงกับวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : รณรงค์ให้คนดื่มชาเขียวเพื่อสุขภาพ

08. วันแห่งนามสกุล (名字の日 : Myouji No Hi) ตรงกับวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : เป็นที่ระลึกสำหรับการเริ่มใช้นามสกุลเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่น เมื่อวันที่
13 กุมภาพันธ์ ปีเมจิที่ 8

09. วันวาเลนไทน์ (バレンティンディー : Valentine's Day) และ วันแห่งชอกโกแล็ต (チョコレートの日 : Chocolate No Hi) ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : เป็นวันที่สืบทอดมาจากต่างประเทศ ที่หนุ่มสาวจะให้ของขวัญแก่กันเพื่อแสดงความรัก สำหรับในญี่ปุ่น เป็นวันที่ผู้หญิงจะให้ชอกโกแล็ตแก่ผู้ชายเพื่อแสดงความรัก ซึ่งแพร่หลายขึ้นมาจากการโฆษณาของบริษัทผลิตชอกโกแล็ตของญี่ปุ่น สมาคมชอกโกแล็ตและโกโก้ (チョコレート・ココア協会) จึงบัญญัติวันนี้ขึ้นมาเป็นวันแห่งชอกโกแล็ตด้วย

10. วันแห่งแมว (猫の日 : Neko No Hi) ตรงกับวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : เนื่องจากแมวที่ญี่ปุ่นร้องว่า ニャー、ニャー、ニャー ขึ้นต้นด้วยคันจิที่เหมือนกับเลข 2 ด้วยกัน 3 อัน วางเรียงกันได้เป็น 222 ซึ่งแปลงเป็นวันที่ได้วันที่ 2/22

11. วันแห่งบันไดเลื่อน (エスカレータの日 : Escalator No Hi) ตรงกับวันที่ 9 มีนาคม ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : เป็นวันแรกที่มีการใช้บันไดเลื่อนขึ้นที่ห้างมิตสึโกชิ (三越) สาขา นิฮงบาชิ (日本橋) ในวันที่ 9 มีนาคม ปีไทโช ที่ 3

12. วันสีขาว (ホワイトディー : White Day) และ วันแห่งลูกกวาด (キャンディの日 : Candy No Hi) ตรงกับวันที่ 14 มีนาคม ของทุกปี

สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : เป็นวันที่มีคู่กับวันวาเลนไทน์ ซึ่งเป็นวันที่ผู้ชายให้ของตอบแทนแก่ผู้หญิงที่ให้ชอกโกแล็ตกับตนในวันวาเลน ไทน์ โดยสิ่งของที่ให้จะต้องเป็นสีขาว ทางสมาคมลูกกวาดแห่งประเทศญี่ปุ่น (全国飴菓子工業協同組合) ต้องการรณรงค์ให้คนให้สิ่งของเป็นลูกกวาด จึงตั้งวันนี้เป็นวันแห่งลูกกวาด (キャンディの日)

13. วันแห่งซากุระ (桜の日 : Sakura No Hi) ตรงกับวันที่ 27 มีนาคม ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : สมาคมซากุระแห่งประเทศญี่ปุ่น (日本桜の会) ตั้งวันนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นที่ระลึกสำหรับการบานของดอกซากุระ ที่โดยเฉลี่ยจะบานเต็มที่ในวันนี้มากที่สุด

14. วันแห่งกระเทย (オカマの日 : อ่านว่า Okama No Hi) ตรงกับวันที่ 4 เมษายน ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : เป็นวันที่อยู่ระหว่างกลางของวันเทศกาลลูกท้อ (桃の節句 : Momo No Sekku) เป็นวันสำหรับเด็กผู้หญิง ซึ่งคือวันที่ 3 มีนาคม (3/3) และวันเทศกาลเด็กผู้ชาย (端午の節句 : Tango No Sekku) ซึ่งคือวันที่ 5 พฤษภาคม (5/5) จึงตั้งวันที่อยู่กึ่งกลางนั่นคือวันที่ 4 เมษายน (4/4) เป็นวันสำหรับคนครึ่งหญิงครึ่งชาย นั่นคือกระเทย (คำว่า Okama แปลว่า กระเทย)

15. วันแห่งเซนต์จอร์ดี้ (サン・ジョルディの日 : St.Jordi's Day) ตรงกับวันที่ 23 เมษายน ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : เป็นวันที่ผู้ชายให้ดอกกุหลาบแก่ผู้หญิง และผู้หญิงให้หนังสือเป็นของขวัญแก่ผู้ชาย ซึ่งเกิดขึ้นจากความเคลื่อนไหวของวงการสิ่งพิมพ์เมื่อปี 1987 โดยมีที่มาจากประเพณีของประเทศสเปน ในย่านบาร์เซโลน่า เพื่อต้องการชื่นชมนักรบเทพผู้ปกป้องเมืองชื่อ เซนต์ จอร์ดี้ ด้วยประเพณีที่ผู้ชายให้ดอกกุหลาบแก่ผู้หญิง และผู้หญิงให้ของแก่ผู้ชาย

16. วันแห่งขยะ (塵の日 : Gomi No Hi) ตรงกับวันที่ 3 พฤษภาคม ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : รณรงค์ให้คนทิ้งขยะโดยแยกชนิดของขยะอย่างถูกต้อง

17. วันแห่งนาโกย่า (名古屋の日 : Nagoya No Hi) ตรงกับวันที่ 8 พฤษภาคม ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : ที่ทำการเมืองนาโกย่าตั้งวันนี้ขึ้นมาเมื่อปี เฮเซ ที่ 8 เป็นช่วงเทศกาลนาโกย่า (名古屋祭り)

18. วันแห่งการท่องเที่ยว (旅の日 : Tabi No Hi) ตรงกับวันที่ 16 พฤษภาคม ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : ส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น

19. วันแห่งรูปถ่าย (写真の日 : Shashin No Hi) ตรงกับวันที่ 1 มิถุนายน ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : สมาคมรูปถ่ายแห่งประเทศญี่ปุ่น (日本写真協会) ตั้งวันนี้ขึ้นมาเพื่อส่งเสริมการถ่ายรูป

20. วันแห่งนม (ミルクの日 : Milk No Hi) ตรงกับวันที่ 9 มิถุนายน ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : รณรงค์ให้คนดื่มนม

21. วันแห่งอุด้ง (うどんの日 : Udon No Hi) ตรงกับวันที่ 2 กรกฏาคม ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : รณรงค์ให้คนรับประทานอุด้ง

22. วันแห่งเรือเหาะตีลังกา (ジェットコースターの日 : Jet Coaster No Hi) ตรงกับวันที่ 9 กรกฏาคม ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : เป็นวันแรกที่มีเรือเหาะตีลังกาติดตั้งในสวนสนุกที่ญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 9 กรกฏาคม ปีโชวะที่ 30

23. วันแห่งแฮมเบอร์เกอร์ (ハンバーガーの日 : Hamberger No Hi) ตรงกับวันที่ 20 กรกฏาคม ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : 20 กรกฏาคม ปีโชวะที่ 46 เป็นวันแรกที่มีร้าน แมคโดนัล เปิดขึ้นในญี่ปุ่น ที่ชั้นหนึ่งของห้างมิทสึโกชิ (三越) ในย่านกินซ่า(銀座)

24. วันแห่งหมากรุกญี่ปุ่น (麻雀の日 : Majyan No Hi) ตรงกับวันที่ 1 สิงหาคม ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : รณรงค์ให้คนเล่นหมากรุกญี่ปุ่น (麻雀)

25. วันแห่งคนอ้วน (デブの日 : Debu No Hi) ตรงกับวันที่ 8 สิงหาคม ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : เป็นวันที่ระลึกสำหรับคนอ้วน

26. วันแห่งเนื้อย่าง (焼肉の日 : Yakiniku No Hi) ตรงกับวันที่ 29 สิงหาคม ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : รณรงค์ให้คนทานเนื้อย่าง ตั้งโดยสมาคมเนื้อย่างแห่งประเทศญี่ปุ่น (全国焼肉協会)
27. วันแห่งผัก (野菜の日 : Yasai No Hi) ตรงกับวันที่ 31 สิงหาคม ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : รณรงค์ให้คนทานผัก

28. วันเกิดโดราเอม่อน (ドラえもんの誕生日 : Doraemon No Tanjyoubi) ตรงกับวันที่ 3 กันยายน ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : เป็นวันแรกที่การ์ตูนเรื่องโดราเอม่อนถูกเขียนขึ้นมาเมื่อวันที่ 3 กันยายน ปีโชวะที่ 45

29. September Valentine's Day (セプテンバーバレンタイン) ตรงกับวันที่ 14 กันยายน ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : วันครบครึ่งปีพอดีหลังจากวัน White Day (14 มีนาคม) ซึ่งหากผู้ชายถูกผู้หญิงที่ตนตกลงยอมรับความรักเลิกในวันนี้ ก็จะถือว่าไม่เป็นอะไร

30. วันแห่งเหล้าญี่ปุ่น (日本酒の日 : Nihonshu No Hi) ตรงกับวันที่ 1 ตุลาคม ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : รณรงค์ให้คนดื่มเหล้าญี่ปุ่น

31. วันแห่งสุนัข (犬の日 : Inu No Hi) ตรงกับวันที่ 1 พฤศจิกายน ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : ส่งเสริมให้คนรักและระลึกถึงสุนัข

32. วันแห่งอพาร์ตเม้นท์ (アパートの日 : Apartment No Hi) ตรงกับวันที่ 6 พฤศจิกายน ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : 6 พฤศจิกายน ปีเมจิที่ 43 เป็นวันแรกที่มีอพาร์ตเม้นท์ตั้งขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ในย่านอุเอโนะ (上野) ในโตเกียว

33. วันป๊อกกี้และปริทซ์ (ポッキー&プリッツの日 : Pocky&PRETZ No Hi) ตรงกับวันที่ 11 พฤศจิกายน ของทุกป
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : กูลิโกะ บริษัทผลิต ป๊อกกี้และปริทซ์ ตั้งวันป๊อกกี้และปริทซ์ ขึ้นมาเมื่อ ปีเฮเซที่ 11 เดือน 11 วันที่ 11 หากนำวันและเดือนและปี มาเขียนเรียงติดกัน ก็จะได้เป็น 111111 ซึ่งเหมือนกับแท่งป๊อกกี้และปริทซ์ 6 แท่ง ในโฆษณาของป๊อกกี้เอง ก็มีการโชว์แท่งป๊อกกี้ 4 แท่งในมือของพรีเซนเตอร์ด้วย (เพราะว่าปีเฮเซที่ 11 เลยมาแล้ว) จุดประสงค์ที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา คงไม่มีอะไรนอกเหนือไปจากการส่งเสริมการขายป๊อกกี้ มีการจัดแคมเปญต่างๆเกี่ยวกับป๊อกกี้และปริทซ์ในวันที่11/11 ของทุกๆปีด้วย

34. วันแห่งโรงแรม (ホテルの日 : Hotel No Hi) ตรงกับวันที่ 20 พฤศจิกายน ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : 20 พฤศจิกายน ปีเมจิที่ 23 เป็นวันแรกที่ Teikoku Hotel (帝国ホテル) โรงแรมแห่งแรกในญี่ปุ่นเปิดให้ใช้บริการ

35. วันแห่งไก่ทอด (フライドチキンの日 : Fried Chicken No Hi) ตรงกับวันที่ 21 พฤศจิกายน ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : 21 พฤศจิกายน ปีโชวะที่ 45 เป็นวันแรกที่มีร้านไก่ทอด เคนตักกี้ เปิดในญี่ปุ่น ที่นาโกย่า

36. วันแห่งโซบะ (蕎麦の日 : Soba No Hi) ตรงกับวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี
สาเหตุที่ตั้งวันนี้ขึ้นมา : เนื่องจากชาวญี่ปุ่นมีประเพณีการทานโซบะข้ามปี (年越し蕎麦 : Toshikoshi Soba) จึงบัญญัติวันนี้ขึ้นเป็นวันรณรงค์การทานโซบะ

วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

รูปมั่วๆ จากกล้องโลโม่





อาทิตย์ที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๒

นัดกินข้าวกับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่พระอาทิตย์
พี่เอพากล้องโลโม่ตาปลามาด้วย

วุ้ย พี่เค้าถ่ายใหญ่
ได้รูปออกมาขำดีแฮะ

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

นานนานเจอกันที



หลังจากกินกันจนเรี่ยมเร้




นั่นแหละ ตามชื่อ

นานนานถึงจะเจอกันที

หุ หุ


ป.ล. รูปแย่หน่อยนะยะ ลูซิลล์เป็นแค่มือถือ
สงสัยจะเริ่ดได้ไม่เท่ารูปจากกล้องโลโม่ของพี่เอเค้า


วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ช่วงสั้นๆ ที่อิฉันได้ใกล้ชิดกับน้องโต๋






ใกล้ชิดมากกกกก
(..ไม่เชื่อก็ดูเอาเอง)


ป.ล. ขอบคุณอเล็กซ์
(ถ่ายให้ดีกว่านี้ไม่ได้หรอยะ?)



วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

รูปคู่



ร้อนมาก แต่ทนไว้
ยังไม่รวบผม
กะถ่ายรูปให้โม่ดู





ลามัวไปเยือนลามูนอีก
คราวนี้มีรูปคู่มาฝากโม่แร้วววว

ลามูนแกลอรี่อยู่ที่จตุจักรพลาซ่า
โซนบี ปากซอย ๒ เลย


ถ้าเลาะถนนกำแพงเพชรไปจะหาง่ายมั่กฮะ



เรดาร์แมว: ของเล่นใหม่




ผ้าปิดตาขนแมว




พี่เดือนส่งของเล่นใหม่มาให้พร้อมหนัง
ไปรับพัสดุเมื่อเช้า แต่รีบร้อนจะออกไปให้ถึงไปรษณีย์ก่อนเที่ยง
เลยยังไม่ทันเปิดซอง

ก็ไปไปรษณีีย์ ไปสวน ไปนั่งเม้าธ์กะพี่เดือนเรียบร้อยแล้ว
เม้าธ์ด้วยว่าแสตมป์สวยจัง
จนกลับมาถึงบ้าน ถึงได้รู้ว่าในซองมีของเล่นด้วย

อิ อิ อิ

พี่เดือนน่ารักที่ซู้ดดดดดด
(ขอบคุณนะ จุพ-จุพ)

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

...ให้มันได้อย่างนี้สิ









"...ไปนั่งเล่นที่ห้องได้ป่าว?"
ผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งถาม

อิฉันหันขวับ ตอบทันควัน
"ไม่ได้หรอก มันรกมาก"












ทำไม๊... ทำไม คนถามคำถามนี้ต้องเป็นเกย์ด้วย???

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ไม่เห็นจะกวนตีนตรงไหนหนิ



...ได้มาจากอีเมล์ส่งต่อเช่นเคย


นิยามของคนแต่ละกรุ๊ปเลือด
 
O กวนตีน ชิล
B โผงผาง จริงใจ

A จุกจิก เนี๊ยบ

AB ประหลาด ลึกลับ

 
Group ' O '
เริ่มจากรุ๊ปนี้ก่อนเลย คนกรุ๊ปโอไม่ต้องตกใจว่าทำไม เราเป็นคนที่มีนิสัยชิล มันไม่ได้เกิดจากคุณเอง เกิดจากเผ่าพันธ์ ยีนของคุณ ^_^
กรุ๊ปโอมักจะชิลกับตนเองเสมอ มาสายมากถึงมากที่สุดเวลานัดกันกับคนอื่น ๆ โดนรบกวนได้ง่ายจากปัจจัยภายนอก เช่น อยากอาบน้ำร้อนก่อนในวันฝนตกไม่งั้นไม่ออกจากบ้าน ขออ่านการ์ตูนก่อนอีกสิบหน้าจะจบแล้ว รอฝนมันซากว่านี้แล้วกันค่อยออกแม้จะไปอีกทีสายแล้วก็ไม่เป็นไร
กรุ๊ปโอ เป็นพวกไม่มีไฟแล้วทำอะไรไม่ได้ จะนอนอยู่กับบ้านได้ทั้งวัน แต่ถ้าวันนึงมีความฝันที่ต้องทำ มีกิเลสที่ตัวเองต้องการ จะทำสุดชีวิตแบบถึงเช้าถึงเที่ยงคืนก็ทำได้ ไม่หลับไม่นอน
ความรักของกรุ๊ปโอจะเป็นพวกรักนาน ๆ ไปเรื่อย ๆ ไม่หวือหวา
พวกกรุ๊ปโอ จะเป็นคนไว้ใจคนยาก แต่ถ้ารู้จักกันไปแล้วก็จะติดเพื่อน ติดแฟนอย่างแยกไม่ออก เวลากรุ๊ปโอมาเจอกับกรุ๊ปโอกันเองจะจูนยาก เพราะจะดู ๆ กันก่อน
กรุ๊ปโอเป็นพวกจะคบใครจะค่อย ๆ ดู พอเจอโอกันเองเลยดูกันนาน แต่พอคบไปเรื่อย ๆ จะสนิทกันมากที่สุดกว่ากรุ๊ปอื่น แต่ก็จะมีช่องว่างให้กันด้วย
กรุ๊ปโอเป็นพวกตามน้ำ เวลาจะเอาคนกรุ๊ปโอไปไหน เค้าก็ไปได้หมดล่ะ แต่ต้องมารับโทรไป ให้ความสำคัญต้องอัญเชิญว่าง่าย ๆ เถอะมาแน่ ต้องให้คนไปง้อ
กรุ๊ปโอไม่พูดอะไรออกจากใจภายในทันที จะไปคิดทีนึงแล้วค่อยมาบอก บางทีจะทำอะไรก็ชอบไปปรึกษาก่อนว่าแบบนี้ดีไหม? มีเรื่องกลุ้มใจก็จะรบกวนคนรอบข้างคอยช่วยปรับสารทุกข์สุขดิบ แล้วก็กลับมาดีได้ด้วยแรงใจของคนรอบข้าง
กรุ๊ปโอจะเป็นพวกปากหวานถ้าทำอะไรไม่เป็นก็จะทำตาปริบ ๆ ให้คนช่วยทำเสมอ นอกจากนี้โอยังเป็นพวกเจ้าสัวใจถึง ถ้ากลางที่สาธารณะก็จะหน้าใหญ่ใจกว้าง หลังจากงานเลี้ยงค่อยมาคิด เออ...หมดตัวแล้ว 555++



Group ' B '

กรุ๊ป B เป็นกรุ๊ป Entertain อย่างหนักหน่วง และเป็นสีสันของวงสนทนา ไอเดียที่ B คิดจะตรงพูดจากใจเสมอ เรียกเสียงหัวเราะของคนในวงได้ เพราะคนอื่นจะคิดว่า 'กูก็คิดแบบนั้น แต่ไม่กล้าพูด'
บี เป็นคนที่รักใครจะอัดเต็มบ้าเห่อ พอชอบใครจะเอาตัวเองไปเลียบ ๆ เคียง ๆ คนที่ตัวเองชอบแบบเนียน ๆ ส่วนมากกรุ๊ปบีจะไปชอบคนกรุ๊ปโอ ด้วยความนิ่งกว่าของคนกรุ๊ปโอ เพราะบีเจอบีจะระเบิด เวลามีเรื่องปั้บ ออกตัวล้อฟรี จะเป็นจะตายทีเดียว
เราจะได้เห็นบีในเห็นการแปลก ๆ เช่น ทะเลาะกับยาม โวยวายกับคนโทรศัพท์ผิด โมโหเพื่อนทั้งที่ยังไม่เคลียร์เรื่องเหตุต้นตอ แล้วพอหลังจากมีเรื่องจะมาคิดได้ว่า 'น่าจะใจเย็นกว่านี้หน่อยนะ ,ไม่น่าพูดแบบนี้ไปเลย' แต่ก็ด้วยความตรงทำให้ไม่คิดอะไรมาก ถ้าเค้าจะชอบเรา (คนกรุ๊ปบี) แบบที่เป็นเราก็คงดี แล้วบีก็จะลืมเรื่องที่ตัวเองทำเอาไว้
กรุ๊ปบี บ้าเห่ออย่างที่บอก พอรักกันก็ปานจะกลืน พอไม่สนใจก็เอาไปทิ้งถังขยะได้ทีเดียว
กรุ๊ปบีเป็นพวก ชัดเจน ไม่ชอบจะไม่ไปไหนด้วยเลย อาจจะเห็นกรุ๊ปบีไปเที่ยวเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ตามคนอื่นไปบ้าง แต่พอครั้นอยากจะนอนอยู่บ้าน หรือวันนี้รถ?ิด ก็ไม่ไปซะเลย ไม่โทรบอกใครด้วย
กรุ๊ปบีดูเป็นคนใจร้ายแต่จริง ๆ เป็นคนจริงใจและค่อนข้างยอมคนที่ตนเองสนิทอย่างมาก ถ้าอยู่ในกลุ่มแล้ว บี จะได้รับอิทธิพลจากโอสูงทีเดียวด้วย เหตุผลกับความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว ว่าง่าย ๆ บีแพ้ทางโอ บางทีอะไรที่โอทำบีจะปลาบปลื้มมาก แต่พอ เอไปทำบีจะมองว่ารำคาญ!!
กรุ๊ปบีเป็นกรุ๊ปแห่งอารมณ์ ไม่มีความเท่าเทียมกันในกรุ๊ปนี้ ใช้อารมณ์ตัดสินกันล้วน ๆ บีไม่ต้องการคำปลอบใจหรือกำลังใจใด ๆ ขอนอนบ้างหลังจากอัดเต็มมาพักนึง หรือได้ออกไปด่า ทำลายของของคนที่ตัวเองไม่ชอบก็กลับมาดี๊ด่าได้เหมือนเดิม อย่าลืมว่าเวลาไปเที่ยวไหนให้พกคนกรุ๊ปนี้เอาไว้ เพื่อเพิ่มสีสันให้กับกลุ่ม เพราะบีถือคติสนุกไว้ก่อน แต่บีเห็นตลกแบบนี้ จะเป็นคนมีเหตุผลกับเรื่องคอขาดบาดตายสูงมาก ตัดสินใจได้ดีทีเดียว ยิ่งเรื่องที่ตัวเองไม่ชอบขอมีส่วนด้วย อาจจะยุคนอื่น ให้เลิกคบกันไปเลย
บีเป็นคนที่ประจบประแจงได้เนียน ถ้าโอทำจะกระดากตัวเอง ถ้าเอทำจะรู้สึกเสียศักดิ์ศรี แต่บีจะไม่มีทิฐิถ้าอยากทำก็จะทำ และก็ไม่ได้ทำให้ทุกคนด้วย มีไรมั้ย??..เรื่องของฉัน



Group ' A '

คนกรุ๊ปนี้ ทางยุโรปบอกว่าเป็นกลุ่มคนที่หน้าตาดีที่สุด กรุ๊ป เอ เป็นพวกมีความมั่นใจในตัวเองสูง เป็นคนที่เป็นนักคิดนักวางแผน
เราจะเห็นคนเรียนดีจากเลือดกรุ๊ปนี้เยอะมาก เพราะความขยันและการเตรียมตัวที่ดีของเขา เอชอบอยู่ในกลุ่มคนและได้ออกความเห็นตลอด ชอบวิจารณ์คนอื่น แต่รับคำวิจารณ์ที่คนอื่นวิจารณ์ตนเองไม่ได้เท่าไหร่ เอเป็นคนที่สนิทยากถึงจะสนิทแต่ก็จะมีกำแพงกั้นไว้เสมอ  เอจะแบ่งเวลาให้กับทุกคนสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน คนรัก คนทำงาน
เวลานัดกัน กรุ๊ปเอ จะไปคนแรกเสมอ ตรงต่อเวลาและมีสัมมาคารวะแต่ในใจก็จะมีความคิดที่ตัดสินคนแต่ละคนเอาไว้ในหัวแล้ว
เป็นกลุ่มคนที่มีเหตุผลสูงสุด เราแทบจะเถียงไม่ชนะกรุ๊ปนี้เลย แต่เวลากรุ๊ปเอทำอะไรออกมากลับเป็นอะไรที่ Emotion มากขัดกับคาแรคเตอร์ที่ตัวเองเก็บไว้ เพราะความเก็บกดที่ต้องอยู่ในกรอบตลอดเวลา กรุ๊ปเอเป็นพวก Work hard play hard เรียนถึงเกียรตินิยมแต่เล่นแรงแบบลืมวันคืน
กรุ๊ปเอ กับเพื่อน ยิ่งกลุ่มใหญ่ เอจะยิ่งเป็นลิ่วล้อ แต่พอกลุ่มเล็กลง เอจะเทพขึ้นมาเรื่อย ๆ ถ้าเป็นคนรัก เอจะเอาตัวเองเป็นเหมือนตราชั่ง คือเสมอภาค ไม่ว่าแฟนจะรุ่นใหญ่กว่า เอจะเอาตัวเองไปเทียบให้เท่ากัน แต่ถ้าแฟนรุ่นเล็กกว่าก็จะเอาตัวเองลงไปคลุกกับโลกของคนนั้นซะงั้น เอชอบคิดว่า อันนี้มันไม่ยุติธรรมเอาซะเลย และประสาทเสียกับอะไรที่ผิดแผน นอยย์อยู่คนเดียวเสมอ
เอไม่ถูกกับโออย่างรุนแรง ด้วยความเป็นคนในกรอบแล้วไปเจอคนนอกรีต จะรู้สึกหงุดหงิด อะไรว่ะ!!!นัดกันเที่ยงมาสามโมง แต่บางครั้ง เอก็จะคิดเข้าข้างตัวเองเสมอเวลาตัวเองทำผิดบ้าง และยิ้มอยู่คนเดียวเวลาที่ตัวเองรู้สึกเหนือกว่า อะไรที่เอทำ เอจะดีดลูกคิดรางแก้วไว้หมดแล้วหล่ะ



Group ' AB '

เอบี เป็นอัจฉริยะ เราจะเห็นเวลาที่เอบีพูดน้อยกว่าคิด เอบีชอบหลบอยู๋ในมุมจ้องมองคนอื่น ๆ ทำอะไรต่าง ๆ แล้วก็คิดไปเรื่อย ถ้าเป็นฉันจะทำยังไงตรงนี้ จะมีอะไรที่ดีกว่าไหม
เอบี เป็นพวกชอบคิดนอกกรอบ เป็นเทพเจ้า แต่ในขณะเดียวกันอาจเป็นบ้าของใครบางคนได้ เพราะ เอบีจะทำอะไรนอกกรอบและออกแนวทดลองเสมอ
เอบีมีวิธี Entertain ให้ตัวเองมีความสุขแปลก ๆ ในมุมของตัวเอง เช่น การนั่งกดรีโมทแอร์ตอนไม่มีถ่านแล้วสนุก หรือมองมดเดินแล้วลองตั้งชื่อมด จำว่าตอนมันเดินกลับมาเราจะจำชื่อมันได้ไหม เอบีมักสร้างสิ่งแตกต่างในสังคมเสมอ ทำให้เกิดอารยะธรรม/วัฒนธรรมใหม่ ๆ ได้
เวลานั่งในกลุ่มใหญ่จะมีแค่ 2 สถานการณ์ ของคนในกรุ๊ปนี้คือ โดนสปอตไลท์ หรือหลบในมุมมืด  เราจะไม่เห็น เอบีเฮฮาแบบเนียน ๆ ไปกับกลุ่มเพื่อนฝูงตลอด 3 ชม. คนที่ทำแบบนั้นได้คือกรุ๊ปบี 555++
เอบีจะมีโลกส่วนตัวสูง เราเอาแนวคิดที่เรามี กฏเกณฑ์ที่เรามีไปตัดสินเอบีไม่ได้ นิสัยของเอบีหลัก ๆ คือลึกลับ ถ้าเอบีเค้าจะสนุกกับคนอื่น ๆ อย่างเดียวคือการได้แกล้งคนอื่น หรือดูคนอื่นทำอะไรที่ตนเองวางแผนเอาไว้ แล้วหัวเราะอยู่ในมุมเล็ก ๆ ของเค้า



วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ลับเฉพาะคนรู้จัย : เสมือนเป็นเซเลบฯ




อัลบั้มลับเฉพาะคนรู้จัยเวอร์ชั่นนี้เก็บตกจากทริปหลวงพระบางเมื่อ ๑๗-๒๐ พฤษภาคมที่ผ่านมา
ถ่ายภาพโดยปกรณ์ ซึ่งไม่รู้มันเป็นอะไรของมัน ถ่ายเรามาซะเยอะ
ไม่รุเพราะไม่มีอะไรจะถ่าย หรือถ่ายมันให้หมดก็ไม่รุ

พอมาดูรูปพวกนี้แล้วรู้สึกเหมือนเป็นเซเลบริตี้โดนปาปารัสซี่แอบถ่าย
...ขำดีเว้ย

ป.ล. ห้ามแซวว่าอ้วน กลม ดำ หน้ามัน บลา-บลา-บลา
เพราะว่ารู้ตัวทั้งหมดนั่นแล้วละฮะ


วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

mission completed!





ศุกร์ที่ ๒๙-อาทิตย์ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒-ไปสมุยมา
ไปสมุยคราวนี้ไปทำงาน แต่แอบมีภารกิจส่วนตัวนิดหน่อย

ซึ่งก็ได้กระทำสำเร็จแร้ว ดังภาพ



(อิ-อิ)

หมายเหตุ ไปพิศหินตาใกล้ๆ ในวันเสาร์ที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๒
(โดยไม่ได้สนใจจะเดินลงไปดูหินยายเลย..แม้แต่น้อย)

วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2552

ลับเฉพาะคนรู้จัย



จะเรียกให้หันมาถ่ายดีๆ ก็ไม่ได้
T-T



20 มีนาคม 2552

รูปเดียวที่เป็นพยานการไปเยือนเกาะสมุยในวันอากาศดี
บนทางเดินในเมลาตี สมุย
สีสวยมากๆ ประสิทธิิภาพสมเป็นกล้องไฮโซของช่างภาพมืออาชีพ

แต่ว่าพี่หมีคระ ถ้าเรียกกันให้หันมาทำหน้าดีๆ ให้ถ่าย
มันจะลำบากมากไหมคระ?

T-T

(ทำไมไม่มีใครถ่ายรูปดีๆ ให้เรามั่งเลย)