แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นิสัยไม่ดี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นิสัยไม่ดี แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ไม่เห็นจะกวนตีนตรงไหนหนิ



...ได้มาจากอีเมล์ส่งต่อเช่นเคย


นิยามของคนแต่ละกรุ๊ปเลือด
 
O กวนตีน ชิล
B โผงผาง จริงใจ

A จุกจิก เนี๊ยบ

AB ประหลาด ลึกลับ

 
Group ' O '
เริ่มจากรุ๊ปนี้ก่อนเลย คนกรุ๊ปโอไม่ต้องตกใจว่าทำไม เราเป็นคนที่มีนิสัยชิล มันไม่ได้เกิดจากคุณเอง เกิดจากเผ่าพันธ์ ยีนของคุณ ^_^
กรุ๊ปโอมักจะชิลกับตนเองเสมอ มาสายมากถึงมากที่สุดเวลานัดกันกับคนอื่น ๆ โดนรบกวนได้ง่ายจากปัจจัยภายนอก เช่น อยากอาบน้ำร้อนก่อนในวันฝนตกไม่งั้นไม่ออกจากบ้าน ขออ่านการ์ตูนก่อนอีกสิบหน้าจะจบแล้ว รอฝนมันซากว่านี้แล้วกันค่อยออกแม้จะไปอีกทีสายแล้วก็ไม่เป็นไร
กรุ๊ปโอ เป็นพวกไม่มีไฟแล้วทำอะไรไม่ได้ จะนอนอยู่กับบ้านได้ทั้งวัน แต่ถ้าวันนึงมีความฝันที่ต้องทำ มีกิเลสที่ตัวเองต้องการ จะทำสุดชีวิตแบบถึงเช้าถึงเที่ยงคืนก็ทำได้ ไม่หลับไม่นอน
ความรักของกรุ๊ปโอจะเป็นพวกรักนาน ๆ ไปเรื่อย ๆ ไม่หวือหวา
พวกกรุ๊ปโอ จะเป็นคนไว้ใจคนยาก แต่ถ้ารู้จักกันไปแล้วก็จะติดเพื่อน ติดแฟนอย่างแยกไม่ออก เวลากรุ๊ปโอมาเจอกับกรุ๊ปโอกันเองจะจูนยาก เพราะจะดู ๆ กันก่อน
กรุ๊ปโอเป็นพวกจะคบใครจะค่อย ๆ ดู พอเจอโอกันเองเลยดูกันนาน แต่พอคบไปเรื่อย ๆ จะสนิทกันมากที่สุดกว่ากรุ๊ปอื่น แต่ก็จะมีช่องว่างให้กันด้วย
กรุ๊ปโอเป็นพวกตามน้ำ เวลาจะเอาคนกรุ๊ปโอไปไหน เค้าก็ไปได้หมดล่ะ แต่ต้องมารับโทรไป ให้ความสำคัญต้องอัญเชิญว่าง่าย ๆ เถอะมาแน่ ต้องให้คนไปง้อ
กรุ๊ปโอไม่พูดอะไรออกจากใจภายในทันที จะไปคิดทีนึงแล้วค่อยมาบอก บางทีจะทำอะไรก็ชอบไปปรึกษาก่อนว่าแบบนี้ดีไหม? มีเรื่องกลุ้มใจก็จะรบกวนคนรอบข้างคอยช่วยปรับสารทุกข์สุขดิบ แล้วก็กลับมาดีได้ด้วยแรงใจของคนรอบข้าง
กรุ๊ปโอจะเป็นพวกปากหวานถ้าทำอะไรไม่เป็นก็จะทำตาปริบ ๆ ให้คนช่วยทำเสมอ นอกจากนี้โอยังเป็นพวกเจ้าสัวใจถึง ถ้ากลางที่สาธารณะก็จะหน้าใหญ่ใจกว้าง หลังจากงานเลี้ยงค่อยมาคิด เออ...หมดตัวแล้ว 555++



Group ' B '

กรุ๊ป B เป็นกรุ๊ป Entertain อย่างหนักหน่วง และเป็นสีสันของวงสนทนา ไอเดียที่ B คิดจะตรงพูดจากใจเสมอ เรียกเสียงหัวเราะของคนในวงได้ เพราะคนอื่นจะคิดว่า 'กูก็คิดแบบนั้น แต่ไม่กล้าพูด'
บี เป็นคนที่รักใครจะอัดเต็มบ้าเห่อ พอชอบใครจะเอาตัวเองไปเลียบ ๆ เคียง ๆ คนที่ตัวเองชอบแบบเนียน ๆ ส่วนมากกรุ๊ปบีจะไปชอบคนกรุ๊ปโอ ด้วยความนิ่งกว่าของคนกรุ๊ปโอ เพราะบีเจอบีจะระเบิด เวลามีเรื่องปั้บ ออกตัวล้อฟรี จะเป็นจะตายทีเดียว
เราจะได้เห็นบีในเห็นการแปลก ๆ เช่น ทะเลาะกับยาม โวยวายกับคนโทรศัพท์ผิด โมโหเพื่อนทั้งที่ยังไม่เคลียร์เรื่องเหตุต้นตอ แล้วพอหลังจากมีเรื่องจะมาคิดได้ว่า 'น่าจะใจเย็นกว่านี้หน่อยนะ ,ไม่น่าพูดแบบนี้ไปเลย' แต่ก็ด้วยความตรงทำให้ไม่คิดอะไรมาก ถ้าเค้าจะชอบเรา (คนกรุ๊ปบี) แบบที่เป็นเราก็คงดี แล้วบีก็จะลืมเรื่องที่ตัวเองทำเอาไว้
กรุ๊ปบี บ้าเห่ออย่างที่บอก พอรักกันก็ปานจะกลืน พอไม่สนใจก็เอาไปทิ้งถังขยะได้ทีเดียว
กรุ๊ปบีเป็นพวก ชัดเจน ไม่ชอบจะไม่ไปไหนด้วยเลย อาจจะเห็นกรุ๊ปบีไปเที่ยวเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ตามคนอื่นไปบ้าง แต่พอครั้นอยากจะนอนอยู่บ้าน หรือวันนี้รถ?ิด ก็ไม่ไปซะเลย ไม่โทรบอกใครด้วย
กรุ๊ปบีดูเป็นคนใจร้ายแต่จริง ๆ เป็นคนจริงใจและค่อนข้างยอมคนที่ตนเองสนิทอย่างมาก ถ้าอยู่ในกลุ่มแล้ว บี จะได้รับอิทธิพลจากโอสูงทีเดียวด้วย เหตุผลกับความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว ว่าง่าย ๆ บีแพ้ทางโอ บางทีอะไรที่โอทำบีจะปลาบปลื้มมาก แต่พอ เอไปทำบีจะมองว่ารำคาญ!!
กรุ๊ปบีเป็นกรุ๊ปแห่งอารมณ์ ไม่มีความเท่าเทียมกันในกรุ๊ปนี้ ใช้อารมณ์ตัดสินกันล้วน ๆ บีไม่ต้องการคำปลอบใจหรือกำลังใจใด ๆ ขอนอนบ้างหลังจากอัดเต็มมาพักนึง หรือได้ออกไปด่า ทำลายของของคนที่ตัวเองไม่ชอบก็กลับมาดี๊ด่าได้เหมือนเดิม อย่าลืมว่าเวลาไปเที่ยวไหนให้พกคนกรุ๊ปนี้เอาไว้ เพื่อเพิ่มสีสันให้กับกลุ่ม เพราะบีถือคติสนุกไว้ก่อน แต่บีเห็นตลกแบบนี้ จะเป็นคนมีเหตุผลกับเรื่องคอขาดบาดตายสูงมาก ตัดสินใจได้ดีทีเดียว ยิ่งเรื่องที่ตัวเองไม่ชอบขอมีส่วนด้วย อาจจะยุคนอื่น ให้เลิกคบกันไปเลย
บีเป็นคนที่ประจบประแจงได้เนียน ถ้าโอทำจะกระดากตัวเอง ถ้าเอทำจะรู้สึกเสียศักดิ์ศรี แต่บีจะไม่มีทิฐิถ้าอยากทำก็จะทำ และก็ไม่ได้ทำให้ทุกคนด้วย มีไรมั้ย??..เรื่องของฉัน



Group ' A '

คนกรุ๊ปนี้ ทางยุโรปบอกว่าเป็นกลุ่มคนที่หน้าตาดีที่สุด กรุ๊ป เอ เป็นพวกมีความมั่นใจในตัวเองสูง เป็นคนที่เป็นนักคิดนักวางแผน
เราจะเห็นคนเรียนดีจากเลือดกรุ๊ปนี้เยอะมาก เพราะความขยันและการเตรียมตัวที่ดีของเขา เอชอบอยู่ในกลุ่มคนและได้ออกความเห็นตลอด ชอบวิจารณ์คนอื่น แต่รับคำวิจารณ์ที่คนอื่นวิจารณ์ตนเองไม่ได้เท่าไหร่ เอเป็นคนที่สนิทยากถึงจะสนิทแต่ก็จะมีกำแพงกั้นไว้เสมอ  เอจะแบ่งเวลาให้กับทุกคนสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน คนรัก คนทำงาน
เวลานัดกัน กรุ๊ปเอ จะไปคนแรกเสมอ ตรงต่อเวลาและมีสัมมาคารวะแต่ในใจก็จะมีความคิดที่ตัดสินคนแต่ละคนเอาไว้ในหัวแล้ว
เป็นกลุ่มคนที่มีเหตุผลสูงสุด เราแทบจะเถียงไม่ชนะกรุ๊ปนี้เลย แต่เวลากรุ๊ปเอทำอะไรออกมากลับเป็นอะไรที่ Emotion มากขัดกับคาแรคเตอร์ที่ตัวเองเก็บไว้ เพราะความเก็บกดที่ต้องอยู่ในกรอบตลอดเวลา กรุ๊ปเอเป็นพวก Work hard play hard เรียนถึงเกียรตินิยมแต่เล่นแรงแบบลืมวันคืน
กรุ๊ปเอ กับเพื่อน ยิ่งกลุ่มใหญ่ เอจะยิ่งเป็นลิ่วล้อ แต่พอกลุ่มเล็กลง เอจะเทพขึ้นมาเรื่อย ๆ ถ้าเป็นคนรัก เอจะเอาตัวเองเป็นเหมือนตราชั่ง คือเสมอภาค ไม่ว่าแฟนจะรุ่นใหญ่กว่า เอจะเอาตัวเองไปเทียบให้เท่ากัน แต่ถ้าแฟนรุ่นเล็กกว่าก็จะเอาตัวเองลงไปคลุกกับโลกของคนนั้นซะงั้น เอชอบคิดว่า อันนี้มันไม่ยุติธรรมเอาซะเลย และประสาทเสียกับอะไรที่ผิดแผน นอยย์อยู่คนเดียวเสมอ
เอไม่ถูกกับโออย่างรุนแรง ด้วยความเป็นคนในกรอบแล้วไปเจอคนนอกรีต จะรู้สึกหงุดหงิด อะไรว่ะ!!!นัดกันเที่ยงมาสามโมง แต่บางครั้ง เอก็จะคิดเข้าข้างตัวเองเสมอเวลาตัวเองทำผิดบ้าง และยิ้มอยู่คนเดียวเวลาที่ตัวเองรู้สึกเหนือกว่า อะไรที่เอทำ เอจะดีดลูกคิดรางแก้วไว้หมดแล้วหล่ะ



Group ' AB '

เอบี เป็นอัจฉริยะ เราจะเห็นเวลาที่เอบีพูดน้อยกว่าคิด เอบีชอบหลบอยู๋ในมุมจ้องมองคนอื่น ๆ ทำอะไรต่าง ๆ แล้วก็คิดไปเรื่อย ถ้าเป็นฉันจะทำยังไงตรงนี้ จะมีอะไรที่ดีกว่าไหม
เอบี เป็นพวกชอบคิดนอกกรอบ เป็นเทพเจ้า แต่ในขณะเดียวกันอาจเป็นบ้าของใครบางคนได้ เพราะ เอบีจะทำอะไรนอกกรอบและออกแนวทดลองเสมอ
เอบีมีวิธี Entertain ให้ตัวเองมีความสุขแปลก ๆ ในมุมของตัวเอง เช่น การนั่งกดรีโมทแอร์ตอนไม่มีถ่านแล้วสนุก หรือมองมดเดินแล้วลองตั้งชื่อมด จำว่าตอนมันเดินกลับมาเราจะจำชื่อมันได้ไหม เอบีมักสร้างสิ่งแตกต่างในสังคมเสมอ ทำให้เกิดอารยะธรรม/วัฒนธรรมใหม่ ๆ ได้
เวลานั่งในกลุ่มใหญ่จะมีแค่ 2 สถานการณ์ ของคนในกรุ๊ปนี้คือ โดนสปอตไลท์ หรือหลบในมุมมืด  เราจะไม่เห็น เอบีเฮฮาแบบเนียน ๆ ไปกับกลุ่มเพื่อนฝูงตลอด 3 ชม. คนที่ทำแบบนั้นได้คือกรุ๊ปบี 555++
เอบีจะมีโลกส่วนตัวสูง เราเอาแนวคิดที่เรามี กฏเกณฑ์ที่เรามีไปตัดสินเอบีไม่ได้ นิสัยของเอบีหลัก ๆ คือลึกลับ ถ้าเอบีเค้าจะสนุกกับคนอื่น ๆ อย่างเดียวคือการได้แกล้งคนอื่น หรือดูคนอื่นทำอะไรที่ตนเองวางแผนเอาไว้ แล้วหัวเราะอยู่ในมุมเล็ก ๆ ของเค้า



วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ผล ย่อมเกิดจากเหตุ



เสาร์ที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

วันนี้เป็นวันหยุด อากาศแสนจะดี เลยเปิดคอมเช็กเมล์เมื่อปาเข้าไปบ่ายโมง
ก่อนอื่นก็ต้องเปิดจีเมล์ ดูว่ามีความเคลื่อนไหวอะไรในมัลติพลาย

แล้วสิ่งที่ได้แต่เคยคิดเล่นๆ โดยที่ไม่คิดว่าจะเจอจริงๆ ก็เกิดขึ้น

พบอีเมล์รายงานชื่อตัวเองรีพลายในบล็อก อัลบั้ม รีวิว และมิวสิกของตัวเองเรียงรายกันสัก ๒๕ รายการได้

..เอาแล้วสิ ใครเล่่นกรูวะ
ตอนนั้นได้แต่คิด ว่าอาจจะใช่ แต่ยังไม่อยากฟันธง
ลึกๆ แล้วยังคิดว่าใครจะมาเสียเวลาทำแบบนี้ แล้วก็อาจไม่ใช่หนึ่งในสองนั้น
แต่เป็นคนอื่นที่มาสวมรอยแกล้ง

ก็ได้แต่ตัวสั่น ก้มหน้าก้มตาเปลี่ยนบ้านให้ต้อนรับเฉพาะคนรู้ัจัก แล้วก็ส่งพีเอ็มรายงานสถานการณ์
จากนั้นก็พยายามไล่ลบรีพลายน่ารำคาญพวกนั้น (แต่ยังไม่หมดหรอก)

ตกค่ำ เมื่อได้อ่านสิ่งที่เพื่อนอุตส่าห์ไปก๊อปมาจากบ้าน ญ ผู้ต้องสงสัย ทีนี้เลยได้รู้แล้ว ว่าใครแกล้งเรา

ข้อความพวกนี้ อ่านแล้วทำให้กลับมาตัวสั่นอีกรอบ
...เขาเกลียดดิฉันมากมายจริงๆ

อิฉันเป็นคนตรงไปตรงมา ไหนๆ ตัดสินใจที่จะคบคนแค่เท่าทีมีในคอนแทกแล้ว ก็เลยอยากให้ทุกคนได้อ่านข้อความที่ ญ คนนั้นเขียนให้ทุกคนอ่าน ในบ้านของอิฉันนี่เองแหละ

อ่านแล้ว ใครอยากจะถามอะไร เชิญเลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจกัน จะตอบทุกคำถาม



ให้เกียรติแล้วนะที่ไม่เคยไปว่า....หรือสร้างความเจ็บใจให้ก่อน
แต่ในเมื่อบีบให้ช้านต้องทำอย่างนี้เอง ก็ช่วยไม่ได้
ไม่เคยแรงใส่ใครก่อน.....คุณบีบฉันเอง




mandymois wrote

ทูนหัว
คุณเก่งจัง
ตอนนี้อยู่เชียงใหม่ นี่แอบมาค้างบ้านเพื่อน
ที่นี่สมบูรณ์กว่าทั้งความไวเน็ต และอุึปกรณ์
เลยลองฟังเพลงของคุณอีกครั้ง
แม้ไม่สมบูรณ์แบบ
แต่นับว่าน่าประทับใจจัง

เชียงใหม่ร้อนมากเลย
อยากให้ฝนตก



ปล. "ทูนหัว" ช่างกล้า
ใช้คำนี้ออดอ้อนผู้ชายในโลก multiply เลยรึ อื้อฮือ.....น่าสงสารจัง สงสัยอยากมีแฟนจนห้ามใจไม่ไหว
เห็นใจค่ะ.....อวยพรให้หาได้ไวๆนะคะคุณ






reply
mandymois wrote

My Sour,
I'll be back from Chiagmai, arrive @ Suvannabhumi in 15.50



ปล .รายงานขนาดนี้ เนี่ยะหรอบอกว่าผู้ชายเขาเจ้าชู้กับตัวเอง ตัวเองไม่ได้สนใจ แล้วที่ she ทำอยู่
เรียกว่าไงดีละ หาคำบรรยายให้ไม่ถูกอ่ะ
หลงเขาขนาดรายงายขนาดนี้ เนี่ยะหรอไม่สนใจ




delete reply
mandymois wrote

จะโกรธไหมนะ?
จะโกรธไหมนะ?
จะโกรธไหมนะ?

อย่าโกรธเลยนะ
อย่าโกรธเลยนะ
อย่าโกรธเลยนะ


ปล. ว่าเค้าไว้ซ่ะ โดนผู้ชายปั่นหัว แล้ว pm นี้ละคะปั่นอะไรดี ถึงได้ส่งมาง้อผู้ชายซะ ขนาดนี้ ( คนรายไม่ดูตัวเองเลย )




delete reply
mandymois wrote

เมื่อไหร่จะเช็คเมล์ล่ะเนี่ย?


ปล. นี่ก็เช่นกันรอจนไม่เป็นอันทำไรแล้วและมั้ง
[ อะนะ ละไว้ในฐานที่เข้าใจก็คิดดูเองก็แล้วกัน ]




reply
mandymois wrote

พี่ชาย
เรียกพี่ชายดีกว่า
ฟังแล้วเหมือนคนเรียกเป็นคนอ่อนหวานละมุนละไมน่ารักน่าถนอมดี (อ้วก!)

ทำไมพี่ชายต้องนอนดึกขนาดนั้น
ถ้าเรานอนด้วยกัน (หมายถึงนอนข้างๆ กัน อาจจะคุยกัน)
พี่จะนอนดึกขนาดนั้นไหม?
ไม่ไหวนะพี่ นอนน้อยๆ มันจะเบลอ

ยังไม่ลืมโปรเจค



ปล. pm ฉบับนี้ไม่ค่อยบ่งบอกเร้ยว่าคิดอะไรอยู่
ใช้คำว่า "ถ้าเรานอนด้วยกัน" เลยรึ
ขนาดตอนนั้นเขายังเป็นแค่ผู้ชายที่ยังไม่เคยเจอนะ ยังกล้าบอกเขาขนาดนี้
ของเขาไม่ธรรมดาจริงๆ หึ หึ สังเวชใจในความกล้าได้กล้าเสียของหล่อน






delete reply
mandymois wrote

ว้า..คืนเดียวเองหรอ?





ปล.ดูท่าจะเสียดายนะ ที่ผู้ชายเขาจะไปด้วยแค่คืนเดียวเอง มันน้อยไปหรอคะ
เห็นใจคุณค่ะ คงอยากไปมาก





delete reply
mandymois wrote on
นี่นี่
ปลายเดือนนี้มีอะไรที่เราจะพลาดทั้งคู่เลยแหละ
http://tuktadevil.multiply.com/calendar/item/10029

ปล.คงจะเสียดายที่จะยังไม่ได้ไป







delete reply
mandymois wrote

อำเภอเกาะสีชัง
กรีนเฮาส์ บังกะโล ๘๔ ม.๖ ต.ท่าเทววงษ์ โทร. ๐ ๓๘๒๑ ๖๐๒๔ จำนวน ๑๐ ห้อง ราคา ๑๕๐-๓๐๐ บาท
แชมป์ บังกะโล ๗๔ ม.๑ ต.ท่าเทววงษ์ โทร. ๐ ๓๘๒๑ ๖๑๐๕ จำนวน ๕ ห้อง ราคา ๓๐๐-๔๐๐ บาท
ถ้ำ พัง บีช รีสอร์ท ๑๖๔ ม.๓ ต.ท่าเทววงษ์ ริมหาดถ้ำพัง โทร. ๐ ๓๘๒๑ ๖๑๗๙, ๐ ๑๙๔๙ ๐๘๖๐, ๐ ๑๘๖๐ ๗๓๖๐ E-mail: chalarak@hotmail.com จำนวน ๑๘ หลัง ราคา ๔๕๐-๑,๒๐๐ บาท
ทิว ไผ่ ปาร์ค รีสอร์ท ๘ ม.๒ ต.ท่าเทววงษ์ โทร. ๐ ๓๘๒๑ ๖๐๘๔, ๐ ๓๘๒๑ ๖๕๖๕, ๐ ๑๙๔๗ ๐๕๗๓ www.tiewpai.com บังกะโล จำนวน ๑๗ หลัง ราคา ๔๕๐-๖๐๐ บาท
บ้านพักอารีย์ โทร. ๐ ๓๘๒๑ ๖๐๒๐ จำนวน ๑๕ ห้อง ราคา ๓๐๐-๕๐๐ บาท
เบ็น ส์ บังกะโล ๘๐ ม.๓ ถ.อัษฏางค์ ต.ท่าเทววงษ์ โทร. ๐ ๓๘๒๑ ๖๐๙๑ จำนวน ๒๘ ห้อง ราคา ๖๐๐ บาท มีบังกะโล จำนวน ๑๔ หลัง ราคา ๖๐๐ บาท
ริม ทะเล รีสอร์ท ๑๓๐ ม.๓ ต.ท่าเทววงษ์ ตรงข้ามวังจุฑาธุชราชฐาน โทร. ๐ ๓๘๒๑ ๖๑๑๖, ๐ ๓๘๒๑ ๖๒๓๗ จำนวน ๒๕ ห้อง ราคา ๕๐๐-๑,๕๐๐ บาท (ห้องพักเป็นรูปเรือ, มีนวดตัว, นวดฝ่าเท้า)
ศรีพิษณุ บังกะโล ๒๘/๒ ม.๓ ต.ท่าเทววงษ์ โทร. ๐ ๓๘๒๑ ๖๓๓๖ โทรสาร ๐ ๓๘๒๑ ๖๓๓๖ จำนวน ๖ ห้อง ราคา ๔๐๐-๖๐๐ บาท
ศูนย์ ฝึกอบรมและสัมมนา สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ ติดต่อมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ โทร. ๐ ๒๒๑๘ ๘๑๖๘www.arri.chula.ac.th ห้องพัก พักได้ ๒-๖ คน ราคา ๙๐๐-๑,๒๐๐ บาท
สี ชัง พาเลซ รีสอร์ท ๘๑ ม.๑ ถ.อัษฏางค์ ต.ท่าเทววงษ์ (อยู่ใกล้ตลาด) โทร. ๐ ๓๘๒๑ ๖๒๗๖–๘๒ โทรสาร ๐ ๓๘๒๑ ๖๐๓๐ จำนวน ๕๖ ห้อง ราคา ๘๑๐-๑,๒๐๐ บาท
สี ชัง วิว รีสอร์ท ๙๑ ม.๖ ต.ท่าเทววงษ์ (อยู่ริมทะเล) ตรงข้างช่องเขาขาด โทร. ๐ ๓๘๒๑ ๖๒๑๐-๑ โทรสาร ๐ ๓๘๒๑ ๖๒๑๑ www.sabai.com จำนวน ๑๒ ห้อง ราคา ๕๐๐-๑,๔๐๐ บาท
สีชัง ชายเขา รีสอร์ท ๑๐๐ ม.๑ ต.ท่าเทววงษ์ โทร. ๐ ๓๘๒๑ ๖๒๑๖-๗ จำนวน ๒๗ ห้อง ราคา ๘๐๐-๑,๕๐๐บาท
เกาะ ขามใหญ่ นั่งเรือจากเกาะสีชัง ประมาณ ๕ นาที มีโฮมสเตย์ ๓ หลัง คนละ ๒๕๐ บาท ต่อคนต่อวัน ติดต่อโครงการโฮมสเตย์ อบต.ท่าเทววงศ์ โทร. ๐ ๑๒๖๙ ๐๓๕๑, ๐ ๑๓๓๐ ๓๖๕๒, ๐ ๑๗๘๑ ๓๐๑๘
เกาะ ค้างคาว นั่งเรือ ๓๐ นาที จากเกาะสีชัง กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๘๘๔ ๑๔๕๔ ๐ ๑๓๔๑ ๔๖๙๓, ๐ ๙๗๗๑ ๙๑๗๐ www.Mak-my.com/tour มีบ้านพัก จำนวน ๗ หลัง พักได้ ๖–๑๕ คน แพ็กเก็จทัวร์ ราคา ๑,๔๕๐ บาท

ปล. ฉบับนี้ดูอยากไปมาก กลัวไม่ได้ไปขนาดลงทุนหาข้อมูลมาประเคนตรงหน้าเลยนะ ว้าว.....









กรุณามองย้อนกลับไปดูพฤติกรรมของตนเองก่อนสิคะคุณก่อนที่จะไปเขียน blog และคอมเม้นท์ต่อว่าใครเขา คุณส่ง pm (ขนาดนี่แค่ส่วนหนึ่งที่ส่งนะ) ,พยายามติดต่อเขาด้วยวิธีอื่นเอย พอเขาเงียบหายเพราะไม่อยากยุ่งด้วยก็พยายามติดต่อหา เขาคุยด้วยก็ตีความว่าเขาตามจีบตนเอง ชอบตนเอง คุณหวังสร้างสัมพันธ์สวาทกับฝ่ายชายเอง ทอดสะพานให้ฝ่ายชายตลอดมา แล้วถือดียังไงไปเขียนบล๊อกพูดเอาดีเข้าตัว....เอาชั่วให้คนอื่น
อยู่กับความเป็นจริงหน่อย....ถามจริงเถอะโลกใบนี้ของคุณหาแฟนจากการเล่น MTP รึ....(อันนี้ประสาทกว่า หุหุ)

เซงที่สุด.....เอาไว้วันไหนมีโอกาสเข้าวัด จะกรวดน้ำคว่ำขัน แผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลไปให้นะคะ





****blog นี้ต้องขออภัย contact ที่น่ารักของดิฉันทุกคน ด้วยนะคะ ที่ต้องมาอ่านอะไรที่มันไม่เจริญหูเจริญตาเลย เอามาลงให้เจ้าของ pm พวกนี้ได้สะท้อนเห็นเงาอดีตที่ตนเองทำมาโดยเฉพาะค่ะ จนนำมาซึ่งเรื่องราวตามมาของพฤติกรรมตนเองที่เคยทำไว้ เพื่อจะคิดได้ขึ้นมาบ้าง จึงมิได้อนุญาตให้ comment แต่อย่างใดค่ะ


หมายเหตุ:
ขอโทษอีกครั้งสำหรับเพื่อนๆ ที่เห็นอกเห็นใจในตอนแรก
แต่ต้องมาเสียความรู้สึกหลังจากอ่านบล็อกนี้

วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ขอบ่น

ไปบ่นที่บ้านเพื่อน
เพื่อนแซวว่าเรื่องบ่นยาวขอให้บอก
เลยย้ายมาบ่นบ้านตัวเอง

เราน่ะ

คนไม่รู้จักอาจคิดว่าเป็นคนเปิดเผย
แต่ที่จริงแล้วทั้งนอยทั้งหวงความเป็นส่วนตัว

มีคนตั้งเยอะ ที่เราไม่รับแอด เพียงเพราะ
-เค้าไม่ได้เขียนข้อความขอแอด (เราถือว่ะ เรื่องนี้)
-เค้าเป็นใครไม่รู้
-เค้าไม่เคยคุยกะเรามาก่อน (ควรทำความรู้จักกันก่อนนะ)
-เค้ามีคอนแทกเป็นร้อยๆ

แต่เราไม่เคยบอกเค้าเลยว่าทำไมเราไม่รับแอด
แค่ดอง invitation ไว้งั้นแหละ จนมันเน่า แล้วแอบลบทิ้ง
บางคนยังตามมาขอแอดอีกรอบด้วย
แถมจำไม่ได้อีก ว่าเคยขอแอดแล้วครั้งนึง เมื่อ....ก่อน

เอากับเขาสิ

ตอนนี้เรามีคอนแทกใกล้ร้อย และแอบดีลีทคนที่หายไปออกอยู่เรื่อยๆ (ไม่อยากให้มันเกินร้อย)
แต่ครึ่งนึงในนั้นเป็นเพื่อนในโลกจริง ที่แม้ไม่ค่อยเล่นมัลติพลาย แต่เรายังไม่อยากลบคนพวกนี้ออก
ทั้งๆ ที่รู้ว่าเค้าคงรำคาญอีเมล์แจ้งเตือนว่าอีนี่อัพอีกแล้วๆ ทุกวี่วัน
เพราะว่าเราอยากให้เค้ามาอ่านเรื่องของเราไง

ป.ล. เราไม่ขอแอดใครพร่ำเพรื่อด้วย
ไม่มั่นใจ กลัวเขาไม่รับ

โดยมากจะรอจนเขาขอแอดเองอะ


ป.ล. มันก็ยาวจิงๆ แหละ


วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2551

รู้สึก..เกลียด

วันจันทร์ที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๑
ครบรอบ ๓๒ ปี ของวันที่เราก็รู้ว่าอะไร

ตื่นตอนเช้าก็ให้รู้สึกเกลียดผู้คน

-เกลียดการเป็นคนรักการนอน โดยเฉพาะเช้าวันจันทร์
-เกลียดคนเห็นแก่ตัว ไม่ขยับให้คนอื่นนั่งมั่ง บนรถสองแถว นั่งอ้ากันอยู่นั่น ไม่รู้ว่ามันใหญ่สักแค่ไหน
-เกลียดคนข้ามถนนใต้สะพานลอย
-เกลียดคนเอาหมามาทิ้งข้างถนน เพราะมันทำให้บนฟุตบาธมีแต่ขี้หมา
-เกลียดคนแซงคิว ทั้งใน 7-11, รถใต้ดิน และรถไฟฟ้า
-เกลียดคนจ่อรอเข้าไปในตู้โดยสาร ไม่เปิดทางให้คนออกแล้วพวกมึงจะเข้าไปได้ไง (วะ)?
-เกลียดคนรักชาติ ประเภทขึ้นบันไดเลื่อนจนสุดแล้วก็ยืนเคารพธงทันที (แล้วจะให้คนที่ขึ้นตามมาไปยืนอยู่ที่ไหนค๊า?)
-เกลียดคนขึ้นบันไดเลื่อนไม่ชิดขวา
-เกลียดคนเดินเอ้อระเหย แถมยังเดินหน้ากระดาน เวลาเจออยากผลักไปให้พ้นทาง
-เกลียดพวกทำฉลาดแต่แดกอาหารกล่องโฟม
-เกลียดพวกพูดถึงแต่สิทธิ์ของตัวเอง แต่ไม่เคารพสิทธิ์ของคนอื่น (เชี่ย)
-เกลียดคนโกหก
-เกลียดคนตอแหล
-เกลียดคนสูบบุหรี่
-เกลียดผู้ชายไม่ตอบคำถาม
-เกลียดตัวเอง (ในบางครั้ง โดยเฉพาะในบางกรณี)

ป.ล. ดิฉันเป็นคนอย่างนี้แหละ ไม่ต้องกลัวแทนว่าเขียนบล็อกอย่างนี้แล้วคนจะกลัว
ดิฉันเองยังไม่กลัวเลย ว่าคนอื่นจะกลัวตัวเอง
เพราะบางที กลัวกันซะบ้างก็ดี

วันจันทร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2551

วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2551

ฉัน (๕)




เกลียดคนเห็นแก่ตัวที่สุด
...แต่ดันเป็นเสียเอง

ฉัน (๔)




นอกจากหน้าแย่
ยังมีวาจาเป็นอาวุธ
ถนัดนักเรื่องข่มผู้ชาย
ทำลายความมั่นใจเพื่อน

วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2551

ฉัน (๓)




..แย่
พูดจาแย่
ความคิดแย่ไม่พอ กิริยาแย่กว่า
มนุษยสัมพันธ์ก็แย่

จับจด
ทำอะไรไม่เคยได้ดี
ทำงานฝีมือไม่เคยเสร็จ
อ่านหนังสือไม่เคยจบ
คบใครไม่เคยรอด


ฉัน (๒)




ทำตัวได้น่าเบื่อมาก
สนใจแต่เรื่องฉันสนใจ
ต้องการอะไรดังใจตัวเองต้องการ
ไม่เคยรับฟังคนอื่น อยากจะฟังแต่สิ่งที่ฉันอยากได้ยิน

ฉัน (๑)




คิดถึงแต่ตัวเอง

วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2551

จดหมายส่วนตัว : ดอกไม้บาน..นานกว่าความรู้สึก



เขาบอกว่า เขาไม่เข้าใจฉัน
เมื่อคืนเราจึงคุยกัน

ฉันถาม, คิดอย่างไรกับฉัน
อยากคบ, เขาตอบ
น้องดูเก่งดี มีความสามารถเยอะ แต่
เป็นตัวของตัวเองมากไป

อ้าว, ฉันร้อง
ช่วยไม่ได้นี่นะพี่

บอกตรงๆ ว่าพี่ดูน้ำขึ้นน้ำลงนะ, ฉันบอกมั่ง
หลังจากกินข้าวกันวันนั้นก็หายไปเลย
เหมือนว่าเราเดตกันแล้วไม่เวิร์ก พี่เลยไปเดตกะคนอื่น

ก็ไม่ว่าง, เขาอธิบาย
เหมือนที่เคยบอก
ไม่โรแมนติกด้วย

ไม่มีเวลาแม้แต่นาทีเดียว สำหรับโทรหากัน?, ฉันถาม
ถ้าคบกันไปจริงๆ คงสับสนน่าดู, ฉันตั้งข้อสังเกต, ว่าจริงๆ เรายังคบกันอยู่หรือเปล่า

เหรอ?

ใช่สิคะ

ก็ พี่ยังไม่ได้บอกเป็นอย่างอื่นนี่
(เขาเคยบอกฉันแล้ว ถ้ายังแจ้งการเปลี่ยนแปลง แปลว่าทุกอย่างยังเหมือนเดิม)

เรื่องมันอาจจะเป็นเพราะเราพูดกันคนละภาษาน่ะ, ฉันถอนหายใจ

ทำไม?, เขาถาม, ต้องให้บอกทุกวันหรอ

ไม่ใช่อย่างนั้น, ฉันแก้
แต่น้องไม่ควรต้องสงสัย ว่าพี่หายไปไหน
(เพราะถ้าไม่มีคำตอบ น้องจะคิดต่อไปเอง ว่าพี่ไปไหน ทำอะไร กับใคร-อันนี้คิดในใจ ไม่ได้บอกให้เขารู้)

งั้นออกมากินข้าวกันอีกเหอะ, เขาเข้าประเด็น, นะครับ

..อย่าดีกว่า, ฉันตอบ
น้องเป็นของน้องแบบนี้
จะกินข้าวกันสักกี่ครั้ง
นิสัยแย่ๆ ของน้องก็ไม่เปลี่ยนหรอก

งั้น, เขาเสนอทางเลือกใหม่, เรามาเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิมดีกว่า
พี่ไม่คิดเรื่องนี้แล้ว

ไม่ต้องเป็นอะไรกันก็ได้พี่
ไม่ต้องคิดมาก, ฉันตอบ

พูดแบบนี้..ไม่มีเยื่อใยกันเลยนะ, เขาพ้อ

ไม่ใช่อย่างนั้น, ฉันเริ่มอธิบาย
ก่อนหน้าที่เราจะรู้จักกัน เราก็ไม่ได้เป็นอะไรกันนี่
จริงไหม?

เอาล่ะ เอาล่ะ, เขารวบรัด
สรุปกันก่อน ก่อนจะเข้าใจผิดกันไปใหญ่

สรุปว่าเราต่างคนต่างกลับไปจุดเดิม, ฉันสรุปให้เอง
จุดที่เราไม่รู้จักกัน
จะได้ไม่ต้องคิดมาก
ไม่ต้องกังวลใจ

..ขอบคุณสำหรับวันนั้นค่ะพี่
ไปก่อนนะ
ง่วงแล้ว



หมายเหตุ: ไม่ใช่เรื่องจริง
แค่ Base on true story เห็นเบื่อๆ เลยเขียนให้อ่านกันขำๆ
อย่าคิดมากไปนะจ๊ะ

วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2551

จดหมายส่วนตัว : จากชายหนุ่ม




หัวข้อ : ...........

ถาม : ไม่เข้าใจม้อยจริงๆ เลย
เดาใจยาก เป็นตัวของตัวเองสูง อารมณ์ไม่คงที่

ตอบ : just because I always change my headshot pictures?

วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2551

บันทึกเรื่องที่ ๖ : คนที่ควรไว้วางใจ

 

 
ฉัน: ดิฉันไม่เคยไว้ใจใคร!

เขา: ในแง่คนรัก หรือ ในแง่อื่นๆ เช่นเพื่อน

ฉัน: โทษที หมายถึงไม่เคยไว้ใจผู้ชาย

กับเพื่อน ไม่เคยมีปัญหาเรื่องความไว้วางใจ

 

....คือส่วนหนึ่งของการตอบโต้ในบล็อกอันหนึ่งที่เขียนถามความเห็นเกี่ยวกับความไว้วางใจคนรัก

ตอนที่ตอบเขาไปว่า "กับเพื่อน ไม่เคยมีปัญหาเรื่องความไว้วางใจ" นั่น คิดในใจ แต่ไม่ได้เขียนลงไป ว่า

 

เพราะถ้าคนคนนั้นไม่น่าไว้วางใจแล้ว เราก็คงไม่คบเป็นเพื่อนหรอก

 

ก็เราน่ะหยิ่งจะตายไป เพื่อนเนี่ย เลือกคบหยั่งกะอะไรดี

ทุกวันนี้ก็เลยมีเพื่อนจริงๆ น้อย นับหัวถ้วน แต่ทุกคนที่เรียกว่า "เพื่อน" เป็นคนที่วางใจได้ พูดกันได้อย่างเปิดอก

รู้สึกว่าแบบนี้ดีกว่ามีเพื่อนมาก แต่วางใจไม่ได้ เข้าไม่ถึง

 

 

...วันนี้ หลัง Mamma Mia ที่สกาล่า ขณะโซ้ยส้มตำปูปลาร้า (หวาน) ในร้านมารีน่ากับป้าอ้อย เพื่อนรุ่นพี่ที่ทั้งรักทั้งงอน ถูลู่ถูกังกันมานาน และี่กำลังจะไม่ได้อยู่ใกล้ๆ กันอีกพักใหญ่

(อันนี้ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ผลักดันให้ต้องมองหาคู่หู คู่หาง หรือถ้าเป็นไปได้คือคู่รัก สำหรับเป็นเพื่อนทำกิจกรรมสัพเพเหระที่เคยทำกับป้ามัน)

ขณะพูดถึงวันเดินทางของชี ก็ดันนึกถึงความวางใจ-ไม่วางใจอะไรนี่ขึ้นมาอีกหน

ด้วยความเป็นคนไม่เก็บกักอะไรอยู่ในใจ แล้วก็ไม่สนใจว่าเพื่อนจะทำไง ลำบากใจไหมกับเรื่องที่ได้รู้

จึงได้ทำการสารภาพให้ป้าอ้อยฟังไป

 

..ว่า เราเพิ่งจะเสียเวลา ๑๐ ชั่วโมง (ของวัยสาวตอนปลาย) ในการลงทุนทำความรู้จักกะคนคนหนึ่ง โดยการพบกันสองวาระ

 

บ้าแท้ๆ

นั่งคุยกันครั้งละ ๕ ชั่วโมง (๕ ชั่วโมงเชียว!)

 

๑๐ ชั่วโมง ของวันเสาร์อาิทิตย์

 

แทนที่จะเอาไปนอนกลางวันให้หน้าตาเอิบอิ่ม

แทนที่จะเอาไปดูหนัง X กองเป็นตั้งที่รอฤกษ์อยู่ ว่าเมื่อไหร่มึงจะดูกูเสียที

แทนที่จะเอาไปท่องศัพท์ ทบทวนแกรมม่าภาษาญี่ปุ่น (ใกล้สอบแล้วนะแก)

แทนที่จะเอาไปฝึกโยคะให้เก่งๆ จะได้กลายเป็นป้าจิ๊ไวๆ

แทนที่จะเอาไปนั่งเล่นทอดหุ่ยในสวนสาธารณะ ดูพ่อแม่ลูกเค้าจูงมือกันเดินเล่น มีความสุข

แทนที่จะเอาไปเยี่ยมเพื่อนที่ไม่สบาย

แทนที่จะเอาไปนั่งเขียนบล็อก จีบผู้ชายทางเอ็มเอสเอ็น แม้กระทั่งเซ็กซ์โฟนกะใครสักคน

 

ดันเป็น ๑๐ ชั่วโมงที่

 

..ต้องรับอนุมูลอิสระจากควันบุหรี่โดยไม่จำเป็นเล้ย-ปกติโคตรจะรังเกียจ (วิตามินซีวันละพันมิลลิกรัมจะช่วยให้กูไม่ให้แก่กะไอ้ควันนี้ได้ไหมเนี่ย?)

..ต้องนั่งฟังเรื่องของเขาเป็นส่วนใหญ่ เรื่องตัวเองไม่ค่อยมีจังหวะพูด (หรือเขาไม่อยากรู้วะ?)

..ต้องปั้นหน้าระรื่น แสร้งว่า ดิฉันนั้น ที่แท้แล้วเป็นผู้หญิงใจกว้าง ฉลาด เข้าใจอะไรง่ายๆ และเป็นมิตรกับคุณเสมอ (อ้วก!)

..ก่อนจะเสียเวลา ๑๐ ชั่วโมง ต้องถ่อไปที่นัดที่แม่ง ไกลบ้านกูเจงๆ อีก

..แถม ไอ้ ๑๐ ชั่วโมงนรกที่ควันบุหรี่เข้าตานี่ ยังทำให้สมองเบลอ ประมวลผลพลาด

 

ตัดสินใจไว้วางใจเขาไปซะงั้น

 

เฮ้่อ.... แย่ว่ะ

เสียความรู้สึกไม่น้อย แต่คงไม่บ่นมากแล้ว

เท่าที่บ่นไปก็มีกระแสเสียง ทับถม+สมน้ำหน้า จนกูจะบ้าอยู่แล้ว

 

เอาเป็นว่า ขอบันทึกไว้ ณ ที่นี้ละกัน

ว่าต่อไปให้จำไว้

 

..ในเมื่อคิดว่า เพื่อน คือคนที่แกไว้ใจได้เสมอ

ก่อนจะคิดไว้ใจผู้ชาย ก็ควรคบให้ชัวร์ก่อน

ว่ามันเป็นเพื่อนกะแกได้

 

 

 

วันอังคารที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

คำสารภาพ ฉบับที่ ๑ : คำสารภาพของคนขี้วีน



วันนี้อารมณ์ไม่ดี
ได้วีนไปหลายต่อหลายครั้ง

...วีนเสร็จก็มานึกเสียใจ แต่ไม่รู้จะทำไง ตามไปขอโทษก็ไม่ได้แล้ว

หลายครั้งที่วีนไป เท่าที่ยังนึกได้มี ๒-๓ คราว ขอสารภาพไว้ีดังนี้

-วีนพนักงาน1678 โทษฐานที่พูดเป็นนกแก้วนกขุนทอง ไม่เข้าหู และน่ารำคาญ
"สวัสดีค่ะ ขอสายคุณ...ค่ะ"
"ว่าไงคะ?"
"ดิฉันกำลังเรียนสายคุณ....นะคะ"
"-_-"
"ขอเวลาสัก...นาทีนะคะ"
"ว่ามาเลยค่ะ" น้ำเสียงเริ่มแสดงความรำคาญ
"คือว่าดิฉันจะเรียนเชิญสมัครสมาิชิก....ค่ะ สมัครแล้วจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมายเลยนะคะ
"เป็นต้นว่า หากคุณใช้โทรศัพท์ครบ ๕๐๐ บาท ระบบจะจ่ายคืนให้ ๕๐ บาท... ฯลฯ
"ซื้อตั๋วหนังได้ในราคาลด ๒๐ บาท ...ฯลฯ
"แล้วในกรณีที่ทำซิมการ์ดหาย ปกติจะได้รับซิมใหม่ภายในเวลา...วัน แต่คุณจะได้รับภายใน...วันเท่านั้น ..ฯลฯ
"...สามารถสมัครได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเลยค่ะ ให้ดิฉันสมัครให้เดี๋ยวนี้ไหมคะ?" ชีใช้เวลาราว ๔ นาที จึงร่ายจบ ระหว่างนั้นดิฉันฟังอย่างอดทน ใจก็คิดว่าทำไมเค้าไม่ทำเป็นเอกสารส่งมาวะ เกิดยัยนี่โทรมาตอนชั้นขับรถ ถ้าถูกตำรวจจับแล้ว 1678  จะจ่ายค่าปรับให้ชั้นไหม.. แต่ก็ไม่ได้ถามหรอก
"การเป็นสมาชิก....นี่ ยกเลิกได้ไหมคะ?"
"ได้ค่ะ คุณ....สามารถยกเลิกได้ค่ะ" ชีตอบอย่างกระตือรือร้น
"ถ้าสมัครสมาชิกแล้วมี privilege มากมายอย่างนี้ แล้วก็ยังสามารถยกเลิกได้ด้วย ทำไมดีแทกต้องถามด้วยว่าประสงค์จะสมัครไหม ทำไมไม่สมัครให้เลยละคะ" ดิฉันถามเสียงเรียบ
"...เอิ่ม ก็....เพราะว่าสิทธินี้เรามอบให้กับลูกค้าบางท่านที่ชำระค่าบริการสม่ำเสมอเท่านั้นค่ะ" ชีตอบตะกุกตะกัก
"แปลว่า ดีแทกเลือกปฏิบัติว่างั้น?"
"......" เงียบ...ชีร้องไห้ไปหรือยังหว่า?
"อืมม์ ถามไปอยางนั้นแหละค่ะ แค่คิดว่าถ้าดีแทกจัดสิทธิประโยชน์พวกนี้ให้ลูกค้าเลย คุณก็คงไม่ต้องเสียเวลามาโทรถามดิฉันแบบนี้" ชั้นก็ไม่ต้องเสียเวลามานั่งฟังหล่อนสาธยายเหมือนกัน-อันนี้นึกในใจ "..รบกวนช่วยสมัครให้ดิฉันหน่อยแล้วกัน ขอบคุณค่ะ"

-วีนหมอ โทษฐานที่ปล่อยให้รอจนหลับไป ๓ รอบ
"ให้รอนานอย่างนี้ คงนึกแช่งผมเลยล่ะสิ?" หมอเย้าประสาคนอารมณ์ดี
"ทายเก่งอย่างนี้ทำไมไม่ไปเป็นหมอดูเลยล่ะ?"  ดิฉันสวน
ได้ยินอย่างนี้ หมอของดิฉันจะนึกยังไง
แล้วดิฉัน เมื่อใจเย็นลงแล้วจะเสียใจแค่ไหน คิดดู

-วีนคนขายโจ๊ก โทษฐานที่เมื่อสองอาทิตย์ก่อนแกใส่ไข่โดยไม่สั่ง คราวนี้็ดิฉันสั่งแบบเน้นๆ ว่า ไม่-ใส่-ไข่ แน่ใจว่าพูดช้า+ชัดด้วย.... แต่ทว่า
"กรี๊ดดดดดดด ใส่ไข่อีกแล้ว บอกว่าไม่ใส่ไข่ ไม่ใส่ไข่!!!" กรี๊ดจริงๆ เสียงหลงด้วยแหละ เสร็จแล้วก็ค้อนลมค้อนแล้ง แต่ก็ลงมือคนโจ๊ก กะจะกินมันทั้งงี้่แหละ เกลียดก็กิน หิวนี่หว่า หมอให้รอตั้งนาน
พ่อค้าหันมามองอย่างลนลาน แล้วส่งเด็กมารับโจ๊กชามนั้นกลับไป
เชื่อเหอะว่าลูกค้าอย่างดิฉัน วีนแรงจนเค้าต้องกลับมาเอาโ๊จ๊กชามนั้นกลับไปตักไข่ออก (คงเอาไว้ขายคนต่อไป) และไม่มองหน้าดิฉันอีกเลย
...แน่ใจว่าไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะความกลัว

-วีนโอ๋ โทษฐานที่พูดจาไพเราะเพราะพริ้ง อย่างเกรงอกเกรงใจ แต่เฉไฉไปมา ไม่ตรงเข้าประเด็นซะที แถมยังมาพูดเพราะเอาตอนสี่ทุ่ม รอหมอนาน เพิ่งถึงบ้าน กำลังเหนื่อยเลย (ไม่ถูกจังหวะโว้ย)
"พี่ม้อย วันอาทิตย์นี้โอ๋จะนัดกับพี่เหน่งค่ะ"
"เออ ที่ไหนล่ะ" เข้าใจว่าเขานัดเราด้วย
"... เอิ่ม พี่ม้อยจะมาด้วยหรอคะ" เอ๊ะยังไง "เอ่อ พี่ม้อยว่าที่ไหนดี พี่ม้อยสะดวกที่ไหนคะ"
"เอ๊า แกจะนัดกันที่ไหนก็บอกมาสิ ชั้นน่ะสะดวกทุกที่ที่ไม่ใช่บ้านพี่เหน่ง" ก็มันอยู่ตั้งปทุมฯ
"งั้นเดี๋ยวโอ๋ถามพี่เหน่งก่อนนะคะ" ฟังแล้วชักรำคาญๆ บอกไม่ถูก
"นี่ แกจะเรียกชั้นไปคุยด้วยป่าวเนี่ย"
"อ่ะ.. โอ๋ก็ พี่ม้อยจะมาด้วยก็ได้ค่ะ"
"ชั้นเข้าใจไรผิดไปป่าวโอ๋ วันก่อนแกชวนชั้นทำด้วยใช่ไหม?"
"เอ่อ ค่ะ โอ๋กะชวนพี่ม้อยเขียนฟรีแลนซ์" อ๋อ เข้าใจละ เค้าจะทำกันสองคน ให้ชั้นเป็นฟรีแลนซ์ ห่า..ดันไปเข้าใจว่าเค้าชวนทำด้วย
"เออ งั้นชั้นก็เข้าใจผิดไปเองแหละ ทีหลังแกช่วยพูดให้เคลียร์ๆ หน่อยนะโอ๋" ดันไปว่าน้องมันอีก
"คือว่าวันนั้นโอ๋เพิ่งคุยกับพี่เหน่ง ยังไม่มีอะไรเลยนอกจากไอเดีย แต่รีบชวนพี่ม้อยก่อนน่ะค่ะ" น้องมันรีบอธิบายตะกุกตะกัก
"คืองี้นะ ชั้นเพิ่งคุยกับปลาว่าจะไปสวนกับมัน แต่มันยังไม่รู้เลยว่าจะได้ไปวันไหน เอาเป็นว่าถ้าชั้นไปเจอพวกแกได้ จะไปแล้วกัน" บอกโอ๋ว่าเลือกปลา (ไม่ได้ยกแกมาอ้างนะโว้ยไอ้ปลา แต่ชั้นอยากใช้เวลาที่เหลือน้อยนิดกะแกจริงๆ) เพราะว่าน้อยใจนิดหน่อย ที่โปรเจคนี้เขาไม่มีเรา แค่วางเราไว้เป็นฟรีแลนซ์ ไม่ใช่ทีม
"ได้ค่ะพี่ม้อย" ที่น้องมันต้องตอบงี้ เพราะมันไม่มีทางเลือกอื่นหนิ


มีอีก ๒-๓ รายที่วีนใส่เขาไปโดยไม่แน่ใจ ว่าที่ต้องวีนใส่น่ะ ด้วยโทษฐานอะไร

ช่วยบอกที ว่าที่หิวเป็นบ้าเป็นหลัง ซื้อส้มตำปูปลาร้ามากินก่อนนอน แล้วก็วีนใส่ชาวบ้านเค้าไปทั่วนี่มันเป็นแค่อาการบ้าๆ บอๆ ก่อนมีรอบเดือน
ไม่ได้หงุดหงิด หมั่นไส้เพราะสาเหตุอื่น


อยากบอกทุกคนที่วีนใส่ไปไว้ ณ ทีนี้ ว่าเสียใจกับทุกการวีน
สารภาพ ณ ที่นี้แล้ว ว่ารู้ตัวว่าวีน และเสียใจ

แต่ไม่อาจรับคำได้นะ ว่าต่อไปจะไม่วีนใส่อีก

ก็คนมันขี้วีนอะ