แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คำสารภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คำสารภาพ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2553

คำสารภาพ ฉบับที่ ๗ : ฉันเปล่าซ่อน



เช้านี้ เพื่อนที่เริ่มจะสนิท เพราะคุยกันแทบทุกวัน ถามลอยลมมา

นี่ๆ ถามหน่อย
คุณม้อยส์ ชอบเป็นคน ห้วนๆ ดุๆ ตรงๆ แข็งๆ กระด้างๆ
เพื่อซ่อนความอ่อนไหว ข้างในเหรอ.....


ฉันตอบไปได้ในทันที

ไม่ได้ซ่อนเลยหนิ
ก็ทั้งหยาบคายและอ่อนไหวอย่างเปิดเผย

หาว่าฉันเป็นคนตอแหลหรอ?



มันน่าสนใจนะ
ทำไมเพื่อนถึงได้คิดว่าคนอย่างฉันต้อง "ซ่อน" อะไรด้วย

ฉันดูเฟคงั้นหรอ?


วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2552

คำสารภาพ ฉบับที่ ๖ : ฉันลบคอนแทก



ฉันเล่นมัลติพลายมาสองปีกว่าได้ เคยมีคอนแทกเหยียบร้อย (ถ้าไม่เกิดเรื่องคืนวันฮัลโลวีนเมื่อปีก่อนไม่รู้จะทะลุไปเท่าไหร่) กับเวตติ้งลิสต์อีกเกือบสามสิบ (วันดีคืนดีก็หายไปเองบ้างเพราะเขาพาตัวเองออกไปจากแถว)

 

เทียบกับหลายคนในโลกมัลติพลาย จำนวนคอนแทกของฉันแค่จุ๋มจิ๋ม แต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ทำไมกูต้องมีคอนแทกเป็นร้อยด้วยวะ

 

ฉันเป็นมนุษย์ประเภทที่อยู่ได้โดยไม่ต้อง Popular แล้วก็เลิกแคร์คนที่ฉันไม่คิดว่าควรแคร์ไปนานแล้ว (หลังเรียนรู้ว่ามันเหนื่อยเกินไปที่จะแคร์ทุกคนให้ได้ครบ) แต่คนที่มาเป็นคอนแทกกัน ฉันอยากจะแคร์ ฉะนั้น ถ้าคนพวกนี้มีเป็นร้อยๆๆ เหมือนชาวโลกมัลติพลายคนอื่น ฉันคงต้องตามแคร์จนไม่เหลือเวลาไปทำมาหากิน

 

อย่างไรก็ตาม ถ้ามีโอกาสจะได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ ที่น่าสนใจ และมีน้ำใจ ฉันก็ไม่ปฏิเสธหรอกนะ (ได้เพื่อนแบบนี้จากมัลติพลายเยอะอยู่เหมือนกัน ^_^ )

 

ด้วยความไม่อยากจะฉาบฉวย ผิวเผิน ทำให้ฉันขอเป็นคอนแทกคนอื่นน้อยมาก ยิ่งหลังจากฮัลโลวีนบ้าบอคอแตกนั่น ยิ่งคิดมาก ตัดสินใจช้ากันไปใหญ่ คนใหม่ๆ ที่เพิ่งรู้จักไม่นาน (บางคนก็ไม่รู้จักเลย) ที่มาขอทาบทามเป็นเพื่อนกัน (ทำไมเขาถึงอยากเป็นเพื่อนกะฉันนะ?) ฉันแทบไม่เสียเวลาคิด หรือพยายามตามไปทำความรู้จักกับเขา แต่ ดอง invitation ไว้อย่างนั้นแหละ

 

เพราะว่าถ้ารับเขาเป็นคอนแทก ไม่รู้จักเขาคนเดียวไม่พอ ยังได้เน็ตเวิร์กเป็นร้อยๆ จากคอนแทกเขา ซึ่งฉันไม่รู้จักสักคนเป็นของแถมมาด้วย ..แค่คิดก้อกลุ้มละ

 

สิ่งที่จะสารภาพก็คือ:

หลังจากคิดเพี้ยนๆ วนเวียนอยูู่่พักใหญ่ ฉันก็เริ่มลงมือสังคายนาบัญชีรายชื่อคอนแทกของตัวเอง ดูว่ามีใครอยู่ในนั้นบ้าง ใครบ้างที่ถึงแม้ไม่เคยอัปแม้แต่รูป Headshot ก็ลบเขาออกไปไม่ได้ ใครยังมีชีวิตอยู่ ใครตัดทางโลกไปแล้ว และในวันแรก คือศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2552 ก็เลือกลบคอนแทกไปประมาณ 7 รายการ เรื่องเหตุผล..คิดว่าคงไม่จำเป็นต้องสาธยายแจกแจงกัน เพราะฉันไม่ใช่คณะกรรมการซีไรต์ตัวแม่

 

ที่อยากจะบอกไว้ในบล็อกที่ไม่รู้จะให้ประโยชน์โภชน์ผลแก่คนอ่านหรือไม่ก็ไม่แน่ใจนี้ ก็คือ

 

มัลติพลายมันแค่โลกสมมตินะจ๊ะ อย่าไปเอาน้ำยากับมันมากมายเลย


โลกที่เรามีชีวิตอยู่เนี่ย มันเป็นโลกจริงๆ มีแรงจีที่กระทำต่อทุกสิ่งอย่างที่อยู่บนตัวมัน นั่นทำให้เท้าของเราติดอยู่กับดิน เป็นโลกที่มีต้นไม้ สายลม แม่น้ำ สายฝน พระอาทิตย์ และหิมะ บนโลกใบที่มันกำลังร้อนอยู่เนี่ย เราสามารถทำความรู้จักกันด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 6 พูดคุย จับมือ เทศนา หอมแก้ม กินข้าว ปรับทุกข์ เถียง คุยตลกกันได้ กระทั่งมีเซ็กซ์กันอย่างสุขสมจากการสอดใส่ ไม่ใช่แค่สุขหลอนๆ จากไซเบอร์เซ็กซ์

 

สำหรับฉัน การเป็นคอนแทกกันไม่ได้หมายความว่าเรารักกันปานจะกลืน รู้ใจกันทุกเรื่อง สนิทกันเหมือนเป็นเพื่อนกันมาสามชาติ การเลิกเป็นคอนแทกกันก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะหันหลังให้กัน หมดมิตรภาพและความเมตตากรุณาต่อกัน หรือแปลว่าฉันเกลียดคุณขนาดทนสูดหายใจเอามวลอากาศเดียวกับคุณเข้าไปไม่ได้

 

ฉันแค่ลบคอนแทก ไม่ได้บล็อก

การที่คุณไม่ได้เป็นคอนแทกของฉันแล้ว ไม่ได้หมายความว่าเราไม่สามารถมาเยี่ยมเยียนกันได้อีก รู้ไหม ฉันยังติดตามข่าวคราวของคุณผ่าน Inbox ที่เซ็ตเป็น Network (เรายังอยู่ในเน็ตเวิร์กเดียวกันจ้ะ!) ยังทักทาย แซว กัด จีบ ทับถม สดุดี กระทบกระเทียบเปรียบเปรย ให้กำลังใจ ตั้งคำถาม โยนระเบิด ฯลฯ กันผ่าน Guestbook ได้อยู่ เดี๋ยวนี้ฉันปล่อยให้มันเปิดประตูรับ ทุกคนในโลกมัลติพลายแล้วล่ะ  


ฉะนั้นถึงฉันจะลบชื่อคุณออกจากคอนแทกโดยไม่ได้ขออนุญาตเป็นเรื่องเป็นราว และถึงแม้การที่เราได้มาเป็นคอนแทกกันนั้น เกิดจากคุณ ที่มาขอฉันเองก็


...โปรดอย่าเคืองฉันเลย

 

 

 


ป.ล. 1 ถ้าไม่รบกวนเกินไป อยากให้คุณช่วยบอกเหตุผลดีๆ สักข้อ ว่าคนเราขอเป็นคอนแทกกันไปทำไม?

ป.ล. 2 รูปหมาน้อยร่าเริงนี่ไม่ได้ถ่ายเอง เจอในโลกเสมือนนี่แหละ เซฟไว้นานแล้วจ้า

วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2551

คำสารภาพ ฉบับที่ ๕ : อิฉันกินลิ้นวัว






.......มันอร่อยมาก






หมายเหตุ:
-ในภาพคือ Tagiatalle Pasta with Ox-tongue Ragout White Truffle Cream
-พาสต้าซอสไวท์ทรัฟเฟิลสุดหอม และเนื้อวัวตุ๋นไวน์ขาวนาน 8 ชั่วโมง
วางเบคอนกรอบ โรยพริกป่นเล็กน้อย เพิ่มฟิลลิ่งแบบเอเชี่ยน
-เนื้อนิ่ม รสอร่อยอย่างอธิบายไม่ถูก
-อิฉันไม่กินเนื้อวัวตั้งแต่อายุ ๑๕
-แต่วันนี้นอกจากลิ้นวัว(๑ คำ)แล้ว ยังกินหัวไหล่ลูกแกะอีกด้วย T-T
-ต้องกินเจไถ่โทษสักกี่วันกันนะ

วันพุธที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2551

คำคม#๑๑




"ผู้ชายยังไงก็ชอบรุก ไม่ชอบรับ"



ได้ยินมาจากการสนทนาของสาวๆ
คิดถึงตัวเอง
สงสัยว่าตัวเอง 'รุก' มากไป
หรือ
จริงๆ แล้วผู้ชายจะไม่ชอบที่จะเป็นฝ่าย 'ตั้งรับ' จริงๆ

ป.ล. พลาดอีกแล้วสินะ หัวใจ
(เน่าชะมัด)

วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2551

คำสารภาพ ฉบับที่ ๔ : รูปแบบไหนที่ชอบดู?


รูปแบบไหนที่ชอบดู?



คำตอบง่ายๆ มีแค่ รูปที่มีเรื่องราวอยู่ในนั้น


ตั้งแต่เข้ามาในโลกมัลติพลาย ได้เห็นรูปมากมาย สวยบ้าง ไม่สวยบ้าง
แต่รูปที่อยากดูเสมอ ไม่วามันจะสวยหรือไม่ คือรูปที่มีเรื่องราว
รูปบางชุดจัด composition มาโคตรสวยแล้ว นางแบบก็ยังกะนางฟ้า แถมจัดแสงเริ่ดไม่พอ
คนทำรูปเก่งอีกตะหาก
แต่ก็ไม่ชอบดู
เพราะรูปพวกนี้ดูมากๆ ไปก็เบื่อๆ ไม่ได้อะไรขึ้นมา

ได้รับพัสดุอีเอ็มเอสเมื่อวันพฤหัส เป็นความอนุเคราะห์จากสปอนเซอร์ส่วนตัวที่ส่ง National Gegraphic Thai Edition กับ Shape เล่มล่าสุดมาให้อ่าน

เปิด NG แล้วก็พบว่า นี่ไง รูปที่ชอบดู
NG เป็นหนังสือสารคดีรอบโลก ของ National Geographic Society (1888) องค์กรด้านวิทยาศาสตร์และการศึกษา ที่ไม่แสวงหาผลกำไร ที่ให้การสนับสนุนโครงการสำรวจและวิจัยกว่า ๘,๐๐๐ โครงการ โดยมีวัตถุประสงค์ในการทวีัความรู้เกี่ยวกับโลก ทะเล และท้องฟ้า

เรื่องราวในนิตยสารเล่มนี้ จึงเป็นเรื่องราวของโลก ทะเล และท้องฟ้า
รูปที่มี ล้วนเป็นรูปที่เล่าเรื่องดังกล่าว โดยการถ่ายทอดของช่างภาพระดับโลก
แค่เปิดชมรูปอย่างเดียวก็ให้รู้สึกได้เปิดหูเปิดตาแล้ว

ใน NG ฉบับประจำเดือนสิงหาคม ๒๕๕๑ นี้ มีเรื่องเด่นเป็นเรื่องของแม่น้ำเจ้าพระยา
ช่างภาพนาม ยุทธนา อัจฉริยวิญญู ได้ถ่ายทอดภาพใหม่ๆ ของมุมต่างๆ  รวมทั้งชีวิตริมสายน้ำที่เปรียบเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเราเส้นนี้ให้เห็น  ประกอบกับเรื่องเล่าจาก ราชศักดิ์ นิลศิริ

ดิฉันชอบรูปครอบครัวบนเรือกระแซงแบบที่ขนสินค้าลากจูงตามกันเป็นขบวนในแม่น้ำนั่นจังเลย
แล้วก็รูปคุณยายที่ยกมือปิดหน้า ร้องไห้ แต่ไม่อาจซ่อนน้ำตา ระหว่างเล่าถึงอุทกภัยที่พรากชีวิตผัวของแกไปเมื่อปีก่อน

ในเล่มยังมีเรื่องเปอร์เซีย แหม๋ อยากไปเที่ยวอิหร่านขึ้นมาเชียว (ภาพโดย นิวชา ตาวาโกเลียน)

อีกเรื่องที่รูปภาพอ่อนหวานน่าประทับใจมาก ถ่ายโดยช่างภาพลูกครึ่งญี่ปุ่น (?) นามไมเคิล ยามาชิตะ
เป็นเรื่องของ ไดเซทซึซัง อุทยานแห่งชาติกลางเกาะฮกไกโด ที่ที่มีภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น ป่าลึกที่รวมรวมสัตว์หายาก
..รูปมันสวยแท้ อยากไปญี่ปุ่นได้อีก

รูปชีวิตในมอสโคว์ก็น่าประทับใจมาก live มากๆ street มากๆ (โดย เกิร์ด ลุดวิก)
...ชอบแต่เห็นแล้วไม่ยักอยากไปแฮะ

เปิด NG ครบทุกหน้าแล้วบังเกิดกิเลส อยากสมัครสมาชิกขึ้นมาอีก
แต่คิดๆ ไปก็กลุ้มใจ เพราะทุกวันนี้ห้องรกมาก ถ้าแผ่นดินไหวตอนกลางคืน คิดว่าอาจตายเพราะกองหนังสือตกลงมาทับก่อนโดนคานหล่นทับซะอีก

...ใครคิดจะแซวเรื่องคาน ขอด่าไว้ก่อนเลยนะว่า...มุกเสื่อม





หมายเหตุ: ถึงสารคดี
สารคดียังเป็นนิตยสารที่ดิฉันรัก และมีความสุขทั้งในการเปิดชมรูป และอ่านเรื่องราวเสมอ
ดิฉันรักเรื่องราวในสารคดี รูปด้วย (ติดตามผลงานของเพื่อนที่เป็นหนึ่งในทีมช่างภาพมานาน)
สารคดียังเป็นนิตยสารเพียงเล่มเดียวที่ดิฉันบอกรับเป็นสมาชิกในตอนนี้



วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2551

คำสารภาพ ฉบับที่ ๓ : คำสารภาพของคนใจร้าย


เรื่องราวของน้องชายในมัลติพลายสินะ ที่ทำให้เรานึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา
ที่จริงเหมือนมันถูกซ่อนลึกในลิ้นชัก นอนนิ่งอยู่ท่ามกลางสิ่งของและเรื่องราวที่ทิ้งไม่ได้ แต่ก็ไม่อยากจำ

ใช่ เราเองก็เคยทำเรื่องแบบนี้มาเหมือนกัน
..ทิ้งผู้ชายไง

ต้องย้อนกลับไปไกลหน่อย ไปถึงตอนมีแฟนคนแรก
ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตน  จนกระทั่งเรียนจะจบอยู่แล้ว ได้ไปฝึกงานที่หนังสือพิมพ์กีฬาฉบับหนึ่ง แล้วได้เจอเขา
เขาเป็นช่างภาพกีฬา เจ้าของบุคลิกแบดบอย
..ใช่ เราแพ้ทางแบดบอย

จำได้ว่าคุยกันครั้งแรกตอนเขาชวนกลับโรงพิมพ์ ด้วยมอเตอร์ไซค์ซิ่งคันนั้น
จากสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น  แถวๆ โบสถ์แม่พระรถติดมาก  แต่มอเตอร์ไซค์เจ้ากรรมคันนั้นมันพาเราผ่านช่องแคบๆ ระหว่างแถวรถที่จอดติดยาวเหยียดไปได้
อย่างมั่นใจ และมั่นคง (อย่างนี้คนขี่มันต้องมีฝีมือพอตัวสินะ)
ฟิ้วววววววววววว
...ใช่ แล้วเราก็แพ้ทางผู้ชายมั่นใจในตัวเองอีกตามเคย

พอเค้ามาชวนเป็นแฟน ก็เลยยอมเอาง่ายๆ
ไม่เคยมีแฟนมาก่อน
ก็อยากรู้น่ะสิ ว่ามีแฟนแล้วมันจะเป็นยังไง

แต่ดูเหมือนตอนนั้นเราสองคนจะต่างคนต่าง 'เด็ก' เกินไปที่จะคบกันเป็นแฟน
แล้วก็อาจจะเร็วเกินไปด้วย กับการตอบตกลงเป็นแฟน
โดยที่ยังไม่ได้เรียนรู้นิสัยกันเสียก่อน

เพราะถึงแม้่ว่าเราจะหลงบุคลิกแบดบอย ปลื้มคนมั่นใจในตัวเอง
แต่ว่า นิสัยมันก็อีกเรื่องนึง
ตามใจผู้หญิงมันก็ดี แต่ผู้ชายควรจะมีความเป็นตัวของตัวเองด้วย
แล้วก็ควรจะบอกได้ ว่าตัวเองต้องการอะไร ไม่ต้องการอะไร
ไม่ใช่อะไรๆ ก็ตามใจแฟนหมด
...ชักจะว่าเขามากไปแล้วนะ นี่ไม่ใช่บล็อกด่าแฟนเก่าสักหน่อย
มันคือการสารภาพบาปส่่วนตัวตะหาก

กรรมเริ่มสนองตอนไหนหรอ?
คงจะเป็นตอนที่งานพาเราให้ไปเยือนบ้านไร่แห่งนั้น
..ได้เจอเขา

ยังจำได้แม่น ว่าเขาเป็นผู้ชายที่เจอครั้งแรกแล้วเรานึกถึงบั้นปลายชีวิตด้วยกัน
'ผู้ชายคนนี้เป็นของเรา เราต้องดูแลเขาไปจนตาย'
ทำไมถึงคิดอย่างนี้ก็ไม่รู้ แต่ก็คิด คิดเป็นตุเป็นตะเสียด้วย

จิตใจวุ่นวาย มากมายกว่าความวุ่นวายครั้งใดๆ ที่เคยเกิดขึ้นตั้งแต่เกิดมาี้
บ้าจนเขียนจดหมายไปหาเขาก่อน เขาก็บ้าเขียนตอบมา
เราคุยกัน ผ่านจดหมาย
แ้ล้วก็เริ่มโทรคุยกัน
เขา..ทำให้เรารู้ ว่าไอ้ 'คิดถึงทุกลมหายใจเข้า-ออก' น่ะ มันเป็นอย่างนี้เอง
โอเค ตอนนั้นกำลังเลิกกับแฟนคนแรก แต่มันก็เลิกไม่ขาดหรอก
(คนเรามันเลิกกันยากนะ คุณก็รู้)

มันมาขาดหลังจากเดทแรกของเรากับผู้ชายคนที่สองนี่แหละ

ทิ้งเขาอย่างโหดร้าย
ยังจำได้
ด้วยเหตุผลที่ฟังดูงี่เง่า แต่มันคือความจริง
'เลิกกันเถอะ เราไปด้วยกันไม่ได้หรอก'

น้ำตาผู้ชายเป็นยังไง ได้เห็นกันคราวนี้

....แต่ก็อย่างที่รู้ กรรมมีจริง
ผู้ชายคนที่สอง ทำให้เรารักเขาแรงขนาดไหน
ก็ทำให้เราเจ็บปวดใจได้ในขนาดเดียวกัน

เขาไม่พร้อมจะผูกมัด แค่อ่อนไหวไปกับชีวิตชีวาของความรักจากเด็กสาวคนหนึ่ง
...นึกแล้วยังทำให้น้ำตาซึมจนกระทั่งบัดนี้

ไม่ได้โกรธโทษเขา แต่เข้าใจดี
(ความผูกพันซื้อความรักไม่ได้-จริง จริง)

เจ็บปวดมากที่สุด
นอนฝันร้าย ซึม น้ำตาหยดง่ายๆ กับเพลงอกหักงี่เง่า
และเข้าใจว่า โดนทิ้งอย่างโหดร้าย มันเจ็บปวดอย่างนี้เอง
กรรมสนองแล้ว

๓ ปี กับคนแรก และ ๖ ปี กับคนที่สอง
๙ ปี ในชีวิตตอนนั้น มันคิดเป็นเวลากี่เปอร์เซ็นต์นะ
แต่ยังไม่พอ ต้องมาเจอผู้ชายคนที่สาม เพื่อจะเจ็บอีกครั้ง
แม้จะเป็นรูปแบบที่แปลกไป

อะไรกัน
ใจร้ายกับผู้ชายแค่คนเดียว
จะทำให้อาภัพรักไปจนตายเลยหรือไง?




วันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2551

คำสารภาพ ฉบับที่ ๒ : จิตตก



วันนี้พบว่ามีอาการจิตตก

อยากหลบลี้หนีผู้คนไปอยู่อย่างสงบเงียบ อ่านหนังสือที่อ่านไม่จบ
แผนไปเที่ยวทีี่กำลังวาง ว่าจะไปกับเพื่อน เพื่อนยุ่งนัก ทำให้ชักอยากจะเบี้ยว

แล้วแบกเป้ หนีไปนอนเงียบๆ แถวสังขละบุรีคนเดียว
ถ้ามันยากไปกแค่หนีไปดูหนังเศร้าๆ แล้วร้องไห้ให้สาใจ


ทำไมเป็นแบบนี้?...ไม่แน่ใจ

 
พยายามคิดดูว่าทำไม ไล่สาเหตุได้หลายประการอยู่

อาจเป็นได้ว่าจิตตกเพราะ...

 

  • เบื่อผู้คน มากเรื่อง มากความกันนัก น่ารำคาญจริงๆ
  • ซึ้งกับน้ำใจและความงกของคน ข้อนี้ไม่มีคำอธิบาย แค่เขียนไว้อ่านเอง
  • ไม่มีตังค์ ถ้ามีตังค์มากๆ ก็คงไม่ต้องคิดใช่ไหม ว่าบินอะไรถึงจะถูก แล้วก็ไม่ต้องเศร้าใจด้วย ว่าทำไมเพื่อนไม่ช่วยกันหาตั๋วเครื่องบินเลย
  • โดนสะกดจิตโดยเสียงกีตาร์บลูส์ ..พักนี้ฟังแรงไปหน่อย
  • ไร้สติ เมื่อคืนดันโง่ บอกดากานดาไป (คือกำลังสมมติว่าตัวเองเป็นไข่ย้อยน่ะ) ว่า แกเป็นคนพิเศษของชั้น

...ไม่รู้จะบอกมันไปทำไม บอกไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา เพื่อนก็คงไม่สนใจ แต่เราสิ ..อายเปล่าๆ

  • ลำบากใจ ในเวลาเดียวกันกับที่คุยกับดากานดา แฟนเก่าก็โทรมา เพราะรู้ว่าเขาโทรมาทำไมดึกๆ เลยไม่ได้รับสาย เชื่อสามสาว เป็ก-อ็อฟ-ไอซ์

ไม่ต้องรับสาย-ถ้าเธอไม่เหงา’ ..แต่ดึกๆ ก็ส่ง sms ตอบไป น่ากลัวมาก เพราะเขายอมรับว่าโทรมาเรื่องที่เราคิดพอดี มีเสียงโทรศัพท์ดังกลางดึกอีกครั้ง ..ไม่กล้ารับ

คราวนี้เลยนอนฝันร้ายไปจนตื่น (ตื่นมาอย่างโทรม สุดๆ)

  • ถูกก่อกวน มีการทักทายที่ทำให้จิตใจวุ่นวายจากบางคนในโลกไซเบอร์ ซึ่งยังไม่รู้จักกันในโลกจริง ..เพราะไม่ชินกับเรื่องแบบนี้ เลยทำให้สติแตกพอดู จะว่าน่าสนุกมันก็ใช่ แต่ก็รู้สึกว่าน่าขนลุกในเวลาเดียวกัน เหมือนกำลังเล่นเกมเดิมพันอันตรายไงไม่รุ ..คิดมากเกินไปหรือเปล่าก็ไม่ทราบสิ
  • นอนน้อย สองวันก่อนโดนหัวหน้าทวงงานตอนทุ่มนึง เลยเกิดอาการวิปริต นอนไม่หลับ เช้าวานเลยตื่นแต่ตีห้า มาึถึงที่ทำงานเจ็ดโมงครึ่ง แล้วก็ตะบันเขียนงานจนเสร็จก่อนสิบโมง...แต่ปรากฏว่า เมื่อวานหัวหน้าไม่มา เพราะว่าป่วย (.-_- ทีมาเช้าละ ไม่มีใครเห็น) ....คืนก่อนนอนน้อยแล้ว เมื่อคืนก็ยังนอนน้อยอีก ความโทรมเลยเกิดสะสม

...ไม่รู้จักเข็ด ไม่รักสุขภาพ สมควรแล้วๆๆๆๆ

  • สะเทือนใจ มีภาวะสั่นคลอนความรู้สึกที่เกิดจากข่าวการเลิกกันของคู่หนุ่มสาวรอบกาย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน น้องที่รู้จักกัน แม้กระทั่งน้องชายตัวเอง อุตส่าห์คบแฟนคนนี้ (ชีแก่กว่าพี่สาวมันอีก-แต่สวย+ขาว+อึ๋ม) มาตั้งสี่ห้าปี แม่บอกเมื่อเช้านี้ว่าน้องเราคงจะคิดได้แล้วว่าเลี้ยงแฟนไม่ไหวแน่ เลยตั้งท่าจะถอยแล้ว นี่ถึงกะวางแผนจะขายบ้่านที่ซื้อไว้เป็นเรือนหอรอรักหรือความรัีกจะไม่มีอยู่จริง?
  • น้องไม่ปรึกษา ก็ใช่ น้องไม่เคยคุยเรื่องนี้ด้วย แต่แบบ ก็เจอกันใน msn ตลอด ไม่เห็นเล่าอะไรให้ฟังมั่งเลย เรื่องนี้เราเองก็ไม่ได้รู้จากแม่ แต่เป็นน้าโน่น ..ที่แอบเจ็บปวดใจคือ แม่บอกว่าที่น้องไม่คุยด้วยเพราะมันคงคิดว่า ม้อยไม่รู้อะไรมั้ง

...ไม่จริงเลย เป็นสาวโสด ไม่ได้แปลว่าไม่รู้ ไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้นะ    [T-T]

  • Y2 กำลังจะมา เรียนภาษาญี่ปุ่นคอร์สแรกจบไปตั้งปีมะโว้ นี่ได้ฤกษ์ต้องไปเรีียน Y2 แล้ว ไอ้ที่เรียน Y1 มันไปอยู่ไหนหมดแล้วก็ไม่รู้อะ แย่ละสิ ...ต้องเป็นคนที่โง่ที่สุดในชั้น (มีทั้งหมด 11 คน) อีกแล้วสินะเรา
  • งานฝิ่น มันต้องส่งแล้ว แถมจะเอาพร้อมๆ กันอีก ปวดกบาลว๊อยยยยย (แต่ก็ต้องทำ เพื่อหาทุนไปเที่ยวไกลๆ)
  • ฝนตก อากาศไม่แจ่มใส ขาดอะไรบางอย่างจากแสงแดด
  • สุขภาพ เพราะกินน้ำผสมแมงสาปที่ออฟฟิศ
  • อิทธิพลอื่นๆ จากดวงดาว สภาพแวดล้อม และดวงชะตา อันนี้คงไม่มีคำอธิบาย


หาเหตุผลเรียบร้อยแล้วคงต้องหาทางแก้ปัญหาให้ตัวเองด้วย

เอาไงดี...

  • นอน คงต้องนอนมั้่้ง นอนอิ่มๆ แล้วคงหายหดหู่
  • สันโดษ แล้วก็คงต้องแยกตัวออกมาจากความวุ่นวาย รอให้ความพลุ่งพล่านในใจมันตกตะกอน รอให้สติที่แตกกระเจิงฟุ้งกระจายค่อยๆ กลับเข้าที่
  • หยุดเล่นเน็ตจนดึกดื่นซะที ช่วงเวลาก่อนนอนควรอุทิศให้กับการดูแลร่างกายและสติปัญญาของตัวเอง หนังสือที่บอกตัวเองว่าน่าอ่าน อยากอ่าน และรออ่าน (ให้จบ) มีอีกเป็นกองพะเนิน
  • เข้านอนโดยยังมีสติ ไม่ใช่หัวทิ่มแล้วหลับไปเลย เพราะง่่วงจัด คาดว่าจะทำให้สุขภาพดีขึ้น จิตใจสงบ และเป็นตัวของตัวเองขึ้น
  • จัดเวลาให้ตัวเอง เสาร์อาทิตย์นี้เลิกออกไปแร่ดได้แล้ว อยู่บ้านทำความสะอาด ซักผ้า รีดผ้า คุยกับปลาหางนกยูงเสร็จแล้วจะไปไหนก็ค่อยไป อ้อ first priority สำหรับเสาร์อาทิตย์คือ ทำงานฝิ่นให้เสร็จ!
  • ซ่อมไฟซะที ชีวิตจะได้สว่างไสว หรือถ้าไม่อยากซ่อมก็ควรไปหาโคมมาติดเพิ่ม ทุกวันนี้มันมืดจนจะมองไม่เห็นแมลงสาปอยู่แล้ว
  • มีอีก  แต่ยังคิดไม่ออก คิดออกค่อยมาเติมละกัน

 

ป.ล. ใครรู้ตัวว่าโทรมาแล้วจะโดนวีน อย่าเพิ่งโทรมาช่วงนี้นะ จิตกำลังตก อาจะโดนกรี๊ดใส่แบบสมนาคุณพิเศษ ...เขียนอีเมล์มาละกัน

วันอังคารที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

คำสารภาพ ฉบับที่ ๑ : คำสารภาพของคนขี้วีน



วันนี้อารมณ์ไม่ดี
ได้วีนไปหลายต่อหลายครั้ง

...วีนเสร็จก็มานึกเสียใจ แต่ไม่รู้จะทำไง ตามไปขอโทษก็ไม่ได้แล้ว

หลายครั้งที่วีนไป เท่าที่ยังนึกได้มี ๒-๓ คราว ขอสารภาพไว้ีดังนี้

-วีนพนักงาน1678 โทษฐานที่พูดเป็นนกแก้วนกขุนทอง ไม่เข้าหู และน่ารำคาญ
"สวัสดีค่ะ ขอสายคุณ...ค่ะ"
"ว่าไงคะ?"
"ดิฉันกำลังเรียนสายคุณ....นะคะ"
"-_-"
"ขอเวลาสัก...นาทีนะคะ"
"ว่ามาเลยค่ะ" น้ำเสียงเริ่มแสดงความรำคาญ
"คือว่าดิฉันจะเรียนเชิญสมัครสมาิชิก....ค่ะ สมัครแล้วจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมายเลยนะคะ
"เป็นต้นว่า หากคุณใช้โทรศัพท์ครบ ๕๐๐ บาท ระบบจะจ่ายคืนให้ ๕๐ บาท... ฯลฯ
"ซื้อตั๋วหนังได้ในราคาลด ๒๐ บาท ...ฯลฯ
"แล้วในกรณีที่ทำซิมการ์ดหาย ปกติจะได้รับซิมใหม่ภายในเวลา...วัน แต่คุณจะได้รับภายใน...วันเท่านั้น ..ฯลฯ
"...สามารถสมัครได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเลยค่ะ ให้ดิฉันสมัครให้เดี๋ยวนี้ไหมคะ?" ชีใช้เวลาราว ๔ นาที จึงร่ายจบ ระหว่างนั้นดิฉันฟังอย่างอดทน ใจก็คิดว่าทำไมเค้าไม่ทำเป็นเอกสารส่งมาวะ เกิดยัยนี่โทรมาตอนชั้นขับรถ ถ้าถูกตำรวจจับแล้ว 1678  จะจ่ายค่าปรับให้ชั้นไหม.. แต่ก็ไม่ได้ถามหรอก
"การเป็นสมาชิก....นี่ ยกเลิกได้ไหมคะ?"
"ได้ค่ะ คุณ....สามารถยกเลิกได้ค่ะ" ชีตอบอย่างกระตือรือร้น
"ถ้าสมัครสมาชิกแล้วมี privilege มากมายอย่างนี้ แล้วก็ยังสามารถยกเลิกได้ด้วย ทำไมดีแทกต้องถามด้วยว่าประสงค์จะสมัครไหม ทำไมไม่สมัครให้เลยละคะ" ดิฉันถามเสียงเรียบ
"...เอิ่ม ก็....เพราะว่าสิทธินี้เรามอบให้กับลูกค้าบางท่านที่ชำระค่าบริการสม่ำเสมอเท่านั้นค่ะ" ชีตอบตะกุกตะกัก
"แปลว่า ดีแทกเลือกปฏิบัติว่างั้น?"
"......" เงียบ...ชีร้องไห้ไปหรือยังหว่า?
"อืมม์ ถามไปอยางนั้นแหละค่ะ แค่คิดว่าถ้าดีแทกจัดสิทธิประโยชน์พวกนี้ให้ลูกค้าเลย คุณก็คงไม่ต้องเสียเวลามาโทรถามดิฉันแบบนี้" ชั้นก็ไม่ต้องเสียเวลามานั่งฟังหล่อนสาธยายเหมือนกัน-อันนี้นึกในใจ "..รบกวนช่วยสมัครให้ดิฉันหน่อยแล้วกัน ขอบคุณค่ะ"

-วีนหมอ โทษฐานที่ปล่อยให้รอจนหลับไป ๓ รอบ
"ให้รอนานอย่างนี้ คงนึกแช่งผมเลยล่ะสิ?" หมอเย้าประสาคนอารมณ์ดี
"ทายเก่งอย่างนี้ทำไมไม่ไปเป็นหมอดูเลยล่ะ?"  ดิฉันสวน
ได้ยินอย่างนี้ หมอของดิฉันจะนึกยังไง
แล้วดิฉัน เมื่อใจเย็นลงแล้วจะเสียใจแค่ไหน คิดดู

-วีนคนขายโจ๊ก โทษฐานที่เมื่อสองอาทิตย์ก่อนแกใส่ไข่โดยไม่สั่ง คราวนี้็ดิฉันสั่งแบบเน้นๆ ว่า ไม่-ใส่-ไข่ แน่ใจว่าพูดช้า+ชัดด้วย.... แต่ทว่า
"กรี๊ดดดดดดด ใส่ไข่อีกแล้ว บอกว่าไม่ใส่ไข่ ไม่ใส่ไข่!!!" กรี๊ดจริงๆ เสียงหลงด้วยแหละ เสร็จแล้วก็ค้อนลมค้อนแล้ง แต่ก็ลงมือคนโจ๊ก กะจะกินมันทั้งงี้่แหละ เกลียดก็กิน หิวนี่หว่า หมอให้รอตั้งนาน
พ่อค้าหันมามองอย่างลนลาน แล้วส่งเด็กมารับโจ๊กชามนั้นกลับไป
เชื่อเหอะว่าลูกค้าอย่างดิฉัน วีนแรงจนเค้าต้องกลับมาเอาโ๊จ๊กชามนั้นกลับไปตักไข่ออก (คงเอาไว้ขายคนต่อไป) และไม่มองหน้าดิฉันอีกเลย
...แน่ใจว่าไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะความกลัว

-วีนโอ๋ โทษฐานที่พูดจาไพเราะเพราะพริ้ง อย่างเกรงอกเกรงใจ แต่เฉไฉไปมา ไม่ตรงเข้าประเด็นซะที แถมยังมาพูดเพราะเอาตอนสี่ทุ่ม รอหมอนาน เพิ่งถึงบ้าน กำลังเหนื่อยเลย (ไม่ถูกจังหวะโว้ย)
"พี่ม้อย วันอาทิตย์นี้โอ๋จะนัดกับพี่เหน่งค่ะ"
"เออ ที่ไหนล่ะ" เข้าใจว่าเขานัดเราด้วย
"... เอิ่ม พี่ม้อยจะมาด้วยหรอคะ" เอ๊ะยังไง "เอ่อ พี่ม้อยว่าที่ไหนดี พี่ม้อยสะดวกที่ไหนคะ"
"เอ๊า แกจะนัดกันที่ไหนก็บอกมาสิ ชั้นน่ะสะดวกทุกที่ที่ไม่ใช่บ้านพี่เหน่ง" ก็มันอยู่ตั้งปทุมฯ
"งั้นเดี๋ยวโอ๋ถามพี่เหน่งก่อนนะคะ" ฟังแล้วชักรำคาญๆ บอกไม่ถูก
"นี่ แกจะเรียกชั้นไปคุยด้วยป่าวเนี่ย"
"อ่ะ.. โอ๋ก็ พี่ม้อยจะมาด้วยก็ได้ค่ะ"
"ชั้นเข้าใจไรผิดไปป่าวโอ๋ วันก่อนแกชวนชั้นทำด้วยใช่ไหม?"
"เอ่อ ค่ะ โอ๋กะชวนพี่ม้อยเขียนฟรีแลนซ์" อ๋อ เข้าใจละ เค้าจะทำกันสองคน ให้ชั้นเป็นฟรีแลนซ์ ห่า..ดันไปเข้าใจว่าเค้าชวนทำด้วย
"เออ งั้นชั้นก็เข้าใจผิดไปเองแหละ ทีหลังแกช่วยพูดให้เคลียร์ๆ หน่อยนะโอ๋" ดันไปว่าน้องมันอีก
"คือว่าวันนั้นโอ๋เพิ่งคุยกับพี่เหน่ง ยังไม่มีอะไรเลยนอกจากไอเดีย แต่รีบชวนพี่ม้อยก่อนน่ะค่ะ" น้องมันรีบอธิบายตะกุกตะกัก
"คืองี้นะ ชั้นเพิ่งคุยกับปลาว่าจะไปสวนกับมัน แต่มันยังไม่รู้เลยว่าจะได้ไปวันไหน เอาเป็นว่าถ้าชั้นไปเจอพวกแกได้ จะไปแล้วกัน" บอกโอ๋ว่าเลือกปลา (ไม่ได้ยกแกมาอ้างนะโว้ยไอ้ปลา แต่ชั้นอยากใช้เวลาที่เหลือน้อยนิดกะแกจริงๆ) เพราะว่าน้อยใจนิดหน่อย ที่โปรเจคนี้เขาไม่มีเรา แค่วางเราไว้เป็นฟรีแลนซ์ ไม่ใช่ทีม
"ได้ค่ะพี่ม้อย" ที่น้องมันต้องตอบงี้ เพราะมันไม่มีทางเลือกอื่นหนิ


มีอีก ๒-๓ รายที่วีนใส่เขาไปโดยไม่แน่ใจ ว่าที่ต้องวีนใส่น่ะ ด้วยโทษฐานอะไร

ช่วยบอกที ว่าที่หิวเป็นบ้าเป็นหลัง ซื้อส้มตำปูปลาร้ามากินก่อนนอน แล้วก็วีนใส่ชาวบ้านเค้าไปทั่วนี่มันเป็นแค่อาการบ้าๆ บอๆ ก่อนมีรอบเดือน
ไม่ได้หงุดหงิด หมั่นไส้เพราะสาเหตุอื่น


อยากบอกทุกคนที่วีนใส่ไปไว้ ณ ทีนี้ ว่าเสียใจกับทุกการวีน
สารภาพ ณ ที่นี้แล้ว ว่ารู้ตัวว่าวีน และเสียใจ

แต่ไม่อาจรับคำได้นะ ว่าต่อไปจะไม่วีนใส่อีก

ก็คนมันขี้วีนอะ