แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ๒๕๕๒ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ๒๕๕๒ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2553

ดนตรีในสวน ค่ำร้อนๆ ก่อนปีใหม่




เห็นว่าจะเริ่มเล่น 5 โมงเย็น
ที่ศาลาภิรมย์ภักดี สวนปาล์ม ในสวนลุมพินี


อาทิตย์ที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๒

ไปดู AVATAR ที่โรงหนังสยาม
แล้วเดินไปสวนลุม จับจองที่ทาง รอฟังวง BSO บรรเลงดนตรีในสวน


(เป็นเย็นหน้าหนาวที่อากาศร้อนอบอ้าวมาก-ยังจำกันได้ใช่ไหม)


ระหว่างรอ เพื่อนฉันก็ถ่ายรูปมาเล่นๆ ดังนี้

วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2553

เรื่องหมาหมา : หมาวัดสวนดอก




เห็นน้องหมาตัวนี้หลับแล้วหลงเลย




ศุกร์ที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๒


ถึงเชียงใหม่แล้วก็ไปวัดสวนดอก
อากาศยามบ่ายร้อนระอุเหมือนความหนาวของตอนค่ำ ดึก และเช้าตรู่ ไม่มีอยู่จริง

หมามากมายในวัดพากันหลับใหล
พวกมันไม่แคร์รังสียูวีเอและยูวีบีในแสงแดด

สงสัยจะนอนแอาบแดด สะสมความร้อนไว้ในต่อสู้กับความหนาวเหน็บที่จะมาถึงในไม่ช้า



ป.ล. บางภาพอาจดูคุ้นตาใครบางคน เพราะได้จัดเป็นโปสการ์ดไปทักทายในวันปีใหม่กับคนใกล้ชิดให้ได้ขำขันรับศักราชใหม่เป็นที่เรียบร้อย

ถึงมือกันบ้างหรือยังไม่ค่อยแน่ใจแฮะ

วันเสาร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2553

คิดถึงเชียงใหม่





มกราคม ๒๕๕๓

กลับจากเชียงใหม่ได้ ๒ อาทิตย์
ชักคิดถึงสตรอเบอรี่คลุกพริกกะเกลือ



วันอังคารที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2552

มันนานมาแล้ว






...ที่คุณผู้ชายเขาเริ่มมีความสนิทสนมกัน








(ภาพจากฝาผนังในพระวิหารลายคำ วัดพระสิงห์ เชียงใหม่ หมือนอัลบั้มก่อนหน้านี้)


วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552

กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว





ภาพชีวิตที่ถูกบันทึกไว้บนฝาผนังพระวิหารลายคำ
วัดพระสิงห์ เชียงใหม่

บุญมีแต่กรรมบัง



งามจับตา





22 ธันวาคม 2552

เหมือนๆ ว่าบุญจะมี แต่กรรมมันบัง
เคยอาศัยเชียงใหม่เป็นบ้านเป็นอู่เป็นสิบปี
จนย้ายจากไปจะครบยี่สิบปีแล้ว กลับมาแอ่วบ้านเพื่อน (เรียกอย่างนี้ถูกต้องมากกว่า "มาเที่ยวเชียงใหม่) ในปีนี้ กรรมที่บังตาอยู่เหมือนจะจางไป เลยได้ก้าวเข้าวัดพระสิงห์เป็นครั้งแรกในชีวิต

สายวันอังคารธรรมดาๆ นั้่น แดดอุ่นของฤดูหนาว จับอยู่ที่วิหารลายคำหลังน้อย
ที่นี่ช่างเป็นสถานที่ที่งดงาม
สมกับถูกสร้างโดยศรัทธาของสล่าผู้ช่างชาญฉลาด ประณีตในการตกแต่งภายใน เพียรพยายามในการวาดเรื่องเขียนลาย บันทึกวันเวลาบางเสี้ยวลงไปบนฝาผนัง

ยังมีสิ่งหนึ่งที่จับตาฉัน คืออัจฉริยภาพในการออกแบบแสง

พระพุทธสิหิงค์งามจับตา

ได้กราบแล้วมีความรู้สึกว่ามีผู้คุ้มครอง

ออกจากวิหารลายคำเลยกล้าโทรไปคุยธุระสำคัญที่จดๆ จ้องๆ มานาน
ว่าจะโทรดีไม่โทรดี
โทรเมื่อไหร่ดี แล้วพูดยังไงถึงจะดี
พูดยังไงให้จบดีๆ




กราบพระพุทธสิหิงค์แล้วกล้าหาญอย่างนั้นกระมัง

วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ข้าวซอยเสมอใจ-ชวนใจเต้น





วันอังคารที่ 22 ธันวาคม 2552

วันสุดท้ายในเชียงใหม่

เนื่องจากยังไม่ได้กินข้าวซอย เพื่อนๆ จึงพาไปกินข้าวซอยเจ้าดังที่อยู่ไกลถึงวัดฟ้าฮ่าม
จาก มช. ต้องวิ่งซูเปอร์ ข้ามแม่น้ำปิงไปโน่น

ร้านนี้คงดังจริง คนเยอะม้ากกกกกกกกกก
มากจนเขาต้องขายคูปอง แล้วเราก็ต้องไปเข้าคิวสั่งอาหารที่ต้องการเอง
คนก็เยอะจนเบียดเสียด เข้าไปแล้วก็ต้องรีบหาโต๊ะเหมือนตอนลงไปกินข้าวเที่ยงตอนเที่ยงเป๊ะยังไงยังงั้น พอเจอโต๊ะแล้วก็ต้องให้เพื่อนนั่งจองคนนึง ที่เหลือออกไปซื้อของกินมา

แบ่งหน้าที่กันทำ ไม่งั้นจะไม่ได้กินเสียที

ก็ตื่นเต้นดี สนุกดี (นักท่องเที่ยวจะสนุกไหม) แอบเครียดเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าจะมาเจอแบบนี้ (แบบว่ากะมาวีนเด็กเสิร์ฟเต็มที่)

รสชาติข้าวซอยเขาก็โอเค เลี่ยนน้อยกว่าข้าวซอยอิสลามเจ้าดังที่มากินคราวก่อน (แต่ผักกาดดองไม่อร่อยเท่าเจ้านั้นนะ) แต่ถ้ากินช้าเกินไปมันจะเค็มนิดๆ

ยังสงสัยว่า ถ้ามีเวลานั่งดีๆ สั่งดีๆ กินดีๆ ได้กินทันทีที่มันมาเสิร์ฟ
ข้าวซอยร้านนี้จะอร่อยกว่านี้ไหม

ป.ล. น้ำส้มสายน้ำผึ้งคั้นสด (ขวดละ 10 บาท) แช่เย็นจัด ที่ขายอยู่หน้าร้านอร่อยมาก


วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2552

กุ้งเหลือทำอารายดี




มาม่ากุ้งแม่น้ำสำหรับคนโสด
(เลยต้องกินกุ้ง 2 ตัว)




สายๆ วันอาทิตย์ที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๒


ออกแรงเยอะทั้งคุณแม่และผู้ช่วยคุณแม่ จึงเกิดความหิวอย่างมหาศาล
อะไรจะดีไปกว่าต้มมาม่าใส่กุ้งแม่น้ำที่เหลือตกค้างจากปาร์ตี้ย่างกุ้ง รับขวัญตั้งแต่คืนแรกที่ฉันมาถึงเชียงใหม่

Mike's : คนเชียงใหม่ลองหรือยัง






Mike's เบอร์เกอร์บนถนนนิมมาน
ไม่ได้ตั้งใจจะแวะ แต่จะไปหาน้าชาน้าต้นกะแพตตี้ที่ร้านกู เลยแวะจอดรถในซอยนี้
แล้วลุงสอโทรมาบอกบุตรสาวว่าอยากกินเบอร์เกอร์พอดี

ไม่ได้ชิม ไม่รู้อร่อยไหม
ใครชิมแล้วบอกหน่อยสิ

โดมเคียงเดือน






พุธที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๒



เย็นวันที่ท้องฟ้าฝั่งวังหลังสีจ้าจับใจ
เราได้กลับไปในสถานที่ที่คุ้นเคย
พร้อมกับคนที่ค่อยๆ คุ้นกันมากขึ้นทุกวัน



วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เรดาร์แมว : แมวตัวเดียวในเชียงใหม่




พอกดชัตเตอร์เสร็จ มันก็วิ่งจู้ด




อังคารที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๒

มาเชียงใหม่ตั้งหลายวัน เจอแมวตัวเดียว คือตัวนี้
ที่ชั้น ๓ ตึกที่อุ๊แอ น้องสาวเอ๋ทำงาน
(เรียกว่าไรหว่า)

มันเป็นแมวตัวผู้ ที่เปรียว แล้วก็ไม่คุ้นคน

วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สีป่าหน้าแล้ง




ธันวาคม 2552

มาเชียงใหม่เป็นครั้งที่สองของปี

หน้าหนาว ป่าแถบภาคเหนือจะเปลี่ยนสีสัน
ใบไม้ที่เคยแข่งกันเขียวชื่นตาในเฉดต่างๆ จะพากันคายน้ำ แห้งเหี่ยว
สุดท้ายก็ทิ้งตัวลงจากก้านกิ่ง

ต้นไม่ลดการคายน้ำในหน้าแล้ง
คนเราเมื่อร้องให้พอแล้วก็ควรรู้จักประหยัดน้ำตาไว้บ้าง

วันรุ่งขึ้นตาจะได้ไม่แห้งจนทำให้เจ้าตัวเจ็บ

วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552

Nasi Jumpru : ของเขาดีจริง



ปอเปี๊ยะแฮมชีส

ช้อบชอบ
หอมทั้งแฮมทั้งชีส



อาทิตย์ที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๓

มีนัดไปเจอกับรุ่นพี่ที่บิ๊กซีหางดง (ที่เดียวกับที่ไปกินเคเอฟซีก่อนไปเยี่ยมแตงเมื่อวันวาน)
เจอรุ่นพี่แล้วก็พากันไปหาตุ๊ลุงที่วัดวัวลาย
ไปโรงพยาบาลหางดง แล้วก็หาข้าวกินกัน

จดที่อยู่ร้าน นาซิ จำปู๋ ที่อุ๊เคยแนะนำไว้ในบล็อกมา
เอ๋บอก สบาย หาไม่ยาก

ร้านนี้หาไม่ยากจริงๆ ถ้ามาจากในเวียง วิ่งเส้นเชียงใหม่-พร้าวที่จะไป ม.แม่โจ้
จะผ่านตลาดรวมโชค (มีริมปิงบิ๊กเบิ้มมาก) ทางซ้ายมือ จากตลาดรวมโชคนี้ ให้ไปกลับรถที่ยูเทิร์นที่สอง แล้วก็สังเกตซ้ายมือเอาไว้

นาซิ จำปู๋๋ จะเป็นร้านที่เดิ้นๆ เก๋ๆ ตั้งอยู่โดดเด่นในย่านนั้น
ร้านเขาแต่งสวยแบบตั้งใจแต่งให้สวย
แต่สวยแบบไม่มาก ไม่น้อย

ราคาก็ไม่น้อยหรอก สมกับรสชาติของเขาน่ะ

ไปกินกันสักสี่คนกำลังดีนะ ได้ชิมหลายๆ เมนู ในราคาที่หารแล้วไม่แพงเกินไป



สอบถามเส้นทางและรายละเอียดอื่น โทร. 053 345362
nasijumpru@hotmail.com

...อรุณสวัสดิ์






ศุกร์ที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๒


สีสันของเช้าวันนั้นทำให้อยากกล่าวอรุณสวัสดิ์กับใครบางคน
ที่ไม่ได้มาด้วยกัน

เรื่องแม่-แม่




ประสบการณ์ของผู้โดยสารนั้นยากจะแบ่่งปัน



ธันวาคม ๒๕๕๒

มาเชียงใหม่คราวนี้เหมือนว่าจะมาเที่ยว
แต่ไปๆ มาๆ เหมือนว่าทริปนี้้ของคนเกลียดเด็กอย่างฉัน กลายเป็นทริปตามติดชีวิตแม่ และ(ว่าที่)แม่ไปซะงั้น



วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ปาร์ตี้รียูเนี่ยน กับเนียน๑ และเนียน๒



มาถึงก็โซ้ย

กุ้งแม่น้ำ ๓.๕ กก.
ปลาหมึก ๑ กก.
หอยแครง ๒ กก.
เบคอนประมาณ ๑ กก. ไม่รวมหมูสามชั้นแล่บาง (ทำเนียนว่าเป็นเบคอน)

กินไปได้สักครึ่งนึงเองง่า

เอ๋เก็บค่าเสียหายแค่คนละ ๒๐๐ บาทเองง่า (เดี๋ยวพรุ่งนี้ให้รุ่นพี่เลี้ยงข้าวละกันนะแกร)





ศุกร์ที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๒

เดินทางมาถึงเชียงใหม่เป็นครั้งแรกในรอบปี
เพื่อนสาธิตที่รู้กันมา....(กี่ปีแล้ววะ?) เลยจัดปาร์ตี้กุ้งย่างเป็นการรับขวัญ

ไม่คิดว่าจะมีแขกมา surprise ตอนดึกๆ ด้วย

ป.ล. เราไม่เม้าธ์กันในนี้นะ โอเคมะ?


หนาวฝน




บางคนทั้งหนาว และเหงา




คืนวันเสาร์ที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๒

ฝนหน้าหนาวตกระหว่างทางไปแม่ริม เชียงใหม่
บางคนเปรยว่า พรุ่งนี้จะหนาวขึ้น

ฉันว่าฉันเริ่มหนาวตั้งแต่เห็นละอองฝนแล้ว

วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ไหว้พระธาตุวัดสวนดอก






ศุกร์ที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๒


รถไฟมาถึงเชียงใหม่เวลา ๑๓.๐๐ น. ช้าไปแค่ ๑๕ นาที

เพื่อนมารับแล้วพาไปกินก๋วยเตี๋ยวโบราณ (ตรงไหน?)
แล้วไปส่งฉันไปวัดสวนดอก


เราทำได้ : หมวกถวายพระ



เสร็จที่ลำพูน

อย่างเฉียดฉิว



พฤหัสบดีที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๒

หลังจากรีดอะดรีนาลีนทุกหยดออกมาทำงานส่งจนทัน ก็ลากสังขารไปขึนรถด่วน(สายเหนือ)ขบวนสุดท้าย ไปเชียงใหม่

ไปเชียงใหม่คราวนี้ คุยกับเพื่อนว่าจะถักหมวกไหมพรมไปถวายพระกัน
ก็สามารถทำจนเสร็จบนรถไฟ

ถ้าไม่ได้ไปมีเคืองนะเนี่ย...คุณเพื่อน