แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เหมียว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เหมียว แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เมตตา





แมวมาหา
ให้อาหาร
ฉีดยา ทำหมัน



(แมวอิสระตลาดพระโขนง และเจ้าของผู้เปี่ยมเมตตา, 4 มิถุนายน 2554)

วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2554

รักนะ..เจ้าโง่






อาทิตย์ที่ 12 มิุถุนายน 2554

สองปีก่อนหน้านี้หม่ามี๊ไม่เคยคิดถึงวันที่มีชีวิตร่วมกับแมว
แต่แล้วเดือนมีนาคม 2553 หม่ามี๊ก็หาญกล้า รับหมาน่อยมาเลี้ยงก่อน
ตัวเดียวไม่พอ-ขอสอง ปลายเดือนพฤศจิกายน 2553 ก็เลยไปขอรับมานี่มาเลี้ยงอีกตัว อ้างว่ามาเป็นเพื่อนกัน

แมวเป็นสิ่งมีชีวิต มีรายละเอียดอันซับซ้อนน่าสนใจไม่น้อย
จะเลี้ยงแมวให้อิ่มหมีพีมัน มีความสุขทั้งกายและใจไม่ใช่เรื่องหยาบๆ
เราคงต้องค่อยๆ ศึกษาและเรียนรู้กันต่อไปนะ-เจ้าโง่


ปล. วันนี้ครบรอบเดือนกับ 1 วันหลังจากหมาน่อยตกตึก อาการดีขึ้นเยอะ แม้เจ้าตัวยังไม่กล้าโดดขึ้นที่สูงในจังหวะเดียว แต่เริ่มซนจนหม่ามี๊เครียดแล้ว

วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เล่นคนเดียว





เช้าวันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน 2554

ระหว่างที่ หมาน่อย แมวช่างคิด งีบหลังไปอาหารเช้า
มานี่ แมวมีจินตนาการ เล่นคนเดียว กับดอกกก ของเล่นโปรดของหนุ

วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2554

มุมของแมว







ค่ำแล้ว
ผู้คนยังเดินขวักไขว่
แมวหลับใหลไม่สนใจโลก




(จันทร์ที่ 14 มีนาคม 2554: สถานีบีทีเอส อโศก)

วันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Action Cats





อาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2554

เจอ application ชื่อ Action-Snap
เลยเอามาจับจังหวะ action cats เล่นๆ

สนุกดีนะ

ขึ้นแล้วลงไม่ได้






เสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2554

ไปวัดอรุณฯ ถวายสังฆทานและไหว้พระเสร็จก็เดินเตร็ดเตร่
มองไปเห็นแมวเดินไต่ขอบพระปรางค์
ในใจนึกว่าหาที่โพสได้เท่จริงๆ

ยืนมองอยู่พัก ได้ยินมันร้องเงี้ยวๆ เงี้ยวๆๆๆ ถี่ขึ้นเรื่อยๆ
..และแล้วก็มีคำเฉลยจากพี่รปภ. ที่เดินมาขยายความ
"มันขึ้นแล้วลงไม่ได้น่ะ"


...ไม่ใช่มีแต่แมวหรอก ที่ปีนขึ้นพระปรางค์วัดอรุณแล้วลงไม่ได้ คนก็เป็นค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2554

...อยากกินนก






บ่ายวันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม 2554

แมวสองตัวเงยหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้า
จับตามองนกพิราบอ้วนพีที่เทียวบินขึ้นลง
แล้วแมวตัวหนึ่งก็แลบลิ้นออกมา

สงสัยจะอยากกินนก

วันพุธที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2554

พี่กับน้อง


จริงๆ ตรงนี้เป็นที่นอนของพี่



พฤหัสบดีที่ 27 มกราคม 2554

เมื่อเช้าเอาแบตใส่กล้อง แล้วซ้อมมือถ่ายรูปแมว
แมวยอมหยุดนิ่งให้ถ่าย เลยได้รูปตลกๆ มาหลายรูป

วันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2554

มานี่ : ลูกแมวโตไว






มาอยู่ด้วยกันยังไม่ถึงสองเดือน
มานี่ตัวใกล้โตเท่าพี่หมาน่อยแล้ว

cat's portrait





อาทิตย์ที่ 9 มกราคม 2554

มานี่ บางทีก็ยอมอยู่นิ่งๆ

วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2553

พี่น้องรักกัน



มานี่ทำหน้าละเหี่ยมาก

จันทร์ที่ 20 ธันวาคม 2553

รับมานี่มาเป็นน้องหมาน่อยครบเดือนแล้ว
ตลอดเวลาที่ผ่านมา แมวทั้งสองตัวเหมือนผ่านอะไรมาเย๊อะ
ตอนน้องมาใหม่ๆ ยังใส่เฝือก พี่ก็ต้องใส่ลำโพงหลังทายา่ที่หู ต่างคนต่างขู่ใส่กันฟอดๆ
ค่อยๆ เริ่มยอมให้อีกฝ่ายดม ยอมเล่นกันแบบเล่นๆ ไม่กัดจริง

จนในที่สุด ก็เลิฟเลิฟกันขนาดนี้แล้ว

ขั้นต่อไปเราคงได้เห็นภาพแมวสองตัวนอนขดกลม กอดกันแก้หนาวอะนะ
(ถ้ายังจะหนาวต่อไปอีกหลายวัน)

วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

มานี่ น้องพี่หมาน่อย


หมอใส่ให้มาเพราะว่ารูปทรงขาของหนูไม่เป็นรูปเป็นร่างเลยน่ะสิ

เห็นบอกว่าอาทิตย์หน้านัดไปกายภาพ อาจจะเอาเฝือกออก

อีเฝือกนี่รัดแน่นซะเท้าหนูบวมกางยังกะอุ้งตีนหมีแน่ะลูก


เสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2553

ฉันกับแมวคราวไปรพ.ส ศรีวรา เพื่อเยี่ยมแมวน้อยชื่อ "โชคดี" ที่ฉันพบข้อมูลใน facebook
ตอนแรกเห็นรูปกับอ่านข้อมูลคร่าวๆ แล้วก็บอกแมวคราวว่าอยากขอมาเลี้ยงจัง

เขาบอกว่าเป็นแมวถูกรถชน สองขาหลังใช้ไม่ได้ แต่อึฉี่เองได้

คือช่วงนี้กำลังหาแมวมาเลี้ยงเป็นคู่กับหมาน่อย คิดว่าอยู่กันสองตัวจะได้เป็นเพื่อนกัน ออกตระเวนไปดูลูกแมวมาสองสัปดาห์แล้ว แต่มีอันแคล้วคลาดตลอด ตัวแรกพอไปถึงแล้วคนเลี้ยงเขาบอกไม่ให้ ตัวที่สองพอเจอกันน้องก็ท้องเสีย เลยต้องกินยาแล้วก็อยู่บ้านเจ้าของเดิมเขาไปก่อน จนมาอาทิตย์นี้มาเจอโชคดี

ตอนแรกคิดว่าน่าจะสัก 3 เดือน (เดามั่วจากลำดับวัคซีนที่หมอของโรงพยาบาลให้)
แต่พอรู้ว่าหนัก 1.6 กก. กลับมาดูน้ำหนักของหมาน่อยที่จดไว้แล้วก็เดาน่าจริงๆ มันน่าจะอายุได้ 4 เดือนมากกว่า ซึ่งก็น่าจะเป็นไปได้ เพราะตอนนี้อาการบาดเจ็บจากการถูกรถชน (หรืออาจจะทับ) ที่ขาทั้งสองข้างหายเกือบดีแล้ว ถ้าขามันต้องเข้าเฝือก ก็เข้ามาเรียบร้อยแล้ว แผลใหญ่ที่ตำแหน่งประมาณลิ้นปี่ของคนจาก (ยาวสัก7 เซ็นต์ได้ ในแมวตัวแค่เนี้ย) ก็หายแล้ว ติดเรียบร้อย แผลตรงกลางหลังก็ดูเหมือนจะกลายเป็นแผลเป็น แผลพวกนี้คงต้องใช้เวลารักษาพักใหญ่ เดาเอาจากแผลทำหมันของหมาน่อย (1-2 ซม.เอง) กว่าจะหายดีก็สัก 3 อาทิตย์ได้ ดังนั้นมันก็น่าจะอายุ 3 เดือนขึ้นไปแล้วแหละ

..คิดดูเถอะว่าลูกแมวตัวนี้ผ่านเรื่องหนักหนามาแค่ไหน แต่มันก็ยังอุตส่าห์รอดมาได้ ชื่อ "โชคดี" ได้มาเพราะเหตุนี้เอง

ตอนเห็นมันครั้งแรก ฉันไม่ได้คิดเวทนา แต่กลับรู้สึกว่าลูกแมวตัวนี้น่ารัก น่าเอ็นดู ความไร้เดียงสาของมันช่างมีพลังยิ่งใหญ่ ดวงตาของมันสดใส พยายามเคลื่อนไหวไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น แม้ขาที่ใช้การได้ดีมีแค่คู่หน้า

เห็นมันกระถดตัวไปกับพื้นแล้ว น้ำตาฉันไม่ได้ซึมด้วยซ้ำไป

ความรู้สึกทำนองเดียวกันนี้คงเกิดกับแมวคราวเหมือนกัน เพราะท้ายที่สุดหมอนี่ก็ไม่ได้ทัดทานอะไร เมื่อฉันขอโชคดีกลับมาเลี้ยงคู่กับหมาน่อย แค่ขอเปลี่ยนชื่อจาก "โชคดี" เป็น "มานี่" เท่านั้นเอง

หมายเหตุ: ชื่อ มานี่ ตั้งให้คล้องกับหมาน่อย มาจากคำว่า Money เป็นการเรียกด้วยสำเนียงไทยใหญ่จ้ะ

วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

แก้เผ็ดน้องเหมียวหนีเที่ยว



ลองวางเซิร์ฟๆ แผ่ๆ อย่างนี้ก่อน

วางเต็มพื้นที่ไม่ได้หรอก ซื้อมาน้อย



ไปเดิน Daiso สิงคโปร์ได้ของเด็ดมาแก้เผ็ดนังเหมียวชอบหนีเที่ยว

เป็นแผงพลาสติกลักษณะเหมือนหนามแทงขึ้นมา เค้าเอาไว้ครอบแปลงเพาะต้นไม้ไม่ให้เหมียวไปคุ้ยเขี่ย (แล้วอาจจะอึ) คิดว่าถ้าเหมียวไม่ชอบเดินบนหนามแบบนี้ ถ้าเอามาวางกั้นไว้บนระเบียง ให้ยาวพ้นระยะกระโดด อาจเป็นการกักบริเวณแมวได้โดยไม่เป็นการทำร้ายจิตใจกันเกินไป


(ว่าแต่ Daiso เมืองไทยไม่มีขายชิมะ?)


วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2553

ฝัน (๒)




ในห้วงลึกแห่งนิทรา
แมวแปลกหน้าคาบร่างหนูไร้วิญญาณ
มาวางตรงหน้าฉัน




วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553

โปรดอย่ายุ่ง (ลุงจะหลับ)







ศุกร์ที่ 20 สิงหาคม 2553
วันนี้วันดี เจอลุงหนวดอีกแล้ว

กำลังหลับน่าเอ็นดู๊อยู่บนกำแพง
เห็นแล้วก็นึกอยากให้ญาติหมาน่อยในมัลติพลายได้เอ็นดูร่วมกัน
จึงจ่อเข้าไปถ่ายภาพ

ขออำภัยที่เข้าไปแทรกระหว่างนิทรารมย์อันแสนสุขนะจ๊ะ ลุงหนวด


วันพุธที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2553

หมาน่อยพบญาติ : ลุงหนวด




พุธที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๓

เช้าวันที่ฝนกำลังจะตก
กระเป๋าหนัก และง่วง
ก่อนตาจะปิด ได้ปรายไปเห็นลุงหนวด แมวคราวขาว-ดำตัวเขื่อง
ผู้เป็นญาติผู้ใหญ่ของหมาน่อยอย่างไม่ต้่องสงสัย

เลยชักภาพมาฝากกันให้ยิ้มยิ้ม

วันพุธที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ช่างฝันกันตั้งแต่ยังเป็นทารก


..พอดีอ่านเจอมา

ความฝันกลไกหนึ่งของธรรมชาติ
มนุษย์เราเริ่มฝันกันตั้งแต่ยังเป็นทารกกันอยู่เลยค่ะ คุณแม่ต้องแปลกใจแน่เลยหากรู้ว่าเจ้าตัวเล็กของคุณแม่สามารถฝันตั้งแต่วัน แรกที่คลอดออกมา มีการศึกษาพฤติกรรมการนอนหลับและวัดคลื่นสมองของเด็กทารกพบว่า เด็กทารกมีการตื่นหลับ 18 - 20 ชั่วโมง โดยการหลับครึ่งหนึ่งจะเป็นการนอนหลับแบบฝันค่ะ

ความจำเป็นที่หนูต้องนอนฝัน
ความฝันสัมพันธ์กับการเติบโตของเจ้าตัวน้อย เนื่องจากลูกน้อยของคุณแม่จะต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจกับสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เมื่อเขาเรียนรู้มากก็ต้องเก็บความจำมาก จึงทำให้ใน 1 คืน เจ้าตัวเล็กหลับฝันซะเป็นส่วนใหญ่ค่ะ และนอกจากนั้นระหว่างที่เกิดกลไกความฝัน ยังเป็นการถ่ายทอดข้อมูลจากการเก็บความจำระยะสั้น ไปเก็บไว้ยังส่วนต่างๆ ของสมองอย่างเป็นระเบียบ เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำระยะยาวต่อไปอีกด้วยค่ะ

และระหว่างที่เจ้าตัวเล็กนอนฝัน คุณแม่รู้ไหมคะว่ามีเซลล์หลายกลุ่มในสมองและร่างกายส่วนต่างๆ ของลูกน้อยเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีระและชีวะเคมี โดยเฉพาะการทำงานของยีนหรือสารพันธุกรรมในเซลล์ เพื่อให้เซลล์สร้างโปรตีนเฉพาะ และเป็นการเปิดกลไกการทำงานของเซลล์บางอย่างให้มีการสังเคราะห์และแสดง ลักษณะสารพันธุกรรมออกมา เช่น ระบบต่อมไร้ท่อจะขับฮอร์โมนโซมาโทโทรพิน (somatotropin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพื่อการเจริญเติบโตที่หลั่งจากต่อมใต้สมองในเวลาลูกน้อย หลับ หรือพูดง่ายๆ ก็คือในช่วงที่ลูกน้อยของคุณแม่นอนหลับฝันอยู่นั้น จะมีการเอาข้อมูลที่อยู่ในพันธุกรรมของ DNA ที่อยู่ในโครโมโซมมาเปิด แล้วยอมให้มีการถ่ายทอดข้อมูลทางพันธุกรรมเพื่อเอาไปสังเคราะห์โปรตีนชนิด ต่างๆ เช่น เอนไซม์โครงสร้างโปรตีน ที่มี  หน้าที่ซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอ ดังนั้น ช่วงที่เจ้าตัวเล็กนอนฝันจะมีกลไกที่ทำให้เซลล์ซ่อมแซมตัวเองได้ค่ะ

การนอนฝันของเจ้าตัวน้อยยังมีความเกี่ยวข้องกันกับการทำงานของระบบสร้างภูมิ คุ้มกันในร่างกายให้ตัวเขาอีกด้วยนะคะ  และขณะลูกน้อยหลับฝันระบบประสาทจะไม่มีการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย จึงทำให้อุณหภูมิของเขาตกลงมาได้ ดังนั้น หากเจ้าตัวเล็กของคุณแม่หลับในห้องที่มีความเย็น คุณแม่จะต้องระวังให้ความอบอุ่นแก่ลูกน้อยด้วยนะคะ



(จากหน้านี้ http://motherandchild.in.th/content/view/387/32/)
..................................................
อยากรู้อีกนิด แล้วแมวล่ะ ฝันอะไรไหม?
(เล่นนอนกันวันละพอๆ กับทารกขนาดนั้น)

วันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เรดาร์แมว : ชายชาญสัญชาติแมว






ศุกร์ที่ 11 มิถุนายน 2553

เจอเจ้าอ้วน-โอเชี่ยน เกลอเก่า
คราวนี้มันนอนผงาดอาบแดดอุ่นๆ โดยไม่ได้เกรงสายตาใครอีกตามเคย
ก็ใครจะมาใหญ่กว่ามันซึ่งเป็นแมวใหญ่คุมโซนนี้ได้เล่า?

เห็นมันง่วง เลยกล้าวนเวียน สำรวจเนื้อตัวมัน
เยินเป็นบ้า แผลเล็กแผลใหญ่เหวอะหวะ

เปิดดูหูเห็นผิวเป็นแผล ท่าทางเจ้าตัวจะคันจนขึ้นเป็นชั้นหนา (ต้องเป็นยีสต์แน่นอน)
ฟันใหญ่ แต่เหลืองเป็นคราบ หักตรงปลายเขี้ยว เข้าใจว่าจะใช้งานเยอะ

เห็นเจ้าอ้วนแล้วรู้สึกหลายอย่าง ทั้่งนับถือในความเป็นแมวตัวผู้นักสู้ของมัน หมั่นไส้ แต่เห็นท่าทางยโสของมันแล้วอยากเปิ้ดกะโหลกสักที แต่ก็ไม่ได้ทำ (ไม่กล้า)

อดคิดไม่ได้ ถ้ามันมีคนเลี้ยงจริงจัง ชีวิตมันจะดีกว่านี้ไหม

วันเสาร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2553

เรดาร์แมว : แมวเครา



ขืนเล่นกะแกนาน ฉันต้องอุ้มขึ้นรถกลับบ้านแน่ๆ




ศุกร์ที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๓

เดินทางไกลไปเจอแมวเคราที่สงขลา
เกือบอุ้มกลับมาแล้ว ถ้าคุณแม่ไม่ขอร้อง

วันพฤหัสบดีที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2553