
..พอดีอ่านเจอมา
ความฝันกลไกหนึ่งของธรรมชาติ มนุษย์เราเริ่มฝันกันตั้งแต่ยังเป็นทารกกันอยู่เลยค่ะ คุณแม่ต้องแปลกใจแน่เลยหากรู้ว่าเจ้าตัวเล็กของคุณแม่สามารถฝันตั้งแต่วัน แรกที่คลอดออกมา มีการศึกษาพฤติกรรมการนอนหลับและวัดคลื่นสมองของเด็กทารกพบว่า เด็กทารกมีการตื่นหลับ 18 - 20 ชั่วโมง โดยการหลับครึ่งหนึ่งจะเป็นการนอนหลับแบบฝันค่ะ
ความจำเป็นที่หนูต้องนอนฝัน ความฝันสัมพันธ์กับการเติบโตของเจ้าตัวน้อย เนื่องจากลูกน้อยของคุณแม่จะต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจกับสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เมื่อเขาเรียนรู้มากก็ต้องเก็บความจำมาก จึงทำให้ใน 1 คืน เจ้าตัวเล็กหลับฝันซะเป็นส่วนใหญ่ค่ะ และนอกจากนั้นระหว่างที่เกิดกลไกความฝัน ยังเป็นการถ่ายทอดข้อมูลจากการเก็บความจำระยะสั้น ไปเก็บไว้ยังส่วนต่างๆ ของสมองอย่างเป็นระเบียบ เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำระยะยาวต่อไปอีกด้วยค่ะ
และระหว่างที่เจ้าตัวเล็กนอนฝัน คุณแม่รู้ไหมคะว่ามีเซลล์หลายกลุ่มในสมองและร่างกายส่วนต่างๆ ของลูกน้อยเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีระและชีวะเคมี โดยเฉพาะการทำงานของยีนหรือสารพันธุกรรมในเซลล์ เพื่อให้เซลล์สร้างโปรตีนเฉพาะ และเป็นการเปิดกลไกการทำงานของเซลล์บางอย่างให้มีการสังเคราะห์และแสดง ลักษณะสารพันธุกรรมออกมา เช่น ระบบต่อมไร้ท่อจะขับฮอร์โมนโซมาโทโทรพิน (somatotropin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพื่อการเจริญเติบโตที่หลั่งจากต่อมใต้สมองในเวลาลูกน้อย หลับ หรือพูดง่ายๆ ก็คือในช่วงที่ลูกน้อยของคุณแม่นอนหลับฝันอยู่นั้น จะมีการเอาข้อมูลที่อยู่ในพันธุกรรมของ DNA ที่อยู่ในโครโมโซมมาเปิด แล้วยอมให้มีการถ่ายทอดข้อมูลทางพันธุกรรมเพื่อเอาไปสังเคราะห์โปรตีนชนิด ต่างๆ เช่น เอนไซม์โครงสร้างโปรตีน ที่มี หน้าที่ซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอ ดังนั้น ช่วงที่เจ้าตัวเล็กนอนฝันจะมีกลไกที่ทำให้เซลล์ซ่อมแซมตัวเองได้ค่ะ
การนอนฝันของเจ้าตัวน้อยยังมีความเกี่ยวข้องกันกับการทำงานของระบบสร้างภูมิ คุ้มกันในร่างกายให้ตัวเขาอีกด้วยนะคะ และขณะลูกน้อยหลับฝันระบบประสาทจะไม่มีการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย จึงทำให้อุณหภูมิของเขาตกลงมาได้ ดังนั้น หากเจ้าตัวเล็กของคุณแม่หลับในห้องที่มีความเย็น คุณแม่จะต้องระวังให้ความอบอุ่นแก่ลูกน้อยด้วยนะคะ
(จากหน้านี้ http://motherandchild.in.th/content/view/387/32/)
..................................................
อยากรู้อีกนิด แล้วแมวล่ะ ฝันอะไรไหม?
(เล่นนอนกันวันละพอๆ กับทารกขนาดนั้น)