แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หมาน่อย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หมาน่อย แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ห่วง




ก่อนหม่ามี๊กลับมาจากบ้านยาย





บางทีเราอาจจำเป็นต้องมีห่วง
เพื่อผูกรัดตัวไม่ให้ลอย
หลุดไปตามสภาพไร้แรงโน้มถ่วง

วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2554

รักนะ..เจ้าโง่






อาทิตย์ที่ 12 มิุถุนายน 2554

สองปีก่อนหน้านี้หม่ามี๊ไม่เคยคิดถึงวันที่มีชีวิตร่วมกับแมว
แต่แล้วเดือนมีนาคม 2553 หม่ามี๊ก็หาญกล้า รับหมาน่อยมาเลี้ยงก่อน
ตัวเดียวไม่พอ-ขอสอง ปลายเดือนพฤศจิกายน 2553 ก็เลยไปขอรับมานี่มาเลี้ยงอีกตัว อ้างว่ามาเป็นเพื่อนกัน

แมวเป็นสิ่งมีชีวิต มีรายละเอียดอันซับซ้อนน่าสนใจไม่น้อย
จะเลี้ยงแมวให้อิ่มหมีพีมัน มีความสุขทั้งกายและใจไม่ใช่เรื่องหยาบๆ
เราคงต้องค่อยๆ ศึกษาและเรียนรู้กันต่อไปนะ-เจ้าโง่


ปล. วันนี้ครบรอบเดือนกับ 1 วันหลังจากหมาน่อยตกตึก อาการดีขึ้นเยอะ แม้เจ้าตัวยังไม่กล้าโดดขึ้นที่สูงในจังหวะเดียว แต่เริ่มซนจนหม่ามี๊เครียดแล้ว

วันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Action Cats





อาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2554

เจอ application ชื่อ Action-Snap
เลยเอามาจับจังหวะ action cats เล่นๆ

สนุกดีนะ

วันจันทร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

แมวไม่กลัวงู!


ลากๆ ลากไปฟัด

เจ้างูนี่ ไม่รู้จักพี่หมาน่อยซะแล้ว



หมาน่อยจะทำอย่างไร
เมื่อพบว่าอยู่ดีๆ มีงูบุก!

วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2554

...อยากกินนก






บ่ายวันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม 2554

แมวสองตัวเงยหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้า
จับตามองนกพิราบอ้วนพีที่เทียวบินขึ้นลง
แล้วแมวตัวหนึ่งก็แลบลิ้นออกมา

สงสัยจะอยากกินนก

วันพุธที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2554

พี่กับน้อง


จริงๆ ตรงนี้เป็นที่นอนของพี่



พฤหัสบดีที่ 27 มกราคม 2554

เมื่อเช้าเอาแบตใส่กล้อง แล้วซ้อมมือถ่ายรูปแมว
แมวยอมหยุดนิ่งให้ถ่าย เลยได้รูปตลกๆ มาหลายรูป

วันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2554

มานี่ : ลูกแมวโตไว






มาอยู่ด้วยกันยังไม่ถึงสองเดือน
มานี่ตัวใกล้โตเท่าพี่หมาน่อยแล้ว

วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2553

พี่น้องรักกัน



มานี่ทำหน้าละเหี่ยมาก

จันทร์ที่ 20 ธันวาคม 2553

รับมานี่มาเป็นน้องหมาน่อยครบเดือนแล้ว
ตลอดเวลาที่ผ่านมา แมวทั้งสองตัวเหมือนผ่านอะไรมาเย๊อะ
ตอนน้องมาใหม่ๆ ยังใส่เฝือก พี่ก็ต้องใส่ลำโพงหลังทายา่ที่หู ต่างคนต่างขู่ใส่กันฟอดๆ
ค่อยๆ เริ่มยอมให้อีกฝ่ายดม ยอมเล่นกันแบบเล่นๆ ไม่กัดจริง

จนในที่สุด ก็เลิฟเลิฟกันขนาดนี้แล้ว

ขั้นต่อไปเราคงได้เห็นภาพแมวสองตัวนอนขดกลม กอดกันแก้หนาวอะนะ
(ถ้ายังจะหนาวต่อไปอีกหลายวัน)

วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

มานี่ น้องพี่หมาน่อย


หมอใส่ให้มาเพราะว่ารูปทรงขาของหนูไม่เป็นรูปเป็นร่างเลยน่ะสิ

เห็นบอกว่าอาทิตย์หน้านัดไปกายภาพ อาจจะเอาเฝือกออก

อีเฝือกนี่รัดแน่นซะเท้าหนูบวมกางยังกะอุ้งตีนหมีแน่ะลูก


เสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2553

ฉันกับแมวคราวไปรพ.ส ศรีวรา เพื่อเยี่ยมแมวน้อยชื่อ "โชคดี" ที่ฉันพบข้อมูลใน facebook
ตอนแรกเห็นรูปกับอ่านข้อมูลคร่าวๆ แล้วก็บอกแมวคราวว่าอยากขอมาเลี้ยงจัง

เขาบอกว่าเป็นแมวถูกรถชน สองขาหลังใช้ไม่ได้ แต่อึฉี่เองได้

คือช่วงนี้กำลังหาแมวมาเลี้ยงเป็นคู่กับหมาน่อย คิดว่าอยู่กันสองตัวจะได้เป็นเพื่อนกัน ออกตระเวนไปดูลูกแมวมาสองสัปดาห์แล้ว แต่มีอันแคล้วคลาดตลอด ตัวแรกพอไปถึงแล้วคนเลี้ยงเขาบอกไม่ให้ ตัวที่สองพอเจอกันน้องก็ท้องเสีย เลยต้องกินยาแล้วก็อยู่บ้านเจ้าของเดิมเขาไปก่อน จนมาอาทิตย์นี้มาเจอโชคดี

ตอนแรกคิดว่าน่าจะสัก 3 เดือน (เดามั่วจากลำดับวัคซีนที่หมอของโรงพยาบาลให้)
แต่พอรู้ว่าหนัก 1.6 กก. กลับมาดูน้ำหนักของหมาน่อยที่จดไว้แล้วก็เดาน่าจริงๆ มันน่าจะอายุได้ 4 เดือนมากกว่า ซึ่งก็น่าจะเป็นไปได้ เพราะตอนนี้อาการบาดเจ็บจากการถูกรถชน (หรืออาจจะทับ) ที่ขาทั้งสองข้างหายเกือบดีแล้ว ถ้าขามันต้องเข้าเฝือก ก็เข้ามาเรียบร้อยแล้ว แผลใหญ่ที่ตำแหน่งประมาณลิ้นปี่ของคนจาก (ยาวสัก7 เซ็นต์ได้ ในแมวตัวแค่เนี้ย) ก็หายแล้ว ติดเรียบร้อย แผลตรงกลางหลังก็ดูเหมือนจะกลายเป็นแผลเป็น แผลพวกนี้คงต้องใช้เวลารักษาพักใหญ่ เดาเอาจากแผลทำหมันของหมาน่อย (1-2 ซม.เอง) กว่าจะหายดีก็สัก 3 อาทิตย์ได้ ดังนั้นมันก็น่าจะอายุ 3 เดือนขึ้นไปแล้วแหละ

..คิดดูเถอะว่าลูกแมวตัวนี้ผ่านเรื่องหนักหนามาแค่ไหน แต่มันก็ยังอุตส่าห์รอดมาได้ ชื่อ "โชคดี" ได้มาเพราะเหตุนี้เอง

ตอนเห็นมันครั้งแรก ฉันไม่ได้คิดเวทนา แต่กลับรู้สึกว่าลูกแมวตัวนี้น่ารัก น่าเอ็นดู ความไร้เดียงสาของมันช่างมีพลังยิ่งใหญ่ ดวงตาของมันสดใส พยายามเคลื่อนไหวไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น แม้ขาที่ใช้การได้ดีมีแค่คู่หน้า

เห็นมันกระถดตัวไปกับพื้นแล้ว น้ำตาฉันไม่ได้ซึมด้วยซ้ำไป

ความรู้สึกทำนองเดียวกันนี้คงเกิดกับแมวคราวเหมือนกัน เพราะท้ายที่สุดหมอนี่ก็ไม่ได้ทัดทานอะไร เมื่อฉันขอโชคดีกลับมาเลี้ยงคู่กับหมาน่อย แค่ขอเปลี่ยนชื่อจาก "โชคดี" เป็น "มานี่" เท่านั้นเอง

หมายเหตุ: ชื่อ มานี่ ตั้งให้คล้องกับหมาน่อย มาจากคำว่า Money เป็นการเรียกด้วยสำเนียงไทยใหญ่จ้ะ

วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

แก้เผ็ดน้องเหมียวหนีเที่ยว



ลองวางเซิร์ฟๆ แผ่ๆ อย่างนี้ก่อน

วางเต็มพื้นที่ไม่ได้หรอก ซื้อมาน้อย



ไปเดิน Daiso สิงคโปร์ได้ของเด็ดมาแก้เผ็ดนังเหมียวชอบหนีเที่ยว

เป็นแผงพลาสติกลักษณะเหมือนหนามแทงขึ้นมา เค้าเอาไว้ครอบแปลงเพาะต้นไม้ไม่ให้เหมียวไปคุ้ยเขี่ย (แล้วอาจจะอึ) คิดว่าถ้าเหมียวไม่ชอบเดินบนหนามแบบนี้ ถ้าเอามาวางกั้นไว้บนระเบียง ให้ยาวพ้นระยะกระโดด อาจเป็นการกักบริเวณแมวได้โดยไม่เป็นการทำร้ายจิตใจกันเกินไป


(ว่าแต่ Daiso เมืองไทยไม่มีขายชิมะ?)


วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553

แอบดูแมวในตะกร้า






พุธที่ 6 ตุลาคม 2553

หมาน่อย ลูกแมววัย 8 เดือน หนัก 3.1 กิโลกรัม (แล้วละมั้ง)
ฟื้นตัวรวดเร็วจากแผลผ่าตัดทำหมัน (เมื่อ 12 วันก่อน)
หม่ามี๊ถือฤกษ์ตามใจฉัน ตัดสินใจถอดลำโพงกันเลียแผลให้หมาน่อยตั้งแต่เมื่อคืน
ได้ผลคือ เสร็จจากตั้งหน้าตั้งตาเลียเนื้อตัวและแผล ซึ่งตอนนี้แห้งดี เกือบหมดรอยเย็บ (เหลือแต่รอยบุ๋มลงไป) แล้ว หมาน่อยก็ตั้งหน้าตั้งตาซน

เช้านี้หม่ามี๊เลยขุดตะกร้าสีชมพูที่หยุดใช้สิบกว่าวันเพราะแมวใส่ลำโพงไม่ซนมาใช้ใหม่
จับหมาน่อยลงพักผ่อนในตะกร้า แล้วก็กลั่นแกล้งแมวด้วยการถ่ายรูปเป็นชุด

งานนี้แมวหนีไม่ได้
อิอิ

วันอังคารที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2553

หมาน่อยไปทำหมัน



ฮึ่มๆๆๆๆ


หลังจากที่หม่ามี๊ประสาทกับการคิดเรื่องทำหมันแมวมา ๒ อาทิตย์
ในที่สุด ก็ตัดสินใจพาหมาน่อยไปทำหมันที่โรงพยาบาลสัตว์สวนหลวง ถนนเฉลิมพระเกียรติร.๙ (ใกล้สวนหลวง ร.๙)

นับเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่ตื่นเต้นมาก ทั้งกับคนและแมว
กว่าจะตัดสินใจได้ ก็ได้เพื่อนโม่และเดือนคอยให้คำปรึกษามาเป็นลำดับ
เพื่อนำเรื่องราวมาถ่ายทอดให้ที่ปรึกษาหลักทั้งสองได้อย่างละเอียดละออ งานนี้หม่ามี๊เลยเก็บภาพหมาน่อยในขั้นตอนต่างๆ มาฝาก เผื่อจะเป็นประโยชน์แก่แม่แมวมือใหม่ที่จะพาแมวตัวแม่ตัวแรกในชีวิตไปทำหมันด้วย

เรียงภาพไล่ตามเหตุการณ์เป็นวันๆ ไปเลยละกัน

วันที่ ๑ : เสาร์ที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๓ (เลยวันครบรอบเกิดครบ ๘ เดือนของหมาน่อยที่หม่ามี๊ติ๊ต่างขึ้นมา ๑ วัน)

หลังจากงดอาหารและน้ำมาตั้งแต่เที่ยงคืน หม่ามี๊จับหมาน่อยไว้ในกระเป๋าฟิตเนส ระเห็จระเหินจากบ้าน ผ่านซีคอนสแควร์และพาราไดซ์พาร์คไปถึงโรงพยาบาลซึ่งอยู่บนถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ ตอนสายๆ
คุณหมอตรวจร่างกายทั่วๆ ไปเพื่อให้แน่ใจว่าน่อยไม่ได้กำลังท้อง
น่อยไม่ต้องตรวจเลือดเพราะอายุยังไม่เกิน ๑ ปี
จากนั้นหม่ามี๊ก็ฝากหมาน่อยไว้ที่โรงพยาบาล นอนกรงให้หายตื่นเต้น แล้วคุณหมอจะผ่าตอนบ่ายโมงบ่ายสอง ระหว่างนี้ถ้ามีอะไรไม่ดี โรงพยาบาลจะโทรมา
แต่ถ้าเขาไม่โทรมา เราก็สามารถโทรมาเช็คผลการผ่าตัดได้

หม่ามี๊กับแมวคราวกลับไปเยี่ยมหมาน่อยราวทุ่ม การผ่าตัดผ่านไปด้วยดี หมาน่อยตื่นจากยาสลบแล้ว แต่จมูกยังซีด แถมยังแยกเขี้ยวขู่ฟ่อ ป้องกันตัวเองสุดฤทธิ์ เพราะยังจำใครไม่ได้

แมวคราวโดนไปสองฟ่อ ถึงแก่ซึม
(หมามี๊เข้าใจสิ่งที่โม่เตือนไว้ก็ตอนนี้)
เบาใจแล้วก็พากันกลับ

วันที่ ๒ : อาทิตย์ที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๓
จากที่คิดว่าจะไปหาตอนบ่ายๆ หม่ามี๊เปลี่ยนแผน เข้าเมืองไปวัดพระแก้ว กว่าจะไปถึงโรงพยาบาลก็ทุ่มกว่า

เปิดประตูเข้าห้องไป หมาน่อยก็ขู่ฟอด แต่พอหม่ามี๊เรียกหลายคำ น่อยก็จำได้
มีร้องตอบมาเหมือนเคย เปิดประตูให้หมาน่อยออกมา น่อยก็ออกมาเดินกระย่องกระแย่ง หมามี๊ไม่อยากให้เดินเยอะเลยจับเข้ากรง พอเข้าไปในกรง หนูก็หันมาขู่พี่ที่คอยดูแลหนูอีกฟอด หม่ามี๊ตลกจัง

วันที่ ๓ : วันจันทร์ที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๓
หม่ามี๊ไม่ได้ไปเยี่ยมหมาน่อย
เพราะอ่อนใจกับการจราจรจากที่ทำงาน-โรงพยาบาล-บ้าน และฟ้าฝน
อีกอย่างโทรเช็กว่าหมาน่อยกินได้นิดหน่อย อึฉี่ได้ และร่าเริงดี (จริงอ้ะ?) หม่ามี้ก็นอนใจ
อยู่โรงพยาบาล ยังไงก็ปลอดภัยละนะ

วันที่ ๔ : วันอังคารที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๓
หม่ามี๊ลางานไปรับหมาน่อยในตอนบ่าย ขอสารภาพว่าตื่นเต้นมากที่น่อยจะได้กลับบ้านซะที คิดถึงกันเนอะน่อยเนอะ

เจอหน้ากัน จำกันได้แล้วน่อยก็ร้องประท้วงไม่หยุดเลย หม่ามี๊เปิดกรงอุ้มแล้วพบว่าขนหนูหลุดกระจายเลย คงเป็นเพราะว่าสองวันมานี้ใส่ลำโพงตลอด เลียเนื้อตัวแทบไม่ได้ แล้วหนูก็อาจจะไม่มีกะจิตกะใจจะเสริมสวยนัก ไม่เป็นไร ถึงบ้านแล้วเดี๋ยวแปรงขนให้นะจ๊ะ

หมอให้ยาฆ่าเชื้อเม็ดเล็กไปให้หม่ามี๊ป้อน คนจ่ายยากำชับให้มีคนช่วยจับกันโดนหนูตบ
หุ หุ หม่ามี๊ไม่มีหรอก

ลงจากแท็กซี่อันแสนร้อนขึ้นมาถึงห้องของเรา น่อยดูดีใจที่ถึงบ้านเสียที เดินกรายไปทั่วบ้าน แล้วก็กินปลาไข่ (ของโปรด) ผสมอาหารเม็ดลูกแมวไปเกือบหมดชาม ฉี่ เดินตามหม่ามี๊อีกพักใหญ่ แล้วก็นอน

ถึงบ้านเราแล้วเนอะหมาน่อยเนอะ





วันจันทร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2553

ชะตากรรมของไผ่เงิน






เสาร์ที่ 18 กันยายน 2553

หวังว่าทุกคนคงจำไผ่เงินเขียวขจีทั้ง 3 ต้นที่พี่เดือนให้มาเมื่อเดือนพฤษภาคมได้
(ชมสภาพที่ http://mandymois.multiply.com/photos/album/812/812#photo=33)

ตั้งแต่ได้รู้จัก หมาน่อยก็โปรดปรานการแทะไผ่เงินเสมอมา แม้แต่กล้าข้าวสาลีที่เพาะขึ้นมาใหม่ก็ไม่อาจแย่งความโปรดปรานนี้ไปได้
ไผ่เงินทั้งสามต้นจึงเหลือรอดคมเขี้ยวหมาน่อยเพียงเท่าที่เห็น


(อิฉันจึงแยกต้นที่เล็กที่สุดไปฟูมฟัก หวังว่ามันจะแอบแตกหน่อ คืนสภาพเขียวสะพรั่งดังเดิมได้บ้าง-มีเวลาจะแวะไปหาต้นใหม่มาบำเรอแมว)



วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2553

หนูชอบกินลองกอง



เลียแบบนี้จนหมดเนื้อ



เสาร์ 11 กันยายน 2553

ฉันซื้อลองกองตันหยงมากิน
ขณะที่กำลังนั่งแกะเปลือกอยู่นั้น หมาน่อยก็มาเดินวนเวียน
ดมเปลือกลองกองแล้วเธอก็เมินๆ แต่ไม่ถึงกับทำท่าโกยดินกลบอึใส่ เหมือนทำกับเปลือกกล้วยหอม

แต่พอให้ดมเม็ดลองกองแกะเปลือกเกลี้ยง พร้อมหย่อนใส่ปาก
เธอดมจนทั่วแล้วก็เริ่มเลีย จากตรงที่เนื้อมันปริ
ก็เลยยกให้เลียจนเกลี้ยงเนื้อ เหลือแต่เม็ดข้างในไปทั้งสิ้น 2 ลูก

หมาน่อยชอบกินลองกองเอามากๆ เลยแหละ
เป็นความรู้ใหม่อีกแล้ว

วันเสาร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2553

แมววันหยุด




อุ๊บส์ นั่นแมว หรือแมวน้ำกัน?



เสาร์ที่ 11 กันยายน 2553

แมวกัด แปลว่าแมวรัก
แมวให้จวัก แปลว่าแมวกวักอุ้งเรียก

อิอิ

วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2553

ผู้ร้ายปากแข็ง





ตีหน้าจ๋อย
แท้ที่จริงหมาน่อยคือจอมกัด

ไม่เชื่อให้มาพิสูจน์แขนขาหม่ามี๊ได้!

วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553

มารยาแมว





กราบสวัสดีพี่ป้าน้าอาที่เคารพ

หมาน่อยเกือบ 8 เดือน แค่แก่นแก้วเล็กน้อย ไม่ถึงกับเป็นทอม
มารยาสาไถยแบบแมวสตรี หนูก็พอมีเหมือนกันนะฮะ

;-)

เห่าก่อนกัด




31 สิงหาคม 2553

หมาน่อยอายุ 7 เดือนกว่าแล้ว
ตัวโตขึ้นมาก เนื้อแน่น ขนนิ่ม เป็นการโตออกทางยาว
ไม่เห็นอ้วนปุ๊กปั๊กเหมือนแมวอื่นๆ ที่หม่ามี๊แวะเล่นด้วย

หมาน่อยเขี้ยวใหญ่ขึ้น เล่นแรงขึ้น
เจ้าเล่ห์เพทุบาย และเรียกร้องความสนใจเก่งขึ้น

แล้วก็ยึดครองทุกตารางนิ้วในคอนโดเล็กๆ ของเราไปหมดแล้ว
ทั้งแนวตั้งและแนวนอน







หมายเหตุ: เธอกระโดดขึ้นหลังไมโครเวฟที่วางบนโต๊ะ แล้วเทคตัวขึ้นหลังตู้กับข้าว
ก่อนจะไต่ลงมาครอบครองพื้นที่หลังตู้เย็นทั้งหมด ดังในรูป

อากัปในรูปเป็นการล้อเล่นกับหม่ามี๊ เธอเห่าแบบแมวๆ ออกมาทีนึง
ถ้าหม่ามี๊เล่นด้วยด้วยการเอื้อมมือไปใกล้ เธอจะงับ(กัด)อย่างว่องไว
จะงับจริงหรือหลอกก็แล้วแต่อารมณ์ของคุณเธอ

วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553

โปรดอย่ายุ่ง (ลุงจะหลับ)







ศุกร์ที่ 20 สิงหาคม 2553
วันนี้วันดี เจอลุงหนวดอีกแล้ว

กำลังหลับน่าเอ็นดู๊อยู่บนกำแพง
เห็นแล้วก็นึกอยากให้ญาติหมาน่อยในมัลติพลายได้เอ็นดูร่วมกัน
จึงจ่อเข้าไปถ่ายภาพ

ขออำภัยที่เข้าไปแทรกระหว่างนิทรารมย์อันแสนสุขนะจ๊ะ ลุงหนวด


วันอังคารที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2553

แมวอยากมีส่วนร่วม






เช้าวันพุธที่ 18 สิงหาคม 2553

ระหว่างกำลังถ่ายรูปผลงานการเพาะเมล็ดข้าวสาลีที่ระเบียง
หมาน่อยก็แสดงความจำนง อยากมีส่วนร่วม
หม่ามี๊ก็เลยจัดใ้ห้