แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ๒๕๕๔ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ๒๕๕๔ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

หวานปนเท่



มีกระเป๋าย่ามติดกระดุมแม่เหล็ก
ซ้ายสุด-กระเป๋าใส่ไอโฟน
กลาง-กระเป๋าเปลือกหอย
ขวา-กระเป๋ากลม
ล่าง-กระเป๋าใส่ดินสอ




กระเป๋าผ้าคอลเลกชั่นใหม่ สำหรับสาวเท่ที่ขอหวานนิดนึง

พบกันอาทิตย์หน้าที่ https://www.facebook.com/update_security_info.php?wizard=1#!/Momo.Craft.Village

ทั้งหมดทำจากผ้าลูกฟูกและฝ้ายพิมพ์ลายฟอกสี ควิลท์มือ
ติดซิปฟันทองเหลืองและตัวห้อยซิปรูปดอกกุหลาบรับกับลายผ้า ยกเว้นกระเป๋าปากกาค่ะ

วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

กระเป๋าจุดใบสุดท้าย






'จุดนี้ช่วยน้ำท่วม'

กระเป๋าและผลิตภัณฑ์จากผ้ากำมะหยี่ชมพูจุดดำใบสุดท้ายค่ะ

กระเป๋าป้านสำหรับใส่แว่นกันแดดอันโต ตัวห้อยซิปรูปดาว
ขนาด 6 1/2x3x1 1/2 นิ้ว
ราคา 500 บาท

รายได้ครึ่งหนึ่งจะโอนไปสมทบกับมูลนิธิเอสซีจีช่วยจัดทำสุขาฉุกเฉินสำหรับผู้ประสบภัย ท่านใดสนใจช่วยแจ้งไว้ก่อนนะคะ
ขอบคุณค่ะ

วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ห่วง




ก่อนหม่ามี๊กลับมาจากบ้านยาย





บางทีเราอาจจำเป็นต้องมีห่วง
เพื่อผูกรัดตัวไม่ให้ลอย
หลุดไปตามสภาพไร้แรงโน้มถ่วง

วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554

โปสการ์ดทำขาย





พร้อมๆ กับกระเป๋าผ้า "จุดนี้ขอช่วยน้ำท่วม" ที่เย็บขายในเพจ Momo Craft Village (https://www.facebook.com/Momo.Craft.Village) ในห้อง "ตามใจฉัน"

ก็ได้มีโปสการ์ดทำมือมาเสนอขายด้วยในห้อง "ตามที่เห็น"
พร้อมด้วยของเย็บตามความประสงค์ของเพื่อนๆ ในห้อง "ตามใจท่าน"
ซึ่งจะได้เห็นรายละเอียดกันในวันที่ 13 ตุลาคมนี้ ที่หน้าเพจด้วย

โปสการ์ดพวกนี้ขายใบละ 15 บาท ซื้อ 10 ใบจะแถมให้ 1 ใบ
กำไรที่ได้จะนำมาเลี้ยงสัตว์ ครึ่งหนึ่งใช้เลี้ยงแมวตัวเอง อีกครึ่งจะรวบรวมไว้ แล้วนำไปเลี้ยงหมาแมวที่คิดว่าขาดทุนในการรักษาตัว ในการกินอยู่ ดำรงชีวิต

เกิดมาร่วมโลกร่วมชาติกันแล้วก็ต้องพึ่งพากันไปนะ

วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2554

จุดนี้ขอช่วยน้ำท่วม



เป็นงานซับซ้อนน้อยกว่าที่เคยทำๆ (แจก) มา แต่ฉันตั้งใจนะ



ในที่สุดก็เริ่มทำของขายผ่านเพจ Momo Craft Village ของเอมโม่แล้ว (https://www.facebook.com/Momo.Craft.Village)

คอลเลกชั่นแรกชื่อ "จุดนี้ขอช่วยน้ำท่วม" รายได้จากการขายขอเก็บไว้เป็นขวัญถุงประเดิมการขาย 100 บาท ที่เหลือจะฝากโม่โอนไปสมทบกับสภากาชาดช่วยน้ำท่วมทั้งหมด

ซึ่ง หลังจากที่บอกข่าวเพื่อนๆ ที่สนิทกันไป
ก็มีเพื่อนผู้ชายที่ยินดีกับฉัน ไม่รู้จะซื้อกระเป๋าชมพูจุดดำไปทำไม แฟนก็ไม่มี แต่อยากจะช่วยค่าของที่ฉันซื้อมาเย็บขายเป็นเงิน 1,000 บาท เลยบังคับให้รับกระเป๋ากลมใบเล็กไปใช้เก็บของเล็กๆ จะได้เป็นการขายประเดิมตามธรรมเนียม

จากนั้นเพื่อนสาวก็มาขอเหมาอีก 3 ใบที่เหลือไปใช้เป็นชุด
(โดยยังไม่รู้เลยว่าฉันจะขายเท่าไหร่ เลยจัดราคาไปให้สมน้ำสมเนื้อกับกระเป๋ากลมใบเล็ก- - -จะได้มีเงินบริจาคเยอะๆ อิอิ)


เลือกช้อปงานทำมือชิ้นที่ชอบได้ที่เพจ Momo Craft Village วันที่ 13 ตุลาคมนี้นะจ๊ะ นอกจากงานของฉันยังมีงานอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมาก

ที่สำคัญ ช่วยประเดิมร้านวันแรกกันจะได้ช่วยสมทบทุนช่วยน้ำท่วมด้วย ติดตามรายละเอียดได้ที่เพจเลยน้าาาาา

วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2554

เย็บไถ่บาป#4 : กระเป๋าสำหรับครอบครัว


จะเห็นได้ว่าบ้านนี้ก็มีน้ำพุเหมือนกัน



ดังที่เล่าไปแล้วถึงความพยายามจะทำกระเป๋าให้สมาชิกในครอบครัวหนึ่งใช้
ครอบครัวนี้ประกอบไปด้วยคุณยาย คุณน้า หลานชายวันมัธยมต้น และหลานสาววัยประถม
ก็เริ่มต้นที่ผ้าจุด ทำกระเป๋็าผู้หญิงเสร็จไป 3 ใบ ชักอึ้งว่าจะทำอะไรให้เด็กชายใช้ดี

จับผ้าพิมพ์สีครามมาทำ ทำไปทำมา มันคล้ายว่าจะไม่ใช่ของเด็กผู้ชายซะแล้ว
(โปรดพิจารณา)

เย็บไถ่บาป#3 : Boy or Girl?


ควิลท์นิดหน่อย เพิ่มรายละเอียด



ประสบปัญหาในการทำกระเป๋าให้เด็กชายวัยมัธยมต้น
ไม่รู้ว่าควรทำแบบไหน อย่างไร เด็กชายถึงจะใช้

ตีโจทย์เป็นกระเป๋าซิปรูดสำหรับใช้ใส่มือถือ (ถ้าไม่ใส่มือถือจะเอาไปใส่อะไรก็ได้ตามใจเขา) ประมาณไซส์ให้รับบีบีประมาณ Curve (ไม่รู้หรอกเขาใช้อะไร แต่เชื่อว่ามีมือถือใช้แน่)

วันก่อนเอาผ้าพิมพ์สีครามมาทำ ทำออกมาแล้วเพื่อนทักว่าหวาน เลยเสียเซลฟ์ไปหน่อย แล้วก็เริ่มทำใหม่ เอาผ้า Canvas ที่เพิ่งได้มามาลองดู แล้วก็ยังคงใช้ผ้ากุ๊นสีเดียวกับงานชิ้นอื่นๆ สำหรับสมาชิกหญิงในครอบครัวนี้ไป เพราะอยากให้งานชุดนี้เป็นชุดเดียวกัน

ดูแล้วช่วยบอกหน่อยได้ไหม ผู้ชายจะไม่ใช้ของชิ้นนี้?

(ชมภาพกระเป๋าอีก 3 ใบสำหรับสมาชิกในครอบครัว กับกระเป๋าเด็กชายใบแรกที่ไม่ผ่านได้ในอัลบั้มต่อไป)

วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554

ในสวนศรี






Sanctuary ทางจิตใจที่สงบ แต่ไม่เงียบเหงา
แห่งใดแห่งหนึ่ง ในอำเภอนครชัยศรี นครปฐม



อาทิตย์ที่ 18 กันยายน 2554

วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554

เสน่ห์ปลายจวักและความรักของผู้ชาย




.....จนถึงวันนี้ คุณคงได้เห็นหนังสือมากมายในโลกตะวันตกและตะวันออกเขียนเกี่ยวกับเรื่องของความรัก แต่ไม่มีเลยสักเล่มเดียวใช่ไหมครับที่กล่าวถึงเรื่องนี้ ไม่มีสักเล่มที่พูดถึงชายหนุ่มตกหลุมรักหญิงสาวเพราะฝีมือการทำอาหารของเธอ หรือชายหนุ่มตัดสินใจทิ้งหญิงสาวเพราะเธอดันต้มน้ำซุปเค็มเกินไป โรเมโอรักจูเลียต
โดยไม่สนใจความบาดหมางของสองตระกูล แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะฝีมือการทำจ๋าก๊า (อาหารเวียดนามตำรับหนึ่ง) ของเธอ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด เพราะนักเขียนส่วนใหญ่เขียนเกี่ยวกับความรัก ไม่ได้เขียนเกี่ยวกับการแต่งงาน ผมจึงเห็นว่าความรักของโรเมโอและจูเลียตนั้นงดงามที่สุดแล้ว เพราะพวกเขาตายไปก่อนที่จะได้แต่งงานกัน และก็ดีแล้วที่จูเลียตไม่มีโอกาสได้ทำกับข้าวให้โรเมโอกิน.....


ส่วนฮาๆ จาก "ขอตั๋วหนึ่งใบกลับไปสู่วัยเด็ก"
โดย เหงวียน เหญิต อั๋นห์
แปลโดย มนธิรา ราโท




วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2554

ที่รัก : ช่วงเวลาสามัญของคู่รัก

Rating:★★★★
Category:Movies
Genre: Drama


คนยิ่งอยู่นาน ยิ่งมีความหลังมาก

ฉันได้ไปชมภาพส่วนหนึ่งในคลัง “ความหลัง” ส่วนหนึ่งความทรงจำของคนคู่หนึ่ง ผ่านหนัง “คู่รัก”

ว่ากันว่าเป็นความทรงจำของผู้เป็นพ่อและแม่ของผู้กำกับหนัง นาม ศิวโรจณ์ คงสกุล

คู่หนุ่มสาวธรรมดา ในยุคสมัยที่หนึ่งวันยังมี 24 ชั่วโมงเต็ม ผู้คนใช้ชีวิตกันเรียบง่าย ตื่นแต่เช้า เข้านอนหัวค่ำ รักกันเงียบๆ เดตกันเรียบๆ ไม่เปรี้ยวปรู้ดปร้าด ไวไฟเหมือนคนยุคนี้สมัยนี้

เรื่องเรียบๆ ของคนเรียบๆ แต่มันดูจริง จริงตรงที่ชีวิตจริงๆ ก็ไม่ได้มีอะไรสวยหรูไปกว่านี้ ไม่มีเจ้าหญิง ไม่มีเจ้าชาย ไม่มีรถโรลส์-รอยซ์ คฤหาสถ์ใหญ่โต แค่รักกัน คนสองคนก็หาทางอยู่ด้วยกันได้ตามประสา และแม้จะไม่ได้ร่วมเดินด้วยกันจนสุดทาง ต่างคนก็ยังอยู่ในความทรงจำของอีกคนเสมอ

ชีวิตที่อยู่มานานประมาณหนึ่งของฉันเองก็มีความทรงจำธรรมดาๆ ถึงใครบาง(หลาย)คน
..เพียงแต่มันไม่เห็นจะละเมียดแบบนี้เลย


หมายเหตุ:
• ภาพยนตร์ เรื่อง “ที่รัก” (Eternity) ของ "ศิวโรจณ์ คงสกุล" ได้รับรางวัล "Tiger Awards" ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติรอตเตอร์ดาม ครั้งที่ 40 ที่เมืองรอตเตอร์ดาม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา
• คิดไปประสาชาวบ้านที่บังเอิญได้ดูหนังไทยได้รางวัลฝรั่งมาบ้าง ว่า ดูฝรั่งช่างหลงใหลวิถีชีวิตบ้านนอกของบ้านเมืองแถบตะวันออกเสียจริง
• หนังเรื่องนี้ทำให้นึกถึงลุงบุญมีระลึกชาติในช่วงแรกๆ (ฮา) จังหวะที่เนิบช้าและความเงียบของหนังยังทำเอาเกือบหลับไปหลายรอบ แต่ก็ไม่ยักหลับ แถมมีฉากที่ทำเกือบน้ำตาไหลได้อีกตั้งฉากนึง
• ดูจบหลายวันแล้วก็เพิ่งจะคิดได้ว่า การที่ฉันไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับผู้ชายคนหนึ่งแบบในหนัง มันเหมือนชีวิตฉันยังขาดอะไรบางอย่างไป (หรือเปล่านะ?)
• (สมบูรณ์ ไม่เหมือน สมบูรณ์แบบ นะจ๊ะ)
• หลังหนังจบมีโอกาสถามผู้กำกับ (วัย 31 เอง แม่จ้าว!) ว่าแม่เขาได้ดูหรือยัง เขาบอกว่าได้ดูแล้ว (จับใจความเหมือนได้ดูในรอบที่ฉายในเทศกาลหนังรอตเตอร์ดาม) ก็ถามต่อว่า แล้วแม่ว่ายังไงบ้าง ..ผู้กำกับตอบสั้นมาว่า ก็ยิ้มๆ ...เท่าเนียะ
• อยากรู้ว่าถ้าคนที่อยู่มานานกว่าได้ดู จะรู้สึกอย่างไร ...ฉันว่าถ้าฉันทำหนังเรื่องของแม่กับพ่อออกมาแบบนี้บ้าง แม่ฉันไม่แค่ ‘ยิ้มๆ’ แน่นอน



วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2554

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ความเห็นแ่ก่ตัว : ว่าด้วยการใช้ทางเท้า




ก. ใช้ทางเท้าเป็นทางรถจักรยานยนต์ (ทำไมล่ะ ทีจักรยานยังให้ขี่บนทางเท้าได้เลย)

ข. จอดมอเตอร์ไซค์วินและจอดมอเตอร์ไซค์บนทางเท้า (อ้าวไม่ดีหรอ ผู้โดยสารไม่ต้องเดินไกลไง ที่จอดรถมันไกล+ต้องแลกบัตร ฯลฯ ไม่ใช่มอเตอร์ไซค์ไม่เข้าใจหรอก)

ฃ. นั่งขอทาน นอนขอทานบนทางเท้า (ก็กลุ่มเป้าหมายเดินบนทางเท้า ถ้าไม่ให้นั่งทางเท้าจะให้ไปนั่งไหน)

ค. ขายอาหารบนทางเท้า (สงสารคนรีบไปทำงาน ไม่มีเวลาแวะหาอาหารเช้า)

ฅ. ย่างไก่ สะเต๊ะ และหมู ทอดลูกชิ้น ทอดมัน และปาท่องโก๋ริมทางเท้า(เพื่อความใหม่สด น่ากินสำหรับผู้บริโภค)

ฆ. เทเศษอาหาร และน้ำล้างจานลงท่อระบายน้ำ (จะให้ขนไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาก็ไม่ไหวนะคะพี่)

ง. ขายเสื้อผ้า สายชาร์ตโทรศัพท์ ตุ๊กตา รองเท้า และกางเกงบ็อกเซอร์ เติมเงินมือถือ ฯลฯ บนทางเท้า (อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าค่ะ จะได้ไม่ต้องเดินไปตลาดไงคะ)

จ. ยืนประชาสัมพันธ์รับบริจาคสร้างค่ายพัฒนาชนบท ชวนซื้อโลงศพ (ให้ใคร?) ชวนบริจาคเพื่อสิ่งแวดล้อมและเด็ดด้อยโอกาส ฯลฯ (ผู้มีจิตศรัทธาจะได้ทำบุญร่วมกันระหว่างทางไงคะ)

ฉ. ก่อสร้างรุกล้ำทางเท้า (แป๊บเดียวฮะ เดี๋ยวก็คืนให้แล้วนะ)

ช. ขับรถลุยลงไปในแอ่งน้ำอย่างเร็วรี่ (ไม่ได้เบียดเบียนใครนะฮะ ขับรถก็ขับอยู่บนถนน)

ซ. ต่อท่อระบายน้ำจากดาดฟ้าลงมาที่หน้าบ้านเลย (น้ำจะได้ล้างทางเท้าหน้าบ้านให้สะอาดเอี่ยมไม่ต้องเปลืองน้ำประปาไง)


 

วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554

เย็บไถ่บาป#2



เพราะมันไม่ใช่ผ้าฝ้าย ควิลท์ยาก
ไหมซัมเมอร์ไม่มี ใช้ไหมพรมร้อยเข็มปักควิลท์ก็ยากอีก เพราะมันปักไม่ค่อยลง ยิ่งมาเจอใยสังเคราะ์ห์รุ่นตลาดปากซอยอ่อนนุช ซึ่งฟูฟ่องสุดๆ

รวมกันแล้ว กว่าจะควิลท์เสร็จก็เล่นเอาระบมนิ้ว



ศุกร์ 2 กันยายน 2554
กินข้าวกับน้อง เสร็จแล้วไปเดินนารายา
เดินอยู่เกือบชั่วโมง ได้กระเป๋าออกมา 2 ใบ
วันรุ่งขึ้นน้องมาเม้นท์ใน "เย็บไถ่บาป" ว่าทำเองได้เยอะแยะ ทำไมยังต้องซื้อ

รู้สึกผิดไหม ไม่
แต่ไอ้ที่เคยคิดว่า "กระเป๋าประมาณนารายา ช้านก็ทำได้" ..เห็นทีต้องพิสูจน์กันหน่อย

ผลการพิสูจน์บอกได้คำเดียวว่า "เจ็บ"

วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2554

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว : ว่าด้วยการใช้บริการขนส่งสาธารณะ



ก. เดินเข้ารถไฟฟ้าทันทีที่ประตูเปิด (รีบค่ะ)

ข. เดินเข้ารถไฟฟ้าโดยไม่ต่อคิว (ก็คนเข้าแถวคนแรกชักช้า มัวแต่รอคนข้างในเดินออกมาให้หมดก่อน)

ฃ. เข้าแถวรอรถไฟฟ้าตรงช่องให้คนเดินออก (ก็เดี๋ยวประตูมันจะเปิดตรงนี้จะให้ไปรอตรงไหนเล่าคะ)

ค. เข้ารถไฟฟ้าไม่ชิดใน (เพราะอีก 5 สถานีก็จะลงแล้ว)

ฅ. ปล่อยเด็กให้วิ่งเล่น ห้อยโหย ป่ายปีนไปทั่วห้องโดยสารรถ (เด็กกำลังเรียนรู้นะคะ)

ฆ. พูดโทรศัพท์เสียงดัง (คุยเรื่องส่วนตัวนะคะ ไม่ได้ด่ามารดาใคร)

ง. นั่งแหกขาทำมุม 90องศากับเป้ากางเกง (ท่าทางจะหุบไม่ลงน่ะค่ะ)

จ. นั่งเหยียดขาไปข้างหน้า (ก็คนมันขายาวอะค่ะ)

ฉ. นั่งแชตไม่สนใจเฒ่าชแรแก่ชรา หญิงมีครรภ์ใดๆ (ทุกคนดูแลตัวเองได้ค่ะ)

ช. จับก้นกันบ้างจับนมกันบ้างแล้วแต่ความปรารถนาและโอกาส (ก็เจ้าของเขาไม่ว่าอะไรนี่ฮะ)

ซ. กินขนมและดูดกาแฟเย็นบนรถไฟฟ้า (ซื้อเองนะคะ ไม่ได้ขอใครกิน)

ฌ. ขึ้นบันไดเลื่อนไม่ชิดข้าง (ทรงตัวได้ค่ะ ไม่ต้องจับราว)

ด. ชิ่งไปช่องแปะบัตรข้างๆ ทันทีที่คิวแรกของช่องนั้นช้า (ก็คนมันรีบนี่นา)



วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554

ไม่บอกไม่รู้ว่ามาจากบาหลี






เดี๋ยวนี้ไปรษณีย์ไทยมีบริการห่อพลาสติกให้ไปรษณียบัตรด้วยหรือคะ?

วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เย็บไถ่บาป


ดูดีมีชาติตระกูลขึ้นมาเชียว



อยู่มานาน รู้สึกว่าบาปที่อยู่ไปเฉยๆ ปล่อยเวลาให้ผ่านไป ผ่านไป
รู้สึกผิดที่เวลาเหลือน้อยลง แต่ยังไม่ค่อยได้ทำอะไรเป็นชิ้นอัน
พักนี้เลยทำอะไรๆ ไปพร้อมกันเยอะมาก

การก้มหน้าตาเย็บ ประดิษฐ์ของใช้เป็นแค่กิจกรรมหนึ่งหลังรู้ตัวว่าบาป

รูปในอัลบั้ม แค่อยากรวบรวมของที่ทำขึ้นเพื่อจะดูพัฒนาการของตัวเอง
ป่าวโชว์ของ และขายของ อยากจะดูก็ดูไป อยากติได้ แต่ถ้าจะชม ขอนิดเดียวพอ เดี๋ยวลอย

(ถ้าใครอยากทำบ้างก็ทำเลย มันไม่ยากหรอก :)

วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ข้าว



นาข้าวริมทางบุรีรัมย์-โคราช
อาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม 2554





มีแดด
มีฝน
มีข้าว





วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Sewing Masochism#2


เวลาควิลท์น่าจะสะกิดเข็มมากกว่านี้หน่อย

ไม่งั้นจะใช้ไหมปักไปทำมายยย

ตอน กางเกงยีนส์หนึ่งตัวใช้ผ้าเยอะจัง!

หลังจากเย็บกระเป๋าเหมียวหน้าเปรี้ยวฯ ไปก็ยังไม่กล้าเริ่มงานคิตชิ้นใหม่
แต่วันก่อน ได้อาสาเย็บกระเป๋าใส่ปากกาเป็นของขวัญวันเกิดให้รุ่นพี่คนสนิทไป สำเร็จแล้วถ่ายรูปออกมาดูทีเดียว

ล่าสุดมีเรื่องต้องรบกวนคอมพิวเตอร์กายที่ออฟฟิศแบบว่า เยอะ เหมือนกัน แถมต่อไปยังมีแววต้องรบกวนเพิ่มอีก เช้าวันเสาร์เลยกลับมาค้นสมบัติ จะทำของขอบคุณเขาสักชิ้น

เขาเป็นผู้ชายก็อย่าอะไรมาก จัดให้จากขากางเกงยีนส์ที่ตัดออกมาเตรียมเย็บเป็นกระโปรงนี่ล่ะ (ผ้าขากางเกงยังเหลือทำได้งานได้อีกหลายชิ้นเรย)


ปล. งานนี้ไม่ค่อยเจ็บมือ แต่เจ็บใจที่ติดซิปไม่สวยเหมือนใบก่อน



วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554

มานี่ แมวกะละมัง






อยากรู้ว่าแมวอ้วนมีความสุขอย่างไรขณะขดตัวกลมในกะละมังที่เล็กกว่าตัวมันลงเรื่อยๆ


กล้วย






ปลูกกล้วย
มีกิน
มีใช้



ตลาดต้นไม้จตุจักร วันพุธ 20 กรกฎาคม 2554