แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ placesiremember แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ placesiremember แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554

ในสวนศรี






Sanctuary ทางจิตใจที่สงบ แต่ไม่เงียบเหงา
แห่งใดแห่งหนึ่ง ในอำเภอนครชัยศรี นครปฐม



อาทิตย์ที่ 18 กันยายน 2554

วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ดอกไม้ริมทาง





อังคารที่ 24 พฤษภาคม 2554

พอจะมีความสุขขึ้นมาบ้าง
เลยหยิบโทรศัพท์ออกมาเก็บภาพดอกไม้ริมทางระหว่างไปทำงาน

อย่าเพิ่งติว่ารูปไม่สวย แต่โปรดมองให้ลึกถึงจิตวิญญาณในการสู้ชีวิตอันแสนพิสุทธิ์ของพืชบนดาวเคราะห์โลกเหล่านี้

วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2553

ว่างๆ ก็ไปนั่งเล่นที่สวนสันติฯ




อาทิตย์ที่ 26 กันยายน 2553

บ่ายวันอาิทิตย์ที่เงียบเหงา สองเราขึ้นรถเมล์(ฟรี!) ไปถนนพระอาทิตย์
มันเป็นวันที่เงียบจริงๆ บรรยากาศก็เหงาๆ
ถ่ายรูปออกมายิ่งเหงา

แต่เราก็โอเคใช่ไหมป้า?

สนามหลวงหายไป






เมื่อวานไปแถวท่าพระจันทร์ ท่าช้าง
แล้วว่าจะเดินเลาะสนามหลวงไปรอรถเมล์ไปถนนพระอาทิตย์

แต่หาสนามหลวงอันแสนคุ้นเคยไม่เจอ
เขากั้นรั้วรอบเสียมิดชิด

ฟุตปาธจะเดินยังไม่มี
จะโดนรถเฉี่ยวไหม ต้องระวังกันเอาเอง


วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ลูกแมว ๖ เดือน



เช้าๆ เธอขาวฟูดูดีเชียว
(ตกเย็นก็กลิ่นตุ่ยเหมือนเดิม)


เสาร์ที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๓
เป็นวันครบ ๖ เดือนของอินดี้ (ลูกแม่เอ๋)

ตอนได้หมาน่อยมา หมอประมาณอายุไว้ประมาณอินดี้
หม่ามี๊เลยติ๊ต่างว่าหมาน่อยเิกิดวันเดียวกับอินดี้ จะได้มีคนนับอายุให้

งั้นตอนนี้หมาน่อยก็ ๖ เดือนกว่าๆ แล้วสิ
ลูกแมวอายุ ๖ เดือน ถ้าเทียบเป็นคน สงสัยจะเป็นวัยรุ่นแล้ว
หมาน่อยตอนนี้ไม่ได้กินตูมตาม (หรือหม่ามี๊ไม่ได้ปรนเปรอของอร่อยให้หนูกินตูมตาม?)
แ่ต่ขยันจะขอเที่ยวเหลือเกิน
เล่นแรงขึ้น แล้วก็อยากรู้อยากเห็นไปหมด
ถ้าพูดถึงความซน ตอนนี้หนูไม่ซนแนวราบแล้ว แต่เปลี่ยนเป็นซนแนวดิ่งแทน

เรื่องจริตมารยาก็มากขึ้น มีลูกอ้อน เสียงออดเพิ่มขึ้นตามวัย
รวมทั้งพลังเขี้ยวด้วย T T

หม่ามี๊เริ่มเข้าใจแล้ว เลี้ยงลูกวัยรุ่นมันเป็นเรื่องเอาอยู่ยากจริงๆ
เพราะมันต้องมีให้ครบนะ ทั้งการตามใจ ให้โอกาส แต่ก็ขนาบให้อยู่ในกรอบ

เอาน่า ตอนนี้หม่ามี๊จะยอมให้หนูสนุกสุดๆ (เท่าที่สถานการณ์จะอำนวย) ก่อน
ผ่านช่วงนี้ไปได้ พอหนูเป็นสาว เราก็ไปทำหมันกันเนอะน่อยเนอะ

(จบแปลกๆ แฮะ)

วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2553

haru ni narimashita (3)



พี่น้องสองศรี



เสาร์ที่ 20 มีนาคม 2553

ปลายฤดูหนาว-ต้นฤดูใบไม้ผลิ
เช้าๆ อากาศยังหนาว แต่เริ่มสาย แดดออกก็แจ่มใส
เช้าวันหยุดอย่างนี้ ชาวโอซาก้าพากันออกมาเที่ยวเล่นที่สวนสาธารณะรอบโอซาก้าโจ (ปราสาทโอซาก้า) แผงขายต้นไม้ตรงนั้นก็ขนไม้ดอกไม้ประดับที่กำลังเบ่งบาน สดใส สมกับเป็นสีสันแห่งการมาถึงของความอบอุ่นและอุดมสมบูรณ์

ภาพดอกไม้เบ่งบาน ผู้คนสดใส มีความสุข ทำให้คนมาไกลอย่างเราเห็นแล้วพลอยชุ่มชื่นหัวใจ
อดยินดีกับการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิไปกับเขาไม่ได้


haru ni narimashita (2)





ชมดอกไม้กันต่อ

รูปไหนสีตอแหลไม่ต้องแปลกใจ ไม่ได้ทำ ถ่ายมายังไงก็อย่างนั้น
แค่ใช้กล้องแคนนอน

วันพุธที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2553

วันเดียวเที่ยว(ไม่ทั่ว)โกเบ




มาเมืองนี้ให้สังเกตฝาท่อให้ดี

มีให้ตื่นเต้นกับลวดลายในทุกย่างก้าวเชียวแหละ



อาทิตย์ที่ 14 มีนาคม 2553

ไม่เต็มวันในโกเบ
เมืองที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะไป แต่ในที่สุดก็ไปมาแล้ว (อิือิ) ชอบซะด้วย

แม้ที่พักจะอยู่เกียวโต แต่ชินคังเซนสามารถพาฉันมาถึงโกเบได้ภายในเวลาไม่ถึง 20 นาที ฉะนั้น ถ้าใครอยากเที่ยวญี่ปุ่นหลายๆ เมือง ในเวลาอันมีอยู่จำกัดจำเขี่ย ก็ควรจะซื้อตั๋ว JR Pass ไปจากเมืองไทย

แล้วจะรู้ว่าจ่ายไป 28,300 เยนที่จ่ายไปนั้น โคตรจะคุ้มเลย


ป.ล. ลงรูปเยอะเพราะเอามาให้ดูเกือบหมด
ให้ข้อมูลทางสายตากะนุชหน่อย นุชกำลังจะไปญี่ปุ่นอาิทิตย์หน้า เห็นว่าอาจจะไปโกเบด้วย

ดอกไม้คงบานพอดี

วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

..ไม่ใช่เรื่องของอดีต






..แต่เป็นเรื่องของปัจจุบัน
และอนาคต




ไม่น่าเชื่อว่าน้องชายคนกลาง
คนที่เมื่อเล็กๆ ฉันไม่ยอมเล่นด้วยเพราะเบื่อที่น้องโง่ (กว่า)
จะพูดอะไรน้อยๆ แต่โดนใจได้ขนาดนี้


(รูปจากระเบียงบ้านน้า บ้านริมแม่น้ำตาปีที่ตากับยายสร้างมากับมือ)

วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2552

วันวานยังหวานอยู่






วันอาทิตย์ที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๕๒

กลับไปธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิตเป็นครั้งแรกใน..*@x~..ปี (ฮา)
เพื่อไปสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น

สอบนี่เขาจัดพร้อมกันทั่วโลก เพื่อวัดระดับความรู้ภาษาญี่ปุ่นซึ่งได้จัดเป็น ๔ ระดับ จากต่ำไปสูง คือ ๔-๓-๒-๑

หลายคนมาสอบเพื่อจะไปเรียนต่อ หลายคนมาสอบเพื่อความก้าวหน้าทางอาชีพการงาน
ฉันเองไม่แน่ใจว่าตัวเองมาสอบกะเขาทำไม (เหอ เหอ)

เขาจัดสอบ ๒ รอบ รอบเช้าเป็นการสอบระดับ ๒ กับ ๓ เพราะงั้น คนคงไม่เยอะเท่ารอบบ่าย ซึ่งเป็นการจัดสอบระดับ ๑ (คงมีคนสอบไม่เท่าไหร่) กับ ๔ (ระดับนี้สอบกันบานเลย เพราะเป็นระดับเตี้ยสุด คนเริ่มเรียนไม่นานมักจะสอบระดับนี้กัน)

แน่นอนว่าฉันไปสอบรอบบ่าย ไม่ใช่ระดับ ๑ แต่เป็น ๔ และแม้ว่าจะเสียประสาทกับเสียงเซ็งแซ่ของบรรดาเด็กมัธยมปลายหญิง (ทั้งที่แท้และไม่แท้) นับเป็นพันๆ ที่มาสอบระดับเดียวกัน (คงไม่ใช่ระดับ ๑ แน่ๆ) มึนกับข้อสอบ แต่ฉันก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่ภายในเวลาไม่กี่ทศวรรษ ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิตในความทรงจำก็เปลี่ยนไปมากอย่างนี้


ถ่ายรูปมาเล็กน้อย เท่าที่เรี่ยวแรงหลังการสอบยังพออำนวย
(รีบกลับด้วยแหละ)


คิดถึงชีวิตเด็กบ้านนอกเมื่อวันวานจังเนอะ

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

วันดีดีที่บางกอก




แค่เปิดตามองอะนะ


วันอาทิตย์ที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

วันอาิทิตย์อากาศดี (ที่จริงต้องเรียกว่าหนาว)
ฉันมีนัดกับเพื่อน วันนี้เราไปเดินเล่นที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าฯ กัน

ตอนแรกท้องฟ้าหม่นมัว ลมหนาวพัดอยู่ตึงๆ ชวนให้ขดตัวกลม หลับฝันหวาน
แต่ทำไงได้ สวนนี้เขาไม่ให้นอน
เราเลยเดินเล่นไปเรื่อยๆ พักใต้หางนกยูงที่ยังไม่ได้เวลาออกดอกบ้าง
ใต้ซุ้มไม้ใบอ่อนบ้าง

แล้วก็ไปหยุดที่สวนกล้วย
ดีใจจัง ตอนนี้สวนสมเด็จพระนางเจ้าฯ รวบรวมกล้วยสวยๆ ไว้เยอะแยะเลย

ตอนนี้กำลังออกปลีมีเครือกันให้วุ่นวาย
ตกเย็นแดดออก อากาศก็หนาว
สำหรับฉัน วันนี้ต้องจัดเป็นวันที่ดีที่สุดวันนึงของปีในบางกอกเลยล่ะ


ป.ล. ไม่รู้บรรยากาศจะดีอย่างนี้ไปอีกกี่วันนะ

วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

เสียมเรียบที่ได้เห็น






๒๓-๒๖ ตุลาคมที่ผ่านมา ไปเสียมเรียบ
ยังเหลือภาพบรรยากาศเมืองเสียมเรียบที่ยังไม่ได้โชว์
ก็เลยนำมาโชว์ ประสาคนชอบโชว์


โรงแรมในเสียมเรียบหน้าตาประหลาด
คือเหมือนว่าจะทำให้เหมือนวิมานบนสวรรค์มากกว่าโรงแรม
(เท่าที่เห็นโซฟิเทลดูดีที่สุด)

คนเขมรดูไปละม้ายคล้ายไทยและลาว
แต่รู้สึกลาว (หลวงพระบาง) จะดูอ่อนหวานเรียบร้อยอย่างชัดเจน
สาวไทยไม่ต้องพูดถึง เพราะหล่อนก้าวไปไกลกว่าเพื่อน

พล่ามมากน่าเบื่อ
ดูรูปเอาละกัน


วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2552

มองแต่แง่ดีเถิด







เขามีส่วน เลวบ้าง ช่างหัวเขา
จงเลือกเอา ส่วนที่ดี เขามีอยู่
เป็นประโยชน์ โลกบ้าง ยังน่าดู
ส่วนที่ชั่ว อย่าไปรู้ ของเขาเลย
จะหาคน มีดี โดยส่วนเดียว
อย่ามัวเที่ยว ค้นหา สหายเอ๋ย
เหมือนเที่ยวหา หนวดเต่า ตายเปล่าเลย
ฝึกให้เคย มองแต่ดี มีคุณจริงฯ

๑๒ กันยายน ๒๕๕๒
สวนโมกขพลาราม

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2552

ชีวิตมีให้้พิจารณา






เสาร์ที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๒

สามแม่ลูกพากันไปสวนโมกขพลาราม อ.ไชยา
หลังจากที่มีคนถามลอยๆ ว่า ฉันอยากไปไหน
ฉันก็ตอบลอยๆ ไปสวนโมกข์ฯ

มีใคร (ในบ้าน) รู้มั่งว่าตั้งแต่เกิดมา ตรูยังไม่เคยไปสวนโมกข์ฯ
(อืมม์ แบบว่าบ้านอยู่ห่างจากสวนโมกข์ฯ แค่ รถวิ่ง ๒๐ นาทีอะนะ)


เข้่ามาในสวนโมกข์ฯ แล้วคิดถึงวัดอุโมงค์
สถานที่สองแห่งไม่ได้เหมือนกัน แต่คล้ายกัน จะเรียกว่ามี Theme อย่างเดียวกันก็ได้
(รู้กันใช่ไหมว่าตอนหลวงพ่อปัญญาจะสร้างวัดอุโมงค์ ท่านได้หลวงพ่อพุทธทาสเป็นคอนซัลต์)

แต่ในความรู้สึก วัดอุโมงค์ เชียงใหม่ ดูมีมนต์ขลังแบบวัด(ใหม่ที่สร้างขึ้นบนซากวัด)โบราณ
ในขณะที่บรรยากาศในสวนโมกข์ฯ ดูคอนเทมโพรารีกว่า แจ่มใจกว่า
(ยุงและมอสก็น้อยกว่าด้วย)

ในสวนโมกข์ฯ นอกจากต้นไม้แล้วยังมีป้ายมากมาย หลวงพ่อพุทธทาสท่านคงอยากให้เราเมื่อเข้ามาแล้วใช้ตาดู และใช้หัวคิดตามมากกว่าเอาแต่พูดพล่าม ถามถึง และบ่นว่า เหมือนตอนอยู่ข้างนอก

ท่านว่า เข้ามาแล้วให้ฟังเสียงต้นไม้และก้อนหิน

ท่านให้พิจารณา


ฉันก็พิจารณาของฉัน เท่าที่ความเกรงใจสองแม่ลูกที่อุตส่าห์พามาจะอำนวย
ยังดีที่แม้แบตเตอรี่ในกล้องถ่ายรูปจะไม่อำนวย แต่โหมดมาโครในกล้องโทรศัพท์มือถือยังพอจะอำนวยอยู่ เลยได้เก็บภาพชุดนี้มาฝาก



ฉันชอบช่วงเวลานั้นจัง









ปิดเสียบ้าง




กลางทะเลขี้ผึ้ง





“เอ่ย น้องเอย มะพร้าวนาฬิเกร์
ต้นเดียวโนเน กลางทะเลขี้ผึ้ง
ฝนตกไม่ต้อง ฟ้าร้องไม่ถึง
กลางทะเลขี้ผึ้ง ถึงได้แต่ผู้พ้นบุญเอย”


มะพร้าวนาฬิเกร์ ต้นเดียวโนเน คือพระนิพพาน ที่เป็นความหนึ่งเดียว ไม่มีคู่เปรียบ

กลางทะเลขี้ผึ้ง หมายถึง ท่ามกลางสังสารวัฏซึ่งมีของคู่คละเคล้ากัน ดีกับชั่ว บุญกับบาป แต่นิพพานนั้นอยู่เหนือบุญ-บาป ดี-ชั่ว

ต้นมะพร้าวกลางทะเลขี้ผึ้ง เป็นความเปรียบว่า พระนิพพานนั้นอยู่ท่ามกลางวัฏสงสาร ความรู้แจ้งเห็นทุกข์ก็ต้องเกิดขึ้นตรงที่เกิดทุกข์ ความทุกข์เกิดที่ไหนความดับทุกข์ต้องเกิดในที่นั่น

ฝนตกไม่ต้องฟ้าร้องไม่ถึง หมายความว่า ไม่มีสิ่งใดมาแผ้วพานได้

ถึงได้แต่ผู้พ้นบุญ ก็คือเมื่อพ้นบาปก็ถึงบุญ เมื่อพ้นบุญก็ถึงนิพพาน


ท่านพุทธทาสให้สร้างสระนาฬิเกร์ไว้ในสวนโมกข์เพื่อเป็นอุปกรณ์ของมหรสพทางวิญญาณ ให้คนที่เห็นได้รู้สึกระลึกถึงธรรมะ และเป็นการระลึกถึงปัญญาคุณของคนรุ่นปู่ย่าตายายที่มีความเอาจริงเอาจังในการปฏิบัติธรรม จนถึงมีการเอาเรื่องพระนิพพานมาใส่ไว้ในเพลงกล่อมเด็ก


คัดลอกข้อความจาก http://angerlo-ash.spaces.live.com


วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เรื่องหมาหมา : ทำเป็นเหงา






นางนวลที่อ่าวไข่
มาชวนเล่นด้วย แต่คนไม่เล่นด้วย
มันเลยทำเป็นเหงา


วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สัพเพเหระเกี่ยวกับหลวงพระบาง






หมดแล้วฮะ รูปหลวงพระบาง
ดูไหวก็ดูกันไปนะฮะ


พาหนะในเมืองหลวง



รถจัมโบ้พาไปน้ำตกตาดกวางสี



รวมรูปเก็บตกพาหนะในเมืองหลวงพระบาง
ไปมาเมื่อวันที่ 17-20 พฤษภาคม 2552