แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เสียมเรียบ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เสียมเรียบ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

เสียมเรียบที่ได้เห็น






๒๓-๒๖ ตุลาคมที่ผ่านมา ไปเสียมเรียบ
ยังเหลือภาพบรรยากาศเมืองเสียมเรียบที่ยังไม่ได้โชว์
ก็เลยนำมาโชว์ ประสาคนชอบโชว์


โรงแรมในเสียมเรียบหน้าตาประหลาด
คือเหมือนว่าจะทำให้เหมือนวิมานบนสวรรค์มากกว่าโรงแรม
(เท่าที่เห็นโซฟิเทลดูดีที่สุด)

คนเขมรดูไปละม้ายคล้ายไทยและลาว
แต่รู้สึกลาว (หลวงพระบาง) จะดูอ่อนหวานเรียบร้อยอย่างชัดเจน
สาวไทยไม่ต้องพูดถึง เพราะหล่อนก้าวไปไกลกว่าเพื่อน

พล่ามมากน่าเบื่อ
ดูรูปเอาละกัน


วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

อัปสราแห่งนครวัด





ขอรวมรูปเหล่าอัปสราผู้น่ารักไว้สักอัลบั้ม

อัปสราเป็นนางฟ้าที่ถือกำเนิดขึ้นจากกวนเกษียรสมุทร (กวนเสร็จแล้วมีสิ่งอัศจรรย์เกิดขึ้นทั้งหมด ๗ อย่าง อัปสราเป็นหนึ่งในนั้น)

พวกเธอแต่ละนาง (องค์? ตน? คน?) ที่ประดับฝาผนังปราสาทนครวัดอยู่มีคาแรกเตอร์ต่างกันไป
มีเสน่ห์น่าทำความรู้จัก สนใจและหลงใหลต่างกันไปตามจินตนาการของช่างผู้แกะสลักหิน

น่ามีเวลานานๆ ค่อยเดินพินิจเสน่ห์ฺของพวกนางไป

ไปเสียมเรียบคราวนี้ สนุก และมีความสุข
ส่วนหนึ่งก็เพราะได้ไปเห็นอัปสราใกล้ๆ นี่แหละ

Just to see Angkor (not ready to die-single!)



เอจังฝากเยี่ยมต้นหมาก





บ่ายวันอาทิตย์ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๒

ในที่สุดก็ได้เห็น Angkor Wat กับตา

นี่คือ ๑ ใน ๗ สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่สร้างขึ้นหลังพุทธศตวรรษที่ ๑๗ โดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ (พ.ศ. ๑๖๕๖-๑๖๙๓) เพื่ออุทิศถวายแด่พระวิษณุหรือพระนารายณ์ เพราะตะแกนับถือลัทธิไวษณพนิกาย (แถมเชื่อว่าตัวเองเป็นอวตารของพระวิษณุอีก)

นามแท้จริงของปราสาทจารึกไว้ว่า "พระพิษณุโลก" หรือ "วิษณุโลก" ส่วนชื่อ นครวัด นี่ เขามาติ๊ต่างเรียกกันภายหลัง

เรื่องวัตถุประสงค์ในการสร้างปราสาทหลังนี้ยังเป็นที่คลุมเครือ คือบางหลายคนก็เชื่อว่านี่เป็นการสร้างสุสานของพระองค์เอง (เหตุหนึ่งเพราะปราสาทหันหน้าไปทางตะวันตก อีกเหตุตรงกลางของปรางค์องค์กลางที่สูงที่สุด มันเหมือนมีแท่สำหรับตั้งศพ ใต้นั้นบรรจุทราย มีการคาดเดาว่าทรายมีไว้สำหรับรับน้ำเหลืองจากศพ ไม่ให้ไหลเลอะเทอะนั่นเอง-แต่อันนี้ก็ไม่ได้เข้าไปเห็นกะสองตาหรอกนะ แค่เดินรอบๆ ก็มืดแล้ว)

คือเมื่อตาย ก็เอาศพมาไว้ที่นี่ แล้วก็จะได้กลายเป็นพระวิษณุไปจริงๆ อะไรอย่างนั้น

(ในช่วงชีวิตของสุริยวรมันที่ ๒ พระองค์ยังคลั่งสร้างอีกหลายปราสาท-สมัยนั้นอาจดูบ้าและโหด กับการเกณฑ์แรงงานคนมาขนหิน มายกหิน มาแกะสลักหิน แต่คิดๆ ดูก็เหมือนท่านลงทุนทำไว้ให้รุ่นหลังๆ-ไม่รู้เป็นลูกหลานหรือเปล่าหรอก-ได้เก็บดอกเก็บผลกิน ต่างชาติอย่างเราจะเข้าไปดูเปล่าๆ ปลี้ๆ ไม่ได้หรอก ต้องจ่ายคนละ ๒๐ ดอลลาร์ต่อวันเสียก่อน)


เป็นอะไรที่ใหญ่โตมโหฬารมากมาย ลองคิดดู ปราสาทหลังนี้ (โปรดหาลิงค์ใน Google Earth ดูเอานะ) สร้างขึ้นในสมัยที่ยังไม่มีรถแบ็คโฮ ไม่มีแม้แต่รถอีแต๋นสำหรับขนหิน ไม่มีเครนยกหิน อะไรทำให้มนุษย์เป็นพัน ใช้เวลาจำนวนมากในชีวิตมาขนหิน จากที่หนึ่งไปที่หนึ่ง นั่งตอกแซะหินทุกวันให้กลายป็นลวดลายละเอียดลออ เป็นนางอัปสรายิ้มพริ้มพราย

แค่แรงศรัทธาในเทพเท่านั้นหรือ?

ตามรอย Angelina Jolie ที่ปราสาทตาพรม



น่ารัก-น่าเอ็นดู

ถ้าหาเงินได้เท่าโจลี่ ก็จะชวนมาอยู่ด้วยหรอก






ก่อนเที่ยงวันอาทิตย์ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๒

จากปราสาทบายอน เราขึ้นรถตรงมายังปราสาทตาพรม
Location หนัง Tomb Raider (2001) ที่ Angelina Jolie เล่นเป็น Lara Croft

(แบร่บว่าไม่เคยดูกะเค้า เลยไม่รู้ว่าตรงไหนเป็นตรงไหน)

ปราสาทตาพรม (ชื่อจริงๆ ตามจารึกว่า "ราชวิเหียร" (ราชวิหาร) แต่เรียกกันอย่างนี้ี้ตามชื่อของตาพรม คนเฝ้าปราสาทสมัยที่ฝรั่งเศสเข้ามาสำรวจ เป็นปราสาทที่พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ คนสร้างปราสาทบายอนสร้างอุทิศถวายให้พระนางชัยราชจุฑามณี (แล้วสร้างปราสาทพระขรรค์ให้พ่อ) ในปี พ.ศ. ๑๗๒๙ ที่นี่เคยมีเทวรูปรูปนางปรัชญาปารมิตา ซึ่งตามคติทางมหายานแล้วถือเป็นเทพีแห่งสติปัญญาประดิษฐานอยู่ใจกลางปราสาทด้วย

แล้วตอนนี้เทวรูปนี่อยู่ไหนหรอ
...ก็ฝรั่งเศสไงจ๊ะ



วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2552

รอยยิ้มแห่งบายอน






วันอาทิตย์ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๒

เพิ่งได้ฤกษ์ไปเที่ยวปราสาทหิน หลังจากที่มาถึงเสียมเรียบได้สองวันกว่า
เช้านี้จะได้ไปบายอนก่อน ไกด์(=ที) บอกให้ทำเวลา จะได้ไปตาพรมอีกที่ก่อนกลับไปกินเที่ยงที่โรงแรม พักหน่อยนึง แล้วพอบ่ายก็ค่อยออกมาชมปรา่สาทนครวัดกัน

เขาจัดเวลาอย่างนี้ เพราะว่าปราสาทนครวัดหันหน้าไปทางทิศตะวันตก (ก็มันถูกสร้างเป็นที่ตั้งศพ)
ต้องไปชมตอนเย็น ตอนที่แสงสุดท้ายของวันจับส่องปราสาท มีท้องฟ้าสีครามบนส้มเป็นฉากหลังจึงจะงาม (แต่ฉันได้ไปหลังปราสาททางทิศตะวันออกในอีกวันรุ่งขึ้นด้วยนะเออ)

ปราสาทบายอน สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ผู้นับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน ซึ่งสร้างปราสาทนี้ขึ้นในนครธม หรือนครหลวง ที่ท่านปกครองอยู่ หลังจากที่ขับไล่พวกจามที่มายึดครองนครออกไปได้ ในปี พ.ศ. ๑๗๒๔ (๘๒๘ ปีก่อน)

บายอนถูกสร้างให้เป็นเสมือนภูเขาศูนย์กลางจักรวาล หรือเขาพระสุเมรุ เป็นปราสาทแห่งเดียวที่ไม่มีกำแพง แต่ใช้กำแพงร่วมกับกำแพงเมืองนครธม (เท่ากับมีพื้นที่ใหญ่ม้ากกก-ก็เมืองนครธมมีพื้นที่ตั้ง ๙ ตารางกิโลเมตร )

พรมพักตร์แห่งบายอน หรือที่เราเห็นเป็นหินสลักรูปใบหน้ามนุษย์ทั้ง ๔ ทิศรอบองค์ปรางค์ ซึ่งเชื่อว่า แต่เดิมมีอยู่ทั้งสิ้น ๕๔ ปรางค์นั้น (คนไทย)สัญนิษฐานกันว่าเป็นรูปใบหน้าของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ในรูปของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (แบบว่าพระองค์ทรงถือว่าตัวเองเป็น "พุทธราชา" หรือเป็นเสมือนปางอวตารปางหนึ่งของพระโพธิสัตว์ในความเชื่อของทางมหายานนั่นเอง)

และที่ต้องให้มีใบหน้าถึง (๕๔ ยอด x ๔ด้าน=) ๒๑๖ พระพักตร์ (!!!) มองไปทั่วทิศในนครธมนั้น ก็เพื่อให้ประชาชนอุ่นใจ ประมาณว่าท่านคอยดูอยู่ ท่านจะช่วยคุ้มครองดูแล ปัดเป่าทุกข์ภัยให้นั่นเอง

ฉันว่ายิ้มของพระโพธิสัตว์นั้น เย็นชื่นใจดีทีเดียว
สบตากับท่านคราใด อดไม่ได้ที่จะยิ้มบางๆ ตอบไปบ้าง

วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เที่ยวตลาดซาจ๊ะ



มันไม่ใช่ของจริงอะ



เสาร์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๒

หลังจากเที่ยวโตนเลสาบ ไกด์พามาเปล่อยให้เดินที่ตลาดซาจ๊ะ
ตลาดเก่าริมแม่น้ำเสียมเรียบ
มีขายของที่ระลึก และอื่นๆ

ใครใคร่ช็อปปิ้งของที่ระลึก ช็อป
ใครใคร่เดินสอดแนวชีวิตความเป็นอยู่คนแถวนี้ เดิน

ฉันช็อปนิดหน่อย เพราะคิดว่าของหลายอย่างมาจากเมืองไทย
(ฮา)

ส่วนใหญ่เลยเดินเตร่ดูอะไรๆ
และ...ถ่ายรูปให้ป๊อป

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ไปเขมรทำไม?



รูปนี้ครายถ่ายหว่า?
ป๊อปมั๊ง?

เอนกำลังสวยเลย ว่ามะ?

เสื้อตัวนี้ไม่ได้หิ้วกลับมาเอง
แต่เป็นของฝากสดๆ จากพี่หมี ที่เพิ่งไปหลวงพระบางเป็นครั้งแรก
แล้วกลับมาบอกว่าชอบฮานอยมากกว่าหลวงพระบาง

(ชิส์)

ถ่ายก่อนทางออกปราสาทตราพรม
ระยะนี้ถ่ายแล้วไม่อ้วน เริ่ดมั่กส์






๒๓-๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๒

ฉันมีโอกาสไปเสียมเรียบทางรถยนต์
บนถนนสาย ๖ โฉมใหม่ อันแสนจะราบเรียบ
หลายคนคงสงสััย ว่าฉันไปทำอะไร

อัลบั้มนี้สำหรับตอบคำำถามของบางคนที่สงสัยแล้วกัน

ว่า ฉันไปเขมรทำไม





หมายเหตุ: ขอบคุณทุกๆ คนที่ช่วยถ่ายรูปให้
ไป ๔ วัน ได้รูปมา ๕-๖ ร้อยรูป มีรูปตัวเอง (ที่ดีๆ)ไม่มากเรย T-T
(แต่มีรูปพอร์เทรตคนอื่นที่ดีๆ มาเพียบเลยนะ ขอบอก)

วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ล่องเรือ เลาะริมโตนเลสาบ



จอดเทียบอยู่พักนึงก็ไป


เสาร์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๒

ตกบ่าย เขาพาไปเที่ยวเขมรทางน้ำ เลยได้รู้จักกับพลเมืองเขมรอีกกลุ่ม
แล้วก็ทำให้รู้สึกว่า เมืองเขมรไม่ได้มีแต่ความแห้่งแล้ง ไม่น่าไว้วางใจ
เพราะในโตนเลสาบนี่มีแต่ความเย็น ชุ่มชื้น แถมยังมีรอยยิ้ม
(บางยิ้มก็โปรยมาโดยไม่ต้องหว่านแบงค์ ๑ ดอลลาร์ไปก่อนเสียด้วย)

พื้นที่ของประเทศกัมพูชา หรือเขมรนี่มีลักษณะเป็นที่ราบแอ่งกระทะ
บริเวณที่ต่ำที่สุด ตรงใจกลางประเทศเลยกลายเป็นจุดรวมของน้ำ ซึ่งมีธรรมชาติในการไหลหลากจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ
รวมทั้งน้ำที่เอ่อล้นจากแม่น้ำโขง กลายเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
คนเขมรเรียกแหล่งน้ำนี้ว่า “ต็วนเลซาบ”
ที (ไกด์รูปหล่อแบบเอ็กโซติก) บอกว่า ต็วนเล หมายถึงแม่น้ำ
ส่วน ซาบ คือ จืด

แต่คนไทยเราเรียกกันด้วยสำเนียงไทยว่า โตนเลสาบ หรือทะเลสาบเขมร

ช่วงหน้าน้ำ (คือปลายฝน) ทะเลสาบจะแผ่บริเวณกว้าง ส่วนที่กว้างที่สุด ยาวไม่ต่ำกว่า ๕๐ กิโลเมตร (หน้าแล้ง ลดขนาดเหลือแค่ ๑๕ กิโลเมตร) ลึกตั้งแต่ ๑-๑๐ เมตร มีปลามากกว่า ๓๐๐ พันธุ์ ซึ่งเขาจับไปทำอะไรๆ สร้างรายได้ให้ประเทศเป็นอันดับสอง รองจากการท่องเที่ยว (ชาวต่างชาติเข้าชมปราสาทนครวัดวันละ ๒๐ ดอลลาร์นะคระ)

ในสายตาของฉัน ซึ่งได้สัมผัสโตนเลสาบในเวลาสั้นๆ ไม่เกิน ๓ ชั่วโมง
สิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดคือ วิถีชีวิตแถบนี้

ทีเล่าว่า มีทั้งคนเขมรและคนจาม (ชาติพันธุ์หนึ่ง ซึ่งปัจจุบันไปปักหลักกันที่เมืองดานัง เวียดนาม)
มีการเข้ามาเผยแพร่ศาสนาคริสต์ (เชื่อว่าเป็นโปรแตสแตนท์ของชาวเกาหลี ซึ่งมาเสียมเรียบกันม๊ากมาก) น่าคิดว่าชีวิตบนเรือ บนแพ ของเขาเป็นยังไง เหมือนในบ้านเราไหม

แล้วเวลาหน้าน้ำแล้ง คนเหล่านี้เขาอยู่เขากินกันยังไง

อยากอยู่จนเย็น รอเวลาแดดตก
แต่ก็ไม่ได้อยู่ ตามโปรแกรมแล้วต้องไปช็อปปิ้งที่ตลาดซาจ๊ะ เลยบ๊ายบายโตนเลสาบเพียงเท่านี้



คืนนี้ที่เสียมเรียบ



ว่าแต่ว่า ทำไมป๊อปมันหน้าขาวงั้นฟระ
(หรือฉันหน้าดำเอง?)



ศุกร์ที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๒

ย่างเท้าเข้าโรงแรม จิบเวลคัมดริ๊งค์เมื่อราวห้าโมงเย็น
แยกย้ายเข้าห้องแล้วลงมากินข้าวเย็น ซึ่งเขาจัดไว้ให้อย่างด่วนเพราะรู้ใจว่าคนมาไกลน่ะหิว

สองทุ่มครึ่งพวกเราก็ออกไปดูอะไรๆ กันข้างนอก

ตื่นเต้นดี เพราะไม่คิดเลยว่าคนเมืองนี้เขามี Night Life เหมือนกัน



ป.ล.
-ถ้าไม่ได้มากะน้องพวกนี้ สงสัยจะไม่ได้เห็นชีวิตกลางคืนเสียมเรียบ
-รูปพวกนี้ถ่ายมาไงก็ให้ดูงั้นเลย ขี้เกียจทำ
-เชื่อไหมว่าถนนในเมืองเสียมเรียบแย่กว่าถนนสาย ๖ ที่พาเรามาจากปอยเปตหยั่งกะอยู่คนละโลกแน่ะ

วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ถนนสู่เสียมเรียบ



ทีบอกว่าที่นั่งบนหลังคาอัตราถูก
เห็นปิ๊กอัพคันนึง บรรทุกคนมาอย่างล้น แถมยังมีึคนนั่งแม้แต่บนหลังคาส่วนของเก่งคนขับด้วยอะ



ศุกร์ที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๒

ภาพบางส่วน บนถนนจากงามวงศ์วาน สู่เสียมเรียบ
กัมพูชา




๖ รูปแรกเป็นรูปจากมือถือ

วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2552

สวัสดีจากเสียมเรียบ




คิดถึงกันบ้างหรือเปล่า?




เสาร์ 24 ตุลาคม 2552

คิดถึงมัลติพลายเหมือนกัน
เมื่อคืนวาน ไป บาเคง บาร์เขมร ก็สนุกดี
วันนี้ไม่ออกไปไหนแล้ว (ป้าเหนื่อย)
เลยแว้บมาอัพรูป+คลิปให้ดูกัน

เผื่อจะได้รู้จักและเข้าใจคนเขมรมากขึ้นด้วย
(โชคดีที่หาวิธีเปลี่ยนภาษาได้แล้ว และยังพอจำได้ ว่าตัวอาราย อยู่ตรงหนาย)




วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ไว้อ่านเอง: เรียนภาษาเขมรก่อนไปเที่ยว


เจอภาษาเขมรควรจำได้ในเว็บ
http://www.oceansmile.com/KHM/PasaAngkor.htm


...ยากจัง พูดภาษาฝรั่งเศสแทนไม่ได้เรอะ?

-----------------------------------------------------
คำทักทายพูดคุย ศัพท์ทั่วไป
สวัสดี ซัวซไดย, จุมเรี้ยบซัว ห้องน้ำ ต๊บตึ๊ก
สวัสดี(ตอนเช้า) อรุณซัวซไดย ขออีก/เอาอีก ซมเตี๊ยบ
สบายดีหรือ ซกสะบายดี (ถาม) จิตแพทย์ แป๊ดวิกอลจารึก
สบายดีค่ะ(ครับ) จ๊ะ (บาด) ซกสะบายดี เจ้าชู้ เปรี๊ยนเนียร
ขอให้มีสุขภาพดี สุขะเพียบละออ ช่างถ่ายรูป เจียงถอดรูป
ขอลา โซ้มเรีย, โซ้มจุมเรี้ยบเรีย เข็มขัด ซ้ายกราหวัด
ลาก่อน
เรียนซันเฮย เข้านอน โจรล-เด๊ก
ขอบคุณ ออกุน, ออกุนเจริญ ง่วงนอน
งองเงยเด๊ก
ผม, ฉัน ขยม ฝัน สุบิน
คุณชื่ออะไร เตอเนี้ยะชัวเว่ย เขียนจดหมาย ซอเซ้ ซ็อมบท
ฉันชื่อสมชาย ขยมฉม้วกสมชาย เขียนแผนที่ ซอเซ้ แผนตี้
ฉันไม่เข้าใจ ขยมเมิ่นยวลเต๊ วาดรูป กู๊รูปเพรียบ
ฉันขอโทษ ขยมโซ้มโต๊ก เช็ค มูลเตียนนะบัด
ซื้อของ : ช้อปปิ้ง แชมพูสระผม ซาบู๊เกาะเสาะ
ของนี้ราคาเท่าไหร่ โปร๊กบอกนี้ทรัยป่นหม้าน เครื่องบิน ยนเฮาะ (ยนต์เหาะ)
แพงไป ทรัยเปก โฆษก เนี้ยะโปรกา
ลดได้ไหม จ๊กทรัยบานเต๊ ตลาด พซา (ออกเสียงซาก็ได้)
ไม่มีเงิน อ็อดเมียนโร้ย การนับเลข
เครื่องคิดเลข เกรื้องกึ๊ดเลข 0 โซม
อาหารการกิน 1 มวย
กินข้าวอร่อยไหม บายชงัลเต๊ 2 ปี
อร่อย ชงัล 3 เบ็ย
อิ่ม แช-อต 4 บวย
น้ำแข็ง ตึ๊กกอ 5 ปรำ
น้ำแข็งยูนิต ตึ๊กกอดอม 6 ปรำมวย
พริกป่น มะเต๊ะหม็อด 7 ปรำปี
มะนาว ซมโกร๊ซฉมาร์ 8 ปรำเบ็ย
ข้าวหน้าหมู บายจรู๊ก 9 ปรัมบวน
ข้าวหน้าไก่ บายบวน 10 ด็อบ
ข้าวผัด บายชา 15 ด็อบปรำ
ข้าวผัดไก่ บายชามอน 20 มวยไพ
ใส่ไข่ดาว ไซปองเจียน 30 สามซับ
ขนมจีน แบ็งจ็อก 40 ซายซับ
ปลาทอด เตร็ยเจี่ยน 50 ห้าซับ
กาเหลาลูกชิ้น เประฮั้ดสะโคซุป 60 หกซับ
ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้น กุยเตียวประฮั้ดสะโค 70 เจ็ดซับ
บุหรี่ บาเร็ย 80 แปดซับ
กาแฟ กาเฟ 90 เก้าซับ
กาแฟดำ กาเฟเขมา 100 มวยร้อย
ขนม หน้ม 1,000 มวยปอน
แกงเผ็ด,ต้มยำ ซ็อมลอมจู 10,000 มวยมื่น
กระดาษชำระ เกราะด๊ะอะนะมัย 100,000 มวยแสน
ไม้จิ้มฟัน เฌอจักทมึน    
คิดเงิน กึ๊ดโรย  


วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ตามไปดู...

Start:     Oct 23, '09
End:     Oct 26, '09
Location:     โซฟิเทล อังกอร์ โภคีธรา กอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ต, เสียมเรียบ


...ว่าพี่เหลียง (แก้จากหลิว) ซ่อนอะไรไว้ระหว่างซอกหิน ที่ปราสาทนครธม
...นมอัปสรา
...ช็อปปิ้งของบ้านบ้านในตลาดท้องถิ่นเขมร
...รีวิวโรงแรม