แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ trip แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ trip แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

my signature



เขาตั้งชื่อรูปนี้ว่างั้น


ฉันบอกว่าไม่ได้สิ ต้องเปลือยหลัง
แล้วมีเด็กหนุ่มคอยไล้น้ำแข็ง

เขาบอก เด็กหนุ่มไล้น้ำแข็ง
นั่นแหละ-หายาก





ใครบางคนบอกว่ารูปพวกนี้
เป็น signature ของฉัน



คือช่วงเวลาอันงดงาม




ฉัน กับ กก




ช่วงเวลาอันงดงามระหว่างความห่างไกล


(แต่ไม่ห่างกัน)

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

มีตั๋วไปเชียงใหม่วันนี้

Start:     Dec 17, '09
Location:     หัวลำโพง-เชียงใหม่

ยังไม่ได้แพลนว่าจะไปกี่วัน
กลับวันไหน
ไปไหนบ้าง
จะไปคนเดียวหรือมีคนไปด้วย

แต่คิดว่าจะไปแน่ๆ
(คิดถึงเชียงใหม่ ปีนี้ยังไม่ได้ไปเรย-เปนปายด้ายยางงาย?)


หมายเหตุ ตั๋วมันเลื่อนมาจากช่วงวันหยุด 23 ตุลาน่ะนะ
(ตื่นเต้นว่ะ)

มากหน้า-หลายตา






เสาร์ที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

อันเนื่องมาจากขากลับ ไม่มีใครนั่งแถวหลังด้วย

ยุ้ยไปเที่ยวเพลินวานต่อกับญาติ (จะเห็นได้ว่าใครๆ ก็มาหัวหินวันสุดสัปดาห์)
น้องเอิ้นย้ายไปนั่งกับเพื่อนเด็กสาว

ทิ้งฉันให้นั่งพูดโทรศัพท์จนตัวเองยังปวดหัว
ยังดีมีกิจกรรมแก้เบื่อตอนรถติด (แปลว่าถึงกรุงเทพแล้ว)

วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

วันเดียว ที่วีรันดาหัวหิน






ศุกร์ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

ขึ้นรถไปวีรันดาหัวหิน
เขาเปิดมา ๕ ปีแล้ว ก็เพิ่งได้เห็น ได้ไปพัก ได้ไปกินข้าวนี่แหละ
(แต่วีรันดาเชียงใหม่ไปมา ๒ หนนะเออ)

แต่เท่าที่ได้เห็น ก็เห็นไม่หมด
เขาไม่ได้พา Inspect รีสอร์ต เลยไม่เห็นสปา และไม่ได้ชมพูลวิลล่า
ก็ทริปนี้เขาจะอวดร้านอาหาร ไม่ใช่สปา หรือพูลวิลล่า

ร้านอาหารเขาสวยจริง
อาหารก็ดีทั้งสองห้อง
ทั้งห้อง Dining room ที่ได้กินบุฟเฟ่ต์ตอนเที่ยงวันศุกร์
และบุฟเฟ่ต์เช้าในวันต่อมา

ห้องที่ได้พักน่ะเป็นห้องเบฯๆ แต่ได้วิวทะเล (โอ้วแม่จ้าว ใกล้ห้องอาหารมากไปไหม)
โดยรวมน่ะโอ เล็กแต่โอ ห้องน้ำกระทัดรัด แต่แบ่งสัดส่วนพื้นที่ได้ดี ออกแบบแสงไว้ดี

ส่วนเรื่องราคา ...ถ้ามาหัวหินคงไม่ได้มาพักที่นี่หรอก
จริงๆ โรงแรม-รีสอร์ตที่เคยไป ราคาระดับมาพักเองไม่ได้ทั้งน้านน

ต่อให้ได้ gift voucher ที่พัก+อาหารเช้ามายังต้องคิดเลย
ว่าจะจ่ายตังค์ค่าข้าวมื้ออื่นไหวไหม

เหอ เหอ

(ชีวิตก็งี้แหละ)

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

อัปสราแห่งนครวัด





ขอรวมรูปเหล่าอัปสราผู้น่ารักไว้สักอัลบั้ม

อัปสราเป็นนางฟ้าที่ถือกำเนิดขึ้นจากกวนเกษียรสมุทร (กวนเสร็จแล้วมีสิ่งอัศจรรย์เกิดขึ้นทั้งหมด ๗ อย่าง อัปสราเป็นหนึ่งในนั้น)

พวกเธอแต่ละนาง (องค์? ตน? คน?) ที่ประดับฝาผนังปราสาทนครวัดอยู่มีคาแรกเตอร์ต่างกันไป
มีเสน่ห์น่าทำความรู้จัก สนใจและหลงใหลต่างกันไปตามจินตนาการของช่างผู้แกะสลักหิน

น่ามีเวลานานๆ ค่อยเดินพินิจเสน่ห์ฺของพวกนางไป

ไปเสียมเรียบคราวนี้ สนุก และมีความสุข
ส่วนหนึ่งก็เพราะได้ไปเห็นอัปสราใกล้ๆ นี่แหละ

Just to see Angkor (not ready to die-single!)



เอจังฝากเยี่ยมต้นหมาก





บ่ายวันอาทิตย์ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๒

ในที่สุดก็ได้เห็น Angkor Wat กับตา

นี่คือ ๑ ใน ๗ สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่สร้างขึ้นหลังพุทธศตวรรษที่ ๑๗ โดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ (พ.ศ. ๑๖๕๖-๑๖๙๓) เพื่ออุทิศถวายแด่พระวิษณุหรือพระนารายณ์ เพราะตะแกนับถือลัทธิไวษณพนิกาย (แถมเชื่อว่าตัวเองเป็นอวตารของพระวิษณุอีก)

นามแท้จริงของปราสาทจารึกไว้ว่า "พระพิษณุโลก" หรือ "วิษณุโลก" ส่วนชื่อ นครวัด นี่ เขามาติ๊ต่างเรียกกันภายหลัง

เรื่องวัตถุประสงค์ในการสร้างปราสาทหลังนี้ยังเป็นที่คลุมเครือ คือบางหลายคนก็เชื่อว่านี่เป็นการสร้างสุสานของพระองค์เอง (เหตุหนึ่งเพราะปราสาทหันหน้าไปทางตะวันตก อีกเหตุตรงกลางของปรางค์องค์กลางที่สูงที่สุด มันเหมือนมีแท่สำหรับตั้งศพ ใต้นั้นบรรจุทราย มีการคาดเดาว่าทรายมีไว้สำหรับรับน้ำเหลืองจากศพ ไม่ให้ไหลเลอะเทอะนั่นเอง-แต่อันนี้ก็ไม่ได้เข้าไปเห็นกะสองตาหรอกนะ แค่เดินรอบๆ ก็มืดแล้ว)

คือเมื่อตาย ก็เอาศพมาไว้ที่นี่ แล้วก็จะได้กลายเป็นพระวิษณุไปจริงๆ อะไรอย่างนั้น

(ในช่วงชีวิตของสุริยวรมันที่ ๒ พระองค์ยังคลั่งสร้างอีกหลายปราสาท-สมัยนั้นอาจดูบ้าและโหด กับการเกณฑ์แรงงานคนมาขนหิน มายกหิน มาแกะสลักหิน แต่คิดๆ ดูก็เหมือนท่านลงทุนทำไว้ให้รุ่นหลังๆ-ไม่รู้เป็นลูกหลานหรือเปล่าหรอก-ได้เก็บดอกเก็บผลกิน ต่างชาติอย่างเราจะเข้าไปดูเปล่าๆ ปลี้ๆ ไม่ได้หรอก ต้องจ่ายคนละ ๒๐ ดอลลาร์ต่อวันเสียก่อน)


เป็นอะไรที่ใหญ่โตมโหฬารมากมาย ลองคิดดู ปราสาทหลังนี้ (โปรดหาลิงค์ใน Google Earth ดูเอานะ) สร้างขึ้นในสมัยที่ยังไม่มีรถแบ็คโฮ ไม่มีแม้แต่รถอีแต๋นสำหรับขนหิน ไม่มีเครนยกหิน อะไรทำให้มนุษย์เป็นพัน ใช้เวลาจำนวนมากในชีวิตมาขนหิน จากที่หนึ่งไปที่หนึ่ง นั่งตอกแซะหินทุกวันให้กลายป็นลวดลายละเอียดลออ เป็นนางอัปสรายิ้มพริ้มพราย

แค่แรงศรัทธาในเทพเท่านั้นหรือ?

ตามรอย Angelina Jolie ที่ปราสาทตาพรม



น่ารัก-น่าเอ็นดู

ถ้าหาเงินได้เท่าโจลี่ ก็จะชวนมาอยู่ด้วยหรอก






ก่อนเที่ยงวันอาทิตย์ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๒

จากปราสาทบายอน เราขึ้นรถตรงมายังปราสาทตาพรม
Location หนัง Tomb Raider (2001) ที่ Angelina Jolie เล่นเป็น Lara Croft

(แบร่บว่าไม่เคยดูกะเค้า เลยไม่รู้ว่าตรงไหนเป็นตรงไหน)

ปราสาทตาพรม (ชื่อจริงๆ ตามจารึกว่า "ราชวิเหียร" (ราชวิหาร) แต่เรียกกันอย่างนี้ี้ตามชื่อของตาพรม คนเฝ้าปราสาทสมัยที่ฝรั่งเศสเข้ามาสำรวจ เป็นปราสาทที่พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ คนสร้างปราสาทบายอนสร้างอุทิศถวายให้พระนางชัยราชจุฑามณี (แล้วสร้างปราสาทพระขรรค์ให้พ่อ) ในปี พ.ศ. ๑๗๒๙ ที่นี่เคยมีเทวรูปรูปนางปรัชญาปารมิตา ซึ่งตามคติทางมหายานแล้วถือเป็นเทพีแห่งสติปัญญาประดิษฐานอยู่ใจกลางปราสาทด้วย

แล้วตอนนี้เทวรูปนี่อยู่ไหนหรอ
...ก็ฝรั่งเศสไงจ๊ะ



วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2552

รอยยิ้มแห่งบายอน






วันอาทิตย์ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๒

เพิ่งได้ฤกษ์ไปเที่ยวปราสาทหิน หลังจากที่มาถึงเสียมเรียบได้สองวันกว่า
เช้านี้จะได้ไปบายอนก่อน ไกด์(=ที) บอกให้ทำเวลา จะได้ไปตาพรมอีกที่ก่อนกลับไปกินเที่ยงที่โรงแรม พักหน่อยนึง แล้วพอบ่ายก็ค่อยออกมาชมปรา่สาทนครวัดกัน

เขาจัดเวลาอย่างนี้ เพราะว่าปราสาทนครวัดหันหน้าไปทางทิศตะวันตก (ก็มันถูกสร้างเป็นที่ตั้งศพ)
ต้องไปชมตอนเย็น ตอนที่แสงสุดท้ายของวันจับส่องปราสาท มีท้องฟ้าสีครามบนส้มเป็นฉากหลังจึงจะงาม (แต่ฉันได้ไปหลังปราสาททางทิศตะวันออกในอีกวันรุ่งขึ้นด้วยนะเออ)

ปราสาทบายอน สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ผู้นับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน ซึ่งสร้างปราสาทนี้ขึ้นในนครธม หรือนครหลวง ที่ท่านปกครองอยู่ หลังจากที่ขับไล่พวกจามที่มายึดครองนครออกไปได้ ในปี พ.ศ. ๑๗๒๔ (๘๒๘ ปีก่อน)

บายอนถูกสร้างให้เป็นเสมือนภูเขาศูนย์กลางจักรวาล หรือเขาพระสุเมรุ เป็นปราสาทแห่งเดียวที่ไม่มีกำแพง แต่ใช้กำแพงร่วมกับกำแพงเมืองนครธม (เท่ากับมีพื้นที่ใหญ่ม้ากกก-ก็เมืองนครธมมีพื้นที่ตั้ง ๙ ตารางกิโลเมตร )

พรมพักตร์แห่งบายอน หรือที่เราเห็นเป็นหินสลักรูปใบหน้ามนุษย์ทั้ง ๔ ทิศรอบองค์ปรางค์ ซึ่งเชื่อว่า แต่เดิมมีอยู่ทั้งสิ้น ๕๔ ปรางค์นั้น (คนไทย)สัญนิษฐานกันว่าเป็นรูปใบหน้าของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ในรูปของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (แบบว่าพระองค์ทรงถือว่าตัวเองเป็น "พุทธราชา" หรือเป็นเสมือนปางอวตารปางหนึ่งของพระโพธิสัตว์ในความเชื่อของทางมหายานนั่นเอง)

และที่ต้องให้มีใบหน้าถึง (๕๔ ยอด x ๔ด้าน=) ๒๑๖ พระพักตร์ (!!!) มองไปทั่วทิศในนครธมนั้น ก็เพื่อให้ประชาชนอุ่นใจ ประมาณว่าท่านคอยดูอยู่ ท่านจะช่วยคุ้มครองดูแล ปัดเป่าทุกข์ภัยให้นั่นเอง

ฉันว่ายิ้มของพระโพธิสัตว์นั้น เย็นชื่นใจดีทีเดียว
สบตากับท่านคราใด อดไม่ได้ที่จะยิ้มบางๆ ตอบไปบ้าง

วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ไปทะเลหน้าหนาวกับสาวโสด

Start:     Nov 6, '09
End:     Nov 7, '09
Location:     วีรันดา หัวหิน


ไปชิมอาหารฝีมือเชฟเอียน
ที่วีรันดา หัวหิน


ล่องเรือ เลาะริมโตนเลสาบ



จอดเทียบอยู่พักนึงก็ไป


เสาร์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๒

ตกบ่าย เขาพาไปเที่ยวเขมรทางน้ำ เลยได้รู้จักกับพลเมืองเขมรอีกกลุ่ม
แล้วก็ทำให้รู้สึกว่า เมืองเขมรไม่ได้มีแต่ความแห้่งแล้ง ไม่น่าไว้วางใจ
เพราะในโตนเลสาบนี่มีแต่ความเย็น ชุ่มชื้น แถมยังมีรอยยิ้ม
(บางยิ้มก็โปรยมาโดยไม่ต้องหว่านแบงค์ ๑ ดอลลาร์ไปก่อนเสียด้วย)

พื้นที่ของประเทศกัมพูชา หรือเขมรนี่มีลักษณะเป็นที่ราบแอ่งกระทะ
บริเวณที่ต่ำที่สุด ตรงใจกลางประเทศเลยกลายเป็นจุดรวมของน้ำ ซึ่งมีธรรมชาติในการไหลหลากจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ
รวมทั้งน้ำที่เอ่อล้นจากแม่น้ำโขง กลายเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
คนเขมรเรียกแหล่งน้ำนี้ว่า “ต็วนเลซาบ”
ที (ไกด์รูปหล่อแบบเอ็กโซติก) บอกว่า ต็วนเล หมายถึงแม่น้ำ
ส่วน ซาบ คือ จืด

แต่คนไทยเราเรียกกันด้วยสำเนียงไทยว่า โตนเลสาบ หรือทะเลสาบเขมร

ช่วงหน้าน้ำ (คือปลายฝน) ทะเลสาบจะแผ่บริเวณกว้าง ส่วนที่กว้างที่สุด ยาวไม่ต่ำกว่า ๕๐ กิโลเมตร (หน้าแล้ง ลดขนาดเหลือแค่ ๑๕ กิโลเมตร) ลึกตั้งแต่ ๑-๑๐ เมตร มีปลามากกว่า ๓๐๐ พันธุ์ ซึ่งเขาจับไปทำอะไรๆ สร้างรายได้ให้ประเทศเป็นอันดับสอง รองจากการท่องเที่ยว (ชาวต่างชาติเข้าชมปราสาทนครวัดวันละ ๒๐ ดอลลาร์นะคระ)

ในสายตาของฉัน ซึ่งได้สัมผัสโตนเลสาบในเวลาสั้นๆ ไม่เกิน ๓ ชั่วโมง
สิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดคือ วิถีชีวิตแถบนี้

ทีเล่าว่า มีทั้งคนเขมรและคนจาม (ชาติพันธุ์หนึ่ง ซึ่งปัจจุบันไปปักหลักกันที่เมืองดานัง เวียดนาม)
มีการเข้ามาเผยแพร่ศาสนาคริสต์ (เชื่อว่าเป็นโปรแตสแตนท์ของชาวเกาหลี ซึ่งมาเสียมเรียบกันม๊ากมาก) น่าคิดว่าชีวิตบนเรือ บนแพ ของเขาเป็นยังไง เหมือนในบ้านเราไหม

แล้วเวลาหน้าน้ำแล้ง คนเหล่านี้เขาอยู่เขากินกันยังไง

อยากอยู่จนเย็น รอเวลาแดดตก
แต่ก็ไม่ได้อยู่ ตามโปรแกรมแล้วต้องไปช็อปปิ้งที่ตลาดซาจ๊ะ เลยบ๊ายบายโตนเลสาบเพียงเท่านี้



วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ไว้อ่านเอง: เรียนภาษาเขมรก่อนไปเที่ยว


เจอภาษาเขมรควรจำได้ในเว็บ
http://www.oceansmile.com/KHM/PasaAngkor.htm


...ยากจัง พูดภาษาฝรั่งเศสแทนไม่ได้เรอะ?

-----------------------------------------------------
คำทักทายพูดคุย ศัพท์ทั่วไป
สวัสดี ซัวซไดย, จุมเรี้ยบซัว ห้องน้ำ ต๊บตึ๊ก
สวัสดี(ตอนเช้า) อรุณซัวซไดย ขออีก/เอาอีก ซมเตี๊ยบ
สบายดีหรือ ซกสะบายดี (ถาม) จิตแพทย์ แป๊ดวิกอลจารึก
สบายดีค่ะ(ครับ) จ๊ะ (บาด) ซกสะบายดี เจ้าชู้ เปรี๊ยนเนียร
ขอให้มีสุขภาพดี สุขะเพียบละออ ช่างถ่ายรูป เจียงถอดรูป
ขอลา โซ้มเรีย, โซ้มจุมเรี้ยบเรีย เข็มขัด ซ้ายกราหวัด
ลาก่อน
เรียนซันเฮย เข้านอน โจรล-เด๊ก
ขอบคุณ ออกุน, ออกุนเจริญ ง่วงนอน
งองเงยเด๊ก
ผม, ฉัน ขยม ฝัน สุบิน
คุณชื่ออะไร เตอเนี้ยะชัวเว่ย เขียนจดหมาย ซอเซ้ ซ็อมบท
ฉันชื่อสมชาย ขยมฉม้วกสมชาย เขียนแผนที่ ซอเซ้ แผนตี้
ฉันไม่เข้าใจ ขยมเมิ่นยวลเต๊ วาดรูป กู๊รูปเพรียบ
ฉันขอโทษ ขยมโซ้มโต๊ก เช็ค มูลเตียนนะบัด
ซื้อของ : ช้อปปิ้ง แชมพูสระผม ซาบู๊เกาะเสาะ
ของนี้ราคาเท่าไหร่ โปร๊กบอกนี้ทรัยป่นหม้าน เครื่องบิน ยนเฮาะ (ยนต์เหาะ)
แพงไป ทรัยเปก โฆษก เนี้ยะโปรกา
ลดได้ไหม จ๊กทรัยบานเต๊ ตลาด พซา (ออกเสียงซาก็ได้)
ไม่มีเงิน อ็อดเมียนโร้ย การนับเลข
เครื่องคิดเลข เกรื้องกึ๊ดเลข 0 โซม
อาหารการกิน 1 มวย
กินข้าวอร่อยไหม บายชงัลเต๊ 2 ปี
อร่อย ชงัล 3 เบ็ย
อิ่ม แช-อต 4 บวย
น้ำแข็ง ตึ๊กกอ 5 ปรำ
น้ำแข็งยูนิต ตึ๊กกอดอม 6 ปรำมวย
พริกป่น มะเต๊ะหม็อด 7 ปรำปี
มะนาว ซมโกร๊ซฉมาร์ 8 ปรำเบ็ย
ข้าวหน้าหมู บายจรู๊ก 9 ปรัมบวน
ข้าวหน้าไก่ บายบวน 10 ด็อบ
ข้าวผัด บายชา 15 ด็อบปรำ
ข้าวผัดไก่ บายชามอน 20 มวยไพ
ใส่ไข่ดาว ไซปองเจียน 30 สามซับ
ขนมจีน แบ็งจ็อก 40 ซายซับ
ปลาทอด เตร็ยเจี่ยน 50 ห้าซับ
กาเหลาลูกชิ้น เประฮั้ดสะโคซุป 60 หกซับ
ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้น กุยเตียวประฮั้ดสะโค 70 เจ็ดซับ
บุหรี่ บาเร็ย 80 แปดซับ
กาแฟ กาเฟ 90 เก้าซับ
กาแฟดำ กาเฟเขมา 100 มวยร้อย
ขนม หน้ม 1,000 มวยปอน
แกงเผ็ด,ต้มยำ ซ็อมลอมจู 10,000 มวยมื่น
กระดาษชำระ เกราะด๊ะอะนะมัย 100,000 มวยแสน
ไม้จิ้มฟัน เฌอจักทมึน    
คิดเงิน กึ๊ดโรย  


วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2552

Wish list (1)



ภาพมะกี้เป็นซองที่ห่อกล่องมา
ในกล่องหนึ่งมีขนมแบบนี้ 20 ชิ้น ราคา 1,000 เยน หรือราวชิ้นละสิบบาทกว่า (ไม่แพงๆ)

ขนมหนึ่งชิ้นอยู่ในคัพที่ทำจากกระดาษเจ๋งมาก ไม่มัน ไม่ร่อนออกจากเนื้อขนม แต่ยามจะลอกเนื้อขนมก็ช่างทำได้หมดจดพอดี๊พอดี

1 ชิ้นกินได้ราว 2 คำสตรี
ฉัน พอชิมไป 1 เล็ม ก็อยากจะเล็มต่อไปจนหมดชิ้น เพราะไม่อยากจบความอร่อยเร็วเกินไป

ลองสืบดูแล้วไม่มีใครเอามาขาย
อาจเพราะมันหมดอายุไวมาก
เหมือนจะแค่ 2 สัปดาห์หรือไงเอง

ลองหาข้อมูลดู เหมือนจะมีจำหน่ายในโตเกียว และสนามบินใหญ่ๆ

งี้..ที่สนามบินคันไซก็น่าจะมีนะ




กันยายน 2552

เมื่อต้นเดือนหัวหน้าได้รับเชิญใ้ห้ไปโตเกียว (อิจฉานิดหน่อย)
และซื้อขนมกลับมาฝากจากนาริตะหลายสิ่ง
แต่สองสิ่งนี้ เพื่อนพ้องที่ทำงานชิมแล้วลงมติว่า จะฝากฉันซื้อกลับมาจากโอซาก้า

(ถ้ายังไม่หายอยากกันเสียก่อน)



วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2552

ญี่ปุ่นเดือนมีนา

Start:     Mar 12, '10
End:     Mar 21, '10
Location:     สุวรรณภูมิ-โอซาก้า-สุวรรณภูมิ

เดิมจะไปฮิโรชิม่ากับบางกอกแอร์เวย์ส
ไปๆ มาๆ จะได้ไปโอซาก้ากับการบินไทยแทน

เค้าว่ายังเหลืออยู่ 10 องศา
แต่บางเค้าว่าดอกบ๊วยจะบาน
เค้าเองก็หวังได้เห็นซากุระ (บ้าง)


must
-sento
-Kyoto
-maiko
-ryokan (จะมีปัญญาไหม?)
-Tokyo Tower
-udon เส้นสด
-sashimi ของแท้
-เหล้าบ๊วยและสาเก
-ดอกบ๊วยและซากุระ
-Yubari Melon Steamcake
-อื่นๆ

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2552

X2 Rayong



ช้อบ-ชอบ

ที่เดียวกะรูปตะกี๊
ต่างกันแค่คนละวัน

(เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงตาหลอดเวลา)




X2 (อ่านว่า ครอสส์ทู) เป็นแบรนด์ดีไซน์รีสอร์ตหรู ที่เด่นเด้งที่ดีไซน์ (แหง๋สิ) โดยเฉพาะ X2 กุยบุรี ออกแบบโดย คุณด้วง-ดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกผู้โด่งดัง ส่วน X2 อีกแห่งอยู่ที่สมุย (เดี๋ยวคงมีคนมาบรรยายความประทับใจให้คุณอ่านกัน) ไม่รู้ใครออกแบบ

ทั้ง X2 สมุยและกุยบุรี รวมทั้งแบรนด์ X2 เป็นของ และบริหารโดย บริษัท Astudo ซึ่งนอกจากเป็นเจ้าของ+บริหารแล้ว ยังบริหารโดยไม่ได้เป็นเจ้าของด้วย (คือรับจ้างบริหารนั่นเอง)

X2 ระยอง คือหนึ่งในรีสอร์ตแบรนด์ X2 ที่ Astudo เป็นผู้บริหารให้
พูดอีกนัยหนึ่งคือ มันไม่ได้ถูกออกแบบตั้งแต่แรก ให้เป็นรีสอร์ตสไตล์ และไซส์เดียวกับ X2 รุ่นพี่ทั้งสองแห่งที่เปิดไปก่อนหน้า ฉะนั้น สำหรับคนที่เคยไป X2 กุยบุรี และสมุยแล้ว ให้ลืมไปเลย แล้วทำความรู้จักกับ X2 ระยอง ในแบบที่มันเป็น X2 ระยอง

คุณน็อต หนุ่มวัย 25 เจ้าของ X2 ระยองเล่าให้ฟังว่า พื้นที่ 3 ไร่ติดอ่าวไข่ (เงียบสงบ น่ามาพักผ่อนมาก) แห่งนี้ ตอนแรกคิดจะสร้างบ้านตากอากาศสำหรับครอบครัว ก็บอกสถาปนิกบริษัท IDIN Architect ไปว่าชอบ minimal เพราะน้อยๆ มันเข้ากับทะเล และมันจะอยู่ไปได้อีกนานกว่าดีไซน์แบบรุ่นพ่อ

แต่คุณน็อตเห็นแบบแล้วคิดว่า ขยายโปรเจคท์ ทำเป็นรีสอร์ตไปเลยดีกว่า

ในที่สุดก็ได้เป็นรีสอร์ตเล็กๆ ที่มีทั้งหมดแค่ 13 ห้อง แต่ละห้องออกแบบแนวๆ ผิดสัดส่วนของโรงแรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงแรมในย่านนี้

การจัดพื้นที่ใช้สอยของห้องน้ำคือสิ่งที่น่าสนใจ ห้อง 13 ห้อง มีห้องน้ำใหญ่โต แล้วก็ถูกออกแบบให้มีเดย์ไลต์ชอนไชเข้ามาในห้องน้ำ (สวยมาก-ชอบ) แต่ว่า แต่ละห้องจะถูกจัดวางตำแหน่งของอ่างอาบน้ำ โถสุขภัณฑ์ เรนชาวเวอร์ และช่องแสงไม่เหมือนกันเลย ถ้ามีโอกาสได้เข้าไปดูหลายๆ ห้องเหมือนฉันคุณคงตื่นเต้นเหมือนกัน

Facilities อื่นๆ ของโรงแรมคือ สระว่ายน้ำยาว 25 เมตร (ประมาณนั้น) ห้องอาหาร 4K (อ่านว่า ฟอร์ก เหมือนส้อมน่ะ) Signature Restaurant ของแบรนด์ X2 ที่ยังไม่เสร็จ (คาดว่าจะพร้อมเดือนกันยายน แต่โปรดเช็คอีกทีนะจ๊ะ) ไม่มีสปา ไม่มีห้องเกม ไม่มีห้องเด็ก มีห้องประชุมไม่ใหญ่ (ไม่ได้ไปดูแฮะ) ไม่มีคอมให้ใช้ แต่มีสัญญาณเน็ต (ช้าๆ) ฟรี ที่จอดรถประมาณ 10 คัน

ที่สำคัญคือ หาดที่ไม่ติดโรงแรมหรอก มันถูกคั่นด้วยถนนเลนเดียวที่แทบไม่มีใครใช้ เดินออกจากโรงแรม ข้ามถนนก็ถึงแล้ว เขื่อนที่มีเก้าอี้วางไว้ให้ชิลล์ และหาดที่นี่ เงียบสงบ สบายมาก ใกล้ๆ มีร้านอาหารบ้านๆ รสชาติซีฟู้ดสุดแซ่บด้วย (โปรดหาข้อมูลจากอัลบั้มก่อนนี้)

สรุปว่า ไม่ใช่รีสอร์ตที่จัดว่าหรู (เว็บจองโรงแรมจัดไป 4 ดาว) แต่ที่นี่สบายเพียงพอ เงียบ (เพราะยังไม่ค่อยมีใครมา-ฮา) และไม่แพง!

ตอนนี้ราคาห้องเดอลุกซ์ ซีวิวแบบที่ฉันได้นอน เขาขายแค่ 4,000 บาท++ ส่วนห้องไม่เห็นวิวทะเล ขนาดเท่ากัน ทุกอย่างเหมือนกัน แต่จะอับๆ นิดหน่อย เพราะเป็นห้องที่อยู่เตี้ยสุด แค่ 3,300 บาท++ เป็นราคา soft-opening ถึงสิ้นเดือนตุลาคมนี้เท่านั้น

X2 Rayong
215/3 หมู่ 3 แหลมแม่พิมพ์
อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
โทร. 0 3865 7378
แฟกซ์ 0 3865 7379
www.X2resorts.com



วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ท้องฟ้าและทะเลนั้นเกินจะเดา



เย็นของอีกวัน
หลังเจอนางนวล
วันนี้มีแสงอาทิตย์





จันทร์ ๑๗-พุธ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๒

ไปทำงานที่อ่าวไข่ บ้านกร่ำ แกลง ระยองมา
เป็นการเดินทางที่เพลิดเพลิน และตื่นเต้นเล็กน้อยตอนกลับ

อ่าวไข่ไม่ได้สวยเลิศเลอ แต่สงบเงียบน่าพอใจ

อยากไปอีกจัง

ของอร่อยที่อ่าวไข่






จันทร์ ๑๗-พุธ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๒


ไปทำงานที่ X2 ระยอง
รีสอร์ตเล็กๆ นี่ตั้งอยู่ที่อ่าวไข่
ในวันแรกเค้าจะเลี้ยงเฉพาะมื้อเย็น ไปถึงอ่าวไข่บ่ายนิดๆ เลยต้องหาข้าวกินกันก่อน

โชคดีจัง
สุ่มเจอร้านอร่อย
วิวดี แถมใกล้รีสอร์ตแบบเดิน ๕ ก้าวถึง
(มารู้ในภายหลัง)

ใครอกหัก หรืออยากปลีกไปอยู่สงบๆ อ่าวไข่ก็ดีนะ
เงียบสงบดี
ไปให้ถึงแกลง ผ่านอนุสาวรีย์สุนทรภู่ไปจนถึงปั๊ม (ปี๊มไรหว่า....เออ มันมีปั๊มไม่เยอะหรอก แถวนั้นมันเงียบๆ) เจอสามแยกแล้วก็เลี้ยวซ้าย

ทางมันจะขึ้นเนิน พอลงเนินก็จะได้เห็นภาพเยี่ยงภาพที่ ๑ นั่นแล

เรื่องหมาหมา : นางนวลที่อ่าวไข่






เย็นวันอังคารที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๒


ฟ้ามีแดดอุ่น
ทะเลมีคลื่น
ลงไปเดินเล่นริมหาดอ่าวไข่
บ้านกร่ำ อำเภอแกลง ระยอง

เจอนางนวลเตร่มาทักทาย


วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

mission completed!





ศุกร์ที่ ๒๙-อาทิตย์ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒-ไปสมุยมา
ไปสมุยคราวนี้ไปทำงาน แต่แอบมีภารกิจส่วนตัวนิดหน่อย

ซึ่งก็ได้กระทำสำเร็จแร้ว ดังภาพ



(อิ-อิ)

หมายเหตุ ไปพิศหินตาใกล้ๆ ในวันเสาร์ที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๒
(โดยไม่ได้สนใจจะเดินลงไปดูหินยายเลย..แม้แต่น้อย)

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

แต่งสวยไปงานแต่ง




วันเสาร์ที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๓๕๕๒ เป็นวันฉลองแต่งงานของจินนี่น้อย
แต่จินนี้น้อยจัดที่เชียงใหม่
ไม่รู้เป็นไง อิฉันละอยากไปเสียจริงๆ
ก็เลยจัดการให้ตัวเองได้ไป

ดีนะ ที่ไปเพราะทั้งงาน มีเพื่อนสาธิตฯ แค่ ๖ คนเอง

งานนี้จัดที่ริมสระว่ายน้ำ โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ
เป็นงานเล็กๆ บรรยากาศน่ารัก เพราะมีพร็อบเป็นพระจันทร์ใกล้เต็มดวง
เจ้าสาวก็ส้วยสวย..ให้ตายเหอะ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นจินนี่สวยเท่านี้มาก่อน
สงสัยได้รัศมีเปล่งปลั่งของว่าที่คุณแม่ช่วยขับให้คุณเธองามเด่น เอิบอิ่มด้วยหน้าอกหน้าใจใหญ่เด้งขึ้นถึง ๓ เท่า

อิ อิ

ส่วนเจ้าบ่าว เพื่อนเจ้าสาวทุกคนยอมรับโดยถ้วนทั่วว่า..โคตรน่ารัก

อิจฉามันว่ะ ได้สามีที่ทั้งเด็ก น่ารัก แล้วก็เข้าใจพูดจาขนาดนี้

(ที่หน้างาน ชมจินนี่ว่าสวยด้วยการแซวไปที่สามีหนุ่มของเธอ ว่า
ตั้งแต่ได้เจอกัน วันนี้จินนี่สวยที่สุดเลยเนอะ
สามีหนุ่ม-นามกรว่า อาร์ต-ยิ้มตาหยี แล้วตอบว่า
สวยทุกวันเลยครับ
..........กรี๊ดดดดดดดดด-น่ารักๆๆๆๆๆ)