แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แสงเงา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แสงเงา แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

my signature



เขาตั้งชื่อรูปนี้ว่างั้น


ฉันบอกว่าไม่ได้สิ ต้องเปลือยหลัง
แล้วมีเด็กหนุ่มคอยไล้น้ำแข็ง

เขาบอก เด็กหนุ่มไล้น้ำแข็ง
นั่นแหละ-หายาก





ใครบางคนบอกว่ารูปพวกนี้
เป็น signature ของฉัน



shadow of your smile







The shadow of your smile
When you have gone.
Will colour all my dreams
And light the dawn.

Look into my eyes, my love, and see
All the lovely things you are to me.

Our wistful little star
Was far too high.
A teardrop kissed your lips,
And so did I.

Now when I remember spring,
And every lovely thing,
I will be remembering
The shadow of your smile.
Your lovely smile.






ป.ล. เธอก็รู้ว่าฉันหลงใหล "เงา" แค่ไหน

คือช่วงเวลาอันงดงาม




ฉัน กับ กก




ช่วงเวลาอันงดงามระหว่างความห่างไกล


(แต่ไม่ห่างกัน)

วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2552

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2552

แม่น้ำสีทอง






เที่ยวบิน PG168 เกาะสมุย-สุวรรณภูมิ
พาอิฉันออกจากสมุยเวลา ๑๗.๒๐ น. วันอาทิตย์ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒
ผ่านเมืองสีทองริมฝั่งอ่าวไทยมาแล้ว (คาดว่าอยู่แถวๆ เมืองเพชรฯ)
หลังหกโมงนิดหน่อยก็พาเราผ่านเหนือแม่น้ำสีทองสายหนึ่ง
เป็นแม่น้ำสายที่เราทุกคนคุ้นเคย

แม่น้ำสายนี้ไหลคดเคี้ยวไปมา ก่อนออกสู่ปากอ่าว
มองจากบนนี้เหมือนเป็นแค่คลองสายเล็กๆ เท่านั้น

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เมืองสีทอง



เวลา ๑๗.๕๕ น.




ภาพจากเที่ยวบิน PG168 เกาะสมุย-สุวรรณภูมิ
พาอิฉันออกจากสมุยเวลา ๑๗.๒๐ น. วันอาทิตย์ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒

ได้ภาพเมืองชายฝั่งทะเลอ่าวไทยสองเมืองกำลังจับกับแสงทองก่อนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า
งามเรืองรองมาก

อยากให้ทุกคนได้เห็นเหมือนกันจัง





วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ขึ้นภูสี






ภูสีเป็นภูเขาเล็กๆ สูงประมาณ ๑๐๐ เมตร ตั้งอยู่ตรงตำแหน่งใจกลางเมืองหลวงพระบาง บนยอดประดิษฐานพระธาตุจอมพูสี ซึ่งเป็นพระธาตุองค์ที่สำคัญที่สุดของเมืองหลวงพระบาง
เมื่อเวลาใกล้มาถึงหลวงพระบางแ้ล้ว (สมมตินะ สมัยก่อนเค้าจะมากันทางน้ำ) ได้เห็นพระธาตุแต่ไกลก็ดีใจได้ว่า จะถึงหลวงพระบางแล้ว

เค้าว่ากันว่า มาหลวงพระบาง ถ้าไม่ได้ขึ้นภูสี ก็เหมือนมาไม่ถึงหลวงพระบาง..นะจ๊ะ

(พลาดหลายอย่าง แต่เหมือนว่าเรายังไปถึงหลวงพระบางนะ)

เราขึ้นภูสีกันเย็นวันอังคารที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๒
หลังจากนั่งรถ (บางคนหลับ) ไปน่ำตกตาดกวงสีในตอนเช้า
กลับมาสลบเหมือน แล้วตื่นไปไปชิลล์ริมน้ำคานตอนบ่าย

ลงจากภูสีแล้วเราไปต่อร้านพิซซ่า
กินไคแกล้มเบียร์ลาว (อร่อยจังงังงัง)

วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เงาโคม






เสาร์ที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๒

รูปชุดนี้เป็นรูปหลงฮะ

เป็นโคมโครงหวายที่จะเกิดเงาสวยเมื่อเปิดไฟ
ชมของจริงได้ที่ยายย่ารีสอร์ต หัวหิน (อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี) ฮะ

^_^

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ความทรงจำวันแดดจัด (๒)






(ต่อจากตอนที่แล้ว)

ขากลับ มาขึ้นบีทีเอสที่สถานีแห่งหนึ่ง
ทั้งร้อน เหนื่อย และง่วง
แต่มองเห็นภาพชุดนี้แล้วชอบจัง
ก็เลยถ่ายมาอีก

ความทรงจำวันแดดจัด (๑)





อังคารที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๒

เป็นวันหยุดฉัตรมงคล..แต่ต้องไปทำงาน
อากาศร้อนสมกับเป็นหน้าร้อน
ขึ้นมาจากสถานีรถใต้ดิน พบว่าทำเวลาดีเกินเหตุ

เพื่อไม่ให้ไปก่อนเวลานัดนานเกินไป
แทนที่จะนั่งแท็กซี่ไป ก็ควรจะโดยสารรถเมล์ฟรีจากภาษีประชาชน
จะได้พอดีเวลานัด

ภาพเหล่านี้ เก็บมาระหว่างรอรถเมล์ฟรีฯ ณ ป้ายแห่งหนึ่ง
บนถนนลาดพร้าว


วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2552

เรื่องหมาหมา : ร้อนจนน้องหมาสลบ



เดี๋ยวฝนก็ตกแล้ว





เสาร์ที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๒


ยามบ่ายกลางหน้าร้อนอันแสนร้อน มีนัดกับหมอฟันมือเบา
จะเบี้ยวก็ไม่ได้ นัดคราวนี้ต้องรอหมอตั้งสองเดือน
ความร้อนเพิ่มความเครียด แต่ยังไงก็ต้องไป

เสร็จจากหมอ เดินตัวเบาเหมือนปลดเครียดทิ้งไป
เจอน้องหมานอนสลบไสลไม่สมประดีในท่าก้นนาบกระจก

โถ..สงสัยจะร้อนจนสลบ
แล้วที่ต้องเอาก้นนาบกระจกก็เพราะมันเย็นสบายก้นดีน่ะซี






วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2552

วันแดดจัด






ศุกร์ที่ 17 เมษายน 2552


วันนี้แดดแรง
แรงตั้งกะ 8 โมงเช้าไปจน 5 โมงเย็นเลย

เฮ่อ...เห็นแล้วอยากตากผ้าห่ม

วันจันทร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2552

หญิงสาว กับ ชายหนุ่ม






ศุกร์ที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๒


บ้านเมืองไม่สงบ เลยได้เลิกงานเร็ว
เลยบังเอิญเจอของชอบ


วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2552

เกาะสมุยที่ได้เห็น



โปสการ์ดรูปนี้ส่งถึงใครบอกด้วยนะฮะ
จำมิได้แล้ว



ความทรงจำเกี่ยวกับเกาะสมุย
ระหว่างวันที่ 18-19-20 มีนาคม 2552

วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2552

ฉันหลงรักฤดูร้อน






๑๒-๑๓ มีนาคม ๒๕๕๒
ไปทำงานที่ยายย่า หัวหิน (ตอนปลายของหาดชะอำ)
เข้าฤดูร้อนแล้ว
แต่ลมทะเลช่วยให้ที่นี่ไม่อบอ้าวจนเกินไป
แสงแดดสดใสของฤดูร้อน กลิ่นทะล เสียงลมพัด สลับกับนก ไก่ และจิ้งหรีด

...รักฤดูร้อนจัง



ป.ล. อยากอัดอากาศ แดด ลมของที่นี่ลงกระป๋อง ส่งไปให้คนเชียงใหม่

วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

...สำหรับความทรงจำของวันนี้





วันอาทิตย์ที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

วันที่ควรจะไปทำบุญ อุทิศส่วนกุศลให้บุพการีผู้ล่วงลับ

แต่ก็ตื่นสาย และไม่ได้ทำอะไร
ยังดี ที่พี่ผึ้งใจดี ยอมลำบากช่วยขับรถตระเวณพาเราถ่ายรูป
(อือ ส่วนหนึ่งของงานน่ะ)

เป็นบ่ายหน้าหนาวที่โคตรร้อน แต่ร้อนจ้าอย่างดีก็ดีกว่าหน้าฝน ที่คาดเดาไม่ได้
อิฉันมีแดดดีๆ สำหรับถ่ายรูป (ต้องแลกด้วยการมีผิวสีน้ำผึ้งไหม้)
อิฉันโดนยามด่า เครียดกับการวิ่งลงไปถ่ายรูปแล้ววิ่งขึ้นมาอย่างเร็ว
พี่ผึ้งต้องมาทำอะไรเพี้ยนๆ อย่างขับส่งอิฉันลงไปถ่ายรูป แล้วก็วนรถมารับ
เราสองคนโดนมอง เพราะการกระทำประสาทๆ
ท่ามกลางเรื่องวุ่นๆ เครียดๆ ชวนเวียนหัว

่อิฉันก็ได้พบกับ one moment in time บนกำแพงขาว

นี่ไม่ใช่รูปในหัวข้อที่มาถ่าย
แต่อิฉันก็ผ่านไปเฉยๆ ไม่ได้

ขอบคุณนะพี่ผึ้ง
^_^



วันอังคารที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2551

๕ ปริศนาทางเพศที่อิฉัน(เพิ่ง)รู้คำตอบ



เรื่องราวต่อไปนี้เป็นการเก็บตกมาจากเรื่อง "๔๐ ปริศนาทางเพศที่ใครๆ ก็อยากรู้คำตอบ" เขียนโดย Jena Pincott  ซึ่งเรียบเรียงขึ้นจากหนังสือ Do Gentlemen Really Prefer Blondes? (เข้าใจว่า Penthouse Thai Edition แปลมาจาก US Edition)

อิฉันอ่านแล้วสงสัยว่าว่า ๓๕ ข้อในนั้นมันเป็นปริศนาที่ "ใครๆ" ก็อยากรู้จริงหรอ ในเมื่อคำตอบมันมีแน่เป็นแช่แป้งอยู่แล้ว เช่น

-ทำไมสาวผมยาวจึงเซ็กซี่ (เอ้า ก็เพราะมันดู feminine กว่าสาวผมสั้นกุดไง)
-ทำไมรองเท้าส้นสูงจึงทำให้ผู้หญิงเซ็กซี่ขึ้น (แหม๋ ใส่ส้นสูงมันก็ต้องเซ็กซี่กว่าลากแตะคีบหรือใส่รองเท้าวิ่งอยู่แล้ว)
-ผู้ชายชอบผู้หญิงผมบลอนด์จริงหรือ (แหง๋ล่ะก็มันดูบอบบาง แล้วก็ดูเด่นด้วย ผู้ชายเค้าไม่ชอบผู้หญิงลุค ordinary หรอกย่ะ)
-ทำไมผู้ชายจำนวนมากใฝ่ฝันอยากมีองคชาตที่ใหญ่ขึ้น (ยังต้องสงสัยกันด้วยหรอ?)

อ่านจนจบแล้วจึงสรุปได้ว่า ใน ๔๐ ข้อที่เขาว่ามานั้น มีแค่ ๕ ข้อที่เป็นอิฉันนึกสงสัยมานาน
แล้วก็เลยได้คำตอบเสียที

ปริศนาข้อที่ ๒๓ ทำไมคนเราจึงเอียงศีรษะไปทางขวาเวลาจูบกัน
คำตอบ คนส่วนมากจูบเอียงขวาเพราะเรามีมอเตอร์การเคลื่อนไหวที่โน้มเอียงไปทางด้านขวา และเราไม่ได้โดดเดี่ยว เพราะสัตว์จำพวกปลาก็มีแนวโน้มที่จะว่ายไปทางขวาเวลาเผชิญหน้ากับศัตรู แม่ไก่ก็ชอบหันหัวไปทางขวาตอนที่พวกมันนอนกกไข่ หนูก็นิยมวิ่งไปทางขวา ตอนที่พยายามหนีออกมาจากเขาวงกต
(จำไม่ได้ว่าเอียงไปทางไหน ร้างลาการจูบมาประมาณ ๑ ทศวรรษแล้ว)

ปริศนาข้อที่ ๒๔ ทำไมคนเราชอบจูบแบบลิ้นพันกัน (French-kiss)
คำตอบ ความจริงการจูบแบบเฟรนช์คิสไม่เห็นจะเซ็กซี่ที่ตรงไหน การแหย่ลิ้นเข้าไปในปากของคนรัก นอกจากแลกเปลี่ยนน้ำลายกันแล้ว ยังเป็นการแพร่เชื้อแบคทีเรียไปในตัว แต่หลายคนก็บอกว่ามันให้ความรู้สึกดีมากๆ การจูบเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมในการเกี้ยวพาราสี เพื่อตัดสินศักยภาพทางร่างกายของคนรัก ว่ามีเคมีตรงกัน หรือเข้ากัีบตัวเองได้หรือไม่ ด้วยเหตุนี้ มนุษย์ ๙๐ เปอร์เซ็นต์จึงมีวัฒนธรรมของการจูบ ตอนที่คุณประกบปากกับคนรัก หรือแม้แต่สอดลิ้นเข้าไปลิ้มรสน้ำลายของเธอ เปรียบเหมือนคุณกำลังสำรวจ "ลักษณะเฉพาะทางเคมี" ของเธอ เพราะน้ำลายและเหงื่อประกอบด้วยสารฟีโรโมนส์ ซึ่งสามารถทำให้คุณตื่นตัวหรือห่อเหี่ยวได้พอๆ กัน
(....มิน่าล่ะ)

ปริศนาข้อที่ ๓๔ ความรู้สึกทางเพศของผู้หญิงจะพุ่งสูงสุดในช่วงอายุ ๓๐ จริงหรือ
คำตอบ ยากที่จะสรุปด้วยเหตุผลทางชีววิทยา ว่าทำไมผู้หญิงอายุ ๓๐ ต้นๆ จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของแรงขับทางเพศที่เข้มข้น ทั้งๆ ที่ผู้หญิงทุกช่วงอายุก็มีระดับความสำส่อน และการนอกใจไม่แพ้กัน ความเชื่อที่ว่าหญิงอายุ ๓๐ ต้นๆ เต็มไปด้วยแรงปรารถนาทางเพศและชอบกิจกรรมเข้าจังหวะบนเตียงนอน อาจเนื่องมาจากความคาดหวังทางสังคมและวัฒนธรรม บวกกับพวกเธอมีความเชื่อมั่นในเรือนร่าง เพศ และความสัมพันธ์กับคนอื่นเพิ่มมากขึ้น เธอจึงแสดงบทบาทตัวเองอย่างเต็มที่
(อิฉันก็ว่างั้นแหละ)

ปริศนาข้อที่ ๓๖ ผู้ชายกับผู้หญิงถึงจุดสุดยอดแบบเดียวกันหรือไม่
คำตอบ จุดสุดยอดของผู้หญิงโดยทั่วไปประกอบด้วยการบีบตัวเป็นจังหวะประมาณ ๓-๑๕ ครั้ง กินเวลาไม่เกิน ๑๕ วินาที แม้จะมีบางคนถึงจุดสุดยอดยาวนานถึง ๒ นาที แต่นั่นเป็นข้อยกเว้นที่เกิดขึ้นยากเต็มที ส่วนจุดสุดยอดของผู้ชายมีค่าเฉลี่ยในการบีบตัวคือ ๑๐-๑๕ ครั้ง กินเวลาประมาณ ๑๗ วินาที แต่ด้วยเหตที่ศูนย์กลางการรับภาพในสมองของผู้ชายจะตื่นตัวมากขึ้นเวลามีเพศสัมพันธ์ เป็นหลักฐานยืนยันว่า เพราะเหตุใดชายจึงแสดงออกมากกว่าหญิงระหว่างการร่วมรัก รวมทั้งวินาทีที่ถึงจุดสุดยอด ชายก็จะแสดงอารมณ์มากกว่า ถ้ามองโดยรวม ประสบการณ์การถึงจุดสุดยอดของผู้หญิงกับผู้ชายนั้นเหมือนกัน จะต่างกันก็ช่วงผ่อนคลายหลังจากนั้น ขึ้นอยู่กับความรู้สึกที่ตามมาว่าเป็นไปในเชิงลบหรือบวก
(อ่านแล้วงง ยังสงสัยอยู่ว่ามันจะไปเหมือนกันได้ไง???)

ปริศนาข้อที่ ๔๐ โดยธรรมชาติแล้ว คนเราเป็นสัตว์ผัวเดียวเมียเดียวใช่หรือไม่
คำตอบ คำตอบคือ "ใช่" และ "ไม่ใช่" ในเวลาเดียวกัน มนุษย์อยู่ในกลุ่ม ๔ เปอร์เซ็นต์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางเพศเฉพาะตัวไม่เหมือนสัตว์อื่น บางคนบอกว่าเราเป็นสัตว์ผัวเดียวเมียเดียว แต่กฎข้อนี้ค่อยๆ จางหายไปอย่างที่รู้กันอยู่ ในปัจจุบันมนุษย์แทบทุกคนใช้ชีวิตแบบผัวเดียวเมียเดียวเป็นช่วงๆ โดยมีความสัมพันธ์ทางเพศกับคู่รักหลายคนต่อเนื่องกันไปตลอดอายุขัย พูดให้ตรงเป้าคือ เราเป็นสัตว์หลายผัวหลายเมีย แต่ยังอยู่ในระดับอ่อนๆ เมื่อเทียบกับสัตว์อื่น เพราะเรายังยึดหลักศีลธรรมอย่างเคร่งครัด นักพันธุกรรมศาสตร์ค้นพบหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่า การอยู่กินกันแบบผัวเดียวเมียเดียวอย่างเคร่งครัดไม่เคยเป็นบรรทัดฐานทางสังคมของคน แต่มันกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในช่วง ๕,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ ปีก่อน ตอนที่เปลี่ยนผ่านวัฒนธรรมสู่การตั้งบ้านเรือนและสร้างชุมชนเกษตรขึ้นมาแทนการร่อนเร่และล่าสัตว์ บทสรุปของเรื่องนี้ก็คือ สำหรับผู้คนส่วนใหญ่ ชีวิตแบบผัวเดียวเมียเดียวไม่ใช่ธรรมชาติของมนุษย์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคำจำกัดความนั้นหมายถึง "การที่ต้องมีคู่นอนเพียงคนเดียวตลอดชีวิต"
(หึ หึ)

ใครจะว่าไงก็ว่ากันไปละฮะ
นี่แค่คัดมาให้อ่านกันเล่นๆ อีกตามเคย


หมายเหตุ: ภาพประกอบ copy มาจากหน้าหนึ่งในนิตยสาร Penthouse ฉบับประจำเดือนธันวาคม ๒๕๕๑
ขอบอกโดยไม่โฆษณาแฝงว่า เดือนนี้นางแบบสวยทั้ง ๓ คน


วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ฉัน = สิ่งมีชีวิตเจ้าอารมณ์



ชอบเทียบรุ่นกับสนสูงอายุ
ทรงภูมิ
และเห็นโลกมานานกว่าฉัน


พุธที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๑

วานซืนฉันมึน
เมื่อวานฉันขำ
วันนี้ฉันจิตตก
พรุ่งนี้นี้อาจจะเฉา
แล้วมะรืนคงจะวีน

ฉันเปลี่ยนไปได้ทุกวัน
ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร

และตัดสินใจไม่ถูก ว่าในความเจ้าอารมณ์
โดยเนื้อแท้แล้ว ฉันเป็นคนดีหรือเลวกันแน่


หมายเหตุ:
-วันนี้ฉันเพี้ยน