แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมเกียรติซัง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมเกียรติซัง แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ส บ ต า กั บ เ ต่ า



ไม่รู้คิดถึงแฟนหรือคิดถึงมาม่า


ศุกร์ที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๒

เคลียร์การ์ด (เผื่อจะไม่ต้องซื้อเพิ่ม) เลยไปเจอรูปเซ็ตนึงที่คิดจะเอามาฝากกันตั้งนานแล้ว
เต่าพวกนี้ไปเจอที่ตลาดคลองสวนตั้งแต่วันปีใหม่

น่าสงสารไหมล่ะ
หวังว่าเค้าใส่กะละมังไว้รอคนซื้อไปปล่อย
...ไม่ใช่ซื้อไปแกง

วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2552

ชีวิตที่มีจุดหมาย



นักธุรกิจหนุ่ม
ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

ภาพ : น้ำส้ม







วันนี้เข้าไปดูอัลบั้มนี้ http://pbaonline.multiply.com/photos/album/97/97
มีรูปนึงที่พี่เจ้าของบ้านบอกว่าถ้าได้ทำหนังสือของตัวเอง เขาจะใช้เป็นปก
..เป็นรูปการย่างก้าวของสาวในชุดกิโมโน

อิฉันโม้ให้พี่เจ้าของบล็อกฟังว่าตัวเองมีรูปเท้าคนกำลังเดินรูปนึง ชอบมากๆ ถ่ายที่สนามบินสุวรรณภูมิ

พี่เขาบอกสั้นๆ "เอามาดูบ้าง"
ก็เลยไปค้นมาให้ดูฮะ

...แถมให้อีก ๒-๓ รูปละกันนะฮะ

^_^


หมายเหตุ :
น้ำส้ม=Canon A400
คุณมาโนช=LG KG200
สมเกียรติซัง=Nikon P50

วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2552

-จินตนาการสำคัญกว่าความรู้-





เก็บตกจากวัดนาคราช
อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ (ถ้าจำไม่ผิด)
เดินเตร่สำรวจ หลังดุ่ยไปหาวัดถวายสังฆทานกับพี่ผึ้ง
สายวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๒

วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2552

ดอกชบาเกิดมาทำไม?


หล่อนช่างไม่กลัวยูวีเอยูวีบี
อินฟราเรด ฟาร์อินฟาเรดอะไรทั้งสิ้น



เสาร์ที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒



ต้นชบากับคนตาบอด - เฉลียง


วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

สมเกียรติซังกลับมาแล้ว!




พฤหัสบดีที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

หลังพบอาการพิกลเมื่อวันเสาร์
ก็เอาสมเกียรติซังไปหาหมอ (เข้าศูนย์บอรีการ) เมื่อวันอังคารที่ ๒๔
จริงๆ รับกลับได้ตั้งแต่ ๒๕ แต่ไปรัีบวันนี้
นิคส์ไทยแลนด์รายงานว่าทำำการเปลี่ยนเลนส์ชุดใหม่ให้
เนื่องว่าของเก่านั้นมันมีฝุ่น

ไฮโซเนอะ
ไม่แกะซ่อม แต่เปลี่ยนเลย

...สงสารโลก

รูปพวกนี้ลองทดสอบประสิทธิภาพของเลนส์ใหม่

ป.ล. ปัญหาคือ ไม่แน่ใจว่าควรคิิดว่ากล้องตัวนี้คือสมเกียรติซังหรือเปล่าอะสิ


ย้อนชมอาการป่วยของสมเกียรติซังได้ที่
http://mandymois.multiply.com/photos/album/485
และ
http://mandymois.multiply.com/photos/album/487

วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

เรดาร์แมว : ลางดี


พอใจแระ ได้รูปนี้เจ้พอใจแระ

ขอบคุณนะนังเหมียว
เจ้รู้สึกดีกะเช้านี้มากเลย



จันทร์ที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

คติส่วนตัวของอิฉันคือ
เช้าไหนเจอแมว แปลว่าวันนั้นจะโชคดี

เช้านี้เจอแม่นี่นอนแผ่พุงอยู่แถวๆ ตลาดอโศก
พาสมเกียรติมาด้วย

เลยได้เก็บภาพมาฝาก

ป.ล. เหมียวนี่ไม่อดอยากหรอเจ้ ก้อมันเป็นเหมียวร้านอาหารสัตว์นิฮะ

ตามหาสัจธรรมแห่งชีวิตที่ปราสาทสัจธรรม





เสาร์ที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

ไปตามหาสัจธรรมแห่งชีวิตที่ปราสาทสัจธรรมมาฮะ

ปราสาทสัจธรรม (The Sanctuary of Truth) ตั้งอยู่ที่แหลมราชเวช ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง ชลบุรี เป็นปราสาทไม้แกะสลักทั้งหลังที่สร้างด้วยภูมิปัญญาแบบไทยๆ ที่ไม่จำเป็นต้องตอกตะปูเลย (แต่อิฉันแอบเห็นแกนเหล็กกลางตัวอัปสร-อันนี้เข้าใจ ถ้าไม่มีแกนกลาง ลมริมทะเลอาจทำคุณเธอหักหล่นลงมาได้ง่ายๆ)

ว่ากันว่าปราสาทสัจธรรมเป็นปราสาทไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก (ขนาดใหญ่โตมากฮะ ๑๐๐ x ๑๐๐ x ๑๐๐ เมตร) สร้างขึ้นจากไอเดียของคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ผู้สร้างเมืองโบราณและพิพิธภัณฑ์ช้างสามเศียรที่สุมทรปราการ โดยเริ่มงานตั้งแต่ปี ๒๕๒๔ แต่ยังไม่เสร็จเสียที เพราะไม้เป็นวัสดุธรรมชาติ ไม้ที่ไม่ได้ทา ไม่ได้เคลือบย่อมผุพัง เสื่อมสลายได้ง่ายกว่าไม้ลงรักปิดทอง...เข้าใจว่าปราสาทแห่งนี้จะไม่มีวันเสร็จสมบูรณ์ด้วย

ปราสาทสัจธรรมเป็นที่ที่ไม่ควรไปเมื่อมีเวลาน้อย หรือต้องรีบไปไหนต่อ แต่ควรมีเวลาเดินชม ฟังคำบรรยาย และตั้งคำถามกับวิทยากรจนพอใจ

และเป็นหน้าที่ ที่ผู้ไปเยือนปราสาทสัจธรรมที่จะต้องค้นหาคำตอบที่เป็นสัจธรรมให้ตัวเองว่า
• คุณเล็กทุ่มเทเงินทุนสร้างปราสาทนี้ขึ้นเพื่ออะไร
• เรื่องราวในไม้แกะสลักในทุกจุดของปราสาท บอกอะไรกับเราบ้าง
• เรารู้สึกอย่างไรบ้าง กับการมาเยือนประสาทสัจธรรม
• เมื่อชมปราสาทจนทั่วแล้ว ได้คำตอบไหม ว่าเราเป็นใคร มีตำแหน่งแห่งหนตรงไหนในจักรวาล

เข้าชมปราสาทสัจธรรมได้ทุกวัน ตั้งแต่ ๘.๐๐-๑๗.๐๐ น. ได้ข่าวว่าเขาเก็บค่าเข้าชมท่านละ ๕๐๐ บาท (ไม่แน่ใจ เพราะไปคราวนี้เป็นหมู่คณะ มีคนจัดการให้)


ทะเลที่ได้แค่มอง




เสาร์ที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

ไปพัทยา
ไปทำงาน-ไม่ได้ไปเที่ยว
ก็เลยไม่ได้ลงทะเล
แต่ถ้าไปเที่ยว(เอง) ก็คงไม่ได้เห็นทะเลพัทยาในมุมนี้

แปลกเหมือนกัน
พัทยาก็ทำให้ใจเต้นได้ไม่น้อย

ป.ล. อยากเล่นเรือใบ วินด์เซิร์ฟ แล้วก็ kitesurf กะเค้ามั่ง
T.T

วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ปริศนา : ไม้ใหญ่ใกล้ทะเล




เสาร์ที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

ไปพัทยา
ระหว่างนั่งกินข้าวเที่ยงริมผา เหลือบตาไปเห็นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง
ฟอร์มสวย ท่าทางแข็งแรง และดูมีอาวุโสน่าเลื่อมใส
ทำเลริมทะเล ย่อมพบเจอแต่ลมทะเลพัดแรง เช่นวันนี้
แต่ลำต้นยังตั้งตรงน่าประทับใจ

เรียกว่าต้นอะไรไม่รู้
เดาว่าเป็นไทร

ใครรู้ ช่วยบอกหน่อยนะฮะ


ข่าวด่วน : สมเกียรติซังเป็นไรไม่รู้


รูปนี้ก็เห็น

เสาร์ที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

วันนี้ไปพัทยากับไฮโซ
ไม่รู้ใช้งานหนักไปหรือเปล่า
หรือว่าถ่ายรูปย้อนแสงเยอะไป (เหมือนดังที่ช่างวิดีิโอปากเสียคิด)
หรือว่าถ่ายรูปไม่เลือกเวลา แม้ยามลมแรง

อิฉันค้นพบรอยด่างดำๆ ในภาพ เฉพาะภาพที่ซูมสุดระยะเทเล่
ลองสังเกตดูใน ๔ ภาพนี้นะฮะ ด่างดำๆ ที่ว่าตั้งอยูตรงตำแหน่งเดียวกันทั้งหมด
ยกเว้นภาพที่ ๓ เพราะได้ทำการ rotate ตามแนวที่ถ่ายมา

เกิดไรขึ้นกะสมเกียรติซังละเนี่ย???

แล้วทำไม๊ ทำไมใครๆ ก็ช่างพร้อมใจกันกล่าวถึงนิคส์ไทยแลนด์ในทางแย่ๆ กันเสียจริง

ใครมีไรจะแนะนำเชิญเรยนะฮะ

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

places I remember : บ้านริมน้ำ






รุ่งเช้าปลายเดือนธันวาคม ๒๕๕๑
ที่บ้านริมคลองบางหลวง
เช้านั้นอากาศหนาว




วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

...สำหรับความทรงจำของวันนี้





วันอาทิตย์ที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

วันที่ควรจะไปทำบุญ อุทิศส่วนกุศลให้บุพการีผู้ล่วงลับ

แต่ก็ตื่นสาย และไม่ได้ทำอะไร
ยังดี ที่พี่ผึ้งใจดี ยอมลำบากช่วยขับรถตระเวณพาเราถ่ายรูป
(อือ ส่วนหนึ่งของงานน่ะ)

เป็นบ่ายหน้าหนาวที่โคตรร้อน แต่ร้อนจ้าอย่างดีก็ดีกว่าหน้าฝน ที่คาดเดาไม่ได้
อิฉันมีแดดดีๆ สำหรับถ่ายรูป (ต้องแลกด้วยการมีผิวสีน้ำผึ้งไหม้)
อิฉันโดนยามด่า เครียดกับการวิ่งลงไปถ่ายรูปแล้ววิ่งขึ้นมาอย่างเร็ว
พี่ผึ้งต้องมาทำอะไรเพี้ยนๆ อย่างขับส่งอิฉันลงไปถ่ายรูป แล้วก็วนรถมารับ
เราสองคนโดนมอง เพราะการกระทำประสาทๆ
ท่ามกลางเรื่องวุ่นๆ เครียดๆ ชวนเวียนหัว

่อิฉันก็ได้พบกับ one moment in time บนกำแพงขาว

นี่ไม่ใช่รูปในหัวข้อที่มาถ่าย
แต่อิฉันก็ผ่านไปเฉยๆ ไม่ได้

ขอบคุณนะพี่ผึ้ง
^_^



วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

เรื่องหมาหมา : เจอะก้านกล้วยที่แม่ริม




(สืบเนื่องจากอัลบั้มที่แล้ว)


"ก้านกล้วย" เป็นหมาโหลดเตี้ยของคุณพี่คนสวย คุณภรรยาของร้านกุ้ยช่ายพระเครื่องฮะ
ก่อนเดินถึงร้านนี้ แจ๋วเหลือบไปเห็นหมาน่อยสองตัวนอนเรี่ยราดอาบแดดลืมโลกแล้วก็แชะมาแล้ว
และได้มารู้ในภายหลังว่า เจ้านี่มีชื่อว่า "ก้านกล้วย"

ยังเด็ก ร่าเริง และแอ็คทีฟนะฮะ
เจ้าของบอกให้โชว์ก็โชว์
ทั้งเก่ง ทั้งฉลาดอย่างนี้
คาดว่าเพราะมันกินหนังกบทอดเป็นประจำนั่นเอง

ตามคุณนายไปตลาด




วันอาทิตย์ที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

วันนี้คุณนายเอ๋แพลนว่าจะทำสุกี้กินกะน้ำจิ้มสุกี้สูตรลุงสอ (บิดาของคุณนาย)
ตื่นเช้ากินกาแฟ ล้างหน้าแปรงฟัน (อาบน้ำเอาไว้ก่อน) แจ๋วจึงติดตามคุณนายไปตลาดแม่ริม
เพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรกฮะ ตลาดนี้ พบว่าสายแล้ว แต่ก็ยังมีทั้งของสดของแห้งเยอะแยะ
บางอย่างก็แปลกตา สมกับเป็นตลาดใหญ่ อยู่กึ่งเมืองกึ่งบ้านนอกนะฮะ

หมายเหตุ ย่านตลาดแม่ริมนี่ เดิ้นสุดในอำเภอแล้วนี่ฮะ เป็นศูนย์รวมของสถานที่ราชการ ไปรษณีย์ ธนาคารต่างๆ ร้านรวง ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดจิ๋ว ฯลฯ


วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

มึน-มึน เบลอ-เบลอ บนถนนคนเดิน




คืนวันอาทิตย์ที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

เอ๋ อิ๋ว ม้อย
ไปรับน้าชาที่ Planetmate ไปหาพระจันทร์ที่ Coffea Station ซอยวัดอุโมงค์
ละเราก็ไปนั่งเม้าธ์ที่สูติโอลาเต้ พี่ป๊อกกะหวานใจ (ชื่อจอยชิมิคะ?) ตามมาสมทบ
ถ่ายรูปกันให้เป็นที่เฮฮา แล้วก็ได้ฤกษ์มาเดินถนนคนเดินซ้าที

พระจันทร์กะน้าชามามองหาของแต่งร้าน
อีกสามสาวมาช็อปปิ้ง
แต่ไม่ค่อยได้อะไรทะไหร่

คนมันเย้อะะะะะะ


ไปเชียงใหม่ กินอะไรมั่ง


มื้อเที่ยงวันอาทิตย์ฮะ



๗-๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

ไปเชียงใหม่ครั้งแรกของปี
ได้กินอะไร-อะไรไปหลายประการ
ดังจะเล่าให้อิจฉา(หรือเปล่า?)กันต่อไปนี้

วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

รูปคู่ขำ-ขำ





วันอาทิตย์ที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

วันที่ไป Coffea Station ของพระจันทร์ แล้วได้ไปสตูดิโอของลาเต้
ด้วยความอนุเคราะห์ของพี่ป๊อก ทำให้มี "รูปคู่" เกิดขึ้นหลายรูป

อิ อิ

(สงสารลาเต้เนอะ)

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

Planetmate ร้านของคนสบายใจ(ที่ไม่เบียดเบียนโลก)


โดยสาวสวยกะสาวหน้าใส




Planetmate คือร้านของน้าชา

น้าชาเป็นน้าของ ด.ญ. ทะเล นั่นก็แปลว่าน้าชาเป็นน้องของเจ้แอน ซึ่งเป็นแม่ของ ด.ญ. ทะเล และเป็น ม ของพี่เทพ ซึ่งกะลังจะกลายเป็นช่างภาพตุ้ยนุ้ยไปในไม่ช้า

น้าชาจากกรุงเทพฯ มาเพื่อมาเปิดร้านขายผลิตภัณฑ์แนวธรรมชาติ มีทั้งที่ใช้กับใบหน้า ผิวกาย และรับประทาน
ที่ว่าเป็นผลิตภัณฑ์แนวธรรมชาตินี่ คือแนวรักธรรมชาตินะฮะ หาใช่แนวย่ำยีหรือเบียดเบียนทำร้ายธรรมชาติไม่

ของที่น้าชาเลือกสรรมาขาย ส่วนหนึ่งจะเป็นผลิตภัณฑ์์จากพืชอินทรีย์ หรือออร์แกนิก แบบที่มาดอนน่าเลือกใช้อะฮะ

พืชอินทรีย์มันดีตรงที่เราใช้ได้สบายใจ ไม่ต้องกลัวสารพิษตกค้างจากกระบวนการปลูก นอกจากนี้ยังช่วยให้เราสบายใจ ที่เราไม่เบียดเบียนดิน เพราะดินที่ใช้ปลูกพืชอินทรีย์นี่ เค้าจะไม่โดนทำลายโดยสารเคมีอันตราย จึงทำการเพาะปลูกได้ผลต่อไปได้อีกนานเท่านาน ถ้าหากยังมีการบำรุงดินผืนนั้นอย่างดีอยู่ ถ้าเราปลูกพืชด้วยวิธีนี้กันมากๆ ก็น่าจะพอเหลือผืนดินดีๆ ไว้ให้รุ่น ด.ญ. ทะเลและลูกหลานได้ใช้ด้วย

ก็เลยอยากจะชวนกันมาใช้ผลิตภัณฑ์จากพืชอินทรีย์น่ะฮะ




Planetmate ตั้งอยู่ที่ เซน บ้านชาและกาแฟ ริมถนนศิริมังคลาจารย์
หรือท้ายซอยนิมมานฯ 5 และ 7
เยี่ยมชมและให้กำลังใจน้าชาได้ที่ teathink.multiply.com ฮะ

รูปลับ-แอบถ่ายสาวโต๊ะเดียวกัน





เจอสาวคนนี้ในงานแต่งเพื่อนฮะ

นั่งคนละฟากโต๊ะกับสาวคนนี้
เห็นปากน้อยๆ ขยับแหม็บๆ
กินมั่ง เม้าธ์มั่ง ออกจาน่าเอ็นดู

เลยแอบใช้ดิจิตอลซูมเก็บภาพน่าเอ็นดูของเธอมาฝากกัน


แถมท้ายสำหรับใครที่สงสัยว่าเธอคนนี้ใช้อะไร สูงวัยขนาดนี้แล้วหน้ายังใส
มีเฉลยในอัลบั้มต่อไปนะฮะ

วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ชมพูพันธุ์ทิพย์




ที่โรงเรียนทวีธาภิเษก 2



ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tabebuia rosea (Bertol.) DC.
ชื่อวงศ์ : Bignoniaceae
ชื่อสามัญ : Pind tecoma, Pink trumpet tree,
Rosy trumpet-tree
ชื่อพื้นเมือง : ชมพูอินเดีย ตาเบบูยา ธรรมบูชา
ชนิดพืช [Plant Type] : ไม้ต้น
ขนาด [Size] : สูง 15-25 เมตร
สีดอก [Flower Color] : สีชมพูอ่อน ชมพูสด ขาว
ฤดูที่ดอกบาน [Bloom Tiem] : ก.พ.-เม.ย.
อัตราการเจริญเติบโต [Growth Rate] : โตเร็ว
ลักษณะนิสัย [Habitat] : ขึ้นได้ในดินทั่วไป
ความชื้น [Moisture] : ปานกลาง
แสง [Light] : แดดเต็มวัน


ลักษณะทั่วไป (Characteristic) : ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบ เรือนยอดรูปไข่หรือทรงกลม แผ่กว้าง
เป็นชั้นๆ เปลือกต้นเรียบสีเทาหรือสีน้ำตาล เมื่ออายุมากเปลือกแตกเป็นร่อง กิ่งเปราะหักง่าย
ใบ (Foliage) : ใบประกอบรูปนิ้วมือ ใบย่อย 5 ใบ ก้านใบรวมยาว 5-30 เซนติเมตร ก้านใบย่อยยาว 0.5-2.5 เซนติเมตร ใบรูปขอบขนานหรือรูปไข่แกมรูปรี กว้าง 3-7 เซนติเมตร ยาว 7.5-16 เซนติเมตร ปลายใบแหลม
หรือเรียวแหลม โคนใบมนหรือสอบ ขอบใบเรียบ แผ่นใบหนาสีเขียวเข้ม
ดอก (Flower) : สีชมพูอ่อน ชมพูสดและขาว กลางดอกสีเหลือง ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกที่ปลายกิ่ง มีดอก-
ย่อยจำนวนมาก โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดปลายแยกเป็น 5 แฉก คล้ายรูปแตร ยาว 5-7 เซนติเมตร มักบาน พร้อมกัน ร่วงง่าย ดอกบานเต็มที่กว้าง 5-8 เซนติเมตร
ผล (Fruit) : ผลแห้งแตก เป็นฝักกลม ยาว 15-30 เซนติเมตร เมื่อแก่แตกเป็น 2 ซีก เมล็ดแบน สีน้ำตาล มีปีก
การใช้งานด้านภูมิทัศน์ (Landscape Used) : ทรงพุ่มสวย ดอกสวยมีสีสัน ให้ร่มเงา ปลูกริมถนน ลานจอดรถ
ปลูกเป็นกลุ่มในสนามโล่ง ทนน้ำท่วมชัง แต่กิ่งเปราะไม่เหมาะปลูกใกล้สนามเด็กเล่น ดอกร่วงมาก
ประโยชน์ : -(.......ทำไมไม่มีประโยชน์???)