แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เหงา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เหงา แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Air Doll: ความงามของการมีชีวิต


Rating:★★★★
Category:Movies
Genre: Drama


ดู Air Doll (2009) แล้วก็ต้องเห็นความเหงา เป็นความเหงาของคนไม่มีตัวตนในสายตาคนอื่น ความเหงาแบบที่ ฮิโรคาซึ โคเรเอดะ ผู้กำกับ Nobody Knows (2004) ถนัด และยังสร้างสรรค์ Air Doll ออกมาในอารมณ์นั้น คือ เหงา สวย และหนาว เพียงแต่ดูหนังเรื่องนี้แล้วน้ำตาไม่ไหลเท่านั้นเอง

เรื่องเริ่มที่ชีวิตรูทีนของชายญี่ปุ่นสามัญคนหนึ่งในโตเกียว ผู้มีภาระใหญ่ในการพิสูจน์คุณค่าและการมีตัวตนผ่านการทำงานเช่นเดียวกับคนอื่นๆ คือตื่นเช้าก็ต้องรีบไปทำงาน ตกดึกก็ซมซานกลับบ้าน ด้วยความเหงา ก็เลยสั่งซื้อตุ๊กตายางเป่าลมรุ่นใหม่ ราคาถูก (ไม่ถึง 6,000 เยน) มาเป็นเพื่อนหนึ่งตัว

ไม่รู้แน่ชัดว่าพวกผู้ชายเขาซื้อตุ๊กตาเป่าลมไปทำไม (จริงๆ อาจมีผู้หญิงซื้อไปบ้างก็ได้) แต่สำหรับชายคนนี้ เขาไม่ได้ซื้อไปเพื่อปลดเปลื้องความต้องการทางเพศอย่างเดียว ตุ๊กตาโนโซมิเป็นเหมือนคนรักที่อยู่ร่วมบ้านกับเขา เขาทั้งพูดคุยกับเธอ บอกรัก ชี้ให้ดูดาว ชมว่าสวย อาบน้ำและแช่น้ำร้อนด้วยกัน ซื้อแชมพูดีๆ มาสระผมให้ นอนหนุนตักในบางที และแน่นอนที่สุด เขาเมคเลิฟและหลับไปเคียงข้างเธอ

ฉันเห็นชายคนนี้พูดคุยอย่างอ่อนหวานกับโนโซมิในฉากหนึ่งแล้วก็มาเห็นเด็กผู้หญิงอุ้มตุ๊กตาเด็กน้อยที่สามารถร้อง “หม่าม๊า-หม่าม๊า” (สำเนียงญี่ปุ่นร้องว่า มามา-มามา) ติดมือในฉากต่อๆ มา ฉันก็ร้องอยู่ในใจว่า ‘เฮ้ย เหมือนกันเลยนี่หว่า’ ...หรือว่าจริงๆ แล้วคนเรามีตุ๊กตา ไม่ว่าจะรูปคนหรือรูปสัตว์ เป็นโดราเอม่อน หมีเท็ดดี้ บาร์บี้ บลายธ์ หรือตุ๊กตาจำลองรูปหญิงสาว ไว้เป็นเพื่อนสำหรับพูดคุยด้วย เพื่อนที่เราจะพูดแม้เรื่องเร้นลับและน่าอายให้ฟังโดยไม่ต้องกังวลว่าจะโดนหักหลัง โดยไม่ต้องกลัวเพื่อนหันหลังใส่เพราะไม่อยากฟัง หรือไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญ

สำหรับชายคนนี้แล้ว ตุ๊กตาของเขายังมีสิ่งพิเศษมากๆ โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว เพราะตุ๊กตาของเขา “ค้นพบหัวใจ” ของตัวเอง

โนโซมิ (แบ ดูนา) ลุกขึ้นจากเตียงในหนึ่งเช้าหลังฝน กลายร่างเป็นเด็กสาว ใส ตากลม เดินไปมาบนขาคู่ยาวเรียวในท่วงท่าอ้อนแอ้น ไม่ถนัดถนี่ ดูบอบบางน่ารัก แถมยังไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราว ไม่ค่อยเข้าใจคำศัพท์และสำนวน ออกจะดูเหมือนหลุดมาจากการ์ตูนมากกว่าเป็นคนจริงๆ (ก็นี่มันเอเลี่ยนชัดๆ) แต่คนทั่วไปในละแวกนั้นกลับไม่เห็นเป็นเรื่องผิดปกติ อย่างน้อยท่าทางการเดินแบบไม่ถนัด พูดอ้อแอ้ ตากลมโตที่เบิ่งกว้างเหมือนสนใจและตื่นเต้นตลอดเวลา กับชุดสาวใช้กระโปรงสั้นฟูฟ่องก็ล้วนไม่ใช่ของแปลกสำหรับเด็กสาวญี่ปุ่นล่ะ

ถ้าไม่แน่ใจว่าการมีหัวใจนั้น ดี และไม่ดีอย่างไร ต้องไปถามโนโซมิ เพราะเมื่อเริ่มค้นพบหัวใจ เธอก็เริ่มเรียนรู้จักชีวิตและโลก เริ่มมีใจให้ชายหนุ่ม โกหกเป็นโดยอัตโนมัติ และเจ็บปวด เธอรำพึงในตอนหนึ่งว่า “การมีหัวใจทำให้อกหักได้”

โนโซมิเริ่มทำความรู้จักกับการมีชีวิตพร้อมกับๆ เป็น “ตุ๊กตาเป่าลม-สิ่งทดแทนความต้องการทางเพศ” ไปด้วย เราได้เห็นทั้งความอ่อนโยนและความกักขฬะที่คนกระทำต่อโนโซมิ ได้ปวดร้าวไปกับความรู้สึกของโนโซมิเมื่อรู้ว่าชีวิตนั้นจีรังยั่งยืน แถมยัง “กลวง” ว่างโหวงชนิดไม่สามารถเติมเต็มได้ด้วยตัวเอง

ยิ่งไปกว่านั้น คน สามารถเติมเต็มให้ตุ๊กตาได้ ด้วยการเป่าลม แต่ตุ๊กตาไม่มีโอกาสเติมเต็มให้คนได้เลย โดยเฉพาะถ้าคนคนนั้นมีตุ๊กตาตัวเดียวไม่พอ (ฮ า)


น่าขอบคุณที่โนโซมิพาเราไประลึกถึงแง่งามของการมีชีวิตซึ่งเราเองได้หลงลืมไปนานแล้ว แต่น่าสงสารที่การค้นพบหัวใจไม่อาจเปลี่ยนโนโซมิให้กลายเป็นคนได้จริงๆ หนังเรื่องนี้จึงต้องจบอย่างเศร้าแสน

ตุ๊กตาตัวหนึ่งพาตัวเองมาทิ้ง เพราะไม่อยากมีชีวิตอีกต่อกับ กับตุ๊กตาอีกตัวที่เจ้าของไม่ต้องการแล้ว จึงนำมาแลกกับแหวนในนิ้วของตุ๊กตาตัวแรก

ตุ๊กตาสวมกอดตุ๊กตาในกองขยะ เป็นฉากสุดท้ายที่สวย แต่เศร้า และเหงาจัง




บันทึก
• เป็นหนังที่เหงา แต่ไม่ทำให้เศร้าเกินไป ฉันดูแล้วรู้สึกรักชีวิต
• มีความรู้สึกว่าไดอาล็อกหนังเรื่องนี้เล่าเรื่องเยอะกว่า Nobody Knows เรื่องนั้นใช้ภาพเยอะกว่าคำ
• ไม่น่าเชื่อว่าหนังเรื่อง Hana (2006) ก็เป็นผลงานกำกับของ ฮิโรคาซึ โคเรเอดะ (ฉันเพิ่งรู้เมื่อมาดูข้อมูลก่อนจะเขียน) ฉันได้แผ่นมาโดยบังเอิญ เปิดดูหลายหนแล้วแต่ไม่คิดเลยว่าเป็นหนังที่เขากำกับ แถมยังเขียนเรื่องเองซะด้วย กลับไปดูอีกหนดีกว่า (http://www.imdb.com/title/tt0464038/)
• ตุ๊กตาสาวในหนังเรื่องนี้ไม่ใช่ตุ๊กตายาง (จริงๆ แล้วตุ๊กตายางเป็นไงก็ไม่เคยเห็นหรอกนะ) แต่เป็นตุ๊กตาเป่าลม เหมือนกับชื่อ Air Doll และ KUKI NINGYO ที่เป็นชื่อหนังในภาษาญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม จากการดูหนังเรื่องนี้ทำให้รู้ว่า ตุ๊กตาแบบนี้เขาใช้งานกันอย่างไร อิ อิ
• ในบรรดาหลายชีวิตในหนังเรื่องนี้ ฉันสงสารคุณตาที่สุด ไม่อยากอยู่จนเป็นอย่างคุณตาเลย ตาบอกโนโซมิว่า “ฉันเกลียดหมา เพราะพวกมันโตเร็ว เลี้ยงหมามีแต่ทำให้เหงา”
• ฉันเชื่อว่าที่ผู้กำกับบรรจงเลือกนักแสดงสาวชาวเกาหลีมาเล่นเป็นตุ๊กตาเป่าลมหัดเดิน หัดพูดเหมือนคน (ญี่ปุ่น) เพราะอยากให้เธอดูเป็นเอเลี่ยนจริงๆ ซึ่งเธอก็ทำได้ดีจริงๆ นะ
• รู้ไหมว่า แบดูนา ตอนเล่นเป็นโนโซมิเนี่ย อายุ 30 นะจ๊ะ (ใช้โรจูคิสหรือป่าวน้อง?)
• ตอนถ่ายหนังน่าจะเป็นปลายหนาวหรือต้นใบไม้ผลิ (ที่ไม่เห็นมีดอกไม้บานเลย) แต่โนโซมิต้องทั้งเปลือย ทั้งใส่เสื้อผ้าแบบตุ๊กตาที่ไม่รู้จักหนาว อึดแท้ๆ
• อ่านนี่ แล้วฉันรู้สึกว่าเธอโปรจริงๆ >>นักแสดงสาวยืนยันว่า เธอเต็มใจกับการแสดงฉากดังกล่าว เพราะเชื่อมั่นในฝีมือผู้กำกับ นอกจากนั้นมันยังจำเป็นกับเรื่องราว โดยเฉพาะกับตัวละครที่เธอสวมบทบาท ตุ๊กยางซึ่งกลายร่างเป็นมนุษย์ “ทำยังเวลารู้สึกอายที่ต้องถ่ายหนังในฉากเปลือยเหรอค่ะ?” แบดูนา กล่าวถึงคำถามที่หลายๆ คนสงสัย “ฉันพยายามทำงานให้หนักที่สุด เพื่อพิสูจน์ว่านักแสดงหญิงชาวเกาหลีใต้มีความเป็นมืออาชีพค่ะ เวลาทำงานที่ญี่ปุ่นแม้จะรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง แต่ฉันเองก็รู้สึกกระตือรือร้นมากขึ้นกว่าตอนอยู่ที่เกาหลี”
• ใช่ หนังเรื่องนี้แบดูนาลงทุนเปลือยหลายฉาก แต่ฉันว่าเป็นฉากเปลือยที่ไม่เร้าอารมณ์ฝ่ายต่ำ แต่กลับดูแล้วรู้สึกถึงความ “สวยงาม” ใช่เลย “ความ คิ-เร-อิ ของชีวิต” ขอบคุณแบดูนาที่ให้โอกาสฉันได้เห็นความสวยงามของเรือนร่างสตรีอีกครั้ง ก่อนจะลืมมันไปตลอดกาล (ฮ า)
• ใครจำได้บ้างว่าตัวละครอะไรใน The Wizard of Oz ที่ร่วมเดินทางไปด้วยเพราะต้องการหาหัวใจ



วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2552

เย็นวันฝนไม่ตก



Love is the dawn of marriage,
and marriage is the sunset of love

(ฮา)





อาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2552

บนชานชาลา
สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส พร้อมพงษ์



วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2552

กลับบ้านคนเเดียว (๒)






อาทิตย์ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒
PG168 พาถึงสนามบินสุวรรณภูมิเวลาหกโมงกว่าๆ
จากฟ้าแจ่มสว่างไสวของสมุย มาเจอฟ้าสีฟ้าประดิษฐ์ที่นี่
เหงานิดๆ แต่ก็ดีใจ ที่ได้กลับบ้าน

ดีใจเหมือนตอนบางกอกแอร์ลดเพดานบินแล้วกัปตันเปิดเพลงยุค '70s
เพลง 'แนว' ของสายการบินเขาล่ะ

วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2552

ชีวิตที่มีจุดหมาย



นักธุรกิจหนุ่ม
ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

ภาพ : น้ำส้ม







วันนี้เข้าไปดูอัลบั้มนี้ http://pbaonline.multiply.com/photos/album/97/97
มีรูปนึงที่พี่เจ้าของบ้านบอกว่าถ้าได้ทำหนังสือของตัวเอง เขาจะใช้เป็นปก
..เป็นรูปการย่างก้าวของสาวในชุดกิโมโน

อิฉันโม้ให้พี่เจ้าของบล็อกฟังว่าตัวเองมีรูปเท้าคนกำลังเดินรูปนึง ชอบมากๆ ถ่ายที่สนามบินสุวรรณภูมิ

พี่เขาบอกสั้นๆ "เอามาดูบ้าง"
ก็เลยไปค้นมาให้ดูฮะ

...แถมให้อีก ๒-๓ รูปละกันนะฮะ

^_^


หมายเหตุ :
น้ำส้ม=Canon A400
คุณมาโนช=LG KG200
สมเกียรติซัง=Nikon P50