แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บ้านทะเล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บ้านทะเล แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

วันจันทร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2553

ท ะ เ ล ที่ รั ก : 40 ยังไหว



แต่เป็นเด็กหญิงข้างหน้าคนนี้ตะหาก

ไข้สูง 39-40 องศาซี แต่เด็กคนนี้ยังไหว

แม่พาไปแอดมิดเพราะเธอมีอาการไข้ (สูง) จากไวรัสเพื่อนเก่าอีกแล้วน่ะซี

(เรื่องป่วย รอแม่มาเล่านะจ๊ะ)


อาทิตย์ที่ 4 เมษายน 2553

วันนี้ขอเสนอตอน เด็กหญิงทะเลจอมอึด

วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2553

ท ะ เ ล ที่ รั ก : ฮู-เล-ฮูป




(โปรดสังเกตพุงกลมกลม)



วันจันทร์ที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๓


อีกโชว์ของเด็กหญิงทะเล
แม้มีพุง เธอยังสามารถเหวี่ยงฮูล่าฮูปสองวงพร้อมกัน
และนานที่สุดในบ้าน

..ที่จริง เธอเป็นคนเดียวในบ้านที่เหวี่ยงฮูลาฮูปได้ด้วยซ้ำ อิ อิ




(ขออำภัยที่ไม่ได้ถ่ายคลิป เนื่องจากเมมโมรี่เหลือไม่เพียงพอ)

ท ะ เ ล ที่ รั ก : Morning Walk with Talay




โปรดสังเกตตาที่ยังตุบและคราบขาวสองมุมปาก

ยังไม่ตื่นเต็มตัวทะเลก็พร้อมยิ้มแล้ว






จันทร์ที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๓

วันนี้ม้าน้อยตื่นเช้ากว่าทะเล เย้!

วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2553

ท ะ เ ล ที่ รั ก : แม่ค้าหน้าเป็น



เล่นกับเด็กต้องมีจินตนาการพริ้งพรายหน่อย ถึงจะสนุกนะคะ





จันทร์ที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๓

ตอนนี้ทะเลเค้าฮิตเล่นเปิดร้าน
ตอนม้าน้อยมาถึง กำลังเปิดธนาคาร แต่พอได้ของเล่นชุดใหม่จากน้าแมว เธอก็เปิดร้านใหม่ เก็บธนาคารไว้ก่อน

ม้าน้อยไปหาทะเลวันอาทิตย์ที่ ๒๘ มีนาคม ไปถึงก่อน แล้วน้าแมวก็ตามมา (ทันเวลากินเชียว) ก่อนมา น้าแมวสั่งให้ม้าน้อยเอาของเล่นที่ซื้อจากตลาดท่าน้ำนนท์ในวันก่อนหน้านั้นไปด้วย
เพราะถ้าให้น้าแมวเอาไปเอง มีสิทธิ์ลืม

ไม่ได้โม้นะ แต่ม้าน้อยแนะนำให้น้าแมวซื้อของเล่นพวกนี้มาฝากเลเองแหละ
คิดว่าเลต้องชอบมากๆ ปรากฏว่าทะเลชอบมากๆ จริงๆ

น้าแมวเค้าเลยได้หน้าไปกระบุงโกย

วันอังคารที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2553

ท ะ เ ล ที่ รั ก : เรียกเสียงกรี๊ด






จันทร์ที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๓


พักหลังนี้แม่ทะเลงานยุ่ง พ่อทะเลก็งานเยอะ
ไม่มีเวลาอัพรูปทะเลบ่อยเหมือนก่อน
พี่ป้าน้าอาคงคิดถึงทะเลกันแย่สินะ

ม้าน้อยไปค้างบ้านทะเลเมื่อคืนวันมาฆะ
เช้ารุ่งขึ้นยังได้เล่นกับเลพักใหญ่
ถ่ายรูปนิดหน่อย ติดไม้ติดมือมาฝากคนคิดถึงเด็กหญิงทะเล
(กำลังจะเป็นพี่ ป.๑ แล้วนะค๊า)

อยากได้ยินเสียงกรี๊ดของใครบางคนจัง



(ไม่ได้ยินนานแล้ว)


หมายเหตุ
-ขอบคุณ Lucille
-และขอบคุณตัวเอง ที่กดชัตเตอร์ทัน+ใจเย็นพอจะรอช็อตใหม่

วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

อาหารแมว : แซนด์วิชบ้านทะเล




แบรนด์แอมบาสซาเดอร์เกือบอดใจโพสท่าไม่ไหว

เพราะว่าเธอเห็นแซนด์วิชแล้วอยากกินมากกกกก



อาทิตย์ที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

ก่อนม้าน้อยจะค้างคืนที่บ้านทะเล น้าแมวเดินทางมากินข้าวเย็นบ้านทะเลด้วยกัน แล้วพากันไปเวียนเทียนวันมาฆะ ที่วัดราชสิทธิ
น้าแมวลากลับบ้านอันไกลโพ้นไปตอนสามทุ่ม

วันรุ่งขึ้นม้าน้อยตื่นมาเล่นกะเล กินข้าวเช้าอิ่ม และเล่นกะเลอีกรอบแล้วจะลากลับไปทำงานฝิ่น พร้อมเป้ใบใหญ่ที่มายืมแม่แอน
แม่แอนใจดี รู้ว่าม้าน้อยจะแวะมาหาแมวก่อนไปซื้อหนังสือทำงาน ก็เข้าครัวไปทำแซนด์วิชชิ้นใหญ่เป้งฝากมา ๑ ชิ้น

ก่อนออกจากบ้าน ม้าน้อยแบ่งแซนด์วิชอีกชิ้นกินกับเลเป็นที่หนุกหนาน
บ้านทะเลเนี่ย ถ้าอยู่นาน สงสัยจะอ้วนนนนนนนน กว่านี้แน่นอน

วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เดียว

Rating:★★★★
Category:Books
Genre: Literature & Fiction
Author:งามพรรณ เวชชาชีวะ

วันก่อนได้ยิน (จริงๆ คืออ่าน) เจ้แอน-แม่ทะเล เม้นท์ว่า ‘เข้าใจหัวอกคนเป็นแม่’ ไว้ในโน้ตที่ฉันเปรยไว้ว่าจะกลับไปอยู่บ้าน ..ก็ไม่รู้เพราะความเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่หรืออีกเปล่า เจ้ถึงได้ให้ (ด้วยความพิศวาส) หนังสือเล่มนี้กับฉัน (และฉันก็จะให้-ด้วยความพิศวาส-ต่อไปยังน้องรักอีกคน)

นิยายเรื่องนี้อ่านง่าย อ่านลื่น อ่านเพลิน ตามสไตล์ งามพรรณ เวชชาชีวะ ผู้ไม่จำเป็นต้องไซโคคนอ่านด้วยศัพท์ซับซ้อน สำนวนสวิงสวาย วางโครงเรื่องวกวน หวือหวา เพียงเพื่อจะทำให้คนอ่านรับรู้ว่านี่ว่านี่เป็นเรื่องซีเรียสนะจ๊ะ ซีเรียสจริงๆ จ้ะ ..เธอแค่ค่อยๆ เล่าไปเรื่อยๆ ค่อยๆ นำพาเราสู่ความเข้าใจกับเรื่องราวทีละนิด แล้วค่อยไปกดดันเราให้ซีเรียสในจังหวะที่เหมาะ จนในที่สุด เราก็เข้าใกล้ความ ‘เข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อแม่’ ไปกับเรื่องราวของเธอได้

“เดียว” เกิดจากการหายไปของน้องเดียว ลูกคนเดียว ที่เป็นดังแก้วตาดวงใจของคนเป็นพ่อแม่ (เรื่องนี้ฉันยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ เพราะที่บ้านก็มีกันตั้งสามพี่น้อง ลูกของตัวเองก็ยังไม่มีโอกาสจะมี) หายในที่นี้ คือโดนลากตัวขึ้นรถตู้นิรนามที่บึ่งหนีไปต่อหน้าต่อตาคนเป็นพ่อ..บาดใจกันขนาดนั้น

เรื่องเกิดขึ้นสิบกว่าปีก่อน ยุคที่อินเทอร์เน็ตและมือถือยังไม่แพร่หลายอย่างนี้ อาศัยแค่กำลังติดตามของตำรวจจึงไม่อาจพาเด็กชายกลับมาสู่อ้อมอกของพ่อแม่ได้

ลูกที่เฝ้าเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอม ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม จะไปตกระกำลำบากอย่างไร ถูกให้ทำงานที่แย่ สกปรก และเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน จะถูกเขาหักแขนหักขา ควักลูกตาแล้วไปนั่งขอทาน พาไปค้าประเวณี ขนยาเสพติด ไปลักขโมย ฉกชิงวิ่งราว หรือถูกผ่าท้องเอาตับไตมาขาย พ่อแม่ไม่มีทางรู้

ความรู้สึกของคนเป็นพ่อเป็นแม่คงเหมือนใจจะขาด

ที่จริงข่าวแก๊งค์ลักเด็กเอย ฟอร์เวิร์ดอีเมล์ขอความช่วยเหลือตามเด็กหายเอย ข่าวแบบนี้มีมาเรื่อยๆ จนเราชินหู และคงไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไรนัก ถ้าเด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกเต้า หลาน หรือญาติพี่น้องของเรา อ่านจบแล้วฉันเองก็เพิ่งตระหนักนะ ว่า การค้ามนุษย์เป็นปัญหายิ่งใหญ่เหลือเกิน ใหญ่เกินกว่ากำลังของคนเป็นพ่อแม่ ตำรวจ และมูลนิธิช่วยเหลือ

ฉัน ในฐานะเพื่อนร่วมโลกของพ่อ แม่ และลูก ครอบครัวผู้เคราะห์ร้าย ควรมีบทบาทอย่างไรในยามที่ประสบฉากหนึ่งในกระบวนการค้ามนุษย์ เวลาเห็นเด็กชายตัวผอม หน้าหม่น ผิวกร้าน ใส่ชุดนักเรียนสกปรกมอมแมม ถือกล่องบุบบี้ยืนอยู่ตรงตีนสะพานลงจากสถานีรถไฟฟ้า ปากพร่ำพูดแต่ตาไม่สบกับใคร ร้องขอแค่เงินสนับสนุนการศึกษา เวลาเด็กชายพาน้องสาวตัวเล็กมาขายดอกกุหลาบเหี่ยวๆ ในร้านอาหาร เวลาเห็นผู้หญิงนั่งขอทานอยู่บนพื้น ในตักมีเด็กวัยกำลังกินนมนอนหลับคอพับคออ่อนอยู่

ให้ หรือไม่ให้?
หรือควรจะทำยังไงต่อ?
มีอะไรที่เราช่วยได้มากกว่าส่งฟอร์เวิร์ดอีเมล์ไหม?



บันทึก:
• ข้อมูลที่ทำให้สะเทือนใจมากๆ ที่ได้รู้จากนิยายเรื่องนี้คือ วิธีที่เขาทำให้เด็กๆ ไม่กล้ากลับมาหาพ่อแม่ แม้จะจำได้ว่าบ้านอยู่ที่ไหน และเบอร์โทรศัพท์เบอร์อะไร
• การผูกเรื่องของนิยายเรื่องนี้ไม่ถึงกับเนียนเป็นเนื้อเดียวแบบถุงน่องเนื้อดีหรอก แต่ฉันว่างามพรรณประณีตมาก เธอวางแผนเขียนได้แยบยล และลุ่มลึก ฉันเชื่อเธอใช้เวลากับมันนานพอดู (อ่านงานแบบนี้แล้วรู้สึกอยากจะขอบคุณนักเขียนนะ)
• ฉันคิดว่า คนอยากจะเป็นนักเขียนนิยาย อย่างน้อยต้องทำได้อย่างนี้ ถ้าได้ไม่ถึงครึ่งของงานแบบนี้ สำนักพิมพ์โปรดอย่าพิมพ์ให้เปลืองกระดาษ สำนักพิมพ์ที่ไม่คัดสรรงานมาแบบสั่วๆ ก็ไม่น่านับถือในสายตานักอ่านอย่างฉัน
• งามพรรณจบได้เจ็บปวดมาก (ผิดคาด)
• ไม่ค่อยได้อ่านนิยายไทยเขียนใหม่ๆ มากนัก แต่ฉันว่า นิยายอย่าง ‘เดียว’ เนี่ย ไม่เสียเวลาอ่านเลย
• อ่านท่อนท้ายในรถไฟขากลับ เผลอน้ำตาไหลโดยไม่ตั้งตัว หวังว่าจะไม่มีคนสนใจ
• (ถึงมีคนสนใจก็ใช่ว่าฉันจะแคร์นี่นะ)
• สุดท้ายนี้ขอจบด้วยคำขอบคุณเจ้แอน ผู้เมตตา แล้วก็มอบของดีๆ ให้ม้าน้อยมาตลอด






วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2553

ของเล่นของเด็กหญิงทะเล






ศุกร์ที่ 22 มกราคม 2553

เพราะว่าพี่ประถมมีกีฬาสี น้องอนุบาลได้หยุดโรงเรียน
แม่แอนจึงพาเด็กหญิงทะเลมาสวัสดีนายฉัน
(แบบว่าแม่แอนเคยมีนายคนเดียวกัน แต่พอคลอดทะเลแล้วเธอก็ชิ่งหนีไป)

เด็กคนนี้ก็เลยมาปรากฏโฉมให้พี่ป้าน้าอาวี๊ดว้ายกระตู้วู้ว่า
โตแล้ว-เป็นสาวแล้ว-ขาวเหมือนใคร-อยู่ ป. อะไรแล้ว-ต๊าย อนุบาล 3 เองหรอ-
มากอดหน่อย-หอมที-สวยจัง ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ

ก็แหง๋ล่ะ ใครๆ ก็มีรูปทะเลตอน 2 ขวบ ตอนหน้าอ้วนกลม ประแป้งขาว ผูกแกละสองข้างติดที่โต๊ะ เพราะพี่หนุ่มปริ๊นต์สีมาแจกให้ทุกโต๊ะ แล้วตอนนี้เปลี่ยนไปขนาดนี้ ที่เห็นกันมาตั้งแต่ยังอ้วนกลม เดินเตาะแตะ ใครมั่งจะไม่แปลกใจ

ทะเลอยากกินราเมง เราสามคนเลยต้องเดินกันไกล๊ไกล ไปตลาดหลังแกรมมี่ก็แล้ว แล้วก็พากันเดินย้อนไปทางปากซอยประสานมิตร ไปหยุดที่ร้านโตไก (คราวหลังขออนุญาตพาไปกินราเมงร้านแจ่มกว่านี้นะเจ้ แต่ต้องลงสถานีพร้อมพงษ์)

ขากลับ เด็กหญิงทะเล ผู้ไม่ประสบความสำเร็จในการขอให้แม่ซื้อของเล่นที่ตลาดนัดให้
เธอยืนกรานอยากได้ของเหล่านี้
ด้วยความเป็นแม่ เจ้แอนก็ได้โอนอ่อนผ่อนตามให้ตามสมควร

วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ความคิดถึงเดินทางมา : โปสการ์ดเรียกยิ้ม




วาดรูปได้นิดหน่อย
แต่เขียนตัวหนังสือน่ารักดี

การ์ตูนตัวนี้ดูมีจริตจก้านน้อยกว่าตัวตะกี๊้

ลายเส้นเลหนักแน่นมากเลยนะ

แล้วยัยผมหยิกที่อยู่ในการ์ดนี่คือม้าน้อยชิมะ?




อังคารที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๒

กลับบ้านดึก วันนี้อย่างเหนื่อย
แต่พอเปิดตู้จดหมายแล้วยิ้มออก

ขอบคุณเด็กหญิงทะเลและลุงป๊อก (ของเด็กหญิงทะเล)


ขอบคุณที่ทำให้ลืมว่าวันนี้เหนื่อยค่ะ

วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ท ะ เ ล ที่ รั ก : เลโชว์




แล้วก็...ฮึ้บ!




ให้ทายว่าทะเลทำอะไร
อยู่หน้าร้านหลุย วิตตอง


ท ะ เ ล ที่ รั ก : เด็กชอบกินอุด้ง





วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๒

ม้าน้อยมีนัดกับแม่แอนจะพาเด็กหญิงทะเลไปกินอุด้งที่ ดงดง
ซึ่งอยู่ใกล้สถานีบีทีเอสพร้อมพงษ์ ก็แถวที่ทำงานม้าน้อยอะแหละ

ก่อนไปแอบเครียดเล็กน้อยเพราะต้องทำการขอหัวหน้าออกไปกินข้าวเที่ยงนานๆ
แต่ก็ทำเนียนหนีออกมาได้


โอโคโนมิ ยากิ กับอุด้งของดงดงอร่อยเหมือนเดิม (ไม่ชื่่อผู้ใหญ่ให้ถามเด็ก)
แต่ให้ตายเหอะ มากินร้านนี้ทีไรหัวเหม็นได้สุดๆ

คราวหน้าต้องเตรียมผ้ามาโพกหัวโดยเฉพาะ


วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ท ะ เ ล ที่ รั ก : ฮาเฮกับเด็กหญิงทะเล



083-6150443

ม้าน้อยขอเสนอว่าควรสั่งทีละถาดฮะ


ขอสลับอารมณ์หลวงพระบางก่อนแฟนๆ จะเอือม
ด้วยความเฮฮาน่าทะเล้นของเด็กหญิงทะเล
และของแถมอื่นๆ

เจอทะเลวันเสาร์ที่ ๒๓ พฤษภาคม แล้วก็ค้างคืนด้วย (เกือบได้นอนเต็นท์แระ)
พอวันอาทิตย์ที่ ๒๔ ก็ได้ช่วยแม่ทะเลทำขนม แล้วก็พากันไปกินเอ็มเค
ก่อนจะนั่งรถไฟฟ้าข้ามแม่น้ำเจ้าพระยากลับนิวาสถานย่านชานกรุง

เหนื่อยจัง

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เรดาร์แมว : ร้อนแค่ไหนก็ขอสวยไว้ก่อน



ขอเก็บรายละเอียดอีกนิด
^_^



ศุกร์ที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒

เนื่องจากวันนี้เป็นวันแรงงาน คนใช้แรงงานก็เลยได้หยุดงาน
อิฉันฉลองด้วยการตื่นสาย ดูหนัง ๑ เรื่อง รอย้วยจนได้ที่แล้วจึงออกจากบ้าน
เดินทางไกลไปบ้านทะเล

สวรรค์เป็นพยานด้วยเถิด วันนี้ร้อนมากๆ กี่องศาไม่สำคัญเท่ากับความอบอ้าว
อ้าวเหมือนฝนจะมา แต่รอจนหมดวันฝนยังไม่หล่นสักแปะ
อบอ้าว อึดอัดเหมือนถูกอบในห้องซาวน่าขนาดใหญ่

แม่อ้วนที่อยู่แถวๆ ปากซอยบ้านทะเลนี่ก็คงร้อนเอาการ
แต่ไม่เห็นเธอหงุดหงิด ร้อนก็ไม่ร้อนเปล่า
บริหารเวลาด้วยการเสริมสวย สางขนให้ตัวเองไปพลาง

'ร้อนไม่ว่า แต่อย่าโทรม'
...เธอคงอยากบอกอิฉันว่างั้น


วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2552

ศูนย์ประชุมฯ คนเยอะมากกกกกกกกกก



นี่เข้าแถวรอแลกการืดในฟู้ดคอร์ทนะฮะ



ศุกร์ที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๒

เพิ่งกลับจากกินข้าวกะทะเล+แม่ทะเล และไปเยี่ยมเยียนคุณพี่ที่รักที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ใช่...ตอนนี้ที่นั่นกำลังมีงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ซึ่งจะจัดต่อเนื่องไปถึงใันที่ 6 เมษายนนี้
ขอรายงานว่า วันนี้คนเยอะมากกกกกกกกก

ต้องวางแผนดีๆ ว่าถ้ากลับไปอีกที จะไปวันไหน กี่โมงดี


ป.ล. คนเยอะ แต่เด็กหญิงทะเลยังอารมณ์ดีฮะ

วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2552

ทะเลวันนี้ : สดใส-ไร้เหา




เสาร์ที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๒

อัลบั้มแก้คิดถึงทะเล
หลังจากหมักเชลล์การ์ดถล่มเหา(และโคตรเหง้าของมัน)มาตลอดสัปดาห์
ม้าน้อยไปแหวกๆ ผมเลดู
พบว่าวันนี้ทะลไม่มีเหาแล้ว

ฮ่า-ฮ่า



places I remember : บ้านริมน้ำ#๒




เสาร์ที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๒

วันนี้ไปมาอีกแล้ว (ไปเรื่อยเหมือนเป็นเมมเบอร์)
บ้านริมน้ำ เป็นที่ที่มีเงาสวยๆ ทั้งเช้า-กลางวัน-เย็น
มีอาหารหอมๆ อร่อยๆ
มีเด็กหญิงช่างเจรจานามว่าทะเล
เป็นที่ที่อยากนอนกลางวันสัก ๒ ชั่วโมง (แต่ไม่เคยได้นอนนานเกิน ๑๕ นาทีเลย)

...แล้วก็เป็นที่ที่น่าถ่ายรูปเสียจริง


บ้าน (Home) - ปั่น


วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

places I remember : บ้านริมน้ำ






รุ่งเช้าปลายเดือนธันวาคม ๒๕๕๑
ที่บ้านริมคลองบางหลวง
เช้านั้นอากาศหนาว




วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2552

ท ะ เ ล ที่ รั ก : ทะเลทำเข็มกลัดจ้า


หน้าตาตั้งอกตั้งใจมั่ก

เฉลยปริศนาจากอัลบั้มที่แล้ว

ทะเลจอมทะเล้นกะลังตั้งอกตั้งใจทำเข็มกลัดตามคำบงการของคุณแม่นั่นเอง
ในงานวันเด็กที่แพร่งภูธรที่เราไปกัน เขามีกิจกรรมให้เด็กๆ สร้างสรรค์เข็มกลัดด้วยตัวเอง

(จิงๆ ก้อสงสารหลานมั่ก ต้องทำหลายอันจนหมดแรงเรย)
(แต่น้าก็อดดีใจไม่ได้นะ ที่ได้เข็มกลัดอันพิเศษ ฝีมือเล ^_^ )

วันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2552

ท ะ เ ล ที่ รั ก : ทะเลทำอาราย




เสาร์ที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๒

วันนี้เจอยัยทะเลแสนทะเล้นอีกแล้ว
เลยได้โอกาสเก็บภาพมาฝากพี่ป้าน้าอา

อ่ะ ทายกันหน่อยไหม
ทะเลกะลังทำอะไรอยู่?