แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความทรงจำ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความทรงจำ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2554

ที่รัก : ช่วงเวลาสามัญของคู่รัก

Rating:★★★★
Category:Movies
Genre: Drama


คนยิ่งอยู่นาน ยิ่งมีความหลังมาก

ฉันได้ไปชมภาพส่วนหนึ่งในคลัง “ความหลัง” ส่วนหนึ่งความทรงจำของคนคู่หนึ่ง ผ่านหนัง “คู่รัก”

ว่ากันว่าเป็นความทรงจำของผู้เป็นพ่อและแม่ของผู้กำกับหนัง นาม ศิวโรจณ์ คงสกุล

คู่หนุ่มสาวธรรมดา ในยุคสมัยที่หนึ่งวันยังมี 24 ชั่วโมงเต็ม ผู้คนใช้ชีวิตกันเรียบง่าย ตื่นแต่เช้า เข้านอนหัวค่ำ รักกันเงียบๆ เดตกันเรียบๆ ไม่เปรี้ยวปรู้ดปร้าด ไวไฟเหมือนคนยุคนี้สมัยนี้

เรื่องเรียบๆ ของคนเรียบๆ แต่มันดูจริง จริงตรงที่ชีวิตจริงๆ ก็ไม่ได้มีอะไรสวยหรูไปกว่านี้ ไม่มีเจ้าหญิง ไม่มีเจ้าชาย ไม่มีรถโรลส์-รอยซ์ คฤหาสถ์ใหญ่โต แค่รักกัน คนสองคนก็หาทางอยู่ด้วยกันได้ตามประสา และแม้จะไม่ได้ร่วมเดินด้วยกันจนสุดทาง ต่างคนก็ยังอยู่ในความทรงจำของอีกคนเสมอ

ชีวิตที่อยู่มานานประมาณหนึ่งของฉันเองก็มีความทรงจำธรรมดาๆ ถึงใครบาง(หลาย)คน
..เพียงแต่มันไม่เห็นจะละเมียดแบบนี้เลย


หมายเหตุ:
• ภาพยนตร์ เรื่อง “ที่รัก” (Eternity) ของ "ศิวโรจณ์ คงสกุล" ได้รับรางวัล "Tiger Awards" ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติรอตเตอร์ดาม ครั้งที่ 40 ที่เมืองรอตเตอร์ดาม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา
• คิดไปประสาชาวบ้านที่บังเอิญได้ดูหนังไทยได้รางวัลฝรั่งมาบ้าง ว่า ดูฝรั่งช่างหลงใหลวิถีชีวิตบ้านนอกของบ้านเมืองแถบตะวันออกเสียจริง
• หนังเรื่องนี้ทำให้นึกถึงลุงบุญมีระลึกชาติในช่วงแรกๆ (ฮา) จังหวะที่เนิบช้าและความเงียบของหนังยังทำเอาเกือบหลับไปหลายรอบ แต่ก็ไม่ยักหลับ แถมมีฉากที่ทำเกือบน้ำตาไหลได้อีกตั้งฉากนึง
• ดูจบหลายวันแล้วก็เพิ่งจะคิดได้ว่า การที่ฉันไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับผู้ชายคนหนึ่งแบบในหนัง มันเหมือนชีวิตฉันยังขาดอะไรบางอย่างไป (หรือเปล่านะ?)
• (สมบูรณ์ ไม่เหมือน สมบูรณ์แบบ นะจ๊ะ)
• หลังหนังจบมีโอกาสถามผู้กำกับ (วัย 31 เอง แม่จ้าว!) ว่าแม่เขาได้ดูหรือยัง เขาบอกว่าได้ดูแล้ว (จับใจความเหมือนได้ดูในรอบที่ฉายในเทศกาลหนังรอตเตอร์ดาม) ก็ถามต่อว่า แล้วแม่ว่ายังไงบ้าง ..ผู้กำกับตอบสั้นมาว่า ก็ยิ้มๆ ...เท่าเนียะ
• อยากรู้ว่าถ้าคนที่อยู่มานานกว่าได้ดู จะรู้สึกอย่างไร ...ฉันว่าถ้าฉันทำหนังเรื่องของแม่กับพ่อออกมาแบบนี้บ้าง แม่ฉันไม่แค่ ‘ยิ้มๆ’ แน่นอน



วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ช้อปปิ้งที่ท่าช้าง









ผ่านไปกี่ปีๆ ท่าช้างยังมีสีสันเสมอ




(เดินจากท่าราชฯ ไปท่าช้าง, จันทร์ 25 กรกฎาคม 2554)

วันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2553

The Final Cut : Remember for Yourself

Rating:★★★★
Category:Movies
Genre: Drama


คนเรายิ่งอายุมากก็ยิ่งผ่านโลกมามาก จึงมักจะเจอมาหมดทั้งเรื่องที่ทำให้สุขสม ทุกข์ตรม หลายครั้งที่ได้รับ โอกาสที่ได้ให้ หลายครั้งที่ลงมือแย่งชิง มีเรื่องที่ผิดพลาด การสัมผัสกับความสำเร็จ รูปแบบต่างๆ นานาของการถูกทำร้าย เทคนิคเหนือชั้นของการทำร้ายและหักหลังคนอื่น กระทั่งความประณีตบรรจงในการทำร้ายตัวเอง

ยิ่งอยู่นาน ความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องเหล่านั้นยิ่งมีเยอะจนเลือกจำ เลือกลืมกันไม่ถูก รู้ตัวอีกที ทั้งเรื่องที่ตั้งใจจำ หรือไม่อยากลืม ก็ล้วนลืมไปตั้งนานแล้ว

ลืม โดยที่ไม่รู้ตัวว่ายังจำ

The Final Cut (2004) อยู่ในกระบะหนังเก่าที่หยิบมาดูใหม่ได้เรื่อยๆ อย่างที่ยังไม่นึกเบื่อ ค่าที่ดูเปิดดูเมื่อไหร่ก็โดนทิ่มแทงใจเสมอมา และเพราะว่าฉันเป็นมาโซคิส ฉันจึงชอบที่นานๆ จะหยิบหนังเรื่องนี้มาดูอีกสักที เพื่อกระตุ้นเตือนตัวเองไม่ให้ลืมความเจ็บปวดจากความทรงจำ

หนังเรื่องนี้เล่าถึงโลกที่มนุษย์ถูกฝังอุปกรณ์ช่วยเก็บความทรงจำของสิ่งที่มองเห็น ได้ยิน แม้กระทั่งภาพในฝันเอาไว้เป็นข้อมูลในชิพขนาดเล็ก เพื่อที่เมื่อคนคนนั้นตายแล้ว ผู้ที่ยังอยู่จะได้นำข้อมูลที่เก็บไว้มาจัดการ ซึ่งหนึ่งการจัดการกับข้อมูลพวกนั้นก็คือ การนำมาตัดต่อใหม่ แล้วฉายเล่าในรูปของภาพยนตร์สารคดีที่ถ่ายทำด้วยเลน์สายตาและบันทึกภาพโดยหูของคนคนนั้นนั่นเอง

คงไม่มีใครบ้าพอ และมีเวลามากพอที่จะนั่งพินิจโลกทั้งใบของผู้จากไป สิ่งที่นักตัดต่อยอมให้ผู้มาร่วมอาลัยผู้จากไปเห็นจึงเป็นเพียง “โลกบางส่วน” ของเขาจากความทรงจำของเขาที่ถูกช่างตัดต่อคัดเป็นช่วงๆ แล้วนำมาเชื่อมต่อกันยาวในเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง และแน่นอนว่าภาพยนตร์เพื่อการระลึกถึงผู้จากไปนี้ย่อมฉายเฉพาะแง่มุมที่ดีงาม อ่อนโยน ยิ่งใหญ่ เสียสละ อันน่าระลึกถึงเท่านั้น

แต่ใช่ว่าชีวิตบางส่วนที่คนส่วนใหญ่ “รับไม่ได้” จะหายไปตลอดกาล เพราะคนที่ได้เห็นมันโดยตลอด และอย่างละเอียดก็คือช่างตัดต่อนั่นเอง (แล้วถ้านักตัดต่อคนนั้นถูกฝังอุปกรณ์บันทึกภาพที่ได้เห็นและเสียงที่ได้ยินเช่นกัน เขาไม่เท่ากับกลายเป็นอุปกรณ์บันทึกภาพและเสียงตัวพ่อเลยหรือ?)

ช่างตัดต่อจึงเป็นอาชีพที่ต้องมีจรรยาบรรณ หรือ Codes ที่สำคัญบางประการ เพื่อเป็นการเคารพต่อเจ้าของความทรงจำ ซึ่งช่างตัดต่อแต่ละคนก็มีได้บ้างไม่ได้บ้าง เช่นเดียวกับสื่อมวลชนในโลกของเรา

ขณะที่ในพื้นที่ข่าวบนโลกของเรากำลังพล่ามกันถึงสิทธิ สิทธิในการรับรู้ข่าวสาร สิทธิในการแสดงความคิดเห็น สิทธิตามระบอบประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน สิทธิที่จะนั่น ที่จะนี่ โลกใน The Final Cut ก็มีคนกลุ่มหนึ่งถามถึงสิทธิส่วนบุคคลที่จะสงวนความทรงจำของปัจเจกบุคคลไว้กับตัวเอง พวกเขาพากันต่อต้านการฝังอุปกรณ์บันทึก ซึ่งเท่ากับเป็นการถูกจับตาดูตลอดชีวิต โดยการสักบนใบหน้าและศีรษะเพื่อรบกวนวงจรการทำงานของอุปกรณ์ที่ถูกฝังอยู่ในหัว แล้วรวมตัวกันประท้วง หนึ่งในป้ายที่พวกเขาถือเพื่อแสดงความคิดเห็นมีวลีสั้นๆ ที่กินใจฉันว่า “Remember for yourself”

ที่มันกินใจฉันก็เพราะฉันก็คิดเหมือนกันว่าความทรงจำของเรา ไม่ว่าดีหรือร้าย มันควรจะเป็นของเรา ไม่ใช่เรื่องที่ถูกนำ Entertain ใคร ไม่ใช่คำเยินยอ ด่าทอ อีกทั้งไม่ใช่อาวุธทำร้ายใครอื่นอีกด้วย

ถึงจะเจ็บปวดแค่ไหน โหดร้ายปางตายยังไง มันก็เป็นของเรา ของเราเท่านั้น ไม่ควรมีใครมีสิทธิหยิบฉวย หรือนำไปปู้ยี่ปู้ยำ ขยำให้เป็นเรื่องเล่าเรื่องใหม่ นอกจากเราจะทำมันเสียเอง

หึ หึ


บันทึก:
• ฉันชอบเรื่องเล่าเกี่ยวกับ “ตัวกินบาป” เสียจริง
• โรบิน วิลเลี่ยมส์ เป็นอีกคนที่ “เกิดมาเพื่อสิ่งนี้” ในหนังต่างเรื่อง ต่างอารมณ์ที่เขาเล่น เราจะพบตัวตนที่ต่างไปของตัวละครเสมอ ไม่ใช่เปลี่ยนเรื่องไปแต่ยังเจอโรบิน วิลเลี่ยมส์ คนเดิม เหมือนนักแสดงอีกหลายคน
• ฉันคิดว่าหนังเรื่องนี้ไม่ควรดูติดต่อ(ทันที)กันเกิน 3 รอบ เพราะมันอาจจะทำให้หดหู่จนแม้แต่แมวก็ช่วยไม่ได้