แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ocho แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ocho แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2551

เรื่องรักของนางสาวโอชโช่ ตอนที่ ๑๓ : บางเรื่องก็เข้าใจ บางเรื่องก็ไม่เข้าใจ



'มันหายไปอีกแล้ว!'

โอชโช่บอกตัวเองต่อหน้าชามโจ๊ก เธอเพิ่งออกมาจากคลินิกหมอ
'มันหายไปได้ยังไง' เจ้าตัวยังข้องใจ คิดไประหว่างคนโจ๊ก จริงๆ โอชโช่ละอายใจนิดหน่อยเพราะเพิ่งวีนที่คนขายโจ๊กทำ(ผิด)โจ๊กใส่ไข่มาให้อีกแล้ว โอชโช่เกลียดการกินไข่ไม่สุกในโจ๊ก

'หรือจริงๆ มันไม่ได้หาย แต่เพราะเราโกรธไข่ในโจ๊ก' เธอบอกกับตัวเอง
'เฮ้ย! หรือที่จริงเราโกรธคนขายโจ๊กเพราะมันหายไปแล้ว ก็คราวที่แล้วพี่แกก็ใส่ไข่ให้อย่างนี้ แต่เราไม่ยักโกรธ แถมยังแหลกล่ายได้นี่หว่า' ...ก็วันนั้น 'ความรู้สึก' ยังอยู่
'...ที่จริง วันนี้เราวีนหมอด้วยซ้ำ' เพราะหมอปล่อยให้เธอรอตั้งสามชาติ

'โอ...'  โอชโช่ตกใจ วางช้อน ซบหน้าลงบนฝ่ามือร้อนๆ ของตัวเอง...มันหายไปแล้วจริงๆ

ความรู้สึกวิบวับ ตึกตักในอก ร้อนรุ่มในช่องท้อง ความรู้สึกซาบซ่าในวันก่อนมาหาหมอ เพลงที่ฟังแล้วนึกถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้น และความรู้สึกในเสี้ยววินาทีที่ได้สนทนากับหมอ มันหมดไปแล้วจริงๆ น่ะหรอ?

มันหายไปกับสายลม?
มันโดนสายฝนชะไป?
หรือว่ามันหมดอายุไปแล้ว?

โอชโช่สงสัยจนกินโจ๊กไม่อร่อย ไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

'หรือว่า...ความรักจะไม่มีจริงในโลก' เธอถามตัวเอง คล้าย Juno ถามพ่อ 'คนเราที่บอกว่ารักกัน แต่งงานกันไป แล้วเค้าก็เลิกกัน พี่ชายน้องชายเราคน คบกับแฟนมาตั้งนานจนแม่เรารอเลี้ยงมหลานแล้ว จู่ๆ ก็เตรียมแยกทางกันเฉยเลย'
'อะไรกันวะ?' เธอเริ่มมึน
'อะไรทำให้มันหายไป?'
'จำเป็นด้วยหรอที่มันต้องเกิดขึ้น เพื่อที่จะหายไป?'
'เราประสาทป่าววะเนี่ย?'
'มีปัญหาแหง๋'
'อย่างนี้ถ้าแต่งงานไป ต้องคบชู้ชัวร์'
'โอ๊ยยยยยยยย ทำไมชั้นถึงเป็นคนไม่น่ารักอย่างนี้วะ แล้วงี้ใครจะอยากมารักชั้นวะ?'
 โอชโช่ร้องกรี๊ดอยู่ในใจ เพราะยังรู้ตัวว่าได้กรี๊ดจริงๆ ไปแล้วทีนึงตอนเจอไข่

เวลาผ่านไปก็หลายวันแล้ว แต่โอชโช่ยังคาใจอยู่เลย ว่าเธอเป็นอะไรไป
..ทำไมเลิกชอบหมอซะงั้น
..ทำไมฟังเพลงปาฏิหาริย์ไม่มีจริงแล้วเลิกอินซะงั้น

ระหว่างที่ยังคาใจ โอชโช่ชักสงสัีย ว่าที่หยุดชอบหมอ เพราะว่าเริ่มไปชอบใครอีกคนหรือเปล่า
..แล้วก็ตกใจ เพราะมันเหมือนจะใช่!!!

'แกจะรักใครจริงๆ ได้อีกไหมวะ โอชโช่?' เธอถามตัวเองอย่างคาดคั้น

..เราจะบอกว่า เราก็อยากรู้เหมือนกัน แต่ใครจะตอบได้ล่ะ
ก็ยัยโอชโช่ยังตอบตัวเองไม่ได้ เพราะไม่เข้าใจตัวเองเลย ว่าทำไมถึงได้เป็นคนใจง่ายอย่างนี้


ภาคพิเศษ ท้ายเรื่อง

วันหนึ่ง ใน MSN

โอชโช่: เฮ้
คิว: เจ้มาแล้ว
โอชโช่: เออ ไม่ได้คุยกันตั้งนาน คิดถึงกันมั่งไหม?
คิว:...เจ้ถามอีกแล้ว
โอชโช่: ...และไม่มีคำตอบอีกตามเคย
คิว:...
โอชโช่: เป็นไงมั่ง ตอนนี้อยู่ไหนล่ะ
คิว: อยู่.......
โอชโช่: โห ชีวิต ระหกระเหินน่าดู
คิว: เจ้.. คิวไปชอบคนมีเจ้าของอีกแล้ว
เราคงคบกันอย่างนี้ไม่ได้
โอชโช่: ไรนะ
คิว: เค้าว่างั้น
โอชโช่: คิวจะให้เราเลิกคบกันหรอ?
คิว: อ่ะ ป่าว คิวหมายความว่า คิวกะเค้าคงคบกันอย่างนี้ไม่ได้
ว่าแต่.. เราคบกันเหรอเจ้
โอชโช่: เ่อ่อ...นั่นสิ
คิว:
โอชโช่:....
คิว:....
โอชโช่: ..ที่คิวหายไป เพราะงี้ใช่ไหม?
คิว: อะไรเจ้
โอชโช่: ก็ไปติดหญิงไง เลยไม่โทรหาเจ้เลย
คิว:...
โอชโช่: เข้าใจละ
เจ้ไปละนะ
ง่วง
ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ตื่นมาจะได้หน้าตาสดใส
บายยย ฝันดีนะ
คิว:

......
ในที่สุด ก็ถึงวันที่โอชโช่็เข้าใจว่า ทำไมคิวคุงไม่เคยตอบเลย เวลาที่เธอถาม
"คิดถึงกันบ้างไหม?"

วันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

เรื่องรักของนางสาวโอชโช่ ตอนที่ ๑๒: สิ่งที่เปลี่ยนไป คือ ใจที่ไม่เหมือนเดิม


วันนี้เมื่อปีที่แล้วเรากำลังทำอะไรอยู่นะ?

แปลกดีที่โอชโช่ดันนึกถึงเรื่องที่นึกออกยากอย่างนี้ระหว่างปั่นจักรยานเที่ยวเมืองอยุธยา โดยเฉพาะในตอนที่เธอและเพื่อนร่วมทางกำลังงงกับแผนที่ และเริ่มรู้ตัวว่าหลงทางแล้วแบบนี้

 

อาจเป็นเพราะการขึ้นนั่งบนอานจักรยาน แล้วออกแรงถีบมันไปข้างหน้า ไปในที่ที่เธออยากจะไป ด้วยแรงกำลังของเธอเอง ด้วยการบังคับทิศทางของเธอเอง ที่ทำให้เธอรู้สึกถึงความอิสระเสรีที่ทำหายไปพักใหญ่

 

โอชโช่กำลังรู้สึกว่าชีวิตกลับมาเป็นของตัวเองอีกครั้ง หลังจากช่วงเวลาอันยาวนานก่อนหน้านี้ รวมถึงวันนี้เมื่อปีก่อน ซึ่งชีวิตของเธอตกอยู่ใต้เงาทะมึนของความคลุมเครือที่ทำให้รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง.. เพราะใครบางคน

 

และใครคนนั้นดันโทรมาตอนที่เธอกำลังนึกถึงชีวิตหม่นเศร้าในวันเก่าพอดี

 

สงสัยจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเราจริงๆโอชโช่ไม่รับสาย แต่เลือกกด mute แล้วก็ออกรถ ขี่ตามเพื่อนร่วมทางของเธอต่อไป

 

การไม่รับสาย คือตัวเลือกของเธอตลอดหลายเดือนมานี้ หลังจากที่ได้พิสูจน์ครั้งแล้วครั้งเล่าว่า เธอและเขาคนนั้นไม่มีวันคุยกันรู้เรื่อง ไม่มีคำว่า อีกต่อไปเป็นสร้อยห้อยท้าย เพราะที่จริงแล้ว เธอและเขาไม่เคยคุยกันรู้เรื่องมาก่อนด้วยซ้ำ

 

แต่ดันฝืนสังขารคบกันได้เป็นปี

 

โอชโช่ปล่อยให้สายนั้นกลายเป็น miss called โดยไม่รีบร้อนจะโทรกลับ แต่เธอก็โทรกลับในอีกชั่วโมงต่อมา

 

ไง?

เออ... พี่จะถามว่าวันนี้อยู่บ้านหรือเปล่า จะเอา..... กับ.......แล้วก็.............ไปให้อืมม์ เขาขึ้นมากรุงเทพฯ นี่เอง เราโชคดีจังโอชโช่แอบนึกในใจ

อ๋อ วันนี้ไม่อยู่บ้านเธอไม่ให้รายละเอียด

อ้าว หรอ อืมม์... งั้นไม่เป็นไร พี่อยู่ถึงวันที่ ๘ ไว้พี่แวะเอาไปให้ที่ออฟฟิศน้องแล้วกัน อาทิตย์หน้าไม่ออกไปไหนใช่ไหม?

ยังไม่แน่ใจโอชโช่ไม่ให้ความหวัง

โอเค แล้วพี่จะโทรไปนะ

โอชโช่วางสาย

 

ดีจัง แค่นาทีเดียว เธอนึก

 

แต่โทรศัพท์จากคนคนนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง ระหว่างที่เธอกำลังรอกินก๋วยเตี๋ยวเรือ

 

อะไรหรอ?

เออนี่ ไปเดินสวนฯ กันไหม?”

บอกแล้วว่าไม่ได้อยู่บ้าน

ก็เผื่ออยู่ข้างนอกแล้วจะแวะมาเจอกัน

.....(ถอนหายใจเสียงดัง)...ตอนนี้อยู่อยุธยา

.....อยุธยาหรอ ไปทำงานหรอ?”

...(ถอนหายใจอีกครั้ง คราวนี้เพื่อนร่วมทางหันมามองหน้าเธอเต็มๆ)...ทำหลายอย่าง

โอเคๆ ไม่มาก็ไม่มา ดุจริงเว้ย เขาพูดขำๆ แต่ไม่คิดจะต่อปากต่อคำอีกต่อไป

แค่นี้นะ กินข้าวอยู่

อืมม์..

 

โอชโช่วางสายโดยที่ก๋วยเตี๋ยวยังไม่มา จากนั้นเธอก็สรุปเรื่องคร่าวๆ ให้เพื่อนร่วมทางฟัง แทนที่จะโดนด่าที่ถอนหายใจดังไปถึงกรุงเทพฯ กลายเป็นต้องฟังเพื่อนด่าคนโทรมาหาระหว่างรอกินก๋วยเตี๋ยวแทน

 

หลายวันผ่านไป ไม่มีการติดต่อจากเขาอีก แต่โอชโช่ก็ไม่ได้ติดใจจะทวงถาม เพราะเธอได้พิสูจน์ไปนานแล้วว่า

 

กาลเวลา... แม้จะทำให้คนบางคนจะเปลี่ยนใจ แต่ก็ไม่เคยทำให้นิสัยของอีกคนเปลี่ยนได้เลย

 

 

ภาคพิเศษ ท้ายเรื่อง

มองข้างซ้ายเหมือนจินตหรา... มองข้างขวาเหมือนมะหมี่ เสียงแซวเปิ่นๆ ของหมอทำให้คนไข้ที่กำลังตะแคงหน้าซ้ายขวาให้หมอตรวจจับสิวปล่อยก๊ากออกมา 

หมอคะ... เฉิ่มค่ะ

นี่สิวไม่มีแล้วสวยนะเนี่ยหมอบู๋หยอดมา เผื่อคนไข้จะชมกลับว่าหมอเก่ง

สิวหายแล้วก็ไม่ต้องมาหาหมอแล้วสินะ เจอไม้นี้หมอเลยค้อนกลับมาวงใหญ่

ก็ตามใจคุณโอชโช่เถอะ

เออ วันนี้ว่าจะเอาหนังสือที่ทำมาให้หมออ่านแล้วเชียว รีบเปลี่ยนเรื่องก่อนหมอจะงอนจริง พอดีลืม หมอยิ้มแล้ว ว่าแต่หมอจะมีเวลาอ่านไหมน๊า?

โอ๊ย ผมยังมีเวลาหนีไปดูคอนเสิร์ตเลย เออ เสาร์หน้าไม่อยู่นะ จะไปดูคอนเสิร์ต

คอนเสิร์ตอะไรหว่า โอชโช่นึกไม่ออก จะมีวงร็อครุ่นเก๋ามาเวิลด์ทัวร์อีกหรือไงนะ  

เทศกาลเพลงสกาที่หัวหินไง

ฮ๊า!....ทีโบน!”

อือ นั่นแหละ อิจฉาไหมล่ะ?หมอแกล้ง

อาทิตย์หน้าหรอ อืม... ไปเชียงใหม่ อาทิตย์ต่อไป...ก็กระบี่

..........

อาทิตย์ที่แล้ว ไปอยุธยา

โอ๊ยๆๆๆ พอแล้วๆ อิจฉาแล้ว หมอร้อง

“.........” โอชโช่ไม่ว่าอะไร แค่ยักไหล่อย่างเก๋ไก๋หนึ่งที



หมายเหตุ

อ่านตอนที่ ๑๑ ได้ที่ http://mandymois.multiply.com/journal/item/94

วันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

เรื่องรักของนางสาวโอชโช่ ตอนที่ ๑๑: คนใจร้ายกับคนปากหนัก

 

หลังจากหัวใจต้องเจ็บเพราะการพูดถึงใครบางคนของหมอ โอชโช่ก็จ๋อยไปมาก เจอกันใหม่ในวันนี้ก็เลยไม่อยากจะเปรี้ยว หมอว่าอะไรมาเธอก็นั่งเงียบๆ หยิ่งๆ

 

แต่เมื่อสายตาปราดไปเห็นลายมือขยุกขยุยบนชาร์ตของหมอเข้า ปากมันก็คันขึ้นมาเชียว

 

หมอคะ นั่นลายมือหมอหรอคะ? หมอบู๋มองตามสายตาคนไข้ ใช่สิหมองง หมอเคยอ่านลายมือตัวเองไม่ออกไหมคะ โอชโช่ซ้ำทันที

 

หมอบู๋เปลี่ยนสีหน้าจากงงเป็นขำ ก่อนจะปล่อยก๊าก บ้า ต้องอ่านออกสิ

 

ว่าแต่ ผม...น่ะ หมอทำใช้มือทำเป็นเส้นโค้งๆ ที่แนวตีนผมของตัวเอง

...ใช่แล้ว หมอกำลังล้อระดับผมหน้าม้าสุดเต่อของเธอนั่นเอง

 

คิดนานไหม?หมอถาม

ทะ...ทำไมต้องคิดด้วยตัวเองเริ่มชินกับผม จนลืมไปว่านี่เพิ่งตัดมา มันยังเต่ออยู่ โดนล้อจนได้สิ ก็ตัดแบบนี้แล้วอยู่ได้อีกตั้งหลายเดือน ตั้งตัวติดก็เถียงฉอดๆ ไปเลย

เด็กคนนั้นน่ะ จำได้ไหม คนที่เดือนก่อนมาช่วยทำงานที่เคาน์เตอร์น่ะ ที่หน้าหมวยๆ แล้วใส่แว่นน่ะ.. โอชโช่กำลังงงว่าหมอจะเปลี่ยนเรื่องเป็นอะไร แต่ก็พยักหน้าหงึกๆ ไปเพราะจำน้องหมวยคนนั้นได้ เค้าก็ตัดผมหน้าม้าสั้นๆ แบบนี้เหมือนกันนะ หมอพูด

นั่นไง เห็นไหม ใครๆ เค้าก็ตัด

แต่ว่า.. นั่นเค้าเด็กไง แต่อย่างคุณโอชโช่เนี่ย..... ว่าแล้วก็พลิกชาร์ตไปที่หน้าแรก กวาดตามองไปที่อายุคนไข้

“กรี๊ดดดดดดดดดดดด หมอใจร้ายยยยยยยย!” คนไข้ร้องเสียงแหลม

แต่หมอบู๋หัวเราะเสียงดังอย่างถูกใจ

 

 

 

ภาคพิเศษ ท้ายเรื่อง

คิว: หวัดดีเจ้
โอชโช่: คิดถึงกันมั่งไหม  
คิว: ...ถามอีกแล้ว
โอชโช่: ก็ว่าไงล่ะ
คิว: ไม่บอก
โอชโช่: …….
คิว: แล้ว นี่เจ้จะไปอโยธยากะใครอะ
โอชโช่: ไม่บอก
คิว: กะใครหว่า
โอชโช่: ไม่คิดถึงกันแล้วทำไมอยากรู้นัก
คิว:…
โอชโช่
: (ฮ่าฮ่าฮ่า-สะใจว๊อย!!!)

 

หมายเหตุ
อ่านตอนที่ ๑๐ ได้ที่
http://mandymois.multiply.com/journal/item/82

วันศุกร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2551

เรื่องรักของนางสาวโอชโช่ ตอนที่ ๑๐: เป็นคนขี้เหงา-เข้าใจบ้างซี



เย็นวันศุกร์ก่อนลองวีคเอนด์วันสงกรานต์ หมอบู๋เปรยขึ้นขณะตรวจใบหน้าของโอชโช่
"วันนี้เงียบจัง"
"....?" หมอหมายถึงเีราเงียบหรืออะไรเงียบนะ โอชโช่นึกด้วยใบหน้าฉงน
"ไม่รู้ผู้คนหายไปไหนหมด"
อ๋อ ใช่ วันนี้นอกจากเราแล้วไม่เห็นมีคนไข้อื่นเลย
"
ผมเป็นคนขี้เหงาน่ะ" หมอออกตัวพร้อมยิ้มปะแล่มๆ
"..แล้ว ทำไมไม่พาลูกมาอีกละคะ จะได้หายเหงา" โอชโช่ถาม พลางนึกถึงเด็กชายตัวน้อยที่ได้เจอเมื่อครั้งก่อน แกมีีประพิมประพายคล้ายหมอ ผิดก็ที่่ดวงตารีใหญ่ กับลักษณะเส้นผมของเจ้าหนูที่น่าจะเหมือนไปทางแม่มากกว่า
"เค้าไปเรียนซัมเมอร์แล้วล่ะ"
โอชโช่เห็นว่าบทสนทนาจะขาดช่วงอีกครั้ง จึงถามอะไรที่ไม่น่าถามขึ้นอีกตามเคย
"ลูกหมอซนไหมคะ?"
"ไม่นะ เค้าเป็นเด็กเรียบร้อยมากเลย พูดรู้เรื่อง" หมอพูดถึงลูกอย่างภาคภูมิใจ "เค้านิสัยเรียบร้อยเหมือนแม่เค้า"

.....ฉึ่ก!
เหมือนแหลนที่ถูกพุ่งไกลด้วยพละกำลังระดับนักกีฬาทีมชาติปักลงกลางอกของโอชโช่
หลังจากนั้นจงนึกถึงภาพ เลือด ข้นคลั่กโชยกลิ่นคาวคลุ้งซึ่งหลั่งไหลออกจากแผลกลางอกของเธอ

ในที่สุึดมันก็เกิดขึ้น.. การพูดถึงภรรเมียครั้งแรกของหมอ
พูดถึงอย่างภูมิใจเสียด้วย!!!!

สิ้นสุดกันได้เสียทีซินะี ปริศนาที่ว่า ครอบครัวหมอมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ก็หมอเล่าเรื่องลูกอยู่เรื่อยๆ แต่ไม่เคยพูดถึงแม่ของลูกเลย
.......

ถ้ารู้ว่าถามแล้วคำตอบจะทำให้ช้ำขนาดนี้ก็คงไม่ถาม
จริงไหม... โอชโช่?



ภาคพิเศษท้ายเรื่อง

โอชโช่: ฮัลโหล
คิว: หวัดดีเจ้
โอชโช่: หายไปเลยนะ
คิว: หายที่ไหนล่ะ คิวโทรไป เจ้ก็ไม่รับ แถมไม่โทรกลับอีก
โอชโช่: แหะ แหะ แต่นี่ก็โทรมาแล้วไง
คิว: แล้วคิดไงถึงโทรมาล่ะ
โอชโช่: ก็...ก็มันเหงาๆ
คิว: ถ้าไม่เหงาก็ไม่โทรหากันว่างั้น?
โอชโช่: ...เออๆๆๆ ช่างเหอะ ยังไงก็โทรมาแล้ว แล้วคิวน่ะ คิดถึงกันมั่งหรือป่าว?
คิว: เจ้... ฟังนะ เจ้ลองคิดดูว่า คนเราถ้ามันไม่ึิคิดถึงน่ะ จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเขาก่อนไหม
โอชโช่:.....(พูดไม่ออก)