วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554

โปสการ์ดทำขาย





พร้อมๆ กับกระเป๋าผ้า "จุดนี้ขอช่วยน้ำท่วม" ที่เย็บขายในเพจ Momo Craft Village (https://www.facebook.com/Momo.Craft.Village) ในห้อง "ตามใจฉัน"

ก็ได้มีโปสการ์ดทำมือมาเสนอขายด้วยในห้อง "ตามที่เห็น"
พร้อมด้วยของเย็บตามความประสงค์ของเพื่อนๆ ในห้อง "ตามใจท่าน"
ซึ่งจะได้เห็นรายละเอียดกันในวันที่ 13 ตุลาคมนี้ ที่หน้าเพจด้วย

โปสการ์ดพวกนี้ขายใบละ 15 บาท ซื้อ 10 ใบจะแถมให้ 1 ใบ
กำไรที่ได้จะนำมาเลี้ยงสัตว์ ครึ่งหนึ่งใช้เลี้ยงแมวตัวเอง อีกครึ่งจะรวบรวมไว้ แล้วนำไปเลี้ยงหมาแมวที่คิดว่าขาดทุนในการรักษาตัว ในการกินอยู่ ดำรงชีวิต

เกิดมาร่วมโลกร่วมชาติกันแล้วก็ต้องพึ่งพากันไปนะ

วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2554

จุดนี้ขอช่วยน้ำท่วม



เป็นงานซับซ้อนน้อยกว่าที่เคยทำๆ (แจก) มา แต่ฉันตั้งใจนะ



ในที่สุดก็เริ่มทำของขายผ่านเพจ Momo Craft Village ของเอมโม่แล้ว (https://www.facebook.com/Momo.Craft.Village)

คอลเลกชั่นแรกชื่อ "จุดนี้ขอช่วยน้ำท่วม" รายได้จากการขายขอเก็บไว้เป็นขวัญถุงประเดิมการขาย 100 บาท ที่เหลือจะฝากโม่โอนไปสมทบกับสภากาชาดช่วยน้ำท่วมทั้งหมด

ซึ่ง หลังจากที่บอกข่าวเพื่อนๆ ที่สนิทกันไป
ก็มีเพื่อนผู้ชายที่ยินดีกับฉัน ไม่รู้จะซื้อกระเป๋าชมพูจุดดำไปทำไม แฟนก็ไม่มี แต่อยากจะช่วยค่าของที่ฉันซื้อมาเย็บขายเป็นเงิน 1,000 บาท เลยบังคับให้รับกระเป๋ากลมใบเล็กไปใช้เก็บของเล็กๆ จะได้เป็นการขายประเดิมตามธรรมเนียม

จากนั้นเพื่อนสาวก็มาขอเหมาอีก 3 ใบที่เหลือไปใช้เป็นชุด
(โดยยังไม่รู้เลยว่าฉันจะขายเท่าไหร่ เลยจัดราคาไปให้สมน้ำสมเนื้อกับกระเป๋ากลมใบเล็ก- - -จะได้มีเงินบริจาคเยอะๆ อิอิ)


เลือกช้อปงานทำมือชิ้นที่ชอบได้ที่เพจ Momo Craft Village วันที่ 13 ตุลาคมนี้นะจ๊ะ นอกจากงานของฉันยังมีงานอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมาก

ที่สำคัญ ช่วยประเดิมร้านวันแรกกันจะได้ช่วยสมทบทุนช่วยน้ำท่วมด้วย ติดตามรายละเอียดได้ที่เพจเลยน้าาาาา

วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2554

เย็บไถ่บาป#4 : กระเป๋าสำหรับครอบครัว


จะเห็นได้ว่าบ้านนี้ก็มีน้ำพุเหมือนกัน



ดังที่เล่าไปแล้วถึงความพยายามจะทำกระเป๋าให้สมาชิกในครอบครัวหนึ่งใช้
ครอบครัวนี้ประกอบไปด้วยคุณยาย คุณน้า หลานชายวันมัธยมต้น และหลานสาววัยประถม
ก็เริ่มต้นที่ผ้าจุด ทำกระเป๋็าผู้หญิงเสร็จไป 3 ใบ ชักอึ้งว่าจะทำอะไรให้เด็กชายใช้ดี

จับผ้าพิมพ์สีครามมาทำ ทำไปทำมา มันคล้ายว่าจะไม่ใช่ของเด็กผู้ชายซะแล้ว
(โปรดพิจารณา)

เย็บไถ่บาป#3 : Boy or Girl?


ควิลท์นิดหน่อย เพิ่มรายละเอียด



ประสบปัญหาในการทำกระเป๋าให้เด็กชายวัยมัธยมต้น
ไม่รู้ว่าควรทำแบบไหน อย่างไร เด็กชายถึงจะใช้

ตีโจทย์เป็นกระเป๋าซิปรูดสำหรับใช้ใส่มือถือ (ถ้าไม่ใส่มือถือจะเอาไปใส่อะไรก็ได้ตามใจเขา) ประมาณไซส์ให้รับบีบีประมาณ Curve (ไม่รู้หรอกเขาใช้อะไร แต่เชื่อว่ามีมือถือใช้แน่)

วันก่อนเอาผ้าพิมพ์สีครามมาทำ ทำออกมาแล้วเพื่อนทักว่าหวาน เลยเสียเซลฟ์ไปหน่อย แล้วก็เริ่มทำใหม่ เอาผ้า Canvas ที่เพิ่งได้มามาลองดู แล้วก็ยังคงใช้ผ้ากุ๊นสีเดียวกับงานชิ้นอื่นๆ สำหรับสมาชิกหญิงในครอบครัวนี้ไป เพราะอยากให้งานชุดนี้เป็นชุดเดียวกัน

ดูแล้วช่วยบอกหน่อยได้ไหม ผู้ชายจะไม่ใช้ของชิ้นนี้?

(ชมภาพกระเป๋าอีก 3 ใบสำหรับสมาชิกในครอบครัว กับกระเป๋าเด็กชายใบแรกที่ไม่ผ่านได้ในอัลบั้มต่อไป)

วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554

ในสวนศรี






Sanctuary ทางจิตใจที่สงบ แต่ไม่เงียบเหงา
แห่งใดแห่งหนึ่ง ในอำเภอนครชัยศรี นครปฐม



อาทิตย์ที่ 18 กันยายน 2554

วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554

เสน่ห์ปลายจวักและความรักของผู้ชาย




.....จนถึงวันนี้ คุณคงได้เห็นหนังสือมากมายในโลกตะวันตกและตะวันออกเขียนเกี่ยวกับเรื่องของความรัก แต่ไม่มีเลยสักเล่มเดียวใช่ไหมครับที่กล่าวถึงเรื่องนี้ ไม่มีสักเล่มที่พูดถึงชายหนุ่มตกหลุมรักหญิงสาวเพราะฝีมือการทำอาหารของเธอ หรือชายหนุ่มตัดสินใจทิ้งหญิงสาวเพราะเธอดันต้มน้ำซุปเค็มเกินไป โรเมโอรักจูเลียต
โดยไม่สนใจความบาดหมางของสองตระกูล แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะฝีมือการทำจ๋าก๊า (อาหารเวียดนามตำรับหนึ่ง) ของเธอ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด เพราะนักเขียนส่วนใหญ่เขียนเกี่ยวกับความรัก ไม่ได้เขียนเกี่ยวกับการแต่งงาน ผมจึงเห็นว่าความรักของโรเมโอและจูเลียตนั้นงดงามที่สุดแล้ว เพราะพวกเขาตายไปก่อนที่จะได้แต่งงานกัน และก็ดีแล้วที่จูเลียตไม่มีโอกาสได้ทำกับข้าวให้โรเมโอกิน.....


ส่วนฮาๆ จาก "ขอตั๋วหนึ่งใบกลับไปสู่วัยเด็ก"
โดย เหงวียน เหญิต อั๋นห์
แปลโดย มนธิรา ราโท




วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2554

ที่รัก : ช่วงเวลาสามัญของคู่รัก

Rating:★★★★
Category:Movies
Genre: Drama


คนยิ่งอยู่นาน ยิ่งมีความหลังมาก

ฉันได้ไปชมภาพส่วนหนึ่งในคลัง “ความหลัง” ส่วนหนึ่งความทรงจำของคนคู่หนึ่ง ผ่านหนัง “คู่รัก”

ว่ากันว่าเป็นความทรงจำของผู้เป็นพ่อและแม่ของผู้กำกับหนัง นาม ศิวโรจณ์ คงสกุล

คู่หนุ่มสาวธรรมดา ในยุคสมัยที่หนึ่งวันยังมี 24 ชั่วโมงเต็ม ผู้คนใช้ชีวิตกันเรียบง่าย ตื่นแต่เช้า เข้านอนหัวค่ำ รักกันเงียบๆ เดตกันเรียบๆ ไม่เปรี้ยวปรู้ดปร้าด ไวไฟเหมือนคนยุคนี้สมัยนี้

เรื่องเรียบๆ ของคนเรียบๆ แต่มันดูจริง จริงตรงที่ชีวิตจริงๆ ก็ไม่ได้มีอะไรสวยหรูไปกว่านี้ ไม่มีเจ้าหญิง ไม่มีเจ้าชาย ไม่มีรถโรลส์-รอยซ์ คฤหาสถ์ใหญ่โต แค่รักกัน คนสองคนก็หาทางอยู่ด้วยกันได้ตามประสา และแม้จะไม่ได้ร่วมเดินด้วยกันจนสุดทาง ต่างคนก็ยังอยู่ในความทรงจำของอีกคนเสมอ

ชีวิตที่อยู่มานานประมาณหนึ่งของฉันเองก็มีความทรงจำธรรมดาๆ ถึงใครบาง(หลาย)คน
..เพียงแต่มันไม่เห็นจะละเมียดแบบนี้เลย


หมายเหตุ:
• ภาพยนตร์ เรื่อง “ที่รัก” (Eternity) ของ "ศิวโรจณ์ คงสกุล" ได้รับรางวัล "Tiger Awards" ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติรอตเตอร์ดาม ครั้งที่ 40 ที่เมืองรอตเตอร์ดาม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา
• คิดไปประสาชาวบ้านที่บังเอิญได้ดูหนังไทยได้รางวัลฝรั่งมาบ้าง ว่า ดูฝรั่งช่างหลงใหลวิถีชีวิตบ้านนอกของบ้านเมืองแถบตะวันออกเสียจริง
• หนังเรื่องนี้ทำให้นึกถึงลุงบุญมีระลึกชาติในช่วงแรกๆ (ฮา) จังหวะที่เนิบช้าและความเงียบของหนังยังทำเอาเกือบหลับไปหลายรอบ แต่ก็ไม่ยักหลับ แถมมีฉากที่ทำเกือบน้ำตาไหลได้อีกตั้งฉากนึง
• ดูจบหลายวันแล้วก็เพิ่งจะคิดได้ว่า การที่ฉันไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับผู้ชายคนหนึ่งแบบในหนัง มันเหมือนชีวิตฉันยังขาดอะไรบางอย่างไป (หรือเปล่านะ?)
• (สมบูรณ์ ไม่เหมือน สมบูรณ์แบบ นะจ๊ะ)
• หลังหนังจบมีโอกาสถามผู้กำกับ (วัย 31 เอง แม่จ้าว!) ว่าแม่เขาได้ดูหรือยัง เขาบอกว่าได้ดูแล้ว (จับใจความเหมือนได้ดูในรอบที่ฉายในเทศกาลหนังรอตเตอร์ดาม) ก็ถามต่อว่า แล้วแม่ว่ายังไงบ้าง ..ผู้กำกับตอบสั้นมาว่า ก็ยิ้มๆ ...เท่าเนียะ
• อยากรู้ว่าถ้าคนที่อยู่มานานกว่าได้ดู จะรู้สึกอย่างไร ...ฉันว่าถ้าฉันทำหนังเรื่องของแม่กับพ่อออกมาแบบนี้บ้าง แม่ฉันไม่แค่ ‘ยิ้มๆ’ แน่นอน