วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2552

107.5 FM Yes Radio

Rating:★★★★
Category:Other


คลื่นวิทยุสำหรับคนคิดถึงเพลงที่เคยฟัง
อย่าง ไมโคร มาช่า บิลลี่ อินคา ขจรศักดิ์ พงษ์พัฒน์
แมคอินทอช สาวสาวสาว ฯลฯ

(อัลบั้มตอนเราเด็กๆ น่ะ)

ได้ข่าวว่าเค้าเชิญดีเจดังสมัยโน้นมาจัดรายการด้วย
(เผอิญไม่รุจัก เพราะตอนเด็กๆ ยังอยู่บ้านนอกอยู่)

ไม่รู้จะฟังผ่านเว็บได้ไหม
ลองดูที่ http://www.yesradiothai.com/index2.php

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ไปเขมรทำไม?



รูปนี้ครายถ่ายหว่า?
ป๊อปมั๊ง?

เอนกำลังสวยเลย ว่ามะ?

เสื้อตัวนี้ไม่ได้หิ้วกลับมาเอง
แต่เป็นของฝากสดๆ จากพี่หมี ที่เพิ่งไปหลวงพระบางเป็นครั้งแรก
แล้วกลับมาบอกว่าชอบฮานอยมากกว่าหลวงพระบาง

(ชิส์)

ถ่ายก่อนทางออกปราสาทตราพรม
ระยะนี้ถ่ายแล้วไม่อ้วน เริ่ดมั่กส์






๒๓-๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๒

ฉันมีโอกาสไปเสียมเรียบทางรถยนต์
บนถนนสาย ๖ โฉมใหม่ อันแสนจะราบเรียบ
หลายคนคงสงสััย ว่าฉันไปทำอะไร

อัลบั้มนี้สำหรับตอบคำำถามของบางคนที่สงสัยแล้วกัน

ว่า ฉันไปเขมรทำไม





หมายเหตุ: ขอบคุณทุกๆ คนที่ช่วยถ่ายรูปให้
ไป ๔ วัน ได้รูปมา ๕-๖ ร้อยรูป มีรูปตัวเอง (ที่ดีๆ)ไม่มากเรย T-T
(แต่มีรูปพอร์เทรตคนอื่นที่ดีๆ มาเพียบเลยนะ ขอบอก)

วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ไปทะเลหน้าหนาวกับสาวโสด

Start:     Nov 6, '09
End:     Nov 7, '09
Location:     วีรันดา หัวหิน


ไปชิมอาหารฝีมือเชฟเอียน
ที่วีรันดา หัวหิน


ล่องเรือ เลาะริมโตนเลสาบ



จอดเทียบอยู่พักนึงก็ไป


เสาร์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๒

ตกบ่าย เขาพาไปเที่ยวเขมรทางน้ำ เลยได้รู้จักกับพลเมืองเขมรอีกกลุ่ม
แล้วก็ทำให้รู้สึกว่า เมืองเขมรไม่ได้มีแต่ความแห้่งแล้ง ไม่น่าไว้วางใจ
เพราะในโตนเลสาบนี่มีแต่ความเย็น ชุ่มชื้น แถมยังมีรอยยิ้ม
(บางยิ้มก็โปรยมาโดยไม่ต้องหว่านแบงค์ ๑ ดอลลาร์ไปก่อนเสียด้วย)

พื้นที่ของประเทศกัมพูชา หรือเขมรนี่มีลักษณะเป็นที่ราบแอ่งกระทะ
บริเวณที่ต่ำที่สุด ตรงใจกลางประเทศเลยกลายเป็นจุดรวมของน้ำ ซึ่งมีธรรมชาติในการไหลหลากจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ
รวมทั้งน้ำที่เอ่อล้นจากแม่น้ำโขง กลายเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
คนเขมรเรียกแหล่งน้ำนี้ว่า “ต็วนเลซาบ”
ที (ไกด์รูปหล่อแบบเอ็กโซติก) บอกว่า ต็วนเล หมายถึงแม่น้ำ
ส่วน ซาบ คือ จืด

แต่คนไทยเราเรียกกันด้วยสำเนียงไทยว่า โตนเลสาบ หรือทะเลสาบเขมร

ช่วงหน้าน้ำ (คือปลายฝน) ทะเลสาบจะแผ่บริเวณกว้าง ส่วนที่กว้างที่สุด ยาวไม่ต่ำกว่า ๕๐ กิโลเมตร (หน้าแล้ง ลดขนาดเหลือแค่ ๑๕ กิโลเมตร) ลึกตั้งแต่ ๑-๑๐ เมตร มีปลามากกว่า ๓๐๐ พันธุ์ ซึ่งเขาจับไปทำอะไรๆ สร้างรายได้ให้ประเทศเป็นอันดับสอง รองจากการท่องเที่ยว (ชาวต่างชาติเข้าชมปราสาทนครวัดวันละ ๒๐ ดอลลาร์นะคระ)

ในสายตาของฉัน ซึ่งได้สัมผัสโตนเลสาบในเวลาสั้นๆ ไม่เกิน ๓ ชั่วโมง
สิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดคือ วิถีชีวิตแถบนี้

ทีเล่าว่า มีทั้งคนเขมรและคนจาม (ชาติพันธุ์หนึ่ง ซึ่งปัจจุบันไปปักหลักกันที่เมืองดานัง เวียดนาม)
มีการเข้ามาเผยแพร่ศาสนาคริสต์ (เชื่อว่าเป็นโปรแตสแตนท์ของชาวเกาหลี ซึ่งมาเสียมเรียบกันม๊ากมาก) น่าคิดว่าชีวิตบนเรือ บนแพ ของเขาเป็นยังไง เหมือนในบ้านเราไหม

แล้วเวลาหน้าน้ำแล้ง คนเหล่านี้เขาอยู่เขากินกันยังไง

อยากอยู่จนเย็น รอเวลาแดดตก
แต่ก็ไม่ได้อยู่ ตามโปรแกรมแล้วต้องไปช็อปปิ้งที่ตลาดซาจ๊ะ เลยบ๊ายบายโตนเลสาบเพียงเท่านี้



คืนนี้ที่เสียมเรียบ



ว่าแต่ว่า ทำไมป๊อปมันหน้าขาวงั้นฟระ
(หรือฉันหน้าดำเอง?)



ศุกร์ที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๒

ย่างเท้าเข้าโรงแรม จิบเวลคัมดริ๊งค์เมื่อราวห้าโมงเย็น
แยกย้ายเข้าห้องแล้วลงมากินข้าวเย็น ซึ่งเขาจัดไว้ให้อย่างด่วนเพราะรู้ใจว่าคนมาไกลน่ะหิว

สองทุ่มครึ่งพวกเราก็ออกไปดูอะไรๆ กันข้างนอก

ตื่นเต้นดี เพราะไม่คิดเลยว่าคนเมืองนี้เขามี Night Life เหมือนกัน



ป.ล.
-ถ้าไม่ได้มากะน้องพวกนี้ สงสัยจะไม่ได้เห็นชีวิตกลางคืนเสียมเรียบ
-รูปพวกนี้ถ่ายมาไงก็ให้ดูงั้นเลย ขี้เกียจทำ
-เชื่อไหมว่าถนนในเมืองเสียมเรียบแย่กว่าถนนสาย ๖ ที่พาเรามาจากปอยเปตหยั่งกะอยู่คนละโลกแน่ะ

วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ถนนสู่เสียมเรียบ



ทีบอกว่าที่นั่งบนหลังคาอัตราถูก
เห็นปิ๊กอัพคันนึง บรรทุกคนมาอย่างล้น แถมยังมีึคนนั่งแม้แต่บนหลังคาส่วนของเก่งคนขับด้วยอะ



ศุกร์ที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๒

ภาพบางส่วน บนถนนจากงามวงศ์วาน สู่เสียมเรียบ
กัมพูชา




๖ รูปแรกเป็นรูปจากมือถือ

วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2552

สวัสดีจากเสียมเรียบ




คิดถึงกันบ้างหรือเปล่า?




เสาร์ 24 ตุลาคม 2552

คิดถึงมัลติพลายเหมือนกัน
เมื่อคืนวาน ไป บาเคง บาร์เขมร ก็สนุกดี
วันนี้ไม่ออกไปไหนแล้ว (ป้าเหนื่อย)
เลยแว้บมาอัพรูป+คลิปให้ดูกัน

เผื่อจะได้รู้จักและเข้าใจคนเขมรมากขึ้นด้วย
(โชคดีที่หาวิธีเปลี่ยนภาษาได้แล้ว และยังพอจำได้ ว่าตัวอาราย อยู่ตรงหนาย)