วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2551

Ariyasomvilla




วันศุกร์ที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๑

มีโอกาสได้สัมผัสกับ Ariyasomvilla ซึ่งเป็น Boutique Hotel ขนาด ๒๔ ห้อง ท้ายซอยสุขุมวิทซอย ๑ ในพื้นที่ไร่กว่าๆ ติดคลองแสนแสบ
ได้รู้จักก็เพราะ talaydad บอกมานั่นแหละ ว่าที่นี่เป็นโรงแรมเล็กๆ ที่ปรับปรุงจากบ้านเก่าโดยเจ้าของเอง
ตอนที่น้องเขียนพีอาร์โทรมาหา โรงแรมก็ยังไม่เสร็จ ถึงตอนนี้ก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ก็เข้าเค้ามากแล้ว แต่ดิฉันเห็นทีว่าถ้าต่อไปอาจช้ากว่าคนอื่น จึงติดต่อมาทำงาน

เริ่มจากบ้านกึ่งไม้กึ่งปูน ๒ ชั้นหลังสวย มีหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดาน เปิดรับลมทั้ง ๔ ด้าน ที่ได้รับการบอกเล่าว่า สร้างโดยพระเจริญวิศวกรรม คณะบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ท่านแรก สร้างขึ้นระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ (สามารถเนอะ) ตัวบ้านมีห้องใต้ดินสำหรับหลบภัยด้วย
เป็นบ้านที่สร้างมาอย่างดีเลิศ เพราะแม้ปัจจุบันจะถูกล้อมรอบด้วยตึกสูงรอบด้าน แต่โครงสร้างยังแข็งแรง ไม่มีทรุดหรือเอียงแต่อย่างใด

เจ้าของปัจจุบันเป็นทายาทรุ่นหลานปู่ มีอาชีพเป็นนักออกแบบภูมิสถาปัตย์ สามีเป็นนักออกแบบตกแต่งภายใน Ariyasomvilla จึงถูกสร้างสรรค์ขึ้นอย่างมีรายละเอียดสวยงาม ลงตัวไปจนกระทั่งสีสันต่างๆ ที่ได้เห็นจากมุมหนึ่งของห้องอาหาร

สวนข้างนอกยังเป็นอะไรที่น่าประทับใจมาก ดอกไม้ต่างพรรณถูกปลูกอยู่ด้วยกัน แต่ไปด้วยกันได้ลงตัวยังกะบรรจงจัดจัดแจกัน

องค์ประกอบทุกอย่าง รวมทั้งร้านอาหาร ณ อรุณ สร้างบรรยากาศให้โรงแรมเล็กๆ แห่งนี้กลายเป็น “บ้าน” ของแขกที่มาพักได้จริงๆ

หารายละเอียดเกี่ยวกับราคา ที่ตั้ง และอื่นๆ ได้ที่ www.ariyasom.com

ป.ล. เนื่องจากไม่ได้ไปทำรีสอร์ตรีวิว จึงมีรูปมาฝากแค่พอเป็นกระสัย
ดูรูปมากขึ้นได้จากเว็บไซต์ที่ให้ไปข้างบนค่ะ

ณ อรุณ สุขุมวิท ๑



ดูเสียก่อน ว่าเป็นบ้านที่สวยแค่ไหน

วันศุกร์ที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๑

ณ อรุณ คือชื่อของห้องอาหารใน Boutique Hotel เล็กๆ ที่ขอกล่าวถึงในอัลบั้มต่อไป
อันนาม "อรุณ" นั้น เป็นชื่อของคุณย่าของเจ้าของ คู่บุญของพระเจริญวิศวกรรม ผู้เป็นปู่ และเป็นผู้สร้างบ้านหลังนี้

ที่นี่เสิร์ฟอาหาร healthy organic vegetarian food เน้นการกินเพื่อสุขภาพ มีเนื้อขาวอย่างปลาให้สั่ง แต่ไม่มีพวกเนื้อแดง

อาหารรสชาติดี แต่บรรยากาศดีกว่า
ใครจะคิดว่าจากสถานีบีทีเอสเพลินจิต เดินมาทางสุขุมวิท ลึกเข้าในสุขุมวิทซอย ๑ แค่สัก ๒๐๐ เมตร จะเงียบ มีลมโชย แล้วก็นั่งได้สบายขนาดนั้น


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ณ อรุณ และ Ariyasomvilla ได้ที่ www.ariyasom.com

คุณมาโนช กับ คุณลีลาวดี(๒)



...อ๊ะ
รูปนี้ไม่ได้ถ่ายที่แมริออท
แต่เป็นอีกโรงแรมที่อยู่ในสุขุมวิท ซอย ๑
...จะเล่าให้ฟังในอัลบั้มต่อไปจ้ะ

วันศุกร์ที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๑

ไปทำงานที่ฟิตเนสคลับของ JW Marriott
ชั้นนี้ี่มีสวนกลางแจ้งขนาดกระจิดริด
แต่ก็มีดอกลีลาวดีร่วงหล่น พอให้คุณมาโนชเก็บภาพมาฝากคุณที่รัก
..ตามเคย

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2551

บางเรื่องที่ไม่รู้เหตุผล ตอนที่ ๓ การกลับมา


“ขอบคุณที่จะเลี้ยงข้าว”

ภารดีกรอกเสียงกระซิบลงไปในโทรศัพท์ แต่นี่เย็นมากแล้ว ยังไม่เสร็จธุระกับเพื่อนเลย ถ้าไปกินข้าวกับพี่ คงกลับดึก คืนนี้ต้องทำงานให้เสร็จด้วย.. แล้วนี่ฝนก็ยังไม่หยุดตกเลย เธอรู้ตัว หัวใจกำลังเต้นแรง และไม่อาจควบคุมจังหวะการพูดไม่ให้เป็น ละล่ำละลัก 

 

หึหึ..ว่าแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ เขาตอบกลับมา งั้น..ให้พี่ไปหาที่คอนโดได้ไหม?

 

....เสียงโครมครามในอกดังจนเธอกลัวเขาได้ยิน ..ด้วยเข้าใจดี การมาหาที่คอนโดในเวลาแบบนี้ จะไม่มีการกลับก่อนสว่าง

หือ?เขาทวงคำตอบ

 

คิดว่าไม่สะดวกค่ะ แม้เสียงจะสั่น แต่ก็เด็ดเดี่ยว

ทำไมล่ะ? หรือเดี๋ยวนี้ไม่ได้อยู่คนเดียวแล้ว? เขาถามเสียงแปร่ง

 

ก็..ไม่มีคนอยู่ด้วยหรอก แต่ว่า..ตอนนี้ ภารดีหยุดคิด ...ไม่ได้ไม่มีใคร

ไม่ได้มีใคร? เขาทวนคำเธอ ...ไม่เข้าใจ

ก็หมายความว่า.. อยู่คนเดียว แต่ว่าไม่ได้ไม่มีใครไงคะ

 

อืมม์..เขาครางอยู่ในลำคอแบบเดิมที่เธอยังจำได้

ถ้าจะกินข้าวกัน ก็ไม่น่าจะค่ำเกินไป ควรจะเกรงใจเขาด้วย

... เขาไม่มีคำถาม หรือความเห็น

งั้น..แค่นี้ก่อนนะคะ เพื่อนรออยู่ จบคำยังไม่มีเสียงตอบ ภารดีจึงวางสาย เดินกลับสู่วงสนทนาของเพื่อน

 

เขากลับมาแล้ว.. หลังจากทิ้งเธอไปไกล โดยไม่สะสางความรู้สึกที่มีต่อกัน

เขา

คนที่ทำให้เธอสับสน ด้วยไม่เคยเข้าใจการตัดสินใจของเขา

คนที่ทำให้เธอร้องไห้ จากการกล่าวหาอันโหดร้ายว่า เธอไม่เคยยืนอยู่ข้างเขา

คนที่ทำให้เธอเดือดปุด จากแต่ละคำพูดเชือดเฉือน ในแต่ละครั้งที่ทุ่มทะเลาะ ถกเถียง

คนที่ทำให้เธอนอนไม่หลับ จากความระแวงกังวล ไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ

คนที่เคยบอกว่ารัก แต่ก็ละเลย ไร้การดูแลเอาใจใส่ความรู้สึก

คนเดียวกับที่เธอเคยบอกตัวเองว่าไม่รัก แต่ในที่สุดก็ไม่อาจหยุดคิดถึงแม้สักคืน

 

เวลายาวนานที่เขาหายไปจากชีวิตไม่อาจช่วยให้เธอแกะ คลายปมซับซ้อนของความรู้สึก

ไม่ช่วยให้เข้าใจว่าเหตุใดจึงรู้สึกทั้งรักทั้งเกลียด ทั้งต้องการและอยากผลักไสเขาได้ในเวลาเดียวกัน

...แต่มันก็ช่วยให้ภารดีคิดตกว่าควรทำอย่างไรกับตัวเอง กับความสัมพันธ์ และกับเขา

 

เธอเลือกจะดับกองเพลิงร้อนแรงจนควบคุมไม่ได้ ก่อนมันจะเผาใจจนกลายเป็นผุยผง

ด้วยการปฏิเสธการกลับมาของเขา

 

 

 

 

ความสวยงามของชีวิต




วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๑
เสร็จงานแรก ระหว่างเตร็ดเตร่อยู่ในสยามพารากอน
รอเวลาทำงานที่ ๒ ไปเจอเอางานนิทรรศการภาพถ่ายอันหนึ่ง ที่ Lifestyle Hall ชั้น ๒

ชื่อว่า นิทรรศการภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน
ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงคัดเลือกภาพรางวัลชนะเลิศทั้ง ๔ ถ้วยด้วยพระองค์เอง

ดิฉันชอบใจอยู่ ๔ ภาพ
เอามาเรียกน้ำย่อยคนชอบเดินสยามพารากอน
เผื่อจะแวะไปชมกันบ้าง

ลาแล้ว...เซลลูไลต์

Start:     Aug 30, '08 4:00p
Location:     Wow Women with พี่ผึ้ง

รู้ว่าอ้วน แต่ก็รอ
รอจนเกือบทนตัวเองไม่ได้
(ไม่รู้จะรออะไร)

ในที่สุด ดิฉันก็ตัดสินใจซื้อเมมเบอร์แคลิฟอร์เนียว้าวไปเรียบร้อย
เล่นฟิตเนสได้ ๒ สาขา คือ Wow Women กับสยามพารากอน
แต่เล่นโยคะได้ทุกสาขา
ตอนนี้กำลังฝันเฟื่องว่าจะเข้านอนไว แล้วตื่นเช้าไปวิ่ง หรือเล่นโยคะรอบแรก (๗ โมงเช้า)
แล้วอาบน้ำ เดินมาทำงาน

หุหุ

...เสร็จแน่ เจ้าเซลลูไลต์

หาแฟนช่างภาพดีไหม?



กลับมาครอปอีกนิด
แล้วแจ๋วขึ้นเยอะ

วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๑

ไปทำงานที่สยามพารากอนทั้งวัน
เหน็ดเหนื่อยกะอีการแบกหามอุปกรณ์ถ่ายภาพนี่แหละ
(เอ น้องมันก็แบกเองนี่หว่า...แต่เราเห็นมันแบกก็เหนื่อยแล้วน่ะ)

ตอนนั่งเซ็งอยู่หน้าลิฟต์ชั้นไหนสักชั้น ในพารากอน
เกือบจะนึกอยู่เชียวว่าพวกช่างภาพนี่น่าเบื่อ
พกอุปกรณ์เยอะอย่างนี้ แต่ถ้าจะถ่ายรูปทีก็ต้องแกะกล่องออกมา
ประกอบอุปกรณ์ทั้งหลายเข้าด้วยกัน
วัดแสงอย่างประณีต ซูมเข้าซูมออก
แล้วจึงกดชัตเตอร์

ไหนจะเหมือนเรา
มองไปตรงหน้า เห็นช่องไฟเท่ๆ เลยหยิบคุณมาโนชออกมา
บอกแม็กซ์ว่า

"แก..ถ่ายรูปให้ชั้นหน่อย"

แล้วก็ได้พอร์ตเทรตกิ๊บๆ ดังที่เอามาโชว์