
คืนวันศุกร์ที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๑
เป็นอีกคืนที่น่าจดจำ
พวกเราชาวคณะพากันมาถึง "ภูสน" จุดกางเต็นท์ของ อช. (ใช่ไหม?) ภูเรือ
พร้อมผู้คนอีกเรือนร้อย โดยมีอีกเรือนพันที่มาถึงก่อน และจับจองพื้นที่ได้แล้ว
ตะแรกแอบตกใจเล็กๆ
แต่แล้วพอหายช็อกก็ชิน
เหมือนว่าจะเคยกางเต็นท์ู่ในที่ที่แน่นกว่านี้
(อ๋อ...ใช่สิยะ ที่ทีลอซูเมื่อปีที่แล้วไง)
เรา ๑๐ คนนอนเต็นท์ ๕ หลัง
ช่วยกันกางเต็นท์เสร็จอิฉันก็หนีไปอาบน้ำ
ระหว่างที่เขาทำกับข้าวกัน อิฉันก็แอบไปนอน
แอบจริงๆ เพราะไม่ได้บอกใครเลย
แม้กระทั่งรองเท้ายังเก็บเข้าเต็นท์เนื่องจากกลัวจะเปียก
พอเขาจะกินข้าว เขาก็หากันจ้าละหวั่น (เกือบโดนประกาศชื่อหากันแล้วสิ)
กินข้าวเสร็จ ก็เม้าท์กับสาวๆ เรื่องโน้นเรื่องนี้
ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะชวนกันร้องเพลงสดุดีมหาราชาอย่างพร้อมเพรียงกันถวายในหลวงตอนทุ่มเศษๆ
..ก็วันนี้วันเฉลิมฯ หนิ
เนื่องจากอากาศเย็นมาก คืนนั้นก็เลยไม่ได้ล้างจาน
อุณหภูมิของคืนนั้นก็น่าจดจำ
(ทราบในตอนเช้าว่า ๙ องศาซี)
อิฉันเข้านอนพร้อมเสื้อกันหนาวที่ใส่ซ้อนกัน ๒ ตัว กางเกง ๒ ชั้น ถุงเท้า
ผ้าพันคอ สอดตัวเข้าถุงนอน เอาผ้าคลุมไหล่ขนสัตว์คลุมหัว เปิดแค่รูจมูก
..ก่อนหลับก็รู้สึกว่าอุ่นดีมั่กๆ แล้ว ไหงหลับๆ ไป ฝันว่าหนาว
ฝันไม่พอ ดันรู้สึกสะท้านจริงๆ
..หนาวเข้ามาถึงแกนตัวทีเดียว
ก็เลยเข้าใจว่า คนเรามันหนาวตายกันได้จริงๆ อะแหละ
เช้ารุ่งขึ้น อิฉันตื่น(สาย)แล้วก็ไปล้างหน้าเข้าห้องน้ำ
กลับมาก็รับประทานอาหารเช้า แล้วไปเข้าส้วมอีกที
กลับมาก็พบว่าชาวคณะเริ่มทยอยเก็บข้าวของส่วนกลางแล้ว รวมทั้งเต็นท์ด้วย
สรุปแล้ว อิฉันไม่ได้ช่วยเขาทำอะไรเลย
แถมยังรอดพ้นการล้างจานมาได้อย่างน่าละอาย
(อีกครั้ง)
หมายเหตุ
-สงสัยจริง หนาวขนาดคืนนั้นที่ภูสน ถ้ามีโอกาสนอน ๒ คนในถุงนอนถุุงใหญ่ มันจะอุ่นสบายดี หรือจะอึดอัดจนต้องเผ่นออกมากลางดึกกันแน่นะ???