แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องสะใจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องสะใจ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

อิ่มแดดอุ่นๆที่ Cafe Casta


เมื่อไหร่จะบานจ๊ะ?

จันทร์ที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

ไปทำงานที่ Cafe Casta ระหว่างซอยทุ่งมังกร ๑๒-๑๔ (0 2884 0448)
ร้านนี้เคยมาหนนึง กับครอบครัวทะเล คราวนั้นคิดว่าเจ้จาเลี้ยง เลยประหยัดปากประหยัดคำ ไม่กล้าสั่งอะไรที่มันดูอร่อย
(ซึ่งไม่ควรเลย เพราะในที่สุด นายเจ้ก็เข้าร้าน แล้วก็เหมาเลี้ยงเราทั้งโต๊ะ)

คราวนี้มาทำงาน เขาก็มีมาให้ชิมทั้งพาสต้า เค้ก เครป และกาแฟ

อาหารไม่ค่อยเท่าไหร่ เพราะได้ชิมตอนเย็นชืดแล้ว (ตามเคย)
แต่ติดใจ Strawberry Bloom อะ (เจ้ทำได้ไหม จะลุงทุนซื้อสตรอเบอรี่ให้เลย)

แล้วก็บรรยากาศ
เวลาเข้าร้านอาหารแบบคนไปกิน กับเข้าไปแบบคนไปทำงานนี่
เหมือนมีอภิสิทธิ์ในการซอกซอนถ่ายรูปต่างกันนะ

ดูสิ ฝีมือมีแค่นี้ยังรู้สึกว่าร้านเขาโคตรน่ารักเลย

จริงไหม?


ป.ล. ไม่มีรูปกาแฟเลยง่ะ


วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ดื่มเบียร์ที่มุมบาร์

Rating:★★★★
Category:Books
Genre: Literature & Fiction
Author:Charles Bukowski/แปล อาณัติ มาตรคำจันทร์
ตอนแรกคิดอยากจะรายงานว่าอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว กรี๊ดเรื่อง "คุณจูบนังลิลลี่" ดังที่สุด
แต่พอได้อ่าน "ล้างหน้าไก่" ก็อยากจะกรี๊ดให้หนักกว่าเดิม
ด้วยว่ามันช่างกระแทกใจดิฉันอย่างจัง

"คุณจูบนังลิลลี่" เป็นเรื่องของความหึงผัวแบบไร้สติของผู้หญิงวัยทอง (ต๊าย เปล่ากระแทกใคร แม้แต่ตัวเองนะฮะ อ่านเรื่องนี้มาตั้งแต่ก่อนเกิดปัญหาชีวิตล่าสุดแล้วละฮะ) คือคุณป้าเธอฝังใจเรื่องที่ผัวเคยจูบผู้หญิงชื่อลิลลี่ แม้จะเป็นเวลา ๕ ปีผ่านมาแล้ว แต่เธอก็ยังไม่หยุดถามผัว กระแทก เหน็บแนมผัวถึงจูบอันแสนหวานกับผู้หญิงชื่อลิลลี่

อันว่าผัวเมีย ถ้าไร้ซึ่งความไว้วางใจในกันและกันแล้ว คงยากที่จะอยู่ด้วยกันได้อย่างสงบและสันติ
หลังจากทะเลาะกัน (ตามเคย) คุณลุงผู้ผัวก็หลับไปอย่างรวดเร็ว คุณป้าก็เกิดบ้าขึ้นมา คว้าปืนมายิงผัว แล้วบูคาวสกี้ก็จบเรื่องสั้นเรื่องนี้อย่างคาดไม่ถึงอีกตามเคย

ส่วน “ล้างหน้าไก่” กระแทกใจกว่าอีก
เพราะมันสะท้อนชีวิตเฮงซวยและความเบื่อผัวของสตรีที่มีอาชีพเป็นเมียมา ๓ ปี ตื่นเช้าขึ้นมา ปวดขี้ปวดเยี่ยวยังไงผัวไม่สน ถ้าอยากเอา ต้องได้เอา เสร็จแล้วก็ต้องเตรียมอาหารเช้าให้ผัว ผัวหาอะไรไม่เจอก็ถาม พอแสดงความหงุดหงิดบ้างก็โดนผัวตบ... ช่างเขียนได้ยังกะเป็นเมียแสนซวยคนนั้นเสียเอง

“คืนหนาว” เป็นเรื่องที่อ่านแล้วรู้สึก..โหวง
ส่วน “หายตัว” นั่น ตอนแรกคิดว่าจะเป็นเรื่องอีโรติกดีๆ แล้วเชียว อ่านไปๆ กลับปล่อยก๊ากออกมาได้


........................
ด้วยความเคารพ
อิฉันได้หนังสือเล่มนี้มาด้วยโชคและวาสนา
ตอนที่แวะไปเยี่ยมมิโดริจังที่บูธงานสัปดาห์หนังสือเมื่อกลางเดือนตุลาที่ผ่านมา
ในครั้งที่สองที่ไปนั้น ปรากฏว่าเจอนางาซาว่าคุง และนางาซาว่าคุงก็ได้ให้หนังสือเล่มนี้กลับมาอ่าน
แถมด้วยลายเซ็นสุดเท่ (เห็นแล้วเปรี้ยวปากทุกที)
ถ้าจำไม่ผิด เจ้าตัวบอกว่า ‘ไม่มีสาระอะไรหรอก แต่อาจจะชอบ’

ปรากฏว่าชอบจริงๆด้วยแหละฮะ
มันมันดี แดกดี มึนดี อย่าไปมองหาตรรกะเลย เพราะนี่คือรวมเรื่องสั้นที่ออกแนวเซอร์เรียล (แบบลุงๆ )
ตอนที่อ่านบทแรกน่ะ กะจะแซวนางาซาว่าคุงว่าที่เลือกเรื่องนี้มาแปล เพราะว่าอ่านแล้วมันมีฟิลลิ่งของงาน ’รงค์ วงษ์สวรรค์ ผสมกับน้าชาติ กอบจิตติ ใช่ไหม ปรากฏอ่านๆ ไป มีกลิ่นเรื่องแฟนตาซีแบบมูราคามิโชยออกมาได้อีก
สรุปแล้วลุงนักเขียนขี้เมา (รวมคนแปลด้วยไหมฮะ?) ช่างเป็นคนที่เขียนเรื่องที่อ่านแล้วหดหู่ก็หดหู่ จะเพ้อฝันก็เพ้อได้น่าเวทนาเชียว จะประชดชีวิตก็ทำได้อย่างแสนขมขื่น บทจะเขียนให้ lost ก็ lost ไปได้อย่างกู่ไม่กลับ หาความ lust ไม่เจอเลย
ใครชอบอ่านเรื่องแนวนี้ลองหามาอ่านดูฮะ ถ้าหายากนัก แนะนำให้สั่งซื้อทางไปรษณีย์ที่ www.wekluay.com ฮะ

ดีใจจัง ที่ได้อ่าน
^__^

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

Teeth: ถึงคราวสาวสาวโต้กลับด้วยการ...กัด!

Rating:★★★★★
Category:Movies
Genre: Horror
หนังสยองขวัญปนคอมเมดี้ที่...ผู้ชายคงขำไม่ออก

เพราะนี่คือเรื่องราวของสาวน้อยน่ารัก (และน่า fcuk) ผู้มีอาวุธประจำกายเป็นซี่ฟันที่ vagina (แปลเป็นไทยว่า ‘ช่องสังวาส’…คงไม่ต้องให้บอกใช่ไหม ว่า ‘สังวาส’ หมายถึงอะไร)

สะใจกับอารมณ์ขันปนแดกดันของผู้กำกับ Mitchell Lightenstein ที่ลงมือเขียนบทเองด้วย คิดดูสิ เล่นเขียนให้ น้อง Dawn (Jess Weixler) เด็กผู้หญิงอเมริกันวัยน่ารักผู้มาจากครอบครัวพิลึกพิลั่น มีพี่ชายคนละแม่นิสัยไม่ดีที่ลวนลามรังแกเธอมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ยังโตมาได้อย่างคล้ายว่าจะปกติ เลือกไปทำกิจกรรมกับกลุ่มศาสนาที่รณรงค์ให้วัยรุ่นรักษา Purity หรือพรหมจรรย์ได้จนกระทั่งแต่งงาน (ผู้กำกับเริ่ม ‘กัด’ แล้ว)

แม้น้องดอว์นจะรักษาตัวได้อย่างดีเยี่ยม แต่ก็อย่างที่เรารู้กัน ว่าวัยรุ่นเป็นวัยคุกรุ่น ฮอร์มงฮอร์โมนก็กำลังพลุ่งพล่าน ออกจะน่ารักกันขนาดนี้ ใกล้ชิดกันก็ขนาดนั้น จะให้นั่งหนีบขาไว้ให้มั่น หรือเก็บความหวิวใส่ลิ้นชักล็อกกุญแจลืมนั้นคงเป็นเรื่องที่...ลืมไปได้เลย

สาวน้อยน่ารักของเราจึงต้องแทบเสียสติเมื่อพบว่า เธอทำให้จุ๊ดจู๋ของเพื่อนชายขาดไปต่อหน้าต่อตา
(คุณผู้กำกับขา ฉากนี้คุณทำได้สยองเหลือเกิน แต่ไหงดิฉันถึงได้นั่งขำจนน้ำตาเล็ดได้ละคะ?)
เมื่อเว็บ search engine ทำให้เธอได้ทราบว่าไอ้ที่เป็นอยู่กับตัวเองน่ะ เรียกว่า Vagina Dentata ซึ่งเป็นตำนานเรื่องเล่าอยู่ในหลายวัฒนธรรม (...ไปหาอ่านต่อกันเองเหอะนะ)

และเมื่อเธอนำน้องหนูของเธอไปตรวจภายในให้รู้แจ้งว่าควรจะพาน้องไปตรวจกับคุณหมอสูติฯ หรือหมอฟันดี เธอก็ให้บังเอิญกัดนิ้วคุณหมอสูติฯ ขาดไปอีกถึง ๔ นิ้ว (โอ้วแม่จ้าว...ดิฉันเลยรู้เลยว่า หมอสูติฯ ต้องล้วงมือเข้าไปเยอะขนาดนั้น!!!)

ฉากที่หมอพยายามจะดึงมือออกมาจากซี่ฟันมันทั้งขำและน่าสมเพชไปพร้อมๆ กัน (เล่นเก่งทั้งคู่ เจ้ขอชู ๒ โป้ง)

ดูมาถึงตอนนี้แล้วชักสงสารน้องดอว์น ยังงี้เธอจะได้มีความสุขทางโลกย์กับเขามั่งไหม แล้วถ้าเธอทำใจกล้า กระทำความพึงพอใจให้ตัวเองด้วยมือน้อยๆ ของเธอ เจ้าฟันที่ตรงนั้นจะไม่กัดนิ้วน้อยๆ ของเธอขาดไปด้วยหรือ (ดีที่หนูดอว์นยังไม่เคยกล้าใช้มือกับน้องสาวสักที)

คำถาม และความเป็นห่วงของพี่คลี่คลายลงในเวลาต่อมา เมื่อทราบว่า น้องดอว์นเองสามารถสมสุขกับคนรักได้เยี่ยงหญิงปกติ แต่มีข้อแม้คือ เธอต้องมีความพึงพอใจ มีอารมณ์คล้อยตาม ไม่ได้ถูกบังคับขืนใจเหมือนในเพื่อนชายคนแรก หรืออยู่ในอารมณ์ตื่นตระหนกเหมือนตอนนอนบนเตียงขาหยั่ง

แต่เมื่อทราบว่าหนุ่มคนที่ทำให้เธอสุขหยามน้ำใจเธอด้วยการฟันเธอ เพียงเพราะพนันกับเพื่อนไว้ ซี่ฟันคมกริบของน้องดอว์นก็ลงโทษเจ้าหนุ่มทุเรศนั่นทันที (จึ๋ย! กี่คนแล้วล่ะ ที่จู๋ขาด)

โดนผู้ชายกระทำย่ำยีมามาก เจ็บแค้นถึงขีดสุด เด็กดีอย่างน้องดอว์นจึงลุกขึ้นใช้น้องสาวเป็นอาวุธ ออกจัดการกับบรรดาผู้ชายเลวๆ ที่ทำร้ายผู้หญิง ได้แก่ไอ้พี่ชายไม่แท้ที่ลืมไปแล้วว่าโดนกัดไปครั้งนึงเมื่อยังเป็นเบบี๋ ก็พิดันเรนล้วงมือเข้าไปจับน้องเค้าก่อนนี่นะ อีกคนก็ลุงหนังเหี่ยมฟันไม่มีที่รับน้องดอว์นขึ้นรถมาด้วย แล้วคิดจะรวบรัดลวนลามเธอ (แหวะ ตานี่อุบาทว์มาก สมควรโดน)

เหอ เหอ เจอซะมั่งก็ดี
แค่มีจู๋ไม่ได้แปลว่าคุณคือ ‘จ้าวโลก’ นะเฟ้ย



บันทึก:
-เป็นหนังเฟมินิสต์ที่ขำและสะใจมั่ก
-น้อง Jess ตาสวยจริงๆ
-จุ๊ดจู๋ที่ถูกกัดขาดน่ะ ดูไม่จืดเลย
-ขอบคุณหนูจูเนียร์ที่เอื้อเฟื้อ ให้พี่ยืมหนังเรื่องนี้มาดูก่อน (ชั้นเขียนรีวิวได้สมใจแกไหม?)
-ตอบคำถามคนที่เคยเอาลิงค์หนังเรื่องนี้ให้ดู แล้วถามว่าดิฉันมีเหมือนอย่างน้องดอว์นไหม...ชั้นปกติดี มีฟันอยู่ในปากเว้ย

วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

คันปาก-อยากบอกต่อ ตอน แก้ลำสาวโลเล


ใน Penthouse ฉบับประจำเดือนเมษายน ๒๕๕๑

เปิดไปที่หน้า ๑๒๓ อ่านคอลัมน์โปรด Ask Dr.Z คอลัมน์ตอบคำถามเรื่อง xx กับ ดร.วิคตอเรีย ซิดร็อก

(ใครจะไปรู้ว่าชีมีตัวตนจริงไหม)

 

พบคำถามหนึ่ง อ่านแล้วอยากลอกมาให้ได้อ่านกัน

 

เพราะบางทีคุณอาจจะให้เรื่องนี้แนะแนวทางกับคนที่คุณรู้จัก  

คนที่กำลังสับสน ว่าจะอยู่รอใครบางคน หรือจะตัดสินใจเคลียร์

แล้วก็เริ่มชีวิตของตัวเองซะที

 

>>ผมเพิ่งเจอผู้หญิงคนนี้ และคิดว่าฟ้าส่งเธอมาให้ผม เรามีอะไรที่เหมือนกันหลายอย่าง ส่วนเซ็กซ์นั้นก็เยี่ยมยอด ปัญหาคือ เธอเพิ่งเลิกกับแฟนก่อนที่จะมาคบผม (เขาเป็นฝ่ายทิ้งเธอไป) แต่ตอนนี้เขากลับมาขอคืนดี มันทำให้เธอสับสนมาก และบอกว่าเธอรักทั้งสองคน ผมควรทำอย่างไรดี ควรปล่อยเธอไปหรือรั้งเธอไว้ ที่สำคัญ ทำอย่างไรจึงจะรู้ว่าเธอรักใครมากกว่ากัน

 

>>>ฟันธงได้เลยว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้รักคุณเลย-เพื่อนที่น่าสงสารของฉัน ความจริงฉันไม่อยากเป็นคนนำข่าวร้ายนี้มาบอกคุณ แต่คิดเสียว่าฉันเป็นหมอที่กำลังจะช่วยผ่ามะเร็งออกจากตัวคุณก็แล้วกัน

 

คุณกำลังอยู่กับผู้หญิงโลเล และผู้หญิงประเภทนี้มักมาพร้อมกับจิตใจแบบแพศยา เธอมาดีกับคุณก็เพราะคุณช่วยเยียวยาอาการอกหักให้เธอเท่านั้นเอง แต่ขณะเดียวกันเธอก็ยังคิดและโหยหาแฟนเก่าที่ทิ้งเธอไป จนถึงวันที่เขาตัดสินใจกลับมาขอคืนดี

 

หากคุณเป็นพวกมาโซคิสต์ผู้นิยมความเจ็บปวด คุณอาจรั้งเธอไว้และคอยเอาไหล่ให้เธอซบหน้าร้องไห้ บางทีเธออาจให้คุณร่วมรักแทนคำขอบใจ ขณะที่ในจินตนาการก็มีภาพของแฟนเก่าล่องลอยอยู่

 

แต่ถ้าให้ฉันแนะนำ ฉันอยากบอกว่า อย่าพยายามรั้งเธอไว้ ปล่อยให้เธออยู่คนเดียวสักพัก เพื่อให้เธอตัดสินใจ คุณจะได้ไปเจอผู้หญิงคนอื่นบ้าง เพื่อให้พลังของความหึงหวงได้ทำหน้าที่ของมัน บางทีเธออาจต้องการคุณมากขึ้น หากมีผู้หญิงอื่นมาสนใจในตัวคุณ

 

และถ้าเธอตัดสินใจกลับมาหาคุณ แทนที่จะเลือกแฟนเก่า คราวนี้หวังว่าเธอจะรักคุณจริง ไม่ใช่เพียงเพราะต้องการใครสักคนมาช่วยดามหัวใจที่ถูกแฟนเก่าหักอกเหมือนคราวก่อน