
| Rating: | ★★★★ |
| Category: | Other |
อิฉันเป็นคนรักสวยรักงาม แต่ก็รักแค่พอเหมาะพอดี ไม่ใช่แนวสวยกล้าเสี่ยง ก็ค่อนข้างจะนิยมความงามตามธรรมชาติ หน้าที่มีอยู่ก็ชอบพอแล้ว ส่องกระจกทีไรก็ได้เห็นปู่ย่าตายายพ่อแม่พี่น้องตัวเองอยู่ในหน้า เลยไม่อยากให้มันเปลี่ยนไปจากสิ่งที่เราเคยคุ้น แล้วก็ทุกคนที่คุ้นกับเราเคยคุ้น
“เปลี่ยน” ในที่นี้ รวมถึงความเสื่อมถอยจากวัยด้วย
โอเคฮะ อายุมากขึ้น ถ้าหน้าจะเหี่ยวมันห้ามกันไม่ได้ แต่ศาสตร์ทาง anti-aging บอกว่า ถ้าเราดูแลการกิน การพักผ่อนและออกกำลังกายให้สมดุล รับอาหารเสริมที่เหมาะสม เลือกใช้เครื่องสำอางบำรุงผิวให้เป็น เราจะเหี่ยวช้าลง แล้วก็ยังดูดีได้เท่าที่เราดูดีได้ ...อิฉันก็เชื่ออยู่ แต่ก็เชื่ออย่างพอดีๆ แล้วก็บำรุงบำเรอตัวเองแค่พอดีๆ เพราะไม่ได้สนใจความรู้สึกของใครมากไปกว่าตัวเอง คนอื่นไม่คิดว่าเราดูดี แต่ถ้าส่องกระจกเช้าเมื่อไหร่แล้วคิดว่าเราดูดีแล้ว อิฉันก็พอแล้ว
เร็วๆ นี้ได้ผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเองดีๆ ที่ค่อนข้างจะมาจากธรรมชาติเสียเยอะมาใช้ จึงอยากบันทึกความรู้สึกไว้ใน “ความรู้สึกล้วนๆ” สักหน่อย
สิ่งแรก คือ “myth” Lemon Tea Clearifying Facial Cleanser (๑๐๐ กรัม ๑๔๐ บาท) เคลนซิ่งสูตรอ่อนเบา ไม่ใช่ส่วนผสมของสารเคมีเข้มข้น จาก Planetmate ร้านน้าชาที่เชียงใหม่ อิฉันเลือกเคลนซิ่งสูตรนี้ด้วยตัวเอง หลังจากไปลองสูตรน้ำมันมะกอก (เข้าใจว่าเหมาะสำหรับคนผิวแห้ง) ที่บ้านน้าเอ๋ ในคืนที่อิฉันไปค้างด้วย
ไปเชียงใหม่คราวนั้น มีภารกิจสำคัญคือไปงานแต่งงานเพื่อน ไปงานแต่งงานมันก็ต้องมีเมคอัพกันนิดหน่อย แม้ไม่ถึงกับใช้รองพื้น แต่ทาครีมกันแดด แล้วก็ปัดมาสคาร่ามาจอลิก้าของชิเซโด้ ซึ่งเป็นมาสคาร่าต่อขนตายาวที่ติดทน ล้างไม่ออกด้วยน้ำอย่างแท้จริง (เพื่อนน้อยให้มา)
อิฉันน่ะ แม้ไม่ใช้รองพื้น แต่ก็จะล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ออยล์เบสทุกครั้ง เพราะใช้ครีมกันแดด จะล้างให้หมดต้องล้างด้วยออยล์ แล้วค่อยล้างกับเจลล้างหน้าของหมออีกที แต่คืนนั้นน้าเอ๋บอกว่าให้ลองใช้เคลนเซอร์สูตรน้ำมันมะกอกของน้าชาดู วิธีใช้คือ ตอนหน้ายังแห้ง บีบเคลนเซอร์ปริมาณพอเหมาะแล้วนวดคลึงลงไปบนใบหน้าให้ทั่ว แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำ
ให้ความรู้สึกที่ดีมากนะฮะ อ่อนโยนดี ซับน้ำจนหน้าแห้งดีแล้วก็ยังรู้สึกนิ่มๆ ผิวเด้งดึ๋งๆ ไม่รู้สึกตึงหน้าแต่อย่างใด แต่ทว่าทั้งๆ ที่ฉลากเขียนไว้ว่า “ช่วยทำความสะอาด ขจัดสิ่งสกปรกและคราบเครื่องสำอางได้อย่างหมดจดล้ำลึก โดยไม่สูญเสียน้ำหล่อเลี้ยงตามธรรมชาติ” ...แต่ไหงมาสคารามาจอลิก้ายังประทับอยู่บนขนตาโดยไม่บุบสลายเยี่ยงนี้เล่า?
เห็นทีจะล้างเมคอัพไม่ไหว
แต่ก็ยังรู้สึกชอบความรู้สึกในการล้างหน้าด้วยเคลนเซอร์ตัวนี้อยู่ วันต่อมา เมื่อได้ไปเยือนร้านน้าชาอีกหน จึงสอยสูตรชามะนาวนี้มาใช้เอง เนื่องเพราะตัวเองเป็นคนหน้ามัน น่าจะเหมาะกับสูตรนี้มากกว่า แล้วก็จัดไว้ใช้ล้างหน้าตอนเช้า ซึ่งไม่มีครีมกันแดดตกค้างอยู่บนหน้า พบว่า รู้สึกดีทุกๆ เช้าฮะ เนื้อครีมหอมอ่อนๆ ของชามะนาว ไม่มีฟอง เวลาเราคลึงเบาๆ ลงไปบนหน้าตัวเอง มันเหมือนเราบอกตัวเองว่า ‘รักนะ ตัวเอง’
ที่ทำให้รู้สึกดีอีก คงเป็นเพราะเคลนเซอร์สูตรนี้ ประกาศโท่งๆ ที่ฉลากว่าไม่ได้ใช้สารเคมีหลายอย่าง รวมทั้งพาราเบน (มันคืออรัย?) รวมทั้งน้ำหอมด้วย
สิ่งที่สองคือ BURT’S BEE Radiance Eye Crème with Royal Jelly (๑๔.๒๕ กรัม ๖๘๐ บาท) ได้มาจากน้าเอ๋ เพื่อนสนิทผู้มีธุรกิจไซด์ไลน์ขายเครื่องสำอางทางเว็บไซต์ www.aenoy-aonyai.com
เป็นของที่น้าเอ๋จัดให้ตามออร์เดอร์ที่อิฉันถามไป ว่ามีอายครีมดีๆ ช่วยบรรเทารอยเหี่ยวย่นที่เพิ่งพบเจอมั่งไหม น้าเอ๋สนองทันทีด้วยอายครีมรุ่นนี้ เธอว่าเป็นรุ่นที่ดังของ BB (ชื่อเล่นของ Burt’s Bee หรือผึ้งน้อยของลุงเบิร์ต) ซะด้วย ลูกค้าใช้แล้วชอบกันมาก
อิฉันได้ใช้แล้วก็ชอบด้วย
น้าเอ๋บอกผลิตภัณฑ์ BB ส่วนใหญ่มีส่วนผสมจากจากธรรมชาติ และมีหลายรุ่นที่เป็นของออร์แกนิก ครีมบำรุงผิวส่วนมากมีเนื้อหนาหนัก จากส่วนผสมของน้ำมัน แล้วก็แว็กซ์ธรรมชาติจากผึ้งจริงๆ ซึ่งเหมาะจะใช้บำรุงผิวเมืองหนาว (แน่ล่ะ เขาทำขายกันในอเมริกาหนิ) จริงๆ อิฉันได้มีโอกาสใช้ผลิตภัณฑ์ BB แล้วหลายตัว ไม่ว่าจะเป็นโลชั่น (อิฉันว่าเนื้อเขาหนา+หนักไป) หรือครีมทาเท้ากลิ่นมะพร้าว แต่ยังไม่ถูกใจเท่าอายครีมตัวนี้
อายครีมตัวนี้มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำผึ้ง (หรือนมผึ้งนี่แหละ) มีส่วนผสมของนมผึ้งหรือ Royal Jelly เนื้อเป็นครีมข้น ฉะนั้น อิฉันจึงใช้ทาเฉพาะกลางคืนเท่านั้น (กลางวันใช้แบบเจลของหมอ เพราะมันมีเนื้อบางเบา เย็น แล้วก็ซึมง่ายกว่า) ที่รู้สึกดีนั้นคิดว่าคงไม่ได้เป็นการคิดไปเอง ว่ารอยคล้ำใต้ตาจากการนอนดึกมันเบาบางลง (อิฉันพยายามนอนไวขึ้นด้วยแหละ) ที่สำคัญที่สุดเลยคือ ตั้งแต่ใช้มา ยังไม่เคยตื่นมาพร้อมตาบวมๆ จนเปลือกตาพับไม่เป็นชั้นเหมือนตอนยังใช้อายครีมตัวก่อนหน้านี้เลย
ไม่รู้ว่าเกี่ยวไหม แต่เชื่อ (เอาเอง) ว่าใช้แล้วตาไม่บวม
ส่วนสรรพคุณในการบรรเทาริ้วรอยร่องรอบดวงตา คงต้องคอยดูกันในระยะยาวนิดนึง (แต่คงไม่ถึงขั้นลงทุนทาข้างเดียว อีกข้างไม่ทา รอไว้เปรียบเทียบกันให้เห็นๆ หรอกนะฮะ)
อายครีมตัวนี้ก็ไม่มีส่วนผสมของพาราเบน (ตกลงมันคืออรัย?)
สิ่งที่สามคือ BURT’S BEE Coconut Foot Crème (๑๒๓ กรัม กี่บาทไม่รู้ฮะ) ความจริงน้าเอ๋ให้ไซส์ทดลองมาใช้เล่นๆ ตั้งนานแล้ว แต่ไม่ค่อยได้ใช้ เพราะเสียดาย กลัวจะหมดไว ชอบกลิ่นมันน่ะฮะ
คือว่า เป็นคนชอบกลิ่นน้ำมันมะพร้าวมากน่ะฮะ แล้วก็ชอบใช้น้ำมันมะพร้าวมาก (กะทิให้ไขมันอิ่มตัวสูงเช่นเดียวกับไขมันสัตว์ แต่น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันที่ดีมากๆ นะฮะ) หัวกบาลทุกวันนี้ ถ้าสระเสร็จแล้วได้ชโลมน้ำมันมะพร้าวเกาะสมุย(ปกรณ์ให้มา)นิดหน่อยผมจะเป็นลอนสวย (ในสายตาบางคน) เชียวฮะ
ฟุตครีมหลอดนี้ได้มาตั้งแต่ปีก่อน น้าเอ๋ให้มาฟรี เพราะทนเท้าเยินๆ ของเพื่อนไม่ได้หรือไงไม่ทราบ แต่กว่าเพื่อนจะงัดมาใช้ก็สักประมาณเดือนนึงนี้เอง นอกจากกลิ่นแล้วชอบความรู้สึกเวลาเราบีบออกมานิดนึงบนมือ แล้วถูกฝ่ามือทั้งสองเข้าด้วยกัน เป็นการอุ่นน้ำมัน (เหมือนอุ่นแว็กซ์เวลาจะสไตลิ่งผม) ฝ่ามือเราจะร้อนขึ้นมา ชอบความร้อนที่เกิดขึ้น ซึ่งเมื่อเราใช้มือเคลือบน้ำมันบางๆ ไปถูนวดที่ข้อศอกและเท้า ฝ่าเท้า และส้นเท้า ทุกส่วนที่เรานวดมันก็จะอุ่นตามไปด้วย รู้สึกดีมากมากฮะ
อิฉันใช้ฟุตครีมก่อนนอน ตื่นเช้าขึ้นมารู้สึกเท้าไม่แห้งเลย เหมือนผิวมันอิ่มน้ำมัน (ที่จริงตามคำแนะนำ ทาแล้วควรสวมถุงผ้าคอตตอน แต่เราเมืองร้อน เท้าไม่แห้งขนาดนั้น ก็เลยใช้แต่น้อยพอ เอาแต่ความรู้สึกฮะ) แล้วก็เชื่อว่าของเค้าดีจริง
ที่ประทับใจอีกอย่างคือเขาระบุไว้ที่แพ็คเกจว่า “This tube contains 42% post-consumer recycled plastic.” (แต่ว่า Please recycle with your #2 plastic containers-คืออะไรหรอฮะ?)
ไม่ค่อยนึกประทับใจเครื่องบำรุงผิวแบบนี้มานานแล้ว จึงเขียนบันทึกเอาไว้ก่อนลืม
ไม่ได้เป็นการโฆษณาร้านให้เพื่อนๆ แต่อย่างใด แต่ถ้าใครสนใจอยากสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้า เชิญได้ที่บ้านของเพื่อนๆ คือ
บ้านน้าเอ๋ ที่
http://oaenoys.multiply.com/บ้านน้าชา ที่
http://teathink.multiply.com/สุดท้ายนี้ เชื่อว่าต่อให้ใช้ครีมดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่นอนให้พอหน้าก็เหี่ยวอยู่ดี
ฉะนั้นก็นอนๆ กันบ้างนะฮะ พี่น้องชาวมัลติพลาย
>_<
หมายเหตุ:
BEESWAX LIP BALM ก็ชอบนะน้าเอ๋ จริงๆ แล้วชอบบาล์มซีรีส์นั้นทุกตัวเลยฮะ