วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ถ่ายภาพบำบัด-ฟ้า






สติสตังไม่อยู่กับเนื้อตัว
ออกจากบ้านไป หวังเจอแมวสักตัว
ปรากฏว่าแม้แต่หมายังไม่เจอเลย

แหงนหน้ามองฟ้า

นะ..อย่างน้อย ฟ้าก็ยังเต็มใจให้ถ่ายรูป





วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2552

มีพี่ดีเป็นศรีแก่ปาก (too)



บะตื๋นจากแม่แต๋ง





อังคารที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๒

พักก่อนพี่บุ๋มเล่าว่ากินบะตื๋น (คำเมือง หมายถึงกระท้อน) กับน้ำอ้อย (เครื่องจิ้มของเปรี้ยว ทำจากน้ำตาลอ้อยละลายกับเกลือ พริกป่นและอื่นๆ) ซึ่งเป็นการกินของส้ม (หมายถึงเปรี้ยว) แบบเมือง แล้วคิดถึงม้อย

พี่บุ๋มไม่เล่าเปล่า จัดการหาส่งมาให้ม้อยชิมน้ำอ้อยสูตรนี้จริงๆ
ส่งแึค่น้ำอ้อยก็เกรงใจแย่แล้ว นี่พี่บุ๋มส่งบะตื๋นมาด้วย
(หนักมากเลย) เพราะพี่บุ๋มอยากให้แกะกล่องแล้วกินได้เลย

เกรงใจมาก แต่ก็ขอบคุณมากนะคะ

น้ำอ้อยอร่อยจริง
จิ้มดูดโดยยังไม่ได้ปอกบะตื๋นไปได้ครึ่งนึงแล้วเนี่ย
^_^

วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2552

มีเพื่อนดีเป็นศรีแก่ปาก



ให้ชั้นเป็นหนี้แกนะ

(จดไว้แล้ว)



เสาร์ที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๒

บ่นไปในอัลบั้มก่อนนี้ ว่าชอบกินงาโหย่วแบบที่ให้ดูรูป
แต่เท่าที่เจอเขาขายในกรุงเทพฯ มันก็ช่างแพงเหลือเกิน แล้วก็วิงวอนไปว่า

...เพื่อนคระ
ถ้าไปทำงานที่ไหนแล้วเจอผลิตภัณฑ์เยี่ยงนี้ (แล้วมันไม่แพงเท่าที่เคยซื้อ)
เพื่อนโปรดอย่าลืมบอกเพื่อนนะคระ...

เพื่อนผู้แสนดีก็จัดแจงหาให้ แล้วก็ส่งมาให้กินด้วยความเมตตาในตัวเพื่อนผู้สลิดอยากกิน

เพื่อนอุตส่าห์ส่ง EMS ออกตัวตั้งแต่วันที่ ๔ ซึ่งไปรษณีย์ก็แสนดี ส่งถึงในวันที่ ๕
แต่เป็นคนทำงานที่คอนโดเพื่อนเองที่ขี้เกียจตัวเป็นขน

ไม่ยอมแจ้งว่ามีพัสดุ ไม่งั้นเพื่อนจะได้เปิดซองตั้งแต่เช้าวันที่ ๖ ไม่ใช่บ่ายวันที่ ๘ แบบนี้

เพื่อนก็ไม่รู้จะวีนยังไงแล้ว เพราะเท่าที่วีนไป ถ้าเป็นเพื่อนโดนเอง
เพื่อนก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว

หัวหน้าเค้าก็ช่างเฉยดาย
ลูกค้ามาตำหนิ (อีกแล้ว) แทนที่จะขอโทษ แล้วปรับปรุง
กลับกล่าวโทษลูกน้องให้ลูกค้าฟัง

เป็นคนแบบนี้ ทำตัวแบบนี้ มาทำงานแบบนี้
ไม่รู้เมื่อไหร่จะเจริญรุ่งเรืองเหมือนกัน


วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2552

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2552

มักแต๊-มักว่า



โปรดสังเกตส่วนผสม

ใช้น้ำผึ้งซะเยอะ แต่ไม่หวานแหลมเหมือนน้ำตาล
แต่เลยหวานหอมๆ ทั้งกลิ่นน้ำผึ้งน้ำอ้อยเลย






เคยพยายามจะเล่าให้เพื่อนฟัง
ว่าสิ่งที่ชอบกินสิ่งนี้รูปร่างหน้าตาเป็นไง

...มันเป็นบาร์ที่ทำจากงา น้ำผึ้ง แล้วก็น้ำอ้อยนะแก
เป็นของโอทอปจากแม่ฮ่องสอนนะแก ชั้นได้กินตอนไปปายแล้วเค้าแวะร้านของฝากนะแก..

อธิบายไปเพื่อนก็ยังงง
จนเมื่อต้นปี ไปเดินซูเปอร์มาร์เก็ตที่สยามพารากอน
ก็ไปเจอเข้า ในโซน Gourmet Thai ที่เค้าจะหาของพื้นบ้าน (ก็ไม่เชิงหรอก) ไทยดีๆ มาขายอย่างภาคภูมิใจในคุณภาพ และราคา

งาโหย่วตะไคร้-งาโหย่วน้ำผึ้งที่เคยกินในราคา ๓ แพ็ค ๑๐๐ ก็เลยกลายเป็นแพ็คละ ๔๐ บาทอย่างที่เห็น

เพื่อนคระ
ถ้าไปทำงานที่ไหนแล้วเจอผลิตภัณฑ์เยี่ยงนี้ (แล้วมันไม่แพงเท่าที่เคยซื้อ)
เพื่อนโปรดอย่าลืมบอกเพื่อนนะคระ


ป.ล. ชื่ออัลบั้มแปลว่า ชอบจริง-จริ๊ง

วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2552

Memories of Matsuko : All she needs is love

Rating:★★★★★
Category:Movies
Genre: Drama


เพราะว่าเคยดู Kamikaze Girls (2004) ของผู้กำกับ เทตสึยะ นากาชิมะ ที่ House RCA แล้วเป็น อึ้ง ทึ่ง ตะลึง เอามากมายกะสไตล์ของแก พอรู้ว่า Memories of Matsuko (2006) คือผลงานต่อมา ก็เลยหาแผ่นมาดู

ผลก็คือว่า เป็นได้อึ้ง ทึ่ง ตะลึง อีกครั้งกับการเล่าเรื่องแบบเซอเรียลแฟนตาซี และน้ำตาไหลทั้งๆ ที่ปากยังหัวเราะกับเรื่องราวของผู้หญิงคนนี้

หนังเริ่มต้นเล่าเรื่องของโช หลานชายที่ไม่เคยรู้ว่าตัวเองมีป้า ซึ่งถูกพ่อใช้ให้ไปเก็บกวาดอพาร์ตเม้นต์ของป้า คือมัตสึโกะ หญิงวัย 53 ที่ถูกพบว่าเสียชีวิตจากการถูกทำร้าย

ด้วยสไตล์การเล่าเรื่องแบบฉูดฉาด สุดจะมีสีสัน และเต็มไปด้วยกิมมิค ผู้กำกับพาเราย้อนเวลาสามสิบกว่าปีไปรู้จักกับมัตสึโกะคนสวย มัตสึโกะผู้อ่อนหวาน ครูสาวร้องเพลงเพราะ หัวอ่อน และมองโลกในแง่ดี ผู้ซึ่งถูกคาดหวังอย่างสูง ทั้งยังไม่เคยได้รับความรักอย่างเพียงพอจากครอบครัว ถูกเอารัดเอาเปรียบและล่วงละเมิดจากผู้บังคับบัญชา ผู้ซึ่งได้รับการแสดงความรักอย่างผิดๆ จากเด็กนักเรียนที่แอบชอบ

ชีวิตที่น่าจะเป็นชีวิตดีๆ ของผู้หญิงญี่ปุ่นคนนี้พลิกผันตกกระเด็นออกนอกลู่นอกทางด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง ทิฐิในธรรมเนียมของครอบครัวแบบญี่ปุ่นที่ไม่อาจรับให้เธอกลับบ้านได้ยังผลักไสให้มัตสึโกะต้องซัดเซพเนจรออกไปเผชิญชะตากรรมนอกบ้าน

ผู้หญิงญี่ปุ่นต่างจังหวัด เมื่อสมัยสามสิบกว่าปีก่อนนั้นออกจะอยู่คนเดียวได้ยาก (คงยากพอๆ กับผู้หญิงไทย) มัตซึโกะไม่อาจยืนบนสองขาเรียวสวยของตัวเอง ต้องยืนอยู่บนสองขาของผู้ชายผู้ได้ชื่อว่าสามี ซึ่งแต่ละคนก็ช่างสุดยอดไปในทางเลว ไม่มีใครเลยที่ไม่ตบตีมัตสึโกะ (อ้อ มีอยู่คนนึง แต่รักครั้งนั้นดันมีอุปสรรคซะอีก) บางคนเป็นแมงดา ให้มัตสึโกะหาเงินให้บ้าง ใช้ให้ขนยาทั้งยังด่าทอก็สารพัด เธอก็ยังทน

เพราะอะไรน่ะหรอ

เพราะเธอไม่มีใครแล้วไง ฉะนั้น ใครก็ได้ที่ยอมอยู่กับเธอ มัตสึโกะจะยอมทนอยู่กับเขาได้ทั้งนั้น


เมื่อผู้ชายคนสุดท้าย คนที่เธอรักมากที่สุด หวังมากที่สุด และฝันสวยที่สุด กระทำอย่างนั้นตอบแทนการรอคอยยาวนานหลายปีของเธอ ความหวังทั้งหมดที่มีก็พลอยระเหิดระเหยหายตามไปด้วย มัตสึโกะคนสวย ซึ่งดูแลตัวเองอย่างดีมาตลอด เกิดหมดอาลัยตายอยากในฉับพลัน หมดความไว้วางใจ และหมดหวังในความสัมพันธ์ เก็บตัวอยู่อย่างโดดเดี่ยวในอพาร์ทเม้นต์รกๆ อยู่นานหลายปี จนกลายเป็นป้าอ้วนฉุ ตัวเหม็น เป็นที่น่ารังเกียจและหวาดกลัวของเพื่อนบ้าน



“All you need is love” ที่เพื่อนสงสัยว่าแค่นั้นจริงๆ หรอ
อิฉันว่า สำหรับผู้หญิงชื่อมัตสึโกะแล้ว เธอต้องการแค่นั้นจริงๆ
เพราะอะไรๆ ในชีวิตมันเป็นสิ่งที่หาเอาได้ทั้งนั้น

มีแค่ความรักเท่านั้น ที่เธอไม่เคยได้กินจนอิ่ม








บันทึก
• โศกนาฏกรรมทั้งหมดที่เกิดกับชีวิตของผู้หญิงคนนี้ อิฉันขอกล่าวโทษที่ครอบครัวของเธอแต่เพียงเท่านั้น
• เล่าซะทราจิก แต่จริงๆ ในความทราจิก หนังสนุกมากเลยนะ
• ดูหนังเรื่องนี้ตั้งหลายรอบ แต่ไม่กล้าเขียนถึง
• หนังเรื่องนี้เข้าชิงรางวัลเจแปนฟิล์มอวอร์ดส์ ถึง 9 รางวัลด้วยกัน (รวมทั้งสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและผู้กำกับยอดเยี่ยม) คว้ามาได้ 3 รางวัล คือ ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม (แกเบรียล โรแบร์โต และ ซึโยชิ ชิบูยะ), ลำดับภาพยอดเยี่ยม (โยชิยูกิ โคอิเกะ) และ รางวัลนักแสดงนำหญิง (มิกิ นากาตานิ)
• ด้วยความที่เคยกำกับเอ็มวีมาก่อน ผู้กำกับ เทตสึยะ นากาชิมะ เลยสร้างโลกของมัตสึโกะใน Memories of Matsuko ให้ออกมาสวยเหมือนนั่งดูเอ็มวียุค ’50s-’70s และสอดแทรกด้วยงานศิลปะแบบป๊อบอาร์ตที่ถึงใจ ตามความตั้งใจของนากาชิมะที่อยากให้หนังเรื่องนี้เป็นที่รวบรวม งานพาณิชย์ศิลป์ ของญี่ปุ่นทุกอย่างมาใส่ไว้ด้วยกัน ตั้งแต่เพลงญี่ปุ่น การ์ตูนญี่ปุ่น แฟชั่นแบบญี่ปุ่น ฯลฯ
• เจ๋ง