วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

The Mist : อย่าเอาพระเจ้ามากล่าวอ้าง

Rating:★★★★
Category:Movies
Genre: Horror



ในที่สุดก็ได้ดู The Mist (2007) ที่เพื่อนอุตส่าห์เลือกมาฝากเป็นพิเศษเสียที

หนังมันก็สั้นกระชับดี และสนุกดี (ในแบบที่หนังแนวนี้ควรจะเป็น) แต่ดูไปๆ แล้วก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่า ดูทำไมวะเนี่ย

มันเป็นหนังที่สร้างจากนิยายของ Stephen King ลำพังแค่ไอเดียของอีตาคนนี้ก็อย่างที่รู้ๆ คือแกสามารถจินตนาการถึงเรื่องสยองขวัญสั่นประสาทคนอ่านได้สุดขั้วอยู่แล้ว มาเจอผู้กำกับ Frank Darabont ที่มีความสุขในบีบคั้นอารมณ์คนที่เสนอตัวมาเขียนสกรีนเพลย์เองเข้าไปอีก หนังเรื่องนี้มันก็เลยออกมาเป็นหนังที่ดูแล้วไม่เห็นจะมีความสุข มีแต่ความเคร่งเครียด กดดัน แล้วก็หมดอาลัยในเพื่อนมนุษย์ชิบเป๋ง

สตีเฟ่น คิง ชอบเขียนเรื่องให้ตกอยู่ในภาวะคับขันที่บีบบังคับให้มนุษย์แสดงธาตุแท้ออกมา อย่างในเรื่องนี้ก็เกิดขึ้นในเมืองเล็กๆ ที่คนส่วนใหญ่จะรู้จักกันหมด เริ่มจากพายุใหญ่โหมกระหน่ำทำบ้านพังจนรุ่งขึ้นคนต้องออกมาซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อหาซื้อข้าวของจำเป็นกลับไปซ่อมบ้านกับซื้อเสบียงกลับไปตุน

และแล้ว เมืองก็ถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบ ที่เป็นปริศนาว่ามันมาจากไหน รู้แต่มันไหลมาอย่างเร็ว ปิดทัศนวิสัยทุกอย่างข้างนอกร้าน ซ่อนตัวประหลาดที่ทำร้าย ไล่ต้อนผู้ชายคนหนึ่งวิ่งเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตมาบอกข่าวคนข้างในเอาไว้อย่างแนบเนียน

ไอ้ตัวประหลาดนี่มันอะไรเป็นเรื่องน่าสงสัย แต่ไอ้ที่ไม่ต้องสงสัยคือ มันจะเอาชีวิตคน อย่าได้ออกไปให้มันจับได้เชียวแหละ

หลายชีวิตที่หลบอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตดูจะปลอดภัย แต่จริงๆ โดนมอนสเตอร์ฉีกเป็นชิ้นๆ แล้วตายไปเลยอาจจะยังดีกว่าบ้าตายเพราะเจ๊คลั่งศาสนาคนนั้น ที่เอาแต่พร่ำบอกว่า นี่แหละพระเจ้าลงโทษแล้ว เพราะว่าพวกเธอน่ะ หยิ่งยโส เพิกเฉยไม่นำพา ไม่เข้าหาพระเจ้า ฯลฯลฯลฯลฯ

ความคับขันบีบคั้นให้เกิดความเครียดและความกลัว งานนี้ถ้าสติหลุด ใครๆ ก็บ้าได้ทั้งนั้น

อยู่ข้างในมีอาหาร แต่ไม่มีอนาคต ออกไปข้างนอกดูมีอนาคตมากกว่า แต่ก็ต้องเสี่ยง เพราะไม่รู้จะมีภัยอะไรซ่อนอยู่ในหมอกบ้าง ติดอยู่อย่างนั้น ๒ วัน สัญชาตญาณไม่ชอบถูกกักขัง กอปรกับบทสดุดีีพระเจ้า (ตลอดเวลา) ทำให้เริ่มทนไม่ไหว จึงคิดหนี แต่พี่พระเอกก็ต้องตัดสินใจให้ดี ไม่ได้มีแค่ลำพังชีวิตตัวเอง แต่ยังมีลูก และคนอื่นๆ อีก

แล้วก็ออกมาโดยไม่มีเสบียงและไม่มีแผน มีแค่น้ำมันเต็มถังกับปืนกระบอก ลูกปืน ๔ นัด

อยากรู้เหมือนกัน ถ้าในซูเปอร์มาร์เก็ตนั่นมีพุทธศาสนิกชนสัก ๒ คน เรื่องจะเป็นไง หรือถ้าตัวเอกเป็นพุทธ จะมีสติยังคิดมากกว่านี้ไหม ตอนจบ จะพูดอะไรเก๋กว่าการกล่าวโทษว่า “พระเจ้าเกลียดเรา” หรือเปล่า


เพราะเท่าที่เห็น เรื่องนี้เป็นเรื่องของมนุษย์ล้วนๆ
พระเจ้าท่านไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยเล้ย



บันทึก :
• หนังแผ่นนี้คุณภาพดีมาก เล่นด้วยเครื่องเล่นห่วยๆ (ที่คิดว่าพังไปแล้ว) กับทีวี ๑๔ นิ้วรุ่นเก๋ายังชัดแจ๋วไม่มีกระตุก..คุณภาพเขาสมราคาจริง
• แล้วที่เขียนไว้บนแพ็คเกจว่าเป็นแผ่น Blu-ray น่ะจริงหรอ หรือแผ่น Blu-ray จากเมืองจีนเล่นกะเครื่องเล่นดีวีดีจีนได้ ว่างั้น?
• จะบอกว่าไม่ได้หืออือกะพล็อตของสตีเฟ่นคิงเท่าไหร่หรอก อ่านมาหลายเรื่องก็ค่อนข้างจะคุ้น สิ่งที่น่าประทับใจคือวิธีการเล่าเรื่องด้วยการ hand held หรือถือกล้องเอาแบบนี้ คือมุมมันเหมือนตาคนน่ะ กดดันดี
• แล้วไอ้ความเงียบนั่นอีก คือเวลาหมอกลงจัดๆ มันก็ดูสงบและสงัดอยู่แล้ว ผู้กำกับดันจงใจปล่อยให้เงียบอีก ไอ้เราดูไปก็ใจเต้นตึกตัก-ตึกตักสิ
• เอาเป็นว่า ใครชอบหนังแนวนี้แล้วยังไม่ได้ดูก็หามาดูเหอะ ดูแล้วคงสะใจคุณน่ะ
• อ้อ ขอเขียนถึงเจ๊ Carmody จอมเพี้ยน (Marcia Gay Harden) หน่อย อารัยจะแสดงเก่งขนาดนี้วะ ดูไปยังนึกว่าเจ๊เพี้ยนจริง ดูๆ ไปยังคิดว่าว่าตัวหายนะตัวจริงอยู่ไม่ได้อยู่ข้างนอกนั่นซะหน่อย
• ในรายชื่อหนัง recommend ที่จะแลกกันดูกับหวานใจ อยากรู้ว่าเพื่อนจะใส่หนังเรื่องนี้ลงไปไหม ได้ข่าวว่าปลื้มอยู่มิใช่น้อย


ครัวสุขภาพ ศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวี

Rating:★★★★★
Category:Restaurants
Cuisine: Other
Location: ซอยระนอง 1 ถนนพระราม 6 โทร. 02-6158822 E-mail : contact@balavi.com

วันก่อนโน้นไปทำงานที่ ศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวี
มีนัดเวลาบ่ายโมงตรง เลยยังไม่ได้กินข้าวเที่ยง เพราะกะว่าที่นัดคงมีกิน
ปรากฏว่ามีจริง อย่างเป็นจริงเป็นจัง คือเป็นร้านอาหารเลย ไม่ได้ขายแต่สแนค
ที่สำคัญ ถึงจะเป็นร้านอาหารในศูนย์สุขภาพตามแนวแพทย์ทางเลือก แต่อาหารที่นี่ไม่ใช่อาหารชีวจิต อาหารมังสวิรัติ หรืออาหารแมคโครไบโอติก ที่จะห้ามกินนั่นกินนี่ ปรุงผ่านอุณหภูมิต่ำ ฯลฯ

แต่เป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ยังกินทุกอย่าง เพียงแต่ทุกสูตรผ่านการกำกับดูแลของนักกำหนดอาการหรือโภชนากร ที่รู้ว่ากินอะไรกับอะไรจึงจะดี ทั้งยังปรุงจากของใหม่สดไม่ใช้ผงชูรส

ราคาอาจจะสูงอยู่สักนิด แต่บอกได้เลยว่านี่เป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่รสชาติกินได้

จานที่สั่งมาชิมคือ ข้าวอบไส้อั่ว (๕๕ บาท) เป็นข้าวกล้องผัดกับขิง ข้าวโพด และไส้อั่ว อุดมสมุรไพรที่คัดเลือก และส่งมาจากบัลวีเวียงพิงค์ เชียงใหม่ หอมขิง+ไส้อั่ว รสชาติอร่อยกลมกล่อมและมีเท็กซ์เจอร์ชวนเคี้ยว (เคี้ยวข้าวเยอะๆ จะดีต่อการย่อยนะฮะ)

น้ำปลาพริกก็ใช้พริกจริง น้ำปลาจริง รสจัดจ้าน สมกับเป็นอาหารไทย

ส่วนเครื่องดื่มเป็นชากระเจี๊ยบ (ฟรี) บริการตัวเอง

ใครมีโอกาสผ่านไป ลองไปหาอาหารเมนูเพื่อสุขภาพที่รสชาติไม่ลำบากต่อการกิน (ให้หมด) กัน



แผนที่อยู่หน้านี้ฮะ
http://www.balavi.com/content_th/map/map.asp


เรดาร์แมว : เหมียวหน้าแปลก






ศุกร์ที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๒


เมื่อเจ้าเหมียวหน้าแปลกเจอคนหน้าแปลก(กว่า)
ก็ผวาไปถึงไหนๆ





Hula Girls : เต้น! เพื่อศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง

Rating:★★★★★
Category:Movies
Genre: Drama



ใกล้สอบแล้ว อาทิตย์นี้ตั้งใจจะทบทวนบทเรียน แต่ก็เฉไฉไปเปิดหนังดู (ตามเคย)
ทีนี้เลยได้ทบทวนด้วย (นิดหน่อยก็ยังดี) สนุก แล้วก็มีน้ำตาไหลประกอบอีกตามเคย

Hula Girls ฉายในปี 2006 แต่เล่าเรื่องราวในปี 1965 หรือ 41 ปีก่อนหน้านั้น ในเมืองอิวากิ จังหวัดฟุกุชิมะ ซึ่งตั้งอยู่หุบเขาที่มีอากาศหนาวซึมเซาหม่นมัวตลอดปี ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น คนเมืองนั้นเขามีอาชีพการงานหลักอยู่ในเหมืองถ่านหินที่กำลังจะปิดตัวเพราะเริ่มมีการใช้น้ำมันมาแทนที่ ทำให้คนงานเกือบสองพันคนต้องตกงาน..แล้วเขาจะทำไงกัน พื้นที่เกษตรก็ไม่มี ประมงก็ไม่ได้ จะค้าขายหรือเส้นทางคมนาคมก็ไม่สะดวก เห็นว่าแม้แต่รถบัสยังไม่มีผ่าน จะขึ้นรถไฟก็อาจต้องไปขึ้นที่เมืองใกล้ๆ

ทางออกก็เลยเป็นโครงการ “โจบัง ฮาวายเอี้ยนเซ็นเตอร์” ที่จะเนรมิตความอบอุ่นและสดใสของฮาวายมาไว้แถบนั้น เพื่อดึงดูดให้มีรายได้การท่องเที่ยว และการจ้างงานเกิดขึ้น

แต่ว่า ด้วยธรรมเนียมวัฒนธรรมของคนเมืองนี้ที่เกิดมาก็เห็นพ่อแม่ทำงานในเหมือง พอโตก็ต้องไปทำงานในเหมือง พอมีครอบครัว ก็ยังคงเป็นครอบครัวทำงานเหมืองต่อไป คณะเต้นฮูล่าจึงไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ นอกจากมีสาวๆ สนใจน้อยแล้ว แรกๆ น้องๆ เค้ายังอ่อนใจ เพราะเป็นการเต้นที่ใช้เทคนิคใหม่ ซึ่ง..ไม่สามารถ

จนได้เห็นครูสาวเปรี้ยวและมีปัญหาจากโตเกียวซ้อมเต้นหน้ากระจกนั่นแหละ น้องๆ ถึงมีแรงฮึด อยากจะเต้นเป็นบ้าง แต่แม้จะมีความพยายามแล้ว แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน

ตอนที่แม่น้องนางเอกมาจิกตัวลูกสาวกลับบ้าน เธอประกาศว่า..คนเมืองนี้ผู้หญิงต้องอยู่บ้าน ช่วยสามีทำงานหาเงิน ไม่ใช่ออกมาเต้นแหกแข้งแหกขา ยั่วยวนผู้ชาย..

ไม่คิดว่าคุณครูจะสวนกลับไปว่า ..เพราะคิดอย่างคุณป้า ผู้ชายถึงยังไม่หยุดดูถูกผู้หญิงอย่างนี้ไง..

ใช่แล้ว ฮูล่าเกิร์ลไม่ได้เป็นแค่หนังดูสนุกๆ แต่เป็นหนังผู้ใหญ่ที่ถามถึงความฝัน ถามถึงความกล้าหาญที่จะเลือกทำ (งาน) ในสิ่งที่ตัวเองรัก และมีความสุข โดยเฉพาะถ้ามันเป็นงานที่ทำให้คนอื่นมีความสุข ถามถือการให้เกียรติและเคารพศักดิ์ศรีของตัวเอง เคารพในความพยายามที่จะทำในสิ่งที่ดีของผู้อื่น และการรู้จักยอมรับเมื่อเขาคนนี้พิสูจน์ให้เห็น

แม่น้องนางเอกพูดกับผู้นำสหภาพแรงงานเหมืองในครั้งที่ออกไปขอยืมเตาถ่านหิน เพื่อเอาไปจุดให้ความร้อนกับต้นปาล์มจากไต้หวันที่ขนมาปลูกสร้างบรรยากาศฮาวาย ไม่ให้พวกมันสลดตายเพราะความหนาวเย็นไปเสียก่อนที่ท่อน้ำอุ่นจะส่งน้ำมาได้ ว่า

..เมื่อก่อนฉันคิดว่างานคือการทำงานในหลุมมืดๆ โดยไม่สนใจว่าจะเป็นหรือตาย แต่ตอนนี้ฉันคิดว่าการทำงานโดยการเต้นให้ความสุขกับคนอื่นก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย เด็กพวกนั้น..พวกแกจะสร้างโลกใหม่ด้วยรอยยิ้มได้..

สาวๆ ฮูล่าทำให้เห็นแล้ว ด้วยการเต้นที่พวกเธอรัก พวกเธอช่วยหาเลี้ยงครอบครัวได้ พร้อมๆ กับที่ทำให้ตัวเองและผู้ชมมีความสุข

และบางทีอาจเป็นความเพียรพยายาม และความสุขที่ฉายออกมาผ่านยิ้มและประกายตาของพวกเธอนี่แหละ ที่สร้างแรงบันดาลใจสำคัญให้เกิดขึ้นในใจคนดู



บันทึก:
• คนญี่ปุ่นนี่ถนัดทำหนังเรียกแรงบันดาลใจ+ความสามัคคีของเด็กผู้หญิงเสียจริง ดูฮูล่าเกิร์ลจบแล้วคิดถึงสวิงเกิร์ลทันที
• ฉากเมืองเหมืองถ่านหินทำให้นึกถึงช่วงแฟลชแบ็คในหนังโตเกียวทาวเวอร์ เมืองบ้านเกิดของแม่ไง จำได้ไหม?
• พี่ชายน้องนางเอกก้น (เปลือย) สวยจัง
• ชอบท่าเต้นของมาโดกะเซนเซที่บอกว่า “ฉันมีความรักให้คุณ” จัง
• “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” ไม่มีเหตุผลที่จะไม่เชื่อสุภาษิตนี้
• ไม่รู้มีใครดูแล้วรู้สึกว่าหนังถูกตัดไหม เหมือนมันเล่าข้ามเป็นช่วงๆ อะ หยั่งตอนก่อนน้องขึ้นเวทีแกรนด์โอเพนนิ่ง มีฉากพี่ชายจะนั่งรถรางเข้าเหมือน แล้วไงต่ออะ? หรือแค่จะบอกว่า ‘แต่ละคนต่างตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี’ แค่นี้
• ดูแล้วอยากไปเข้าคลาสเบลลี่แดนซ์จัง อิ อิ


วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

The 40 Year-Old Virgin : The longer you wait, the harder it gets. (ฮา)

Rating:★★★★
Category:Movies
Genre: Comedy


ถ้ามันเป็นแครมบรูเล ผิวหน้าที่เป็นคาราเมลหอมหวานน้ำตาลไหม้ของ The 40 Year-Old Virgin คงเป็นรสชาติตลกเดอร์ตี้โจ๊กแบบอเมริกันที่เรียกเสียงฮาน้ำตาเล็ดน้ำตาไหล

แต่พอใช้ช้อนเคาะหน้า ตักเนื้อขนมเข้าปากเท่านั้น ก็จะได้รู้ว่าที่จริงขนมถ้วยนี้ไม่ได้อร่อยเผินๆ แค่ชั้นเดียว แต่ยังมีรสล้ำนวลลิ้นที่จะเจาะลึกเข้าไปในใจคนดูอีกชั้น

เพราะมันกล้าตั้งคำถามซอฟต์ๆ แต่ชวนขบคิดถึง เซ็กซ์ กับความสัมพันธ์

หนังเรื่องนี้เล่าถึวชีวิตของ Andy Stitzer (Steve Carell) หนุ่มใหญ่วัย ๔๐ ที่ตลอดชีวิตของเขายังไม่เคย “จึ้ก” สาวจริงๆ สักครั้ง

อันว่าคนเราอายุขนาดนี้แต่ยังเป็นเวอร์จิ้น ถ้าถือเพศนักบวช หรืออาศัยอยู่ในประเทศที่รักษาศีลของกาเมสุมิจฉาฯ เคร่งครัดอย่างบ้านเรา (ฮา) ก็คงจะไม่แปลก ยิ่งถ้าเป็นผู้หญิง (ไทย) ยิ่งเป็นเรื่องธรรมดา แต่นี่แอนดี้เป็นหนุ่มอเมริกัน ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่แสนจะเปิดเผยและตรงไปตรงมากับการแสดงออกถึงความสัมพันธ์ ยังคงความบริสุทธิ์มาจนอายุปานนี้จึงเป็นอะไรที่หน้าขายหน้ามาก

แอนดี้เป็นโสด (แน่ล่ะ) มีชีวิตที่เรียบง่ายในอพาร์ตเม้นท์ที่สะอาดและเป็นระเบียบ มีงานอดิเรกคือสะสมตุ๊กตาซูเปอร์ฮีโร่ กับเล่นวิดีโอเกม เขาไม่สูบบุหรี่ ตื่นเช้า ทำกายบริหารอย่างมีวินัย อาบน้ำ ปรุงอาหารกินเอง แล้วก็ขี่จักรยานมาทำงานในร้านขายเครื่องไฟฟ้าใหญ่ของเมือง

จริงๆ แล้วถึงแม้จะค่อนข้างเนิร์ด แต่ชีวิตของแอนดี้ออกจะ็เป็นชีวิตที่มีคุณภาพ จัดการอะไรๆ ได้ด้วยตัวเอง รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ต้องการอะไร แต่จากสายตาเพื่อนร่วมงานแล้วการใช้ชีวิตของแอนดี้เป็นอะไรที่พิลึกกึกกือเอามากๆ ยิ่งพอรู้ว่าเขายังเวอร์จิ้น เพื่อนๆ ก็คิดไปได้ต่างๆ นานา มีปัญหาบุคลิกภาพอะไรหรือเปล่า ทำไมไม่มีใครเอา เป็นเกย์หรือเปล่า แล้วก็คันไม้คันมืออยากจะช่วยจัดการให้แอนดี้ได้แอ้มสาวเสียที

คนนึงก็เน้นรูปโฉม ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองให้สาวสน อีกคนบอกว่าไม่ใช่รูปลักษณ์แต่เป็นลีลา แล้วก็สอนว่า สิ่งที่ผู้ชายไม่รู้คือวิธีการพูดคุยกับผู้หญิง

“ที่จริงผู้หญิงแค่อยากพูดเรื่องตัวเอง” หมอนั่นอวดรู้ี้ “ฉะนั้นก็ไม่ต้องทำอะไรมาก ถามเปิดประเด็น จากนั้นก็ทำขรึม แล้วตีลูกโง่เข้าไว้” (หน็อย.....ทำไมกรูไม่เคยเจอผู้ชายแบบนี้เลยวะ เห็นมีแต่พวกกร่างชอบอวดเรื่องตัวเอง)

ส่วนเพื่อนอีกคนก็ลงทุนยกหนังโป๊ในคอลเลกชั่นที่สะสมไว้เป็นกล่องใหญ่มาให้แอนดี้ศึกษา

เมื่อแอนดี้เจอสาวน่ารักที่คิดอยากจะโทรหา เพื่อนก็ห้ามเด็ดขาด แล้วกรอกหูว่า ต้องหาประสบการณ์กับเบี้ยใบ้รายทางให้ได้สัก ๒๐-๓๐ คนซะก่อน ถึงจะมีเซ็กซ์กับสาวคนที่ชอบได้อย่างไม่เส็งเคร็ง จากนั่นก็ชวนแอนดี้ออกนอกกรอบด้วยการชวนปุ๊น กินเหล้า แล้วก็ฉี่ข้างตึก (เสื่อมเนอะ พวกผู้ชายเนี่ย)

พร้อมๆ กับพัฒนาความสัมพันธ์กับสาวที่ตัวเองชอบ (เธอผู้นั้นเคยก้าวพลาดในความสัมพันธ์จนทำให้มีลูกคนแรกตั้งแต่ยังอายุน้อย แล้วก็ยังมีต่อมาอีก ๒ คน แถมตอนนี้ลูกสาวคนโตมีหลานยายให้แล้วด้วย จึงตกลงกันว่าจะไม่รีบมีเซ็กซ์ แต่จะรอให้เดตกันครบ ๒๐ ครั้งเสียก่อนแล้วค่อย...) แอนดี้ก็ลองฝึกฝนตัวเองตามหลักสูตรของเพื่อนไปด้วย แต่ทำไงก็ไม่เวิร์ก จนเขาเริ่มสงสัย

ถ้าไม่มีใจด้วยแล้วจะมีเซ็กซ์ด้วยได้ไง?
แล้วถ้าแฟนรู้ว่ายังเวอร์จิ้นเธอจะรังเกียจไหม?
เซ็กซ์ของเขากับแฟนจะเป็นยังไง?
(อันนี้ออกแนวไม่มั่นใจ กลัวมันจะไปจบเห่เอาบนเตียง)


โธ่เอ๊ย พ่อคุณ ช่างโง่ได้้น่าเอ็นดูจริงๆ


ผู้หญิงน่ะ ถ้ารักเสียอย่าง.. อะไรๆ ที่เหลือก็ไม่ใช่ปัญหาแล้ว




บันทึก:
• มีตอนนึงที่ลูกสาวคนกลางวัยไฮสคูลของแฟนแอนดี้อยากไปฟังบรรยายเรื่องการวางแผนครอบครัว เพราะว่าเธออยากจะติ๊ดชึ่งกับแฟนหนุ่ม แล้วแอนดี้ก็ไปเป็นเพื่อน (เพราะจริงๆ เจ้าตัวก็อยากรู้แล้วก็มีคำถามที่อยากถาม) แล้วก็เลยคิดถึง Juno ขึ้นมา ในความเปิดเผยของสังคมอเมริกัน มันก็มีข้อดีเหมือนกันนะ
• ไอ้นกเขาขันตอนเช้านี่มันตลกดีจัง ผู้ชายเค้าเป็นอย่างนี้กันทุกคนเลยไหมน่ะ
• ตอนที่ตลกมากๆ นอกจากตอนแม่สาวแว็กซ์จะนับ อิชิ-นี่-ซัง (๑-๒-๓) แล้วดึงแว็กซ์ ก็ยังมีตอนที่แอนดี้ขึ้นเตียงแฟนแล้ว (แต่ใส่คอนดอมไม่เป็น) ลูกสาวแฟนกลับมาเห็นพอดี เลยอด ทีนี้ก็เลยต้องกลับบ้าน จากนั้นก็็โทรไปถามคอลเซ็นเตอร์ของบริษัทยา “คุณบอกว่าหลัง ๔ ชั่วโมงแล้วถ้ายังตื่นอยู่ให้โทรมา” แอนดี้ถาม คอลเซ็นเตอร์ (เสียงแขก) ตอบว่า แต่คุณไม่ได้กินยาเราหนิ แล้วแนะว่าในอินเดียเราใช้เทคนิคดีดไข่ หรือจุดไฟจี้ที่ข้อมือ เพื่อดึงความสนใจจากสมอง จากนั้นไอ้้ที่โด่ไม่รู้ล้มมันก็จะพังพาบลงมาเอง (.....ฮาว่ะ)


lonely shadow






เสาร์ที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๒


คบกับนางสาวลูซิล มือถือใหม่มาพักนึง พบว่าหล่อนช่วยสร้างสรรค์รูปได้เจ๋งใช่ย่อย
ส่วนหนึ่งเพราะมีโหมดมาโคร
แต่ยังไงก็ยังคิดถึงคุณมาโนช มือถือคู่มือคู่ใจเครื่องเดิม

คุณมาโนชแกมีโหมด contrast ให้ภาพขาวดำคอนทราสจัดที่มือถืออื่นๆ ไม่เห็นมี

กล้องไหนก็ถ่ายไม่ได้แนวขนาดนี้


หมายเหตุ:
-ชอบถ่ายดอกลั่นทม (แต่ถ่อไปถึงหลวงพระบาง กลับถ่ายมาได้รูปเดียว)
-(ซึ่งไม่มีในนี้ เพราะไม่ได้เปิดมือถือ)
-รูปลั่นทมพวกนี้ถ่ายด้วยคุณมาโนช ในโอกาสต่างกรรมต่างวาระ
-เจอตรงไหนโดนก็ถ่าย
-คุณมาโนช คือ LG KG200
-ลูซิลล์ คือ Motorola E6
-lonely shadow อยู่ในเนื้อเพลง Dream A Dream (Elysium)

When the night is still
And the sea is calm
Lonely shadow, you fall upon me