แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชู้ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2552

Tokyo Tower: เมื่อวาน วันนี้ และพรุ่งนี้?

Rating:★★★★
Category:Movies
Genre: Drama




วันวาน: เด็กหนุ่มวัย 18 พบกับหญิงสาวแสนสง่า ผู้สูงวัยกว่าเขา 20 ปี นับจากวินาทีนั้น สายตาของเขาก็หยุดอยู่เพียงเธอคนนั้น

วันนี้: ทั้งสองกลายเป็นคนรักที่ต้องซ่อนเร้นของกันและกัน ซ่อนเขาจากสามีของเธอ และซ่อนเธอจากแม่ของเขา

คำถามคือ
พรุ่งนี้: เมื่อเด็กหนุ่มเติบใหญ่ สู่วัยฉกรรจ์ ในขณะที่สาวใหญ่ได้แต่ร่วงโรยลง ความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองจะมั่นคงอยู่ได้อย่างไร?

เป็นคำถามที่ฉันอยากมีคำตอบให้ตัวเอง หลังจากที่ดู Tokyo Tower (2005)-ที่ไม่ใช่เรื่องของผมกับแม่และพ่อในบางเวลา-จบ 3 รอบซ้อน



หนังเรื่องนี้เล่าถึง รักต้องห้าม
ไม่รู้หรอกว่าใคร หรืออะไร ที่เป็นคนตั้งกติกาว่า ความรักที่ฝ่ายหญิงแก่กว่าถึง 20 ปี มีสามีแล้ว และยังเป็นเพื่อนกับแม่ของฝ่ายชายนั้น “ต้องห้าม” ทั้งโทรุ (Okada Junichi) และชิฟุมิ (Kuroki Hitomi) ก็คงไม่เข้าใจว่าทำไม “ต้องห้าม” แต่ลึกๆ แล้วทั้งสองก็รู้เหมือนๆ กับคนอื่น ว่าแม้ไม่ผิดที่จะรัก แต่ความรักของพวกเขาเป็นความรักที่ไม่เหมาะสม ไม่ถูกต้อง

ไม่เพียงเรื่องของโทรุกับชิฟุมิ หนังยังพูดถึงรักต้องห้ามอีกคู่ ที่ถูกเล่าเหมือนจะให้เอามาเปรียบเทียบกันอีกด้วย สำหรับคู่ของคิมิโกะและโคจิ (Matsumoto Jun) เหมือนมาพบกันในจังหวะที่มีคนหนึ่งกำลัง lost พอดีกับที่อีกคนรู้สึกท้าทาย ทั้งสองจึงไม่มีความรู้สึกดื่มด่ำ ซาบซึ้งต่อกัน ไม่มีใครกล้าประกาศให้อีกฝ่ายทิ้งโลกไว้เบื้องหลังแล้วมาอยู่ด้วยกัน คู่นี้ไม่มีอะไรแบบนั้น แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็สร้างแรงบันดาลใจให้แก่กันได้อย่างน่าประทับใจแบบประหลาดๆ ใจ

ฉันเคยมีคนรัก แต่ก็ยังไม่เคยแต่งงาน ฉะนั้นฉันจึงยังไม่เข้าใจหรอก ความรู้สึกที่คนสองคนชวนกันแต่งงานน่ะ มันเป็นยังไง อะไรคือสิ่งที่กระชับคู่แต่งงานเข้าไว้ด้วยกันตลอดเวลายาวนานของชีวิตสมรส หรือทำไมชีวิตการแต่งงานมันจึงทำให้ผู้หญิงสองคนนั้น ทั้งที่อยู่ต่างที่กัน และไม่รู้จักกันเลย lost ไปไกลลิบ (ไม่เห็นสงสัยเลยว่าทำไมผู้ชายถึง lost เพราะรู้ดี ผู้ชายพร้อมจะ lost ได้ทุกสถานะ)



แต่ฉันว่าฉันเข้าใจความรักดี

ฉันว่าฉันเข้าใจด้วยว่าทำไมชิฟุมิถึงทิ้งสามี และโตเกียวทาวเวอร์ไปหาโทรุ ผู้รออยู่ใต้เงาหอไอเฟล ฉันว่าฉันเข้าใจ ทำไมเธอกล้าตัดสินใจอย่างนั้น


ความรักไง





บันทึก
• โตเกียวทาวเวอร์ในเรื่องนี้ ทำหน้าที่คล้ายโตเกียวทาวเวอร์ในเรื่องแม่-ลูก และพ่อในบางครั้งเลย
• (มันเป็นพยานรักของโทรุและชิฟุมิไง)
• พระเอก (Okada Junichi-ได้ข่าวว่าเป็นนักร้องเจป๊อป) หน้าตาดีนะ แต่ถ้าก้นไม่สวยน่าจับ ฉันก็ไม่เห็นความจำเป็นของฉากเปลือย (เห็นแค่ด้านหลัง) อาบน้ำฝักบัวนั้นเลย
• อ้อ นอกจากหน้าตาดีแล้วน้องเขาเล่นดีด้วยนะ
• น้องจุน (Matsumoto Jun) ก็เล่นดีแบบเป็นตัวของตัวเองดีจัง (พี่คิดว่างั้นเพราะพี่ดูน้องมากี่เรื่องๆ น้องก็เล่นได้บุคลิกเดียวกันคงเส้นคงวาตลอดเลย)
• ฮิโตมิจัง เพอร์เซอร์คนสวย แฟนโคดะกัปตันจากซีรีส์ Good Luck นั้นยังสวยจนไม่อยากจะเชื่อว่าในหนังน่ะ ชิฟุมิอายุสี่สิบกว่าเข้าไปแล้ว แต่อยากบอกจังเลยว่า ผมทรงนั้นไม่สวย ชอบบ๊อบเท ที่ชิฟุมิไว้ตอนเจอโทรุครั้งแรกมากกว่า
• ฮิโตมิจังก็เล่นดี จะบอกว่าฉันชอบเสียงแล้วก็สำเนียงเค้าจัง
• ถ้าเลือกได้อยากมีสามีวัยเดียวกันที่บุคลิกมั่นคงแบบสามีชิฟุมิ ไม่ใช่สามีเด็ก โรแมนติก ช่างฝัน แล้วก็หลงฉันเสียขนาดนั้น อย่างโทรุ
• แต่พูดก็พูด ไดอาล็อกตอนบอกลาของโทรุ ทำหัวใจฉันหวั่นไหวเหมือนกันนะ
• หนังเรื่องนี้สวย ดราม่า มีหัวข้อย่อยแทรกในหัวข้อหลักหลายอยู่ ฉันว่าฉันยังเก็ตไม่หมดหรอก และเรื่องของคิมิโกะก็กินใจฉันมากเลย ถ้าฉันเป็นคิมิโกะ ฉันจะทิ้งผัวเฮงซวยอย่างนั้น เก็บข้าวของขึ้นซีตรองสีแดงคันน้อย เปิดซันรูฟ ออกจากบ้านในเวลาที่ซากุระบานเลย
• แต่ฉันจะไม่ไปหาเด็ก (หน้าตาดี) ที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรอย่างโคจิหรอกนะ
• สิ่งที่ชอบมากที่สุด ในหนังเรื่องนี้คือ เพลง Finalist ชื่อ Forever Mine ที่ร้องและแต่งเองโดย Yamashita Tatsurou ฟังทีไร ซึ้งจนน้ำตาจะหล่นทู้กที


วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2552

ME YOU THEM : 1 เมีย 3 ผัว ครอบครัวพิลึก

Rating:★★★★★
Category:Movies
Genre: Comedy

ME YOU THEM (2000) หรือ Eu Tu Eles ในภาษาโปรตุกีส เล่าถึงชีวิตผู้หญิงหนึ่งคนที่มีสามี 3 คน และลูกอีก 3 อยู่ใต้หลังคาเดียวกัน

เดือนบอกว่าดูแล้วนึกถึงอิฉัน เลยส่งมาให้ดูบ้าง อิฉันเองก็สงสัยว่า อะไรนะทำให้เดือนนึกถึงเรา ดูจบแล้วก็ยังไม่รู้อยู่ดี เป็นได้ว่าอาจเป็นเพราะความมีเสน่ห์ทางเพศ?(จริงหรอ?? เรายังหา ผ ไม่ได้สักคนเลยนะ-อิ อิ) หรือเพราะรูปลักษณ์ที่สวยแบบบ้านๆ? (..อะนะ อย่างน้อยก็ยังสวย) หรือจะเป็นเพราะความบึกบึน แข็งแรงเหมือนแม่นางเอกในเรื่อง?...อะไรก็ตาม แต่คงไม่ใช่ความเป็นแม่พันธุ์—ฮา

ผู้ชายคนนึงจะมี ม 2 หรือ 3 อยู่ในบ้านเดียวกันไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ผู้หญิงที่มี ผ ถึง 3 แถมแต่ละคนยังปรองดองสามัคคีไม่มีขัดแย้งกันอย่างนี้ มันน่าสนใจแท้ๆ ว่าเธอทำได้ไง

หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังอีโรติก แต่เป็นคอมมิดี้ดราม่า มันจึงไม่ใช่การใช้เสน่ห์ยั่วยวนทางเพศ หรือบทสวาทร้อนเร่าถึงกึ๋นที่ดึงดูดผู้ชายทั้ง 3 ให้มาโคจรรอบตัวผู้หญิงคนนี้ แต่ถ้าบอกตอนนี้ว่าคือ ความรัก ความผูกพัน และพึ่งพาอาศัย ก็คงจะนึกภาพกันไม่ออกอีก ว่า 3 ความเนี้ยจะใช้ผูกผู้ชายไว้กับตัวได้ไง..อย่างนี้ต้องเล่าคร่าวๆ


เรื่องมันเกิดที่บ้านนอกของบราซิล Darlene (Regina Casé) เป็นสาวบราซิลเชื้อสายอินเดียน (ชาวพื้นเมืองของบราซิล) รูปโฉมของเจ้าหล่อนจึงไม่ใช่ความสวยสะคราญ อ้อนแอ้น แต่คือหน้าตาบ้านๆ ในรูปร่างสูงใหญ่แข็งแรง ทนทานต่อสภาพอากาศและการทำงานหนัก หนังเริ่มเล่าก็ตอนเธอท้องโตเสียแล้ว ตอนนั้นฟ้าเพิ่งสาง เธอเก็บของ ล่ำลาแม่ นั่งลาออกไปในชุดแต่งงาน ไปรออยู่ที่โบสถ์ แต่รอจนสายก็ไม่เห็นมีใครมาแต่งงานด้วย แต่ออกจากบ้านมาแล้ว จะบากหน้ากลับไปได้ไง เธอเลยโบกรถทั้งชุดแต่งงานนั่นแหละ

3 ปีต่อมา ดาร์ลีนาจึงกลับมาพร้อมลูกชายวันกำลังน่ารัก แวะทัก Osias (Lima Duarte) เพื่อนบ้านซึ่งกำลังสร้างบ้านด้วยดิน ว่าบ้านสวย ก่อนจะไปบ้านตัวเอง แล้วจึงพบว่า แม่เสียชีวิตแล้ว และก่อนที่จะกระเตงลูกกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมนั่นเองที่เธอได้รับข้อเสนอจากโอซิแอสว่า บ้านที่ว่าสวยน่ะ อยากได้ไหม ถ้าอยากได้ มาแต่งงานกันสิ

แรกเลยดาร์ลีนาก็งง แต่ซิงเกิลมอมที่ไม่มีที่ไปอย่างเธอ อยู่ดีๆ มีผู้ชายหน้าตาไม่น่ารังเกียจ (แก่นิดนึง) แถมมีบ้านมาขอแต่งงาน เธอก็เซย์เยส เพื่อที่จะได้รู้ว่า บ้านน่ะ สุดท้ายแล้วมันไม่ได้เป็นของเธอหรอก เพราะเมื่อเธอแต่งกับเขา เธอก็เป็นของเขา และบ้านของเธอ ก็ต้องตกเป็นของเขาอยู่ดี

ชีวิตที่มี ผ เป็นตัวเป็นตนไม่หวานชื่นและสบายอย่างที่คิด เพราะ ผ ไม่ค่อยทำการบ้าน ไม่แสดงความพิสวาสในตัวเธอเอาเสียเลย เขาหลอกเธอมาแต่งเป็นเมียทาสมากกว่า งานรับจ้างในไร่คนอื่นก็ต้องทำ เลี้ยงแพะให้ผัวก็ต้องทำ ไหนจะงานบ้าน แล้วงานหนักอย่างเดินไกลๆ ไปตักน้ำ หาฟืนอะไรอย่างนี้ ก็ต้องช่วยกันทำกับลูกชาย

ส่วนผัว.. วันๆ ก็ได้แต่นอนเปล ฟังเพลงจากวิทยุทรานซิสเตอร์ ปล่อยแพะหากินเอง

แล้วดาร์ลีนาผู้ว้าเหว่ ไร้รักจาก ผ ก็มี ‘อะไรๆ’ กับหนุ่มผิวดำผู้มาธุระเรื่องแพะของผัว จนป่องขึ้นมา แล้วก็คลอดลูกออกมาเป็นเด็กตัวดำ

ราเชล น้องสาวผัวกระแนะกระแหนเธอเรื่องสีผิวของลูก (แน่ล่ะ แม่มันไม่ดำ พี่ชายตัวเองก็ไม่ดำ แล้วเด็กมันดำเหมือนใคร) ดาร์ลีนาย้อนว่า “ลูกตัวดำเพราะแม่ทำงานหนักไม่มีใครช่วย” (อิฉันฟังแล้วทั้งเห็นใจทั้งสะใจเลยเชียว)


พายุลูกต่อมาที่กระหน่ำใส่ชีวิตผู้หญิงคนนี้คือ การตัดสินใจเพื่ออนาคตของลูก ดาร์ลีนาตอนนั้นทั้งเซ็ง ผ นัมเบอร์ 1 แล้วก็ไม่รู้สึกผูกพันอะไรนัก แถมทำงานเหนื่อยสายตัวแทบขาดอยู่คนเดียว เลยตัดสินใจพาจูงลูกคนเล็ก พาลูกคนโตอยู่กับพ่อ (หน้าตาพ่อลูกคนแรกเป็นไง หนังไม่เปิดโอกาสให้เห็น) แล้วเธอก็เกือบหนีไปแล้วเชียว ยังดีที่ตัวผัวซึ่งสบายจนชินและยอมรับกับความลำบากในวันที่เมียไม่อยู่ไม่ได้ ไปตามเธอกลับมา

คนคนหนึ่งที่มีความเห็นอกเห็นใจ เอื้ออาทร และใส่ใจดูแล เป็นคนคนเดียวที่ดาร์ลีนาระบายความเศร้าหมองเพราะต้องพรากจากลูกก็คือ Zezinho (Stênio Garcia) ญาติผู้น้องของผัว ซึ่งกลายมาเป็น ผ นัมเบอร์ 2 ของดาร์ลีนา

เซซิโน่ย้ายมาอยู่บ้านของโอซิแอสเพราะถูกราเชลไล่ออกจากบ้าน โทษฐานที่มัวแต่ออกไปข้างนอก (ไปเริงรักกับดาร์ลีนา กลางแจ้ง-ริมบ่อที่หล่อนนั่งซักผ้า) จนกลับมาไม่ทันดูใจคุณยายชรา ผ นัมเบอร์ 2 นี้ออกจะมีบุคลิกเรียบร้อย เก่งการบ้านการเรียน จน ผ นัมเบอร์ 1 ประเมินว่า 'ทำไม่เป็น' ปลอดภัย ให้อยู่ใกล้นังเมียไฟแรงสูงได้
นัมเบอร์ 2 นี้นับว่าเป็นคนมีน้ำอกน้ำใจกับดาร์ลีนามาก ตั้งแต่แกมาอยู่บ้านด้วยก็ช่วยแบ่งเบาไปได้มาก ทั้งดูแลทำงานบ้าน ทำกับข้าว ซักผ้า เลี้ยงแพะ แถมยังปั่นจักรยานไปส่งข้าวเที่ยงร้อนๆ ให้เธอถึงที่ไร่เลยด้วย

แล้วลูกชายคนที่ 3 ของดาร์ลีนาก็ถือกำเนิดขึ้น เด็กคนนี้มีดวงตาสีฟ้าสวย เหมือน ผ นัมเบอร์ 2


ผ คนที่ 3 ของดาร์ลีนาชื่อ Ciro (Luiz Carlos Vasconcelos) ทั้งหนุ่ม หล่อ (มั่ก!) และหุ่นดี เธอสบตา และถูกใจสำนวนของเขาจากงานสังสรรค์ของหมู่บ้าน จากนั้นก็ได้เจออีกครั้งในไร่อ้อย ตอนนั่งรถส่งคนงานกลับมาด้วยกัน เขาว่าเขายังไม่มีที่พัก ดาร์ลีนาจึงชวนไปกินข้าวที่บ้าน (ผ นัมเบอร์ 2 เป็นคนทำ) เกือบโดน ผ นัมเบอร์ 2 กันท่าไม่ให้เข้าบ้านแล้วเชียว ดีว่าหนุ่มคนนี้มารยาทน่ารัก ไปเยือนพร้อมของติดไม้ติดมือ ผ นัมเบอร์ 1 ชอบใจ (คงกะจะขัดคอนัมเบอร์ 2 ด้วย-เคืองที่ลูกตัวเองสีตาเหมือนน้อง ว่างั้น) เลยเชิญเข้าบ้าน แถมให้ชวนให้พักด้วยกันอีก

ตกเช้า หนุ่มสาวเขาเดินตามกันไปไร่ ตาเฒ่าสองคนอยู่บ้านด้วยกัน นัมเบอร์ 2 อดริษยาไม่ไหว เริ่มเป่าหูนัมเบอร์ 1 ว่าเนี่ย เดี๋ยวชาวบ้านต้องนินทาแน่เลย นัมเบอร์ 1 ได้ยินแล้วฉุนเชียว ‘นี่บ้านฉัน ฉันจะให้ใครอยู่ก็ได้ ใครจะกล้ามานินทา’ ว่าแล้วก็สั่งให้นัมเบอร์ 2 หุงข้าวเที่ยงเผื่อนัมเบอร์ 3 แถมให้ปั่นจักรยานไปส่งข้าวให้เมียตัวเองและ ผ นัมเบอร์ 3 ด้วย (ฮา)

นัมเบอร์ 2 ปั่นจักรยานไปส่งข้าวเที่ยงให้เมียตัวเองและ ผ ใหม่อย่างร้าวรานใจ ไปถึงยังไปแอบเห็นเขาเริงรักกันกลางวันแสกๆ กลางดงอ้อยอีก (เจ้าประคู้นนน ผีสางเทวดาไม่อายไม่ว่า แต่ไม่คายหลังกันมั่งหรือไงไม่รู้สิ) เล่นเอาป่วยไปเลย


นัมเบอร์ 3 ขยันหาของมากำนัลนัมเบอร์ 1 เจ้าของบ้านเลยออกคำสั่งว่าให้อยู่ได้จนกว่าจะได้ที่อยู่ที่ดีกว่านี้ แล้วนัมเบอร์ 3 ก็อยู่อย่างสบายใจเนียนๆ จากพื้นนิสัยที่ดี รักเด็ก ทำให้เด็กๆ รักแถมยังเข้ากับนัมเบอร์ 1 ได้ดีอีก

กระนั้น เขาก็รู้สึกผิด แล้วก็แอบน้อยใจอยู่ลึกๆ เขาบอกดาร์ลีนาวันหนึ่งว่า ชีวิตนี้ไม่เคยต้องต่อคิวยาวขนาดนี้เพื่อรอผู้หญิงคนเดียว ว่าแล้วเขาก็ชวนหนี


แต่ดาร์ลีนาไม่คิดจะหนี ก็บ้านหลังนี้สงบสุขดี นอกจากนี้เธอมีลูกชายอีกถึง 2 คนในบ้านหลังนี้ ไหนจะ ผ อีก 2 ซึ่งเธอรักทุกคนเลย ว่าแล้วเธอจึงวางแผนสำคัญขึ้น

คืนนั้นเธอปรนเปรอนัมเบอร์ 1 เสร็จแล้วก็สะกิดปลุกนัมเบอร์ 2 ให้ตามไปที่คอกแพะ นัมเบอร์ 2 ดีใจเหลือหลาย บอกว่าเกือบลืมไปแล้วว่าเซ็กซ์เป็นยังไง แต่ดาร์ลีนากลับบอกเขาว่า อยากให้ช่วยหว่านล้อมนัมเบอร์ 1 ให้ต่อห้องเพิ่มให้นัมเบอร์ 3 ไม่อย่างนั้น เธอจะหนีไปกับเขา

เธอใช้ไม้ตายกับนัมเบอร์ 2 โดยการบอกความจริง เธอท้องกับนัมเบอร์ 3 แล้ว

กล่อมเสร็จ ดาร์ลีนาก็ล้างหน้าตา เนื้อตัว นัมเบอร์ 3 ตามออกมาเหน็บประสาคนกำลังน้อยใจ เธอก็ใช้ไม้ตายอีกครั้ง ผ นัมเบอร์ 3 เป็นคนรักเด็ก พอรู้ว่ากำลังจะมีลูกของตัวเองก็ดีใจมาก โผกอดเมีย และร่วมรักอย่างเร่าร้อน และไม่คิดจะจากเมียไปไหนอีก


นัมเบอร์ 2 กับ 3 อยู่มือดาร์ลีนาแล้ว เหลือแต่นัมเบอร์ 1 คนหัวแข็ง ถือดี

นัมเบอร์ 2 ทำตามคำสั่งเมีย เริ่มกล่อมโดยอ้างว่า ดาร์ลีนากำลังท้องกับ ผ ใหม่ ถ้านัมเบอร์ 1 ไม่ยอมให้นัมเบอร์ 3 อยู่ด้วย สองคนนี้จะหนีตามกันไป นัมเบอร์ 1 โวยวาย ‘นี่บ้านฉัน ไอ้สองคนนี้มาอยู่ใต้ปีกของฉัน ถ้ามันอยากไปกันนักก็ไปเลย แต่ห้ามเอาลูกไปด้วยนะ’

นัมเบอร์ 2 ผู้ฉลาดและใจเย็นกว่า ได้ยินดังนั้นก็แก้ให้
‘เราต่างหากที่อยู่ใต้ปีกพวกเขา เรามันตาแก่ ถ้าเขาไป เราก็มีแต่จะถูกทิ้งให้ยืนพิงกัน’

นัมเบอร์ 1 ฟังแล้วสะดุ้ง เพราะความจริงนี้ถูกต้องที่สุดแล้ว ชีวิตของเขาจะขาดเมียคนนี้ไม่ได้เลย ขาดน้องชายคนนี้ก็ไม่ได้ เพราะมันทำกับข้าวอร่อยกว่าเมีย งานบ้านก็ทำเรียบร้อยกว่า กระทั่งลูกทั้งสองคน (ที่อิฉันเองว่าเขาก็รู้นะ ว่าไม่มีคนไหนเป็นลูกเขาเลย) ก็ขาดไม่ได้ เด็กสองคนนั้นกลายเป็นหนึ่งในบริวาร และความเคยชินในชีวิตอันมีสีสันของเขาไปเสียแล้ว

ว่าแล้วบ่ายนั้น 2 ผ เฒ่าก็ยักแย่ยักยันช่วยกันต่อเติมบ้าน (ย่านนั้นเขาเอาดินมาผสมน้ำให้เขละๆ แล้วโปะลงบนโครงไม้ไผ่ฮะ) หรืออีกนัยคือ บริเวณใหม่สำหรับ ผ คนที่ 3 ของเมีย


และแล้ว..ดาร์ลีนาก็คลอดลูกชายคนที่ 4 ของเธอ แต่เป็นเด็กคนที่ 3 ของบ้านนี้ (โดยที่ลูกทั้ง 4 ไม่มีใครไหนมีพ่อคนเดียวกันเลย) เห็นเด็กแล้ว ผ นัมเบอร์ 1 ก็รู้อีกตามเคย ว่านี่ไม่ใช่ลูกกรูหรอก แกคิดๆ อยู่ทั้งคืน เช้ารุ่งขึ้นหลังจากที่ ผ นัมเบอร์ 3 ออกไปไร่ตามปกติ นัมเบอร์ 2 กับเมียยังนอนอยู่เพราะความเหนื่อยอ่อน เขาก็อุ้มทารกน้อย และพี่ชายอีก 2 คนขึ้นเกวียน ขับออกไปท่ามกลางแสงแดดร้อนระอุ

คนดูอดตกใจไม่ได้ว่าตาคนนี้จะเกิดหึงเพี้ยนๆ ขึ้นมา พาเด็กไปทิ้งที่ไหนหรือเปล่า ปรากฏว่าไม่หรอก เขาพาเด็กไปทำธุระบางอย่าง ที่จะทำให้แม่ของเด็กพาเด็กหนีเขาไปไม่ได้เท่านั้นเอง

แล้วเรื่องก็จบลงด้วยรอยยิ้ม


ครอบครัวพิลึกพิลั่นที่มี ม 1 ผ 3 และลูกชายอีก 3 คนจากคนละพ่อ จึงอยู่รวมกันได้อย่างมีความสุข (ตามประสา) เพราะแต่ละคนต่างพึ่งพาอาศัย เมตตา ช่วยเติมความรักความอบอุ่นให้กันและกันจนเต็มอิ่มนั่นเอง








บันทึก
• หนังเรื่องนี้กำกับโดย Andrucha Waddington จากเรื่องของ Elena Soarez
• เพลง OST ของหนังเรื่องนี้เพราะมาก ชักอยากได้อัลบั้มละสิ
• ภาพก็สวย แสงสวย สีสวย เป็นสีแดงของดิน ตัดกับสีฟ้าของฟ้า ถ้าเอาภาพในหนังเรื่องนี้มาทำภาพนิ่ง เราก็จะมีรูปสำหรับจัดนิทรรศการภาพถ่ายเป็นร้อยๆ รูปเลย
• หนังเรื่องนี้มันน่ารักตรงที่มันถ่ายทอดชีวิตลำบากๆ น่าสงสารๆ ของผู้หญิงคนนึงออกมาอย่างน่ารัก แล้วก็อย่างคนมองโลกในแง่ดี ^_^
• รู้สึกดีเหมือนกันที่เห็นผู้หญิงคนนึง ที่ไม่ได้สวย ไม่ได้เอ็กซ์ แต่ก็เป็นจุดศูนย์กลางจักรวาลของผู้ชายตั้ง 6 คนในบ้าน
• เจ๊เรจิน่านี่เค้าเล่นได้เหมือนเป็นตัวเองเลยนะยะ จะอุ้มลูก แกะเม็ดข้าวโพด ตัดอ้อย เนียนไปหมดเลยเชียว
• คนบราซิลแถบนั้นเขาเกี้ยวกันง่ายจริงนะ (เอ หรือมันเกี้ยวกันง่ายอย่างนี้ทั้งทวีปอเมริกาใต้เลยหว่า?)
• นอนเปลทุกคืนมันไม่ปวดหลังหรือไงไม่รู้แฮะ เห็นมีแต่คนป่วย+แก่ที่นอนเตียง
• เขาว่าหนังเรื่องนี้สร้างจากเรื่อง Based on True Story ด้วยนะฮะ
• หนังเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า จริงๆ แล้วก็มีแต่แม่เท่านั้นแหละ ที่รู้ว่าพ่อของลูกตัวเองคือใคร (ฮา)
• ขอบคุณเดือนที่ดูแล้วอุตส่าห์นึกถึง เลยทำให้เราได้ดูไปด้วย ^_^



วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2552

Vicky Christina Barcelona : บาร์เซโลนาแสนงาม กับ ผู้หญิงสามแบบ

Rating:★★★★★
Category:Movies
Genre: Drama

Vicky Christina Barcelona (2008) ชื่อหนังที่มาจากการสมาสชื่อสวยๆ ของผู้หญิง 2 คน กับเมืองสวย 1 เมือง คือหนังเรื่องใหม่ของปู่ Woody Allen ที่น้องหนูนามจูเนียร์สารภาพว่าสอยมาเพียงเพราะภาพแขน+นมอวบๆ กับปากอิ่มๆ เพียงเสี้ยวเดียวของน้องหนู Scarlett Johansson ที่ปรากฏอยู่ในปก DVD (ผี) แผ่นนี้ เสร็จแล้วก็เพียรมาคุยอวดอิฉันเหลือเกิน สำทับด้วยการถาม พี่ดูหรือยัง มัน...ดีนะ
(สำหรับจูเนียร์แล้ว อย่างอื่นๆ จะยังไงก็ได้ ขอให้มีสการ์เล็ตออกมาสร้างความชุ่มชื่นหัวใจมั่ง นิดๆ หน่อยๆ มันก็จะ ....ดี แล้ว)

อิฉันบอกแน่จริงก็เอามาให้ดูมั่ง เขาก็เอามาให้ดู แถมสั่ง-พี่ เขียนรีวิวด้วยนะ
(ประจำ)

หลังจากที่ได้ชมแล้ว อิฉัน (ซึ่งก็ชอบดูอะไรๆ ของยัยสการ์เล็ตเหมือนกัน) พบว่าสิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้น่าดู และน่าจำ (แม้จะไม่ได้จำในฐานะมาสเตอร์พีซของปู่วูดดี้) มีอีกหลายประการ อย่างแรกที่โดดเด่น ประทับตา ประทับใจมากคือ ความเซ็กซี่ของ Javier Bardem (อ่านอย่างสแปนิชว่า ฆาบิเยร์ บาเด็ม นะจ๊ะ) แล้วก็บทบาทการแสดงของ Penélope Cruz (อันนี้อ่านอย่างสแปนิชว่า เปเน้โลเป ครูซ)

ขอว่าด้วยเรื่องความเซ็กซี่ของฆาบิเยร์ก่อน..สำหรับสาวๆ ที่เคยดูผู้ชายคนนี้ในหนังแค่ 2 เรื่อง คือ No Country for Old Men กะ Love in the Time of Cholera เหมือนอิฉัน แล้วได้เห็นลุคนี้ของเขาเป็นครั้งแรกในหนังเรื่องนี้ ถามหน่อย มีใครไหมที่สามารถอดใจไม่ให้กรี๊ดได้...ฆาบิเยร์เล่นเป็น Juan Antonio Gonzalo ได้ทั้งบุคลิก หน้าตา คำพูดคำจา (อันนี้ปู่วูดดี้จัดให้) แววตา และกริยาท่าทาง การเพอร์ฟอร์มที่แสดงถึงความก้าวร้าว ดุดัน และมั่นใจ ตอนที่เขาเขียนรูป มันเหมือนจะส่งฟีดรโมนออกมายั่วยวนชวนให้หลง ถ้าพ่อคนนี้หลุดจอมาเกี้ยวดิฉันมั่ง เห็นที อิฉันจะรอดยาก

ส่วนแม่เปเน้โลเปคนงาม แม้ไม่รู้มาก่อนว่าเธอซิวออสการ์ไปจากบทที่ปู่วูดดี้ใส่พานถวายนี้ อิฉันก็ต้องขอชื่นชมจากใจจริง ตอนได้เห็นเธอในเวอร์ชั่นนี้มันแอบคิดไม่ได้ว่า นี่ปู่คงชอบเธอเป็นการส่วยตัวเอามากๆ เพราะบท Maria Elena มันเขียนมาเพื่อผู้หญิงคนนี้เลยนี่หว่า ในบทนี้ เปเน้โลเปทั้งสวย ทั้งดุ สมกับเป็นสาวสเปน (บทสาวสเปนคงไม่มีใครเข้าถึงได้สุดๆ ถ้าไม่ใช่สาวสเปน) งานนี้เธอปล่อยไม่ยั้ง เธอไม่เก๊กสวย แต่เล่นอย่างออกแนวระเบิดอารมณ์ และก็ไอ้ความฉุนเฉียว ติสต์แตก แล้วก็เซอร์จนได้ที่ขนาดนี้แหละ ที่เป็นเสน่ห์ของตัวละครตัวนี้ (ส่งไปถึงตัวฆวน อันโตนิโอ ได้อีก) เธอเล่นได้น่าหลงใหลมากเลยล่ะ ขอยอมรับ

จากประสบการณ์น้อยนิดที่พอมีจากการดูหนังของปู่วูดดี้แค่ 3-4 เรื่อง อิฉันพบว่าแนวของปู่แกคือจะเป็นหนังที่นางเอกสวย (เสมอ) เป็นหนังพูด จะมีบทสนทนายาวๆ ของตัวละคร ซึ่งมักจะตั้งคำถามอยู่ 2-3 ข้อ คือ เกี่ยวกับความรัก ความสัมพันธ์ แล้วก็ความเชื่อ (ในพระเจ้า หรือในศาสนาก็ตามแต่) ในหนังเรื่องนี้ แกก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของแกไว้ได้อย่างมั่นคง แต่ก็คลาสสิกสมกับเป็นแก คือมันเป็นหนังที่มีรสนิยม แล้วก็ออกจะอยู่เหนือกาลเวลา (ไม่เชื่ออีก 10 ปีลองเปิด DVD เรื่องนี้ดูอีกทีสิ มันยังไม่เชยหรอก)

ในหนังเรื่องนี้ปู่วูดดี้นำเสนอปฏิกริยาของผู้หญิง 3 แบบที่มีต่อผู้ชายคนหนึ่ง

แบบแรกคือ พวกแม่สีที่แม้จะเคยปล่อยตัวใ้ห้อ่อนไหวกับความรู้สึกประสาผู้หญิง แต่ก็จะพยายามดึงสติ ครองตัวมั่นอยู่กับหลักใดหลักหนึ่งอย่างมั่นคง แล้วก็เลือกจะอยู่อย่างปราศจากความเสี่ยงแบบนั้นแหละ พวกนี้ไม่อนุญาตให้ตัวเองดื่มมากกว่าไวน์ 1 แก้ว แบบที่สองเหมือนสีที่เกิดจากการผสมอย่างเมามัน แนวประมาณสีบานเย็นเมทัลลิก เธอจะเปิดกว้าง อยากรู้อยากเห็น อยากทำความรู้จักและเข้าถึงอารมณ์ความหลงใหล อยากเข้าใกล้นิยามของความรัก แม้จะเริ่มจากกล้าๆ กลัวๆ แต่ที่สุดแล้วก็จะยอมเจ็บ ปล่อยตัวล่องลอยไปตามอารมณ์และความรู้สึกเพื่อเรียนรู้มัน สาวๆ กลุ่มนี้่กล้าพอจะปล่อยตัวเองล่องลอยไปกับภาพแฟนตาซีในควันกัญชา ส่วนแบบที่สามเป็นพวกสีจัดจ้าน มากอารมณ์ความรู้สึก เธอสุดๆ ไปกับการจมดิ่ง ลอยฟุ้ง และหดหู่ไปกับความรู้สึก แล้วก็ระเบิดมันออกมายังกะภาพเขียน Expressionism ไวน์ บรั่นดี แซงเกรีย วอดก้า หรือกัญชามันไม่ใช่แล้ว ระดับเธอต้องประมาณยาอีเท่านั้น

ผู้หญิงแบบแรก จะมีชีวิตที่มั่นคงอยู่บนหลักของการสมรส (ในกรณีที่ได้ผัวดี) แม้จะไม่มีความสุขเลย ทั้งๆ ที่รู้แต่แรกว่าเป็นความปลอดภัย มั่งคั่งที่ต้องแลกด้วยการไม่อาจตอบสนองอารมณ์และความปรารถนาภายในได้อย่างที่เธอพอใจ ผู้หญิงแบบที่สอง ความกล้า และบาดแผลจากความโชกโชนในการใช้ชีวิตจะทำให้เธอรู้จักกับตัวเองมากขึ้น แต่ก็ต้องแลกด้วยสถานะความมั่นคงในชีวิตคู่ อันเป็นปัจจัยโคตรสำคัญข้อที่ผู้หญิงทุกคนต้องการจะเติมให้ชีวิตของตัวเอง

ส่วนผู้หญิงแบบที่สาม แม้จะได้สุดๆ กับสัมผัสของอารมณ์และความรู้สึก แต่ในตอนท้าย อาจจะกลายเป็นคนที่คลั่งเพราะรักไปได้ง่ายๆ

เป็นคุณ คุณอยากรักผู้หญิงแบบไหนมากที่สุด?




บันทึก :
• หนังเรื่องนี้ทั้งเขียนเรื่องและกำกับโดย Woody Allen (ตามฟอร์ม)
• Rebecca Hall ที่เล่นเป็น Vicky น่ารักมาก จะบอกว่าเซ็กซี่ก็ไม่เชิง (แหง๋ล่ะ เล่นหนังเรื่องเดียวกับสการ์เล็ตก็ต้องโดนข่มเป็นธรรมดา) ชอบผมของชี ตาก็สวยดี เปลือกตาบนมันย้อยๆ สไตล์เดียวกับคิม บาซิงเจอร์ เวลายิ่มเห็นฟันหน้าเกๆ ก็น่ารักจริงๆ
• ยัยสการ์เล็ตเป็นสาวอวบที่ใส่อะไรก็น่ารัก น่ากอดไปหมดเลยว่ะ
• อยากไปบาร์เซโลน่ามั่งจังเยย จะได้ไปดูงานของ Antonio Guadi จริงๆ สักที ว่ามันน่ากลัวเหมือนที่รู้สึกไหม แล้วไฉนจึงต้องทำให้มันอลังฯ ขนาดนั้นกันเล่า
• ชนบทของสเปนน่าหลงใหลมาก (เห็นมาหลายเรื่องแล้ว)
• ถ้าเป็นอิฉัน เกิดอยู่กับผัวรวยแล้วรู้สึกไม่มีความสุข อิฉันจะเห็นแก่ผัว ด้วยการสารภาพ ว่าไม่มีความสุข ถ้าตกลงกันว่าเลิกกันดีกว่าก็จะเลิก เพราะอิฉันเป็นพวกตรงๆ คงตีสองหน้า อยู่กับผัวตอนกลางคืน อยู่กับชู้ตอนกลางวันไม่เก่ง
• ไม่รู้คุณน้องจูเนียร์จะถูกใจกับบทความนี้ไหม
• ขอคืนหลังสงกรานต์นะยะ
• Heaven ขอแปะไว้ก่อนนะ
• เผื่อคนอยากอ่านบทความที่เคยเขียนถึง Love in the Time of Cholera ฮะ http://mandymois.multiply.com/reviews/item/33





วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2552

The Other Side of the Bed : น้ำพริกถ้วยเก่า

Rating:★★★★
Category:Movies
Genre: Comedy
เสาร์ที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๒

พยายามจำตัวคันจิจนเบลอ ต้องเปลี่ยนแชนแนลไปดูหนังสเปน สร้างสมดุลกันหน่อย

The Other Side of the Bed หรือในชื่อดั้งเดิม El Otro lado de la Cama (๒๐๐๒) หรือในชื่อไทย “มนต์รักสลับเตียง” เป็นหนังคอมมิดี้เพลง (ก็ไม่เพลงเท่าไหร่หรอก มีไม่ถึง ๑๐ เพลง) กำกับโดย Emilio Martínez-Lázaro

จัดเป็นหนังที่ดูสบาย ประเด็นไม่ลึกลับซับซ้อนชนิดที่ดูรอบนึงแล้วยังอยากดูซ้ำอีกหลายๆ รอบ เพื่อเก็บตกสารที่ผู้กำกับแนบมาในหนัง อย่างกะหนังของพี่ Pedro Almodóvar หยั่ง Volver, Hable con Ella (Talk to Her) ซึ่งก็ดีสำหรับการคลายสมองฮะ

หนังเล่าถึงความคันหัวใจของคู่รักที่เป็นเพื่อนกันสองคู่ ที่ฝ่ายชายของคู่แรก(ฆาเบียร์) กับฝ่ายหญิงของคู่หลัง(เปาลา) เกิดมาปิ๊งกันเข้า พาลให้รู้สึกว่า “เบื่อ” คนที่คบอยู่ด้วยจัง เธอ (เขา) ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของเรานี่นา ฯลฯ

ระหว่างที่ลักลอบมาคุยกัน(บนเตียง)ก็เลยนัดแนะกันบอกเลิกกะคนของตัวเอง

ฝ่ายหญิงใจเด็ดกว่า ตัดสินใจทิ้งผู้ชายของตัวเองก่อน ในขณะที่ฝ่ายชายยังกั๊ก ...ก็ซอนญาแฟนเขาสวย หวาน แล้วก็มีอารมณ์ขันขนาดนั้น (ก็ระดับ Paz Vega น่ะฮะ-ใครเคยดู Lucia y el Sexo คงเข้าใจดีนะ) แต่ยัยกิ๊กก็แสนจะอวบอั๋น เด้งดึ๋ง เย้ายวน จนแทบจะหยุดใจไว้ไม่ได้ ก็เลยอยากกั๊กเอาไว้อย่างนี้ก่อนอะ ใครจะทำไม

ไม่มีใครในกลุ่มเพื่อนรู้ว่าเปาลา กะฆาเบียร์ กะลังลักลอบมีความสัมพันธ์กัน ในกลุ่มเพื่อน ทุกคนอยู่ในภาวะรับรู้ว่า เปาลาทิ้งเปโดร และฆาเบียร์กะซอนญาก็กำลังทำหน้าที่เพื่อนที่ดี คือปลอบใจเปโดร

ระหว่างที่หนุ่มๆ เขาปลอบใจกัน มีคำพูดของราฟา เพื่อนในกลุ่มที่จัดเป็นตัวแทน(โดยเฉพาะในแง่ของทัศนคติ)ของผู้ชายโฉดๆ กลุ่มนึงในสังคม (สังคมบ้านเรา อิฉันว่าก็มีฮะ) ตาราฟาประกาศกะเพื่อน เหนือแก้วและขวดแอลกอฮอล์บนโต๊ะว่า ที่ประเทศชาตินี้(สเปนฮะ)มีปัญหา เพราะประชากรไม่เคยอิ่มเซ็กซ์!

“ดูอย่างคนคิวบาซิ เขาอดมื้อกินมื้อกันขนาดนั้น ทำไมเขายังมีความสุขกันดี” ราฟาตั้งคำถาม
“ก็เพราะเขามีเซ็กซ์อย่างที่ใจอยากไง ฉันไม่เห็นเขาทำอะไรเลยนอกจากมีเซ็กซ์ แล้วก็เต้นรำ”

ว่าแล้วราฟาก็โอ่ว่า ที่ผู้หญิงทิ้งเปโดรไป เพราะเขาดีกะเธอมากไป ผู้หญิงนะ ไม่ชอบให้เราใจดีด้วยนักหรอก ร้ายใส่เธอเข้าไว้ เธอจะรู้สึกเร่าร้อน ตื่นเต้น และติดใจเรา อีตาราฟายังสอนเพื่อนไม่ให้ทำตัวเป็นเด็กดี อยู่ในอาณัติแฟน แกแนะเพื่อนให้มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่นให้มากเข้าไว้ แล้วจะไม่เบื่อแฟนของตัวเอง

ตอนที่แกพูดนั่นแกะพูดอย่างอหังการ์ ถ้าอิฉันนั่งอยู่ในวง ก็คงถูกน้ำลายแกกระเซ็นใส่หน้าบ้างหรอก แต่เกิดอะไรขึ้นกับคนปากกล้าละคะ ต่อมาแกก็ถูกทิ้งไง แฟนที่แกเชื่อว่า "แน่เป็นแช่แป้ง" ทิ้งไปคบกับเพื่อนอีกคนในกลุ่มซะ สะใจก็สะใจ ขำก็ขำ อีตอนดูแกร้องไห้นั่นน่ะ

ดูหนังเรื่องนี้แล้วก็เบาสมองดี
แต่ไม่วายได้ปัญหามาขบคิดต่อฮะ

ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าสถานการณ์นี้เกิดกับตัวเองแล้ว อิฉันจะตัดสินใจยังไง ระหว่าง

๑. ขอเลิกกะแฟนตัวเองก่อน แล้วถึงไปคบกับ(อดีต)แฟนเพื่อน ที่ก็ขอเลิกกะเพื่อนเราแล้ว
(เรียกว่าแฟร์กะคนที่คบกันมามากจนยอมเสี่ยง เพราะยังไม่รู้เลยว่าจะคบแฟนเพื่อนรอดไม่รอด)

๒. (แอบ)คบควบๆ ไปจนมั่นใจว่าอยากเป็นแฟนกะแฟนเพื่อนจริงๆ ถึงลงมือขอเลิก
(อันนี้เรียกเห็นแก่ตัวสินะ)

๓. ไม่องไม่เอามันหรอก จะทิ้งแฟนก็ใจไม่ถึง จะคบอดีตแฟนเพื่อนให้ออกหน้าออกตาก็ไม่หาญพอ
(แบบนี้จะเรียกว่าเสียสละก็ึคงไม่ใช่อีก สงสัยจะต้องสรุปว่า ป๊อดดดดด)

นอกจากนี้ ถ้าเกิดในที่สุดเราทั้งสองคนเกิดตัดสินใจกลับมากินน้ำพริกถ้วยเก่า แล้วอิฉันกับแฟน และเพื่อนกะอดีตกิ๊ก จะยังมองหน้ากันติดไหม คบกันสนิทใจได้เหมือนเดิมไหม?

และจะเป็นไปได้ไหม ถ้าเราทุกคนจะกินน้ำพริกถ้วยเก่าเป็นหลัก แต่หันไปเพิ่มรสชาติด้วยการซดต้มโคล้งปลากรอบยอดมะขามอ่อนเป็นครั้งคราว?



บันทึก
• มีความรู้สึกว่าหนังสเปนมันจะมีเสน่ห์ของมัน รูปแบบการใช้ชีวิตของคนสเปนด้วย
• มันเป็นหนังสเปน ท่าเต้น และการมุมกล้องในการนำเสนอเลยเป็นสเป้น-สเปน (ตอนนี้ยังบรรยายไม่ถูกนะ)
• ไม่อาจเรียกว่าเป็นหนังที่ประทับใจม้ากกกกกกก-มาย แต่ดาวที่ให้เนี่ย ขออุทิศให้ “นม” น้อง Paz Vega เป็นการโดยเฉพาะ (จะเรียกว่าเป็นนมแบบในอุดมคติของพี่ก็ได้นะฮะ น้องโอ๊ต)
• มีประโยคนึงที่ฆาเบียร์บอกซอนญา เมื่อตอนเปาโลซมซานมาหาว่า “ความสัมพันธ์มันไม่เหมือนเครื่องซักผ้านะที่รัก มันซ่อมไม่ได้”....ซึ่งไม่รู้ว่าจริงไหม


วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2552

คำคม#๑๘




"เราเป็นภรรยาของชายอื่น ท่านรากษส
เหตุใดท่านจึงคิดเรายังเป็นของท่านได้อีกทั้งที่เราเป็นของชายอื่นแล้ว?
และไม่ได้เป็นเพียงในชีวิตนี้ หากยังเป็นตลอดชั่วนิรันดร์
ทั้งในภพภูมิที่ผ่านมาและทุกภพภูมิที่จะผ่านไป
เราเป็นขององค์รามเสมอมา และจะเป็นเสมอไป
ท่านเองมีสตรีมากมายไว้บำรุงบำเรอ ท่านมิได้พยายามซุกซ่อนพวกนางให้ห่างจากสายตาราคะของชายอื่น?
เช่นนั้น ไยท่านมิยินยอมเข้าใจ สามีเราย่อมห่วงใยเราปานใด?
โปรดฟังเราอีกครั้งเถิดทศกัณฐ์ เราจงรักภักดีต่อองค์รามยิ่ง
และจะไม่มีวันทรยศต่อพระองค์เด็ดขาด"



จากอารัมภบท, รามายณะ
ฉบับเมืองโบราณสำนักพิมพ์
โดย ราเมศ เมนอน
แปลโดย วรวดี วงศ์สง่า

คำคม#๑๗





"สีดา มอบกายของท่านให้ข้าเถิด!
ข้าจะรักท่านอย่างที่หญิืงทุกคนทำได้แค่ฝันจะเป็นที่รักของชายเยี่ยงนั้น
สีดา ครองหัวใจของข้าเถิด
ครองร่างกายของข้า และจงเป็นราชินีแห่งพิภพเคียงคู่กับข้า
เราจะเดินคู่กันไปในอโศกวนา
เพียงเราสองคนเท่านั้น
แล้วท่านจะรู้ว่าความสุขที่แท้เป็นฉันใด"



จากอารัมภบท, รามายณะ
ฉบับเมืองโบราณสำนักพิมพ์
โดย ราเมศ เมนอน
แปลโดย วรวดี วงศ์สง่า