
| Rating: | ★★★★ |
| Category: | Other |
ที่จริงฉันได้ดูซีรีส์เรื่องนี้อย่างบังเอิญ แต่ก็โรแมนติกไม่น้อย
มันเริ่มจากเพลง end title ของซีรีส์ ที่ชื่อ Ashita Hareru Kana (ความหมายประมาณ "พรุ่งนี้จะอากาศดีมั๊ยน๊า?") อันเป็นหนึ่งเพลงในบรรดาหลายสิบเพลงที่เอจังจัดให้ ซึ่งฉัน(ตอนแรกไม่ได้สนใจว่าแปลว่าอะไร)ฟังแล้วก็ติดใจทำนอง น้ำเสียงแบบชายกลางคน แล้วพอๆ ฟังไปยิ่งชอบการเรียบเรียงเสียงประสาน จนกลายเป็นเพลงที่ฟังทุกวัน วันละหลายรอบ พอลองไปค้นดูว่าเนื้อหมายถึงอะไร ก็ยิ่งชอบ
พอบอกเอจังไป เอจังก็เล่าว่ามันเป็นเพลงประกอบซีรีส์ ว่าแล้วฉันเลยฝากเธอสั่งซื้อ (เป็นซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องแรกที่ซื้อเองนะเนี่ย) แม้ว่าเมื่อดูโปสเตอร์แล้ว ยังแคลงใจว่าจะสนุกไหม
เปิดดูแผ่นแรก ก็เดาไปก่อนแล้วว่าคงไม่สนุกเท่าไหร่
ถึงน้องพระเอก (Yamashita Tomoshisa:ยามะพี) จะหน้าตาดี (น้องนางเอก Nagasawa Masami หน้าตาธรรมดา ไม่ได้น่ารักเป็นพิเศษ แต่ขายาวเหมือนนางเอกการ์ตูน) ทว่า ่หน้าตาท่าทางแบบนี้ก็ไม่สเปคฉัน แถมพี่ Fujiki Naohito (พระเอก Hotaru no Agari) ก็ออกนิดเดียว เรื่องนี้เขาไม่ได้เป็นพระเอก
เนื้อเรื่องก็ไม่ได้เข้มข้น ซับซ้อนอะไร เป็นเรื่องของเพื่อนที่แอบรักเพื่อนมานานแล้ว ต้องไปงานแต่งของเพื่อน แล้วก็เพิ่งจะรู้สึกว่า เออ ฉันรักเพื่อน ฉันไม่อยากเสียเพื่อนไปให้ผู้ชายคนอื่น มีกิมมิคสนุกสนานเป็นฉากแฟลชแบ็กกลับไปสมัยมัธยม วีรกรรมที่ทำร่วมกัน ความทรงจำที่มีร่วมกัน จังหวะที่พอจะบอกเพื่อนได้ แต่ก็ปล่อยให้เสียจังหวะไปเสียอย่างนั้น ฯลฯ
ฉันว่าฉันแก่แล้ว จะชอบดูอะไรที่เนื้อเรื่องเข้มข้น ซับซ้อนกว่าเรื่องรักใสๆ แบบนี้ ..ที่ไหนได้ ดูๆ ไปแล้วมันก็ อืมม์ ก็โอมากๆ เลยนะ
แม้จะเป็นโรแมนติกคอมมีดี้ แต่ซีรีส์เรื่องนี้ย้ำอีกครั้ง ว่าถ้าปล่อยวันนี้ให้กลายเป็นเมื่อวาน เราจะหมดสิทธิ์แก้ไขทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อนที่อยู่เคียงข้างกันมาห้าปี สิบปี สิบห้าปี หรือแม้แต่กับญาติ กับคนที่เราผูกพันถ้าไม่บอกเขาวันนี้ ว่ารัก บางทีเขาจะไม่รู้ว่าเรารักเขาจริงๆ รักเขาแค่ไหน ต้องการเขาอย่างไร บางที พรุ่งนี้เราอาจไม่มีโอกาสจะบอก ไม่งั้นเขาก็ไม่มีโอกาสจะได้ฟัง
มันก็ซึ้งดี เพราะทุกวันนี้คนเราก็เอาแต่เก็กใส่กันจนเสียเรื่อง
ฉันเองก็คิดเหมือนกัน แล้วก็พยายามล้วที่จะไม่เสียเวลากับการเก็ก แต่มีอย่างนึงที่ฉันคิดได้ (ไม่รู้ว่าจะผิด-ถูกอย่างไร) คือ แม้เราจะคิดว่าคนที่ยื่น Proposal ขอเพื่อนรักของเราแต่งงานนั้น ไม่สมควรจะได้เพื่อนของเราไปครอบครองแม้แต่น้อย แต่ถ้าเขาดีจริง เขารักเพื่อนเรา เพื่อนเราก็รักเขา แถมเรายังไม่คิดจะทำตัวให้คู่ควรกับการได้ครอบครองเพื่อน แล้วก็ป๊อดอยู่อย่างเนี้ย ก็อย่าทำให้เพื่อนไขว้เขวเลย ทำใจ ปล่อยเพื่อนไปมีความสุข มีอนาคตดีๆ เหอะ
หมายเหตุ
• ชื่อในภาษาญี่ปุ่นของซีรีส์เรื่องนี้ คือ Proposal Daisakusen เป็นโรแมนติกคอมมิดี้ครบรส บางตอนก็ขำมาก แล้วบางตอนก็ซึ้งมาก น้ำตาไหลตามก็มีนิดหน่อย
• Fujiki Naohito แม้ไม่ใช่พระเอก แต่ก็มาพร้อมบทและบทพูดที่ดีมากๆ
• ดูซีรีส์เรื่องนี้แล้วอยากวิ่งว่ะ
• การตอบรับคำขอแต่งงานที่น่ารักวิธีหนึ่งของสาวญี่ปุ่นคือ ไม่ตอบว่า Yes! หรือ Hai! แต่เป็นการยิ้ม พูดว่า “กรุณาดูแลฉันด้วย” (yoroshiku onegaishimasu) แล้วโค้งต่ำอย่างงาม
• ไม่รู้มันเริ่มได้ไง แต่การแต่งงานคือความฝันของลูกผู้หญิงเสมอมา (ส่วนใหญ่แล้วเป็นอย่างนั้นอะนะ) ฉันว่า ถ้าคนรักของเธอเข้าใจความจริงข้อนี้ก็คงเป็นเรื่องดี
• ฉันเอง จริงๆ แล้วไม่ค่อยสนใจพิธีการแต่งงานเท่าไหร่ เท่าที่เห็นมามันเรื่องเยอะจนดูไม่เหลือความศักดิ์สิทธิ์ แต่อีกครั้ง ในซีรีส์เรื่องนี้ ฉันมองเห็นมุมมองที่ศักดิ์สิทธิ์ของการแต่งงานด้วยล่ะ
• ซีรีส์ยาว ๑๑ ตอน ใน ดีวีดี ๖ แผ่นจะไม่สมบูรณ์ ถ้าคุณไม่ได้ดูแผ่น Special จำนวน ๑ แผ่น ซึ่งจะเติมเต็มเรื่องทั้งหมดให้สมบูรณ์ และให้คุณค่ากับจิตใจและความคิดของคนดู เกินกว่าจะเป็นแค่ soap opera สำหรับดูฆ่าเวลาไปวันๆ เหมือนละครหลังข่าวที่ฉายในเมืองไทย