วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553

เ รื่ อ ง น่ า คิ ด : จะตายไหม?





"ปมมาบตาพุดทำนักลงทุนญี่ปุ่น มองไทยไม่ใช่อันดับ1ปท.น่าลงทุนเอเชีย"

..ก็ถ้าเขาไม่มาลงทุนกันแล้วเราจะตายไปเลยไหมล่ะ??



วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2553

ขำ ขำ


อ่านไป นึกตามไป แล้วจะยิ้มได้


TEACHER:    Maria, go to the map and find   North America .

MARIA:        
 Here it is.
TEACHER:   Correct. Now class, who discovered   America ?

CLASS:          Maria.

____________________________________

TEACHER:   John, why are you doing your math multiplication on the floor?

JOHN:            You told me to do it without using tables.

__________________________________________

TEACHER:   Glenn, how do you spell 'crocodile?'

GLENN:         K-R-O-K-O-D-I-A-L'
                                           
TEACHER:    No, that's wrong

GLENN:         Maybe it is wrong, but you asked me how I spell it.

                     (I Love this kid)

____________________________________________

TEACHER:   Donald, what is the chemical formula for water?

DONALD:      H I J K L M N O.

TEACHER:   What are you talking about?

DONALD:      Yesterday you said it's H to O.
__________________________________

TEACHER:   Winnie, name one important thing we have today that we didn't have ten years ago.

WINNIE:        Me!

__________________________________________

TEACHER:   Glen, why do you always get so dirty?

GLEN:
          Well, I'm a lot closer to the ground than you are.
_______________________________________

TEACHER:    Millie, give me a sentence starting with ' I. '

MILLIE:           I is..

TEACHER:    No, Millie...... Always say, 'I am.'

MILLIE:           All right...  'I am the ninth letter of the alphabet.'
   
________________________________

TEACHER:   George Washington not only chopped down his father's cherry tree, but also admitted it.  
Now, Louie, do you know why his father didn't punish him?
LOUIS:           Because George still had the axe in his hand.
   
______________________________________

TEACHER:    Now, Simon, tell me frankly, do you say prayers before eating?

SIMON:          No sir, I don't have to, my Mom is a good cook.
______________________________

TEACHER:     Clyde , your composition on 'My Dog' is exactly the same as your brother's. Did you copy his?

CLYDE :           No, sir. It's the same dog.
___________________________________

TEACHER:     Harold, what do you call a person who keeps on talking when people are no longer  
interested?
HAROLD:       A teacher

วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2553

เมนูปรารถนา

Rating:★★★★
Category:Books
Genre: Biographies & Memoirs
Author:ฮิมิโตะ ณ เกียวโต


ไม่ใช่แค่ภาพถ่าย เพลง หรือหนัง ที่ทำให้เราคิดถึงคนบางคน เวลาบางเวลา
..อาหารก็ด้วย

หนังสือเล่มนี้บ่งบอกถึงอีกเสน่ห์หนึ่งของผู้หญิงปากจัดคนนี้ เสน่ห์ที่รู้จักใช้ความอ่อนไหวของตัวเองเขย่า้คนอ่านให้อ่อนไหวตามไปได้้ใหญ่โต

"เมนูปรารถนา" ไม่ใช่เรื่องเล่าอ่านสบายๆ ฮาๆ เหมือน "ครัวหรรษา จากปลาร้าถึงวาซาบิ" ที่ฉันเพิ่งเขียนถึงไป แต่เป็นการเล่าเรื่องเข้มข้น เจาะลึก เล่าถึงความรู้สึกที่เธอระลึกได้จากกลิ่น หน้าตา และรสชาติของอาหารสักจาน

คนทุกคนมีความทรงจำแบบเดียวกับเธอ เรามีเมนูโปรดของเรากับอดีตคนรัก มีขนมที่ชอบเหมือนเพื่อนมัธยม มีอาหารปลอบใจตอนเศร้า มีอะไรที่ต้องกินตอนเครียด รวมทั้งบางช่วงของเดือน

เราจึงดื่มด่ำไปกับความทรงจำผ่านอาหารของฮิมิโตะฯ แล้วก็พลอยหวิวไหว ตัวเบาไปกับฉากอีโรติก ที่บางเมนูเธอก็ปรุงประณีต จนหอมหวน นวลเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน บางเมนูก็คลุกเคล้าให้เข้ากันแค่พอหยาบๆ เปิดโอกาสให้ปากให้ลิ้นได้สัมผัสกับ Texture และความสดฉ่ำจากความสดของวัตถุดิบ

เพียงแต่ว่า อีโรติกติดๆ กันหลายตอน มันจะเลี่ยนเอา เท่านั้นเอง




หมายเหตุ:
-ขอบคุณเอ็มโม่มากเลย เขาเป็นคนที่เขียนถึงปลาดิบ เนื้อดิบ และไข่ปลาได้ชนิดที่ทำให้น้ำลายกระฉูดจนแทบจะไหลออกมาจากมุมปากจริงๆ
-ฉบับที่โม่ส่งมา สำนักพิมพ์ freeform ทำได้สวยนะ จัดแบบนี้อ่านง่ายแล้วก็น่าอ่าน แต่ ฉันว่า่ ปกก็ยังไม่สวยอยู่ดี (ฮา)
-ฮิมิโตะฯ มีชีวิตวัยเด็กที่น่าอิจฉามาก เธอเป็นคนสันทราย เติบโตในครัวของยายและแม่ จึงเชี่ยวชาญทั้งการบริโภคและการปรุงอาหารเมืองแบบ born to be
-ส่วนฉัน แค่ต้มไข่ให้ได้ความแข็งอย่างที่อยากได้ หรือหุงข้าว(หม้อไฟฟ้า)ไม่ให้แฉะยังต้องลุ้นเลย
-สวนของตาก็เป็นอีกอย่างที่น่าอิจฉา สวนของตาเต็มไปด้วยผักหญ้า ฉันอยากมีสวนอย่างนั้น และอยากจะรู้จักการนำผักหญ้าในสวนมากิน มาปรุงอาหารอย่างนั้นบ้างในสักวันหนึ่ง

ครัวหรรษา จากปลาร้าถึงวาซาบิ

Rating:★★★★
Category:Books
Genre: Biographies & Memoirs
Author:ฮิมิโตะ ณ เกียวโต


ช่วงนี้ฉันสมพงษ์กับ ฮิมิโตะ ณ เกียวโต จัง

ก่อนหน้านี้ ช่วงต้นเดือนธันวา ฉันเริ่มอ่าน "เมนูปรารถนา" ที่โม่ส่งมาให้ก่อนแต่ก็อ่านแค่วันละนิดละหน่อย เพราะว่าแต่ละเรื่องมันเป็นเรื่องที่สนุก กลัวจะจบไว แล้วก็กลัวว่าถ้าอ่านต่อๆ กันมันจะเลี่ยนเกินไป เหมือนกับที่เรากินของอร่อยรสชาติใกล้เคียงกันปริมาณมากเกินเหมาะ

แต่ช่วงก่อนวันหยุดปีใหม่ ฉัน ซึ่งเสร็จงานส่วนของตัวเองแล้ว แต่ต้องไปทำงานตามปกติ อย่างน้อยก็เพื่อเป็นเพื่อนหัวหน้า ซึ่งยังไม่เสร็จงาน (ที่ต้องไปเป็นเพื่อนกันก็เพราะชาวบ้านชาวเมืองเค้าพากันลาพักร้อนไปไหนต่อไหนจนออฟฟิศเกือบร้างแล้วน่ะสิ)

ก็เลยไปค้นหนังสือเล่มนี้ที่มีอยู่ที่ออฟฟิศมาอ่านตอนที่ว่างๆ (ช่วงนั้นดันเข้ามัลติพลายไม่ได้อีก)
จนมาเจอหนังสือเล่มนี้เข้า แล้วก็อ่านได้จนจบ (โอ้พระเจ้า หลังๆ นี้ไม่ค่อยจะอ่านหนังสือจบเล้ย)

ฉันตื่นเต้นที่มันเป็นเรื่องเล่าคนละสไตล์กับในเมนูปรารถนา แม้จะเขียนโดยอวตารเดียวกันของคนคนเดียวกับ "คำ ผกา" นักเขียนรุ่นใหม่ๆ ที่ฉันโปรดเธอเพราะความเป็นผู้หญิงปากจัด ตรงไปตรงมา (โดยเฉพาะเรื่องใต้กระโปรง) ช่างวิจารณ์ แล้วก็โคตรจะเป็นตัวของตัวเองคนนั้น

ใน ครัวหรรษาฯ ฮิมิโตะเล่าเรื่องอย่างสบายๆ ว่าในชีวิตนักเรียนทุนที่ไม่ได้เรียนเก่งจัด แต่จับพลัดจับพลูได้ทุนรัฐบาลให้ไปเรียนโทต่อเอกที่มหาลัยสุดเริ่ดของเกียวโต ซึ่งเพิ่งอกหักรักคุดจากเมืองไทย สมองเลยยังไม่เข้าที่ แทนที่จะรีบเรียนภาษาจะได้สอบโท กลับเอาแต่สับสนจนเบลอในช่วงแรกที่ไปถึงญี่ปุ่นนั้น ได้ค้นพบว่าการลงมือทำอาหารได้ช่วยให้เธอตั้งตััว ตั้งหลัก แล้วก็พบจุดสมดุลของชีวิตได้ยังไง

ในเรื่องเล่าของเธอ เราได้รู้จักตัวตนอีกแง่มุมหนึ่งของผู้หญิงคนนี้ ฉันหมายถึงในแง่ที่เธอเป็นผู้หญิงธรรมดา มีอารมณ์ขึ้นลง บางทีก็มีแรงบันดาลใจ บางทีก็ขี้เกียจจนเข็นตัวเองไม่ขึ้น เหมือนกับที่ฉัน และผู้หญิงอื่นๆ เป็น

จะไม่เหมือนฉันก็ตรงที่ ฉันน่ะ เอาแต่กิน แต่ฮิมิโตะ นอกจากกินเก่ง กินเป็นแล้ว เธอยังมีเซนส์ แล้วทำกับข้าวเก่งแบบเก่งจากสัญชาตญาณของคนช่างกินเลยแหละ

เป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ชะมัด



หมายเหตุ:
-ครัวหรรษา จากปลาร้าถึงวาซาบิ เวอร์ชั่นที่อ่านนี้พิมพ์โดยสำนักพิิมพ์มติชน ฉันว่าเขาจัดหน้าไม่สวย พานให้อ่านไม่สนุกเท่าที่ควร
-อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย ปกก็ไม่สวยด้วย หน้าตาอย่างนี้ ถ้าจะให้ซื้อเอง สงสัยฉันไม่ซื้อแหง๋ๆ
-ฉันไม่จัดให้เป็นหนังสือ Cooking เพราะเขาไม่ได้สอนให้คนอ่านทำกับข้าว
-คนอยากเปิดร้านอาหาร จะเป็นในเมืองไทยหรือเมืองนอก น่าลองหามาอ่านนะ ในเรื่อง ฮิมิโตะฯ เขาหุ้นกับเพื่อนญี่ปุ่นเปิดร้านอาหารไทยในเกียวโต เขาเล่าถึงข้อสังเกตและข้อจำเป็นต้องระวังไว้สนุกเชียวแหละ


วันเสาร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2553

Operation Love : “รัก” วันนี้ให้ดีที่สุด

Rating:★★★★
Category:Other



ที่จริงฉันได้ดูซีรีส์เรื่องนี้อย่างบังเอิญ แต่ก็โรแมนติกไม่น้อย

มันเริ่มจากเพลง end title ของซีรีส์ ที่ชื่อ Ashita Hareru Kana (ความหมายประมาณ "พรุ่งนี้จะอากาศดีมั๊ยน๊า?") อันเป็นหนึ่งเพลงในบรรดาหลายสิบเพลงที่เอจังจัดให้ ซึ่งฉัน(ตอนแรกไม่ได้สนใจว่าแปลว่าอะไร)ฟังแล้วก็ติดใจทำนอง น้ำเสียงแบบชายกลางคน แล้วพอๆ ฟังไปยิ่งชอบการเรียบเรียงเสียงประสาน จนกลายเป็นเพลงที่ฟังทุกวัน วันละหลายรอบ พอลองไปค้นดูว่าเนื้อหมายถึงอะไร ก็ยิ่งชอบ

พอบอกเอจังไป เอจังก็เล่าว่ามันเป็นเพลงประกอบซีรีส์ ว่าแล้วฉันเลยฝากเธอสั่งซื้อ (เป็นซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องแรกที่ซื้อเองนะเนี่ย) แม้ว่าเมื่อดูโปสเตอร์แล้ว ยังแคลงใจว่าจะสนุกไหม

เปิดดูแผ่นแรก ก็เดาไปก่อนแล้วว่าคงไม่สนุกเท่าไหร่

ถึงน้องพระเอก (Yamashita Tomoshisa:ยามะพี) จะหน้าตาดี (น้องนางเอก Nagasawa Masami หน้าตาธรรมดา ไม่ได้น่ารักเป็นพิเศษ แต่ขายาวเหมือนนางเอกการ์ตูน) ทว่า ่หน้าตาท่าทางแบบนี้ก็ไม่สเปคฉัน แถมพี่ Fujiki Naohito (พระเอก Hotaru no Agari) ก็ออกนิดเดียว เรื่องนี้เขาไม่ได้เป็นพระเอก

เนื้อเรื่องก็ไม่ได้เข้มข้น ซับซ้อนอะไร เป็นเรื่องของเพื่อนที่แอบรักเพื่อนมานานแล้ว ต้องไปงานแต่งของเพื่อน แล้วก็เพิ่งจะรู้สึกว่า เออ ฉันรักเพื่อน ฉันไม่อยากเสียเพื่อนไปให้ผู้ชายคนอื่น มีกิมมิคสนุกสนานเป็นฉากแฟลชแบ็กกลับไปสมัยมัธยม วีรกรรมที่ทำร่วมกัน ความทรงจำที่มีร่วมกัน จังหวะที่พอจะบอกเพื่อนได้ แต่ก็ปล่อยให้เสียจังหวะไปเสียอย่างนั้น ฯลฯ

ฉันว่าฉันแก่แล้ว จะชอบดูอะไรที่เนื้อเรื่องเข้มข้น ซับซ้อนกว่าเรื่องรักใสๆ แบบนี้ ..ที่ไหนได้ ดูๆ ไปแล้วมันก็ อืมม์ ก็โอมากๆ เลยนะ

แม้จะเป็นโรแมนติกคอมมีดี้ แต่ซีรีส์เรื่องนี้ย้ำอีกครั้ง ว่าถ้าปล่อยวันนี้ให้กลายเป็นเมื่อวาน เราจะหมดสิทธิ์แก้ไขทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อนที่อยู่เคียงข้างกันมาห้าปี สิบปี สิบห้าปี หรือแม้แต่กับญาติ กับคนที่เราผูกพันถ้าไม่บอกเขาวันนี้ ว่ารัก บางทีเขาจะไม่รู้ว่าเรารักเขาจริงๆ รักเขาแค่ไหน ต้องการเขาอย่างไร บางที พรุ่งนี้เราอาจไม่มีโอกาสจะบอก ไม่งั้นเขาก็ไม่มีโอกาสจะได้ฟัง

มันก็ซึ้งดี เพราะทุกวันนี้คนเราก็เอาแต่เก็กใส่กันจนเสียเรื่อง

ฉันเองก็คิดเหมือนกัน แล้วก็พยายามล้วที่จะไม่เสียเวลากับการเก็ก แต่มีอย่างนึงที่ฉันคิดได้ (ไม่รู้ว่าจะผิด-ถูกอย่างไร) คือ แม้เราจะคิดว่าคนที่ยื่น Proposal ขอเพื่อนรักของเราแต่งงานนั้น ไม่สมควรจะได้เพื่อนของเราไปครอบครองแม้แต่น้อย แต่ถ้าเขาดีจริง เขารักเพื่อนเรา เพื่อนเราก็รักเขา แถมเรายังไม่คิดจะทำตัวให้คู่ควรกับการได้ครอบครองเพื่อน แล้วก็ป๊อดอยู่อย่างเนี้ย ก็อย่าทำให้เพื่อนไขว้เขวเลย ทำใจ ปล่อยเพื่อนไปมีความสุข มีอนาคตดีๆ เหอะ



หมายเหตุ
• ชื่อในภาษาญี่ปุ่นของซีรีส์เรื่องนี้ คือ Proposal Daisakusen เป็นโรแมนติกคอมมิดี้ครบรส บางตอนก็ขำมาก แล้วบางตอนก็ซึ้งมาก น้ำตาไหลตามก็มีนิดหน่อย
• Fujiki Naohito แม้ไม่ใช่พระเอก แต่ก็มาพร้อมบทและบทพูดที่ดีมากๆ
• ดูซีรีส์เรื่องนี้แล้วอยากวิ่งว่ะ
• การตอบรับคำขอแต่งงานที่น่ารักวิธีหนึ่งของสาวญี่ปุ่นคือ ไม่ตอบว่า Yes! หรือ Hai! แต่เป็นการยิ้ม พูดว่า “กรุณาดูแลฉันด้วย” (yoroshiku onegaishimasu) แล้วโค้งต่ำอย่างงาม
• ไม่รู้มันเริ่มได้ไง แต่การแต่งงานคือความฝันของลูกผู้หญิงเสมอมา (ส่วนใหญ่แล้วเป็นอย่างนั้นอะนะ) ฉันว่า ถ้าคนรักของเธอเข้าใจความจริงข้อนี้ก็คงเป็นเรื่องดี
• ฉันเอง จริงๆ แล้วไม่ค่อยสนใจพิธีการแต่งงานเท่าไหร่ เท่าที่เห็นมามันเรื่องเยอะจนดูไม่เหลือความศักดิ์สิทธิ์ แต่อีกครั้ง ในซีรีส์เรื่องนี้ ฉันมองเห็นมุมมองที่ศักดิ์สิทธิ์ของการแต่งงานด้วยล่ะ
• ซีรีส์ยาว ๑๑ ตอน ใน ดีวีดี ๖ แผ่นจะไม่สมบูรณ์ ถ้าคุณไม่ได้ดูแผ่น Special จำนวน ๑ แผ่น ซึ่งจะเติมเต็มเรื่องทั้งหมดให้สมบูรณ์ และให้คุณค่ากับจิตใจและความคิดของคนดู เกินกว่าจะเป็นแค่ soap opera สำหรับดูฆ่าเวลาไปวันๆ เหมือนละครหลังข่าวที่ฉายในเมืองไทย




ครั้งแรกของปี




แต่ไปวัดพระแก้วก่อน

วันนี้คนเยอะมากๆ ทั้งไทยและฝรั่ง




๒ มกราคม ๒๕๕๓


อัลบั้มสะเปะสะปะ
เล่าถึงการออกจากบ้านเป็นครั้งแรกของปี


คิดถึงเชียงใหม่





มกราคม ๒๕๕๓

กลับจากเชียงใหม่ได้ ๒ อาทิตย์
ชักคิดถึงสตรอเบอรี่คลุกพริกกะเกลือ