วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

The Mist : อย่าเอาพระเจ้ามากล่าวอ้าง

Rating:★★★★
Category:Movies
Genre: Horror



ในที่สุดก็ได้ดู The Mist (2007) ที่เพื่อนอุตส่าห์เลือกมาฝากเป็นพิเศษเสียที

หนังมันก็สั้นกระชับดี และสนุกดี (ในแบบที่หนังแนวนี้ควรจะเป็น) แต่ดูไปๆ แล้วก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่า ดูทำไมวะเนี่ย

มันเป็นหนังที่สร้างจากนิยายของ Stephen King ลำพังแค่ไอเดียของอีตาคนนี้ก็อย่างที่รู้ๆ คือแกสามารถจินตนาการถึงเรื่องสยองขวัญสั่นประสาทคนอ่านได้สุดขั้วอยู่แล้ว มาเจอผู้กำกับ Frank Darabont ที่มีความสุขในบีบคั้นอารมณ์คนที่เสนอตัวมาเขียนสกรีนเพลย์เองเข้าไปอีก หนังเรื่องนี้มันก็เลยออกมาเป็นหนังที่ดูแล้วไม่เห็นจะมีความสุข มีแต่ความเคร่งเครียด กดดัน แล้วก็หมดอาลัยในเพื่อนมนุษย์ชิบเป๋ง

สตีเฟ่น คิง ชอบเขียนเรื่องให้ตกอยู่ในภาวะคับขันที่บีบบังคับให้มนุษย์แสดงธาตุแท้ออกมา อย่างในเรื่องนี้ก็เกิดขึ้นในเมืองเล็กๆ ที่คนส่วนใหญ่จะรู้จักกันหมด เริ่มจากพายุใหญ่โหมกระหน่ำทำบ้านพังจนรุ่งขึ้นคนต้องออกมาซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อหาซื้อข้าวของจำเป็นกลับไปซ่อมบ้านกับซื้อเสบียงกลับไปตุน

และแล้ว เมืองก็ถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบ ที่เป็นปริศนาว่ามันมาจากไหน รู้แต่มันไหลมาอย่างเร็ว ปิดทัศนวิสัยทุกอย่างข้างนอกร้าน ซ่อนตัวประหลาดที่ทำร้าย ไล่ต้อนผู้ชายคนหนึ่งวิ่งเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตมาบอกข่าวคนข้างในเอาไว้อย่างแนบเนียน

ไอ้ตัวประหลาดนี่มันอะไรเป็นเรื่องน่าสงสัย แต่ไอ้ที่ไม่ต้องสงสัยคือ มันจะเอาชีวิตคน อย่าได้ออกไปให้มันจับได้เชียวแหละ

หลายชีวิตที่หลบอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตดูจะปลอดภัย แต่จริงๆ โดนมอนสเตอร์ฉีกเป็นชิ้นๆ แล้วตายไปเลยอาจจะยังดีกว่าบ้าตายเพราะเจ๊คลั่งศาสนาคนนั้น ที่เอาแต่พร่ำบอกว่า นี่แหละพระเจ้าลงโทษแล้ว เพราะว่าพวกเธอน่ะ หยิ่งยโส เพิกเฉยไม่นำพา ไม่เข้าหาพระเจ้า ฯลฯลฯลฯลฯ

ความคับขันบีบคั้นให้เกิดความเครียดและความกลัว งานนี้ถ้าสติหลุด ใครๆ ก็บ้าได้ทั้งนั้น

อยู่ข้างในมีอาหาร แต่ไม่มีอนาคต ออกไปข้างนอกดูมีอนาคตมากกว่า แต่ก็ต้องเสี่ยง เพราะไม่รู้จะมีภัยอะไรซ่อนอยู่ในหมอกบ้าง ติดอยู่อย่างนั้น ๒ วัน สัญชาตญาณไม่ชอบถูกกักขัง กอปรกับบทสดุดีีพระเจ้า (ตลอดเวลา) ทำให้เริ่มทนไม่ไหว จึงคิดหนี แต่พี่พระเอกก็ต้องตัดสินใจให้ดี ไม่ได้มีแค่ลำพังชีวิตตัวเอง แต่ยังมีลูก และคนอื่นๆ อีก

แล้วก็ออกมาโดยไม่มีเสบียงและไม่มีแผน มีแค่น้ำมันเต็มถังกับปืนกระบอก ลูกปืน ๔ นัด

อยากรู้เหมือนกัน ถ้าในซูเปอร์มาร์เก็ตนั่นมีพุทธศาสนิกชนสัก ๒ คน เรื่องจะเป็นไง หรือถ้าตัวเอกเป็นพุทธ จะมีสติยังคิดมากกว่านี้ไหม ตอนจบ จะพูดอะไรเก๋กว่าการกล่าวโทษว่า “พระเจ้าเกลียดเรา” หรือเปล่า


เพราะเท่าที่เห็น เรื่องนี้เป็นเรื่องของมนุษย์ล้วนๆ
พระเจ้าท่านไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยเล้ย



บันทึก :
• หนังแผ่นนี้คุณภาพดีมาก เล่นด้วยเครื่องเล่นห่วยๆ (ที่คิดว่าพังไปแล้ว) กับทีวี ๑๔ นิ้วรุ่นเก๋ายังชัดแจ๋วไม่มีกระตุก..คุณภาพเขาสมราคาจริง
• แล้วที่เขียนไว้บนแพ็คเกจว่าเป็นแผ่น Blu-ray น่ะจริงหรอ หรือแผ่น Blu-ray จากเมืองจีนเล่นกะเครื่องเล่นดีวีดีจีนได้ ว่างั้น?
• จะบอกว่าไม่ได้หืออือกะพล็อตของสตีเฟ่นคิงเท่าไหร่หรอก อ่านมาหลายเรื่องก็ค่อนข้างจะคุ้น สิ่งที่น่าประทับใจคือวิธีการเล่าเรื่องด้วยการ hand held หรือถือกล้องเอาแบบนี้ คือมุมมันเหมือนตาคนน่ะ กดดันดี
• แล้วไอ้ความเงียบนั่นอีก คือเวลาหมอกลงจัดๆ มันก็ดูสงบและสงัดอยู่แล้ว ผู้กำกับดันจงใจปล่อยให้เงียบอีก ไอ้เราดูไปก็ใจเต้นตึกตัก-ตึกตักสิ
• เอาเป็นว่า ใครชอบหนังแนวนี้แล้วยังไม่ได้ดูก็หามาดูเหอะ ดูแล้วคงสะใจคุณน่ะ
• อ้อ ขอเขียนถึงเจ๊ Carmody จอมเพี้ยน (Marcia Gay Harden) หน่อย อารัยจะแสดงเก่งขนาดนี้วะ ดูไปยังนึกว่าเจ๊เพี้ยนจริง ดูๆ ไปยังคิดว่าว่าตัวหายนะตัวจริงอยู่ไม่ได้อยู่ข้างนอกนั่นซะหน่อย
• ในรายชื่อหนัง recommend ที่จะแลกกันดูกับหวานใจ อยากรู้ว่าเพื่อนจะใส่หนังเรื่องนี้ลงไปไหม ได้ข่าวว่าปลื้มอยู่มิใช่น้อย


33 ความคิดเห็น:

  1. มันอาจจะไม่ออกมาเลยก็ได้ อยู่รับชะตากรรมในซูเปอร์นั่นแหละ
    ความเป็นพุทธจะทำให้ตัดสินใจต่างไปได้ยังไง ?
    ทำไมไม่เป็นซิกข์ อิสลาม ?

    ตอบลบ
  2. ไม่ได้คิดว่าคนพุทธจะเปรื่องกว่าศาสนาอื่น
    ณ ที่นี้ไม่ได้ทำการศาสนาเปรียบเทียบ

    เอ็งลืมไปหรือเปล่า ว่าอิสลามน่ะ พระเจ้าองค์เดียวกับคริสต์และยิวอะแหละ

    ส่วนซิกข์ ไม่รู้จักเท่าไหร่ เลยไม่ได้นึกถึง

    ที่มองหาพุทธ เพราะเป็นศาสนาที่สอนว่าสตินำมาซึ่งปัญญาไง
    เอ็งนี่ มองโลก(และศาสนาของตัวเอง)ในแง่ร้ายไม่เคยเปลี่ยน

    ตอบลบ
  3. เป็นทัศนคติที่แย่นะ

    ตอบลบ
  4. อ่ะ สุดท้ายคนอยู่ในซูเปอร์อาจจะรอดนะ เพราะเขาไปช่วยทัน

    ตอบลบ
  5. ข้ายังไม่ได้มองยังไงเลย
    แค่ถามว่า ถ้าเป็นพุทธแล้วทำไม

    ตอบลบ
  6. ผู้หญิงที่ออกไปคนแรกก็รอด
    ยัยคนที่สาปให้ทุกคนตกนรกน่ะ

    ตอบลบ
  7. นึกไ่ม่ออก
    รอดไม่รอดคงเดาลำบาก อาจไปตายระหว่างทางก็ได้

    ตอบลบ
  8. อ้าว พุืทธบอกให้ตั้งคำถาม ให้สงสัย

    ตอบลบ
  9. ผู้หญิงที่ขอให้ใครไปส่งแล้วไม่มีใครสบตาไง
    ที่บอกว่าที่บ้านมีลูก 8 ขวบ ช่วยเลี้ยง 3 ขวบอยู่

    ตอนที่หล่อนผ่านพี่พระเอกไปน่ะ สบตาอย่างเยาะซะด้วย

    ตอบลบ
  10. เป็นข้า ข้าก็คงออกมาว่ะ
    ไหนๆ จะตาย ก็อยากรู้ว่าข้างนอกมันมีอะไร

    อีกอย่าง ถ้าข้าอยู่ เจ๊นั่นคงตายสยองพิลึก

    ตอบลบ
  11. โชคดียังไม่มีลูกผัว
    ไม่งั้นอาจจะรุงรังจนตัดสินใจไม่ได้

    ตอบลบ
  12. ไม่รู้ว่ะ ว่าจะออกหรือไม่ออก
    แต่หลายอย่างในชีวิต ที่มันเป็นๆอยู่นะ บางทีก็เหมือนสถานการณ์ในซูเปอร์นั่นแหละ จะเอาไงกับมันดี

    ถ้าเอ็งมีลูกมีผัว อาจตัดสินใจง่ายขึ้นก็ได้

    ตอบลบ
  13. อืมม์ เริ่มคิดว่าเข้าใจว่าทำไมเอ็งติดใจหนังเรื่องนี้นัก

    ข้าว่า เราต้องเชื่อมั่นในอะไรบางอย่างว่ะ
    (ก็ไม่รู้นะ ว่าบางอย่างนั้นจะเรียกอะไร)
    มัวแต่กลัว มันก็ไม่ได้ก้าวไปข้างหน้าน่ะ

    ตอบลบ
  14. ข้าว่าชีวิตโสดจะเป็นการขึ้น รฟท ก็ได้ ขึ้นชิงคังเซ็น ขี่จักรยาน หรือแม้แต่โบกรถเอาก็ได้
    ส่วนการมีครอบครัว เอ็งต้องเปลี่ยนโหมดไปขับเครื่องบินพาณิชย์ว่ะ
    ต้องให้ชัวร์ และทุกคนปลอดภัย

    เพราะงั้น ถ้าเครื่องบินไม่พร้อม กัปตันก็จะปล่อยให้ดีเลย์ เช็ค จนกว่าเครื่องจะพร้อม

    ตอบลบ
  15. ข้าชอบพล็อตมันนะ ไม่นึกว่าจะหักมุมอย่างนั้น

    เรื่องครอบครัว พร้อมไม่พร้อมวัดยากว่ะ แล้วไม่รู้ด้วยว่าอยู่ตรงไหน
    บางทีดูว่าใช่ไม่ใช่ ยังจะง่ายกว่าพร้อมไม่พร้อม

    ตอบลบ
  16. ไม่ได้ถามถึงพร้อมหรือไม่พร้อมจะมีครอบครัวซะหน่อย

    วู้!

    ตอบลบ
  17. บางที H1N1 นี่อาจจะเป็นการทดลองอาวุธชีวภาพของกองทัพอะไรสักกองนึงกะด้าย

    ตอบลบ
  18. อ้าว แล้วเครื่องบินพาณิชย์ของเอ็งหมายความว่าอะไร

    ตอบลบ
  19. หมายความว่าคนมีครอบครัวแล้วต้องตัดสินใจให้ชัวร์
    จะหุนหันเอาแต่ใจ หรือทำอะไรตามสัญชาตญาณอย่างเดียวเหมือนนักบินรบไม่ได้

    ตอบลบ
  20. umh...เลิกดูหนัง Hollywood แบบนี้นานแล้วเหมือนกัน น่าสนุกดีแต่ต้องว่างจริงๆถึงจะดู
    เรื่องสุดท้ายที่ดูของ Stephen King คือ Dreamcatcher ก็จัดว่าอื่ม...พอใช้ได้เท่านั้น(คิดนานหน่อย)
    "" สิ่งที่น่าประทับใจคือวิธีการเล่าเรื่องด้วยการ hand held หรือถือกล้องเอา""
    ลองดูเรื่อง Cloverfield (2008) สิครับดูเสร็จเกือบอวก ไม่ขอรีวิวเรื่องนี้ล่ะเพราะไม่ได้ชอบอะไรมากมาย
    มุมกล้องประมาณคล้าย The Blair Witch Project

    ตอบลบ
  21. ^
    อืมม์ รับทราบค่ะ

    ตอบลบ
  22. ดูเรื่องนี้แล้ว ถ้าถามว่า "ชอบไหม"..ก็โอเคนะครับ ดูแล้วก็มีประเด็นให้คิดเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ชอบมากมายนัก
    ..มาดูส่วนที่ชอบก็แล้วกัน..

    1.ชอบตรงที่ หนังเรื่องนี้เล่นกับความกลัวจนสติแตกของคนที่มีต่อตัวประหลาดที่อยู่ข้างนอก แล้วอ้างพระเจ้า
    ผมดูแล้วก็คิดเหมือนกันว่า ถ้าตัวเองอยู่ตรงนั้นด้วย จะทำอะไรได้บ้าง จะมีส่วนแก้ปัญหาได้ยังไงบ้าง
    2.ชอบประเด็นเรื่องการด่วนตัดสินใจของตัวเอกของเรื่องในตอนท้าย ดูแล้วได้สติเตือนใจตัวเอง

    ตอบลบ
  23. ม้อยว่าถ้าม้อยติดอยู่ในนั้นก็ดีเลย
    จะได้ชิมเบอร์เบินดีๆ ที่มีขายในร้านให้ครบทุกตัว

    อิ อิ

    ตอบลบ
  24. ถ้าเป็นพี่ พี่จะทำไงฮะ

    ตอบลบ
  25. จะรอต่อไป เผื่อว่าสถานการณ์มันจะดีขึ้นบ้าง เช่น หมอกจางลง หรือเปลี่ยนรถได้
    คิดว่ารอไปอีกหน่อยก็ไม่เสียหายอะไร สำคัญว่าต้องกุมสติเอาไว้ อย่าสติแตก
    ไม่อย่างนั้น ทุกอย่างก็จบลงแบบในหนัง

    ตอบลบ
  26. ง่า..หมอห้ามกินอ่ะ..

    ตอบลบ
  27. เป็นม้อย ม้อยจะจุดไฟอะ
    สัตว์พวกนั้นกลัวไฟ

    ตอบลบ
  28. จุดไฟแล้วอาจจะมีความหวังนะ
    แล้วก็ส่งสัญญาณควันไปยังภาพถ่ายดาวเทียมด้วย ถ้ามันยังมีดาวเทียมทำงานอะนะ

    ตอบลบ
  29. อ๊ะ..เหรอครับ จำไม่ได้จริงๆ
    แต่นี่เป็นวิธีที่ถูกแล้วครับ สัตว์ทุกชนิดมีสัญชาติญาณในการกลัวไฟ

    ตอบลบ