วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2554

ของกินที่สิงคโปร์ : อร่อยติดดิน


กัดแล้วเจอหมูสับปรุงรสลอยน้ำอยู่ข้างใน

กรี๊ดมาก อร่อย

17-19 มีนาคม 2554 : สิงคโปร์

ไม่ได้ตั้งใจว่าจะไม่กินของในห้างหรอก เพียงแต่มันไปหิวได้จังหวะ "ไม่ไหวแล้ว" เอาตรงที่ไม่ใช่ฟู้ดคอร์ดหรูๆ ในห้าง แต่ก็ดีนะ ทำให้เราได้กินของที่อร่อยแบบไม่ได้คาดหวังความอร่อย แถมยังได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของคนสิงคโปร์ด้วย

ของแบบนี้ ถ้าอยู่แต่ในโรงแรม ไปยูนิเวอร์ซัลสตูดิโอ แล้วเดินมาช็อปปิ้งในห้างแถวออร์ชาร์ด รับรอง ไม่มีทางได้เห็น

37 ความคิดเห็น:

  1. ดูจากสีแล้ว น่าจะใช้หญ้าฝรั่นหุงข้าวนะคะเนี่ย

    ตอบลบ
  2. หน้าตาเหมือนขนมครกผสมขนมฝักบัวเลย

    ตอบลบ
  3. เสียดายร้านนี้ไม่รองใบตอง
    ไม่งั้นก็จะลอง 'เปิบ' สักครั้ง

    ตอบลบ
  4. แล้วเส้นบะหมี่ล่ะม้อย
    หน้าตาคล้าย noodle garden นะพี่โอว่า

    ตอบลบ
  5. ทะเลไม่ปลื้มบะหมี่ที่นี่เลย

    บอกว่าไม่อร่อย

    ตอบลบ
  6. ไมไม่ขอชิมซักคำล่ะ

    ตอบลบ
  7. เออ น่ากินกว่าจริง

    ตอบลบ
  8. ฟู้ดคอร์ทมีอยู่ทุกมุมเมือง หาง่าย มีอาหารให้เลือกเยอะ
    แต่ไม่อร่อยซักอย่าง

    ตอบลบ
  9. อันนี้น่าอร่อย

    ตอบลบ
  10. สิงค์โปร์นำเข้าของทุกอย่าง
    ราคาอาหารเลยแพงมาก

    ตอบลบ
  11. มันม่ายเหมือนเส้นบะหมี่บ้านเราค่ะพี่โอ

    เหมือนเค้าทำกันเองด้วย ในร้านที่ไปกินตอนเย็นมีเครื่องตัดให้เป็นเส้น
    เห็นพอเค้าตัดเสร็จก็เอาลงลวกเลย ไม่ต้องยีให้แยกจากกัน

    เขาไม่ได้ใช้บะหมี่เป็นก้อนๆ มาเหมือนบ้านเรา

    ตอบลบ
  12. เออ เลมันคงชอบหนุบๆ เหมือนเส้นอุด้งราเมงมากกว่าอะสิ

    ตอบลบ
  13. ชิมแล้ว เป็นข้าวนุ่มๆ แหละ ไม่ใช่ร่วนๆ แข็งๆ เหมือนข้าวในข้าวราดแกงราคาบัดเจ็ตบ้านเรา
    ก็ถือว่าดี เพียงแต่มันไม่เป็นเม็ดสวย

    ตอบลบ
  14. เวลาที่กินอาหารที่นั่น มีความคิดอย่างนึงว่า เหมือนเรากินอาหารจากทั่วโลกอยู่
    อย่างมะเขือเทศที่อร่อยๆ นั่น อยากรู้เลยว่ามันอร่อยเพราะสารอาหารจากผืนดินที่เมืองไหน อยู่พิกัดไหนของโลก

    ตอบลบ
  15. โว้ว น่ากินจริงๆจ้ะ

    ตอบลบ
  16. ๕๕๕ ฮาอ่ะพี่ม้อย

    ตอบลบ
  17. ข้าวเมล็ดยาวแปลกดีจ้ะ อยากลองๆ

    ตอบลบ
  18. โอ้ว เป็นหนูก็กรี๊ดจ้ะ หิวเลย อิอิ

    ตอบลบ
  19. ชิ้นดูอ้วนๆ น่ากิน

    ตอบลบ
  20. เป็นเมนูที่จินตนาการตามยากกว่าปกตินะ ...แต่อ่านอยากกินหอยนางรมในน้ำซุปแบบนี้ขึ้นมาเลยอ่ะ

    ตอบลบ
  21. เค้าคงจะเหนื่อยทำมาหากินกระมัง.... -_-')

    ตอบลบ
  22. ติดใจจริงๆนะเนี่ย:)

    ตอบลบ
  23. จากคุณลุง ม้อยเห็นอะไรบ้างจ๊ะ...อยากฟังม้อยเล่าเรื่องราวแบบนี้

    ตอบลบ
  24. คือแกมาคนเดียวโดดเดี่ยว คนอื่นๆ มักมากัน 2 ขึ้นไป
    มาถึงแกวางจานแล้วกินเลย ไม่ถอดหมวกและไม่สนใจจะหาน้ำไม่มีอะไรทั้งนั้น (หิวกระมัง)
    มือแกสั่นๆ จับช้อนด้วยมือซ้าย มือขวาจับส้อมแบบแปลกๆ แมวคราวตั้งข้อสังเกตว่าเพราะมือขวาเป็นมือสำหรับจับตะเกียบ

    แกกินข้าวหมูแดง กับน้ำแกงอะไรอีกโถนึงข้างหน้า กินอย่างเอร็ดอร่อย ไม่ได้เคี้ยวช้าๆ แต่ก็ไม่ได้กินแบบจ้ำอ้าว เป็นการกินแบบอร่อย

    แล้วแกก็หยุดกึก วิ่งไปที่ร้านอาหาร เรามองตามคิดว่าสงสัยข้าวติดคอแล้ววิ่งไปซื้อน้ำ
    ไม่ใช่เลย แกวิ่งไปเอาน้ำจิ้มเพิ่ม

    พออิ่มแล้วแกก็ไปเลย ไม่นั่งเอ้อระเหยจิ้มฟัน ผึ่งพุง

    เราก็คุยกับแมวคราวว่าไม่รู้แกอยู่ตัวคนเดียวไหม หรือว่าแกเบื่อที่บ้านเลยหนีมากินข้าว หรือแกไปธุระหรือทำงานที่ไหนมา หิวเลยแวะกินข้าว แล้วจะรีบกลับบ้าน พานคุยไปถึงว่าเออ คนเค้าคงไม่ค่อยทำกับข้าวอลังการกินเองที่บ้านเพราะของสดมันแพง ฯลฯ มาซื้อกินเอาง่ายกว่า แถมไม่ต้องล้างจาน จะพากันมาทั้งบ้าน หรือซื้อกลับไป หรือนัดเพื่อนมาเม้าธ์ ที่แบบนี้ก็สะดวกดีนะ ไม่แพงเท่าในห้างด้วย ฯลฯ


    คือเรามองไปรอบๆ แล้วคิดว่าฟู้ดคอร์ตตรงนั้นมันเป็นเหมือนโอเอซิสของคนบางคนที่นั่นเหมือนกันอะโม่

    ตอบลบ
  25. เห็นลุงคนนี้กินข้าวแล้วเราคิดว่า ชีวิตคนเราไม่ได้ต้องการอะไรมากมายเลย
    มีที่อยู่ มีงานทำ มีข้าวอร่อยๆ กิน อาจจะมีคนรักและครอบครัวด้วย นอกเหนือจากนี้ ไม่เห็นต้องดิ้นรนไขว่คว้าให้เหนื่อยใจ

    ตอบลบ
  26. แขนแกอาจจะไม่ค่อยดีเพราะอายุด้วยรึเปล่าเลยสั่นเวลาจับช้อนส้อม

    ม้อยเล่ามาให้ฟังเรื่องนี้ เรานะนึกถึงเมื่อ..โอ้...เรียกว่ายี่สิบปีก่อนได้ เรานั่งรถทัวร์จากบ้านยายกลับกรุงเทพ
    ระหว่างรถจอดแวะ เราเห็นเด็กหนุ่มที่นั่งกินข้าวไป ดูทีวีไป...คิดว่าเด็กหนุ่มคนนั้นกินข้าวด้วยท่าทางแบบเดียวกับคุณลุงที่ม้อยเจอล่ะ เราเองก็ประทับใจจนต้องจดบันทึกไว้เลย

    มันเป็นการกินแบบอร่อยแบบที่ไม่ใช่เราๆอร่อยกะร้านเด็ด โอ๊ย อาหารหรู อร่อยสุโค่ยอะ แต่มันเป็นการกินอร่อยแบบมีความสุขกะชีวิตที่อยู่ตรงหน้านี่ล่ะ

    ตอบลบ
  27. ม้อยเล่ามาอีกเรื่อยๆนะ สนุกอ่าน :)

    เดี๋ยวนี้ แม้แต่หนังสือท่องเที่ยวที่วางขายกัน ส่วนใหญ่ก็ขาดรายละเอียดความรู้สึกระหว่างทางจนน่าอ่านน้อยลง

    ตอบลบ