วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Code Blue : คุณค่าของเวลาที่เหลืออยู่

Rating:★★★★
Category:Other

หมอนักเรียนทุน 4 คน มาถึงโรงพยาบาลแห่งหนึ่งเพื่อฝึกงานเป็นหมอกู้ชีพที่จะเดินทางไปกับเฮลิคอปเตอร์เมื่อมีการร้องขอ ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ขึ้น ฮ. แต่ต้องเป็นคนเก่ง ตัดสินใจได้เฉียบขาด และมีฝีมือ ทั้งสี่จึงแสดงแสนยานุภาพประชันกันเต็มที่

ฉันเกือบจะเอือมอีโก้และการชิงดีชิงเด่นของหมอหนุ่มสาวพวกนี้ตั้งแต่ต้นเรื่อง ถ้าไม่ไปเจอประเด็นน่าสนใจมากๆ เข้า


จริงๆ จะเรียกว่าเป็นการค้นพบพร้อมๆ กับตัวละครก็ได้ ว่าสาระสำคัญของการที่อาจารย์หมอกดดันลงมาให้หมอฝึกหัดแต่ละคนเข้มงวดเคี่ยวเข็ญกับตัวเอง ฝึกฝนทักษะ เรียนรู้ที่จะก้าวข้ามความเจ็บปวดจากความผิดพลาดใหญ่โตไปให้ได้โดยยังมีหัวใจอันเข้มแข็งนั้น แม้ส่วนหนึ่งจะเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าเก่งจริง ควรค่าแก่การยอมรับจากคนอื่นจริงๆ แต่ก็ยังจำเป็นต้องเก่ง เพื่อที่จะได้ช่วยชีวิตคนอื่นด้วย

มันน่าคิดดี

ในขณะที่คนบางคนพยายามสุดแรงเกิดที่จะยื้ออีกชีวิตไว้ จะได้มาอีกสัก 3 ปี ครึ่งชั่วโมง หรือเพียงแค่ 10 นาที ก็ยังเป็นโอกาสดีที่เขาจะได้ใช้ร่วมกับคนที่รัก ได้ทำสิ่งที่ตัวเองรัก หรือได้สะสางสิ่งที่ยังค้างคาให้สมบูรณ์ ..เราเสียอีกที่หายใจทิ้งไปวันๆ ชินกับการมีชีวิตจนลืมคุณค่าของเวลาที่ยังเหลืออยู่ไปเสียอย่างนั้น


บันทึก :
• ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่คนหน้าตาดี นำเสนอเรื่องราวสนุก เร้าใจ ใช้ศิลปะในการนำเสนอภาพสมจริงบนเตียงผ่าตัดโดยไม่โหดร้ายเกินไปต่อสายตา แต่ยังมีแง่มุมชวนคิดเกี่ยวกับความภาคภูมิใจที่ได้ทุ่มเททำงานและเสียสละเพื่อคนอื่นด้วย (มีสาระตลอดเลยหรอนี่?)
• เพื่อนเลิฟที่ให้แผ่นซีรีส์ Code Blue มา คงเข้าใจว่าฉันชอบยามะพี (Yamashita Tomohisa) นะ...ก็ไม่ได้เกลียดหรอก แต่ Operation Love ซีรีส์เรื่องเดียวที่เคยดูยามะพีเล่นก็ไม่ถึงกับทำให้รัก
• ที่ไหนได้ หลังจากเริ่มดู Code Blue ก็เริ่มรักยามะพีขึ้นเรื่อยๆ นึกนับถือว่านักแสดงญี่ปุ่นนี่มันช่างทุ่มเทจริง เป็นหมอเหมือนหมอ เป็นพยาบาลเหมือนพยาบาล ไม่มีใครมีท่าทางเก้งก้างเกะกะขวางตาน่ารำคาญเลย
• ซีรีส์เรื่องนี้สร้างขึ้นมาจากมังงะอีกไหม ทำไมบทที่ยามะพีเล่นถึงได้เหมือนกับถูกเขียนขึ้นมาให้เขาเล่นขนาดนี้
• ไม่รู้ขาประจำซีรีส์ญี่ปุ่นเคยสังเกตเหมือนกันไหมว่าผู้กำกับเขาชอบให้ตัวละครวิ่งกันจังเลย
• การวิ่งมันเป็นสัญลักษณ์อะไรสำหรับคนญี่ปุ่นนะ หรือเพราะมันแค่สวย และดูมี dynamic ?

10 ความคิดเห็น:

  1. เรื่องนี้ได้ดูตอนฉายทีวีไทย..ดูไม่ประติดประต่อเพราะมาดูก็ปาไปตอนสามตอนสี่แล้วมั้ง

    สนุกอ่ะม้อย (รู้ว่ามีภาคสองออกมาแล้วด้วย) เราว่าเรื่องนี้ยามะพีเป็นหนุ่มขึ้น ดูโตแล้วหลังจากดูเหมือนเด็กผู้ชายมานานแม้แต่ใน Operation Love (แต่ก็เหมาะกะบทนิ)

    เราโคตรลังเลที่จะดูแบบเต็มๆล่ะเพราะไอ้ตอนยายของยามะพีนี่ทำเอาเราตายสลบคาหน้าจอไปพักใหญ่จริงๆ

    ตอบลบ
  2. อืมม์ ก็จริงอยู่
    แต่มันก็เตือนใจหลายอย่างเชียว
    ไม่รู้คิดคนเดียวป่าว หลังละครญี่ปุ่นเท่าที่ดูมาส่วนเยอะเลยเหมือนจะบอกว่า ..ในชีวิตคนเราครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่สุด อะไรอย่างนี้

    ตอบลบ
  3. มันเป็นเรื่องที่ทุกสังคมโหยหาล่ะมั้ง (แต่ละครไทยทำเรื่องแบบนี้ไม่ค่อยจะได้ซะที...ที่พอมีก็เป็นพวกซิทคอม)

    ตอบลบ
  4. ดูเหมือนดอกส้มสีทองน่ะใช่เลยนะโม่ พูดถึงครอบครัว

    ตอบลบ
  5. ไม่เชื่อลองถามพี่เหม่ง อิอิ

    วันนี้เป็นไง เบื่อไหม?

    ตอบลบ
  6. ไม่เบื่อเลย ...เราชอบอยู่แล้วเรื่องอยู่บ้าน :P

    นี่แอบอู้นิดนึงเพราะช่วงเช้า เราเย็บจักรแล้วยังงงๆ ฝีเข็มไม่เหมือนตอนที่ลองเย็บที่ร้าน (ตอนนั้นยังชื่นชมตัวเองเลยว่าหัวไว) คิดว่าเพราะตัวเองตั้งค่้าตะเข็บไม่เหมาะมั้ง เดี๋ยวเย็นๆจะฝึกต่ออีก

    ตอบลบ
  7. ไปเรียนแล้วเดี๋ยวก็เก่ง ^.^

    ตอบลบ
  8. หล่อนกล้าดูไหม?

    ตอบลบ