วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Last Friends: เพื่อนกันจนวันสุดท้าย


Rating:★★★★
Category:Other


เรื่องราวดราม่าทั้งหมดเกิดจากผู้หญิงคนเดียว ...มิจิรุ เด็กสาวบ้านแตก อาศัยอยู่กับแม่ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จนักในการเป็นแม่ ส่วนพ่อนั้นไม่ปรากฏ รู้แต่ว่าเพราะธุระของพ่อ ทำให้แม่ต้องหอบลูกหนีหนี้ไปก่อนวันสำเร็จการศึกษามัธยมปลาย ทิ้งให้ รุกะ เพื่อนสนิทที่รักมิจิรุเป็นพิเศษใจหาย เพราะไม่ได้ข่าวจากเธออีกเลย

4 ปีให้หลัง มิจิรุกับแม่กลับมาโตเกียว ขณะที่กำลังตั้งอกตั้งใจฝึกงานเสริมสวย เธอก็เริ่มหวั่นไหวไปกับคำชวนไป ‘อยู่ด้วยกัน’ ของ โซสุเกะ แฟนหนุ่ม

ลูกสาวดีใจที่ในที่สุดก็ได้จังหวะปลีกตัวออกไปอยู่ข้างนอกเพราะอึดอัดกับการที่แม่มีแฟนมาหามาสู่แบบนี้มานาน และเมื่อลูกไปขอ แม่ก็ให้ ‘ออกไปอยู่กับผู้ชาย’ แต่โดยดี มีข้อแม้นิดเดียวว่ายังคงช่วยจ่ายค่าเช่าอพาร์ทเมนต์เล็กๆ ที่แม่ลูกอยู่ด้วยกันนั้นต่อไป

มิจิรุออกมาอยู่แมนชั่นอันสวยหรูของแฟน มีช่วงเวลาโรแมนติกแสนหวานเหมือนฝันได้คืนเดียวก็ตื่นขึ้นมาพบความจริงในเช้ารุ่งขึ้น แฟนของเธอตื่นเช้ากว่า และกิจกรรมแรกของเขาคือการเช็กข้อมูลต่างๆ ในโทรศัพท์ของเธอ ก่อนจะหันมาถามอย่างเคร่งเครียดว่า รุกะเป็นใคร

มิจิรุถูกตบตีครั้งแรกในเช้าวันนั้น เมื่อถึงคืนนั้น เธอยังหาหลักฐานอันได้แก่หนังสือรุ่นไปยืนยันกับแฟนหนุ่มไม่ได้ ว่ารุกะเป็นแค่เพื่อนสาวสมัยมัธยมจริงๆ มิจิรุจึงไม่กล้ากลับบ้าน ไปนั่งตากฝนฤดูใบไม้ผลิอยู่ในสวนสาธารณะ ตรงที่เดิมที่เธอและรุกะเคยมานั่งบ่อยๆ สมัยยังใส่ชุดนักเรียน

รุกะมาพร้อมกับร่ม และพามิจิรุกลับแชร์เฮ้าส์ บ้านที่แชร์ค่าเช่ากับ เอริ แอร์โฮสเตสสาว เอริพารุกะไปรู้จักกับทาเครุ หนุ่มบาร์เทนเดอร์ผู้มีอาชีพในตอนกลางวันเป็นช่างผม-หน้า ในกองถ่ายภาพแฟชั่น

เหมือนเป็นโชคชะตาที่นำพาให้รุกะและทาเครุกลับมาพบกัน และทำความรู้จักกันอีกครั้ง หลังการพบกันครั้งแรกในตอนที่รุกะหุนหันไล่ตามมิจิรุจนชนทาเครุล้ม

ต่อจากนั้นไม่นาน ทาเครุก็ย้ายเข้ามาอยู่ในแชร์เฮ้าส์ ไล่เลี่ยกับโองุริน ชายหนุ่มจากสายการบินผู้มีปัญหากับภรรยา และติดตามเอริมาที่บ้าน ตามมาด้วยมิจิรุ ซึ่งถูกตบตีเพราะความหึงหวงจนชีวิตมีปัญหา งานก็เสียหาย แถมยังต้องอยู่แบบหวาดผวาว่าเมื่อไหร่จะโดนอีก

เรื่องราวที่ซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องนี้นำเสนอดูจริงจนน่ากลัว ปมของเด็กถูกทิ้งที่ทำให้คนบางคนหวงคนบางคนไว้ให้อยู่แต่กับตัวเอง ในโลกที่มีแค่เธอกับฉัน โลกที่ฉันคือโลกของเธอ และเธอคือโลกของฉัน ปมของเด็กที่ไม่ชอบเพศสภาพของตัวเอง แต่ดันมาถูกตอดเล็กตอดน้อยเพราะเพศสภาพที่ไม่พึงประสงค์ของตัวเองนี่อีก แต่ด้วยแรงขับของการปรารถนาจะเป็นที่ยอมรับจึงทำให้เกิดความมุ่งมั่นทำฝันของตัวเองให้เป็นจริง แล้วก็ยังมีปมของเด็กที่ถูกกระทำทางเพศในวัยเด็ก ส่งผลให้โตขึ้นมากลายเป็นคนรังเกียจ ไร้อารมณ์กับเพศตรงข้ามไป

แต่ท่ามกลางปมที่ทำให้ปวดหัวพวกนี้ ก็ยังมีความรักอันบริสุทธิ์เกิดขึ้นโดยไม่เกี่ยวกับเพศสภาพตามสูตรเก่าๆ รุกะรักมิจิรุมาตั้งแต่แรกพบจึงออกโรงปกป้องมิจิรุทุกอย่าง ทาเครุก็รักรุกะตั้งแต่แรกพบ เมื่อรู้ว่ารุกะถึงกับปกป้องมิจิรุด้วยชีวิตขนาดนั้น จึงปวารณาตัวจะปกป้องรุกะ และช่วยรุกะดูแลมิจิรุอีกแรง ส่วนมิจิรุเมื่อได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างอ่อนโยนและใจดีจากทาเครุก็หลงรักทาเครุประสาหญิงสาวพร่องรัก ย้อนกลับมาที่รุกะ เมื่อพบว่าทาเครุเข้าใจตัวเองอย่างแท้จริง แถมยังรักตัวเองในฐานะที่เป็นคนคนหนึ่ง ก็พบกับความอบอุ่นใจมาก มีรักตอบเหมือนกัน

แต่ในเมื่อความสัมพันธ์ของคน 3 คนนี้เป็นไปตามขนบของการเป็นผัว-เมียไม่ได้ สุดท้ายทั้ง 3 จึงกลับมาใช้ชีวิตด้วยกันอย่างเพื่อน ต่างแบ่งปัน ช่วยเหลือ ดูแลความรู้สึกของกันและกัน ในแชร์เฮ้าส์หลังเดิม


อาจจะเป็นการจบที่ค่อนข้างเน่า แต่ฉันว่าความรักแบบนี้มีจริง เชื่อถือได้ และอบอุ่นใจจัง




บันทึก:
• รู้เรื่องและไปหาซีรีส์เรื่องนี้มาดูเพราะได้อ่านบทความของคำ ผกา ผู้หญิงปากกล้าคนนั้นที่แม้ไม่ได้เป็น idol แต่ทำให้ฉันหยุดอยู่กับงานเขียนของเธอได้เสมอ
• ความรักจากเพศเดียวกันในความรู้สึกของฉันไม่ใช่เรื่องน่าอิหลักอิเหลื่อใจ ถ้าอีกฝ่ายไม่มาดหมายว่าฉันจะรักตอบในแบบเดียวกัน แต่สำหรับเรื่องการใช้ความรุนแรงในครอบครัวนี่ไม่ได้เลย ขัดใจมาก
• ในการดูรอบแรก ในฐานะคนดู ซึ่งเป็นคนนอก เป็นผู้สังเกตการณ์ เห็นว่าปัญหาแบบนี้ไม่น่าจะแก้ยากนี่หว่า ตบมาก็ตบกลับสิ แจ้งความสิ ย้ายออกมาสิ ฯลฯ แต่พอดูหลายรอบเข้าก็อินมากขึ้น และพบว่ามันไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ไขกันง่ายๆ อย่างที่คิด ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นเหมือนส่วนเติมเต็มให้กับส่วนที่ขาดหายไปของเราเสียขนาดนั้น แถมโลกนี้จะมีใครมาเติมเราได้เต็มแบบนี้อีกไหมก็ไม่รู้
• ไม่รู้เหมือนกัน ถ้าฉันไปเจอคนที่ให้ความรู้สึกแบบนี้เข้า จะยอมทนโดนตบจนกลายเป็นมาโซคิสไปเลยไหม
• ไดอาล็อกในซีรีส์เรื่องนี้หลายตอนช่างกรีดลึก โดยเฉพาะใจความในจดหมายฉบับสุดท้ายของโซสุเกะ (มีซับญี่ปุ่นด้วยนะ ขอบอก)
• เพลงประกอบชื่อ Prisoner of Love ฟังแล้วโคตรรปวดใจ (แปลไม่ยากเพราอุทาดะ ฮิคารุ ร้องเป็นภาษาอังกฤษครึ่งนึงตามธรรมเนียมของเธอ) ฟังไปประมาณสามสิบรอบ พบว่าเป็นเพลงที่เพราะจริงๆ ฮิคารุร้องออกมาเหมือนตัวเองเป็นตัวละครตัวหนึ่งในเรื่องก็ไม่ปาน
• ขอบคุณคำ ผกา แม้ว่าดูไป 2 แผ่นแรกแล้วจะนึกถามตัวเองว่า “ทำไมฉันต้องมาดูเรื่องอะไรแบบนี้ด้วย”


16 ความคิดเห็น:

  1. ดูแล้วเรื่องนี้ รอบแรกไล่ตามใน ยูทู้ป
    รอบต่อไปก็ไปซื้อมาเก็บไว้ (ชอบจูริ .. งุงิ)
    ...
    จูริแสดงดี แต่รำคาญมิชิรุจังง่ะ (ยังคงมองละครอย่างผิวเผินเช่นเดิม)
    ^^"
    ปล. ถ้ารู้ว่าอยากดูจะเอาไปให้ยืม เพราะซื้อเรื่องนี้มาดูเหมือนกัน (ดูหลายคนจะได้คุ้ม)

    ตอบลบ
  2. รอบแรกๆ ก็รำคาญ
    แต่รอบหลังๆ เริ่มเข้าใจ ทำไมเขาเป็นแบบนี้

    ไม่เป็นไร อยากมีเก็บไว้ดูอีกเรื่อยๆ

    ตอบลบ
  3. ดูรอบหลังๆ skip ดูจูริอย่างเดียว
    ชอบ ~~

    ตอบลบ
  4. ช้อบ ชอบ
    เอารูปจูริมาแปะเป็น HS ตั้งหลายวันแน่ะ ^^

    ตอบลบ
  5. ิจริง เคยคุยเรื่องนี้กับเพื่อนตอนมหาลัยว่าถ้าซวยไปเจอสามีใช้ความรุนแรงจะทำยังไง ตอนนั้นก็ตอบง่ายๆว่าก็อัดมันกลับสิ ผ่านไปปีเดียวก็รู้ซึ้ง ตัวเองขนาดโดนทำร้ายจิตใจเรายังยอม ถ้าทำร้ายร่างกายก็มีความเป็นไปได้ที่จะยอมคนรักแบบนั้นเพราะไอ้ความรู้สึกหวงความรู้สึกเติมเต็มนี่ล่ะ

    ตอบลบ
  6. ตั้งแต่ดูเมื่อปลายปีก่อน โทรศัพท์เรายังมีเสียงเรียกเข้าเป็นเพลงนี้อยู่เลย...เสพติดเสียงที่ปวดใจจริงๆ

    ตอบลบ
  7. เราดูเรื่องนี้ตอนแรกแล้วเกือบจะไม่ดูต่อ (ขณะนั้น พี่เหม่งที่แวะมาดูด้วยบ้างก็ปฏิเสธไม่ขอดูต่อแล้ว) ทำใจกับความรุนแรง(ที่มีอยู่จริง)ไม่ได้

    แต่มันก็ยังอยากดูต่อ...พอดูแล้วก็ดูยาวต่้อกันให้จบเลยเพราะเดินเรื่องสนุก นักแสดงเองก็แสดงดีด้วย

    ตอบลบ
  8. สองแผ่นแรกก็ทำเอาปรารภ (กับเสริม) เหมือนกัน ว่าอะไรมันจะขนาดนี้วะ

    ตอบลบ
  9. โม่ว่าไงกับตอนจบ

    ตอบลบ
  10. หมายถึงที่กลับมาอยู่ด้วยกันน่ะเหรอ เราไม่รู้สึกว่ามันน้ำเน่านะ (ถ้างั้น คิทเช่น ของบานานา โยชิโมโตะก็เน่าเหมือนกัน)

    เราไม่ได้คิดว่าการอยู่ด้วยกันแบบนั้นมันเป็นไปไม่ได้ เราเลยชอบที่จบแบบนี้ จบแบบที่คนเว้าแหว่งทั้งสามที่จิ๊กซอว์เสียบกันได้มาอยู่ด้วยกันอ่ะ (ถ้าไม่มาอยู่ด้วยกันน่ะสิแปลก)

    ตอนดู เราติดใจเรื่องการตัดสินใจท้ายสุดของโซสุเกะนิดหน่อย แต่ไม่นานก็หายติดใจนะเพราะในสังคมนี้ เราก็เห็นวิธีตัดสินใจแบบเดียวกับของโซสุเกะอยู่มากมาย เราคิดว่านี่เป็นการตัดสินใจที่เข้มแข็งนะ (ไม่ได้อยากให้ทำอย่างนั้นเลย แต่ในฟากของโซสุเกะ ถ้าไม่เข้มแข็งด้วยวิธีนี้ วิธีอื่นหรือวิธีเข้มแข็งที่แท้จริงคือแก้ปมของตัวเองแทน... เขาก็ทำไม่ได้น่ะ)

    ตอบลบ
  11. ก็ไม่รู้ว่าจะบัดซบไปถึงไหน ถ้าโซสุเกะไม่ตัดสินใจอะนะ

    ตอบลบ
  12. มิจิรุ ก็จะต้องย้ายบ้านกลับไปกลับมา
    รุกะ ก็คงเก็กซิมอยู่ตลอดเวลา
    ทาเครุ ก็คงเก็กซิมตามมาติดๆ ^^

    ตอบลบ
  13. วนเป็นลูปไม่จบไม่สิ้น

    ตอบลบ
  14. เฮ้อ !
    เวรกรรมมันยังไม่สิ้นสุด !!

    ตอบลบ