วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2553

Did you Hear about Morgans? : ผัวเมียมอร์แกนหายไปไหน?

Rating:★★★★
Category:Movies
Genre: Romantic Comedy



เคยคิดเล่นๆ เหมือนกันว่าวันหนึ่งหลังตกลงแต่งงานไปกับคนรักแล้วจับได้ว่าเขานอกใจ เราจะทำยังไง? เดินร่วมทางกันต่อไปหรือต่างคนต่างแยกย้าย แยกทาง

ก็คิด (ไม่เห็นจำเป็นต้องคิด) จนได้คำตอบว่า ถ้าถูกคนที่วางใจมากพอจนตกลงใจจะซื่อสัตย์กับเขาทรยศเอาสักครั้งฉันคงไม่อาจ ไว้ใจเขาได้อีกต่อไป เพราะงั้นถ้ารู้ก็คงต้องเลิก

คู่แต่งงานนิ วยอร์เกอร์ในหนังโรแมนติกคอมมิดี้ Did You Hear about Morgans? (2009) ก็กำลังเผชิญปัญหาเดียวกับกรณีสมมติของฉัน ทั้งสองกำลังแยกกันอยู่รอการหย่า หลังเมอริล (Sarah Jessica Parker) รู้ว่าพอล (Hugh Grant) ไปมีอะไรกับสาวอื่น เพราะเธอคิดแบบเดียวกับฉันเป๊ะ

เมื่อชามแก้วเจียระไนแห่งความไว้วางใจมีอันปริเป็นแผล ก็ยากที่จะทำเป็นมองไม่เห็น

ไม่ได้เลิกกันง่ายๆ เพราะพอลยังรักเมอริล จึงเพียรพยายามขอคืนดี พ่อคนนี้ก็ตื้อจนพาเมียไปเจอดี บังเอิญไปเห็นหน้าฆาตกรโหดตอนกำลังปฏิบัติการเข้าเต็มๆ เพื่อความปลอดภัยของพยาน ตำรวจจึงจับผัวเมียมอร์แกนเข้าโครงการพิทักษ์พยาน ซึ่งจะส่งพยานคนสำคัญไปในที่ที่ไม่มีใครรู้แห่งหนึ่ง เก็บตัวจนจับคนร้ายได้เรียบร้อย แล้วถึงจะพากลับมา

ทั้งสองเก็บกระเป๋าเดินทางกันปุบปับคืนวันนั้นเลยแหละ ไปไกลถึงไวโอมิ่ง เครื่องลงที่เมือง Cody เมืองที่มีโปสเตอร์แนะนำวิธีรับมือกับหมีตั้งแต่ที่สนามบิน แล้วก็เดินทางต่อไปยังเมือง Ray

เป็นเรื่องลำบากใจไม่น้อยสำหรับผัวเมียจากเมืองใหญ่ที่ติดไปหมด ติดมือถือ ติดเน็ต ติดงาน ติดวิถีชีวิตสไตล์นิวยอร์กเกอร์ แถมยังลำบากใจที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกันด้วย (โดยเฉพาะสำหรับเมอริลซึ่งพยายามจะเลิกกับพอลอยู่) แต่ก็ยังดีที่เมอริลในอวตารนี้ไม่ร้ายไม่ปรี๊ดเท่า Carrie' Bradshaw ใน Sex and the City (สงสัยเหมือนกัน ถ้าไม่ใช่เมอริล แต่เป็นแครี่ที่ต้องไปอยู่ไวโอมิ่ง เรื่องจะเป็นไง)

เรื่องราวในหนังต่อจากนั้นดำเนินไปตามพล็อตที่ไม่ได้มหัศจอรอหัน หักมุม หรือช็อกความรู้สึกคนดูแต่อย่างใด แต่ได้สนุกตรงที่ได้ยิ้มตลอดเรื่องไปกับมุกตลกร้ายเกี่ยวกับปัญชาชีวิตสมรสของคนแก่จิตแพทย์ ความน่ารักของตัวละครเมอริลกับพอล และสองผัวเมียวีลเลอร์ที่ทั้งสองไปอยู่ด้วย มุกเหน็บแสบๆ เข้ากับอุดมการณ์ของพวก PETA (People for the Ethical Treatment of Animals) เทรนด์ทันสมัยและสูงส่งของคนเมืองใหญ่ การตามมา “ปิดปาก” ของฆาตกร

รวมทั้งได้ถูกท้าทายจากคำถาม (อีกครั้ง) ว่า
ว่าถ้าเรารักคนคนหนึ่งมากพอ อยากใช้ชีวิตร่วมกับเขามากพอ เราจะให้อภัยเขา และเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม?


หมายเหตุ:
• เป็นหนังที่ควรจะดู soundtrack เป็นที่สุด จะได้ฟังมุกตลกและสำเนียงของตัวละคร
• Sarah Jessica Parker เล่นบทนี้ได้น่ารักมาก
• สำหรับ Hugh Grant ถ้าฉันโดนทรยศโดยคนแบบเขา ก็คงยากที่จะไม่ให้อภัย
• ดูเป็นหนังเรื่อยๆ ที่เหมาะจะดูวันฝนตกตลอดเวลา


13 ความคิดเห็น:

  1. เช่ามาโลด

    เอ๊ะ ประเด็นมันถูกใจเจ้หรือกระไร?

    ตอบลบ
  2. ก็ต้องพิจารณาที่เหตุผลอะค่ะว่า ทำไปเพราะอะไร ???? เจ้าชู้ รึว่า ความกดดัน บางอย่าง ???

    ตอบลบ
  3. ทันทีที่รู้คิดว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ (หญิงมั่นในโลกปัจจุบัน)น่าจะตัดสินใจเลิกเป็นอันดับแรก ซึ่งหมายความว่าเรายุติชีวิตตรงนี้ เยียวยาความเจ็บปวด ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ กับสิ่งใหม่ๆ คนใหม่ๆ

    แต่บางทีถ้ายอมเสี่ยงให้อภัย (หรือด้วยเงื่อนไขบางอย่างที่จำเป็นต้องให้อภัย) เริ่มต้นกันใหม่กับคนเดิม ความผิดพลาดอาจกลายเป็นบทเรียนให้กับทั้งเราและเขา ชีวิตที่เดินต่อไปมันก็ไม่เลวร้ายนัก

    เพราะกว่าคนสองคนจะตัดสินใจถึงขั้นใช้ชีวิตร่วมกัน มันต้องใช้ทั้งความรัก เวลา ผ่านการเรียนรู้กัน และอื่นๆอีกมากมาย มันก็น่าเสียดายเกินกว่าจะให้พังไปเพราะความผิดครั้งเดียว

    ตอบลบ
  4. องุ่นเปรี้ยวป้าว?

    ตอบลบ
  5. ชอบดูหนังฮาฮาน่ะ
    ไม่เครียดดี

    ตอบลบ
  6. แม้ว่าจะด้วยสาเหตุไหน ก็ผิดน่ะหรอคะ?



    ตอบลบ
  7. ที่ผ่านมา คุ้มไหมโอ๋?

    ตอบลบ
  8. อย่าว่างั้นงี้เลย
    ชั้นน่ะ ไม่ได้มีอคติกับการมีคู่ หรือเหยียดเพศอะไรหรอก

    แต่มีความรู้สึก(แบบคนนอก)ว่าผู้หญิงที่ถูกทำร้ายซ้ำซ้อนจากผู้ชายคนเดิม
    ส่วนใหญ่จะคิดแบบที่ quote มานี่แหละ

    ตอบลบ
  9. อืมม์ ม้อยเองก็ชอบดูหนัง เบน สติลเลอร์ มากเลยนะ
    มันไม่ต้องคิดอะไรนอกจากขำอะ

    ตอบลบ
  10. ดูแล้ว ไม่เครียดดี

    สรุปได้ว่า ถ้าสามีตัวดีเป็นแบบ Hugh Grant ก็คงพอให้อภัยได้ เพราะบางเรื่องในชีวิตยังร้ายแรงกว่านี้อีก

    ตอบลบ
  11. อืมม์ นั่นสินะ

    แต่เพราะยังไม่มี ผ ยังไม่มีชีวิตครอบครัว
    ก็เลยยังไม่รู้ว่าอะไรแรงกว่าอะไร

    ตอบลบ