วันศุกร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2553

Henry Poole is Here : ปาฏิหาริย์มีจริง

Rating:★★★★
Category:Movies
Genre: Drama


วันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นวันอาทิตย์แห่งการทอดหุ่ย ไม่ได้ทำประโยชน์ใดๆ ให้กับชีวิตของคน หรือแม้แต่ชีวิตแมว ได้แต่นอนทอดหุ่ย กินขนม สลับกับดูหนังพากย์ไทยจากเคเบิ้ลทีวีที่ฉายกันแบบนอนสต็อป เลยดูๆ หลับๆ กันทั้งคนทั้งแมว ดูมาจนค่ำ จนเริ่มปวดหัวแล้วนั่นแหละ ถึงได้มาสะดุดตาสะดุดใจกับหนังเรื่องนี้

Henry Poole is Here (2008)

แปลกกว่าหนังอื่นที่เคเบิ้ลเลือกมาฉายตรงที่หนังเรื่องนี้เป็นหนังอินดี้ อืมม์ ไม่เชิงอินดี้แบบแนวโคตรๆ แค่เป็นหนังจากสตูดิโอเล็กๆ เป็นหนังช้าๆ ที่ไม่แอคชั่นตูมตาม ไม่ใช่หนังผี ที่จะจับคนดูให้นั่งนิ่งอยู่หน้าจอ

เริ่มต้นขึ้นอย่างช้าๆ ชนิดที่ไม่น่าสนใจในสายตาบางคน (หนังที่เริ่มต้นแบบไม่น่าสนใจมักน่าสนใจ) ชายชื่อเฮนรี่ พูล (Luc Wilson) ตามเอเย่นต์ไปดูบ้านด้วยอาการเรื่อยๆ ไม่อยากรู้อยากเห็น ไม่จุกจิก ไม่ต่อรอง และไม่มีคำถาม อาจจะดูแค่แปร่งๆ แปลกๆ แต่ไอ้การตกลงใจซื้อไม่ต่อรองราคา และไม่แยแสจะขอของแถม ขอให้ซ่อมส่วนที่เสียนี่สิ ชวนให้คิดว่าอีตานี่มันเพี้ยน หรือกำลังคิดอะไรไม่ดีกันแน่

กระนั้น คุณเอเย่นต์ขายบ้านก็แสดงความเป็นมืออาชีพ จัดคนมาโป๊วสีให้ในจุดที่ทรุดโทรมก่อนที่เฮนรี่จะย้ายเข้ามา

เขากลับมาอยู่ในเมืองเล็กๆ ที่เคยอยู่เมื่อตอนเป็นเด็กด้วยเหตุผลบางอย่าง

เฮนรี่พบว่าตัวเองมีเพื่อนบ้านเป็นสาวใหญ่เชื้อสายละตินที่มาแนะนำตัวพร้อมกับอาหารทำเอง เอสเปอรันซ่า หรือป้าเอส ออกจะเป็นเพื่อนบ้านที่มีความละเอียดอ่อน ใส่ใจ และช่างสังเกตจนไปพบสิ่งมหัศจรรย์บนผนังด้านนอกของตัวบ้านซึ่งช่างทาสีมาโป๊วสีซ่อมไว้อย่างขอไปที

เธอเห็นพระพักตร์ของพระผู้เป็นเจ้า

อืมม์ ป้าเอสเห็น หลวงพ่อที่เธอพามาก็เห็น มิลลี่ เด็กน้อยข้างบ้าน รวมทั้งดอว์น แม่ของเธอ รวมทั้งคนอีกครึ่งเมืองที่ป้าเอสพามา เห็น แต่ฉัน และเฮนรี่ พูล มองไม่เห็น

ป้าเอสเห็นว่าสิ่งนั่นคือปาฏิหาริย์ แต่ละวัน เธอเป็นต้องเล็ดรอดเข้ามาในบริเวณบ้านของเฮนรี่ มายืนจ้องปาฏิหาริย์ของเธอนานๆ และบางทีก็ร่ำไห้อย่างเป็นสุข

มิลลี่ เด็กน้อยวัย 5 ขวบที่หยุดพูดไปตั้งแต่พ่อทิ้งเธอกับแม่ไปมีเมียใหม่ก็หายจากบ้านกลางดึก มายืนจ้องปาฏิหาริย์ของป้าเอส น้ำตาไหล แล้วเธอก็กลับมาพูดอีกครั้ง ตามมาด้วยคุณน้องแคชเชียร์แว่นหนาที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งเฮนรี่กลับบ้านมาในวันหนึ่งพบว่าคุณน้องเกาะผนังร่ำไห้ ดีใจที่มองเห็นแล้วโดยไม่ต้องสวมแว่น

เฮนรี่หงุดหงิดใจ เขาหนีมาอยู่ที่นี่เพราะต้องการพักผ่อนอย่างสงบ หลังหมอวินิจฉัยว่าป่วยหนัก และเหลือเวลาอีกไม่นาน เลยเหวี่ยงใส่ป้าเอสว่าเพี้ยนใหญ่แล้ว จะงมงายไปไหน นี่ก็แค่รอยงานโป๊วสีแย่ๆ

ป้าเถียงว่าไม่ใช่หรอก นี่คือปาฏิหาริย์ นี่คือสิ่งที่ทำให้ป้าหายเจ็บปวด (คือปีที่แล้วคนรักคนเดียวของป้าล้มลงสิ้นใจในครัวของบ้านหลังที่เฮนรี่ย้ายมาอยู่นี่แหละ) มิลลี่น้อยหายเจ็บปวด และคนอื่นๆ คลายขึ้นจากความทุกข์ หรือไม่ก็เริ่มมีความหวังว่าจะหายจากความทุกข์

เฮนรี่ไม่อาจเถียงป้าเอส จึงได้แต่ทำท่าเยาะ เย้ยหยัน ว่าคนเหล่านี้งมงาย และได้แต่ร้องก้องในใจว่า ไม่มีหรอก ไม่มีปาฏิหาริย์อะไรในโลกจะมาช่วยฉุดเขาให้พ้นมือโรคร้ายได้

ผ่านไปหลายวัน ของเหลวข้นที่แดงเข้มไหลออกมาจากผนังด้านยิ่งดึงดูดชาวแคทอลิกผู้ไขว่ขว้าหาความหวังมาเป็นสิบๆ เข้าแถวรอกลางแดดกันยาวเหยียด อย่างอดทนและศรัทธา จากหลังบ้านมาถึงริมถนนหน้าบ้าน เพียงเพื่อจะได้ชมพระพักตร์ใกล้ๆ

ภาพนี้ทำให้เฮนรี่ฟิวส์ขาด มันอะไรกันนักกันหนาวะ (แกคงคิดงี้) คว้าค้อนได้ก็กระหน่ำทุบผนังด้านนั้นจนเละ ลากหลังคาด้านนั้นพังครืนลงมาทับตัว ต้องหามส่งโรงพยาบาล

ปาฏิหาริย์ควรจะหายไป ในเมื่อ “พระพักตร์” ไม่เหลืออยู่แล้ว

แต่ดูเหมือนไม่เป็นอย่างนั้น เมื่อป้าเอสรายงานว่าไม่มีเค้าของโรคร้ายเหลืออยู่ในร่างกายของเฮนรี่อีก
จากนั้น เมื่อเฮนรี่กลับมาถึงบ้าน เขาก็แก้ข้อความบนฝาผนังซึ่งเจ้าตัวเขียนไว้ตั้งแต่ก่อนวันทุบผนัง

จาก Henry Poole was Here เป็น Henry Poole is Here

หนังจบลงโดยไม่ได้เฉลยคำตอบอย่างกระจะ ว่าตกลงแล้ว “ปาฏิหาริย์” ของป้าเอสมีจริงไหม

ฉันเองก็คร้านจะเค้นหาคำตอบ เพียงแต่คิดว่า ถ้ามันมีจริง ก็คงจะดีเหมือนกัน


หมายเหตุ :
• หนังเรื่องนี้ทำให้อึ้ง และกระบวนการคิดทำงาน
• ชอบหนังเรื่องนี้ที่ประเด็นของมัน กล้ามากนะ ที่เอาเรื่องปาฏิหาริย์มาท้าทายกันอยา่งนี้
• มันเป็นหนังที่อาจจะให้คำตอบได้นะ ว่าแท้จริงแล้วปาฏิหาริย์ที่เราแต่ละคนมองหา อยู่ที่ไหน
• อยากรู้เนอะ ถ้ามีโอกาสเผชิญหน้ากับปาฏิหาริย์ เราแต่ละคนจะขออะไร (ถ้าขอได้แค่อย่างเดียวอะนะ) ขอให้ตัวเอง หรือจะขอให้คนอื่น
• ถึงจะเฉลยตั้งแต่ต้นจนตอนจบ แต่อย่าเพิ่งด่า รีวิวของฉันไม่ได้ทำให้หนังเรื่องนี้น่าดูน้อยลงหรอก
• อยากดูอีก



5 ความคิดเห็น:

  1. เป็นรีวิวที่เข้าใจในแง่มุมต่างๆ ได้ยอดมาก

    ตอบลบ
  2. ถ้าแค่มี 'ศรัทธา' อะไรๆ ก็เป็นปาฏิหาริย์ได้
    หรือมันต้องปรากฏการณ์+ศรัทธา ปาฏิหาริย์ถึงจะเกิด???

    ตอบลบ
  3. พูดเหมือนดูแล้ว

    ตอบลบ
  4. ดูแล้ว ดูรีวิวไง

    ตอบลบ