วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2552

Slumdog Millionaire : หนังเศร้า

Rating:★★★★
Category:Movies
Genre: Drama

ได้ยินเสียงร่ำลือหนาหูเกี่ยวกับความเจ๋งของ Slumdog Millionaire (2008) หนังที่ถามคำถามตัวเป้งไว้บนโปสเตอร์ว่า What does it take to fine a lost love?

และไม่ว่าคำตอบที่ถูกต้องจะเป็น money, lucks, smarts หรือว่า destiny แต่ด้วยชะตากรรมนำพา ในวันนี้ อิฉันก็ได้ไปดูหนังเรื่องนี้กับหนุ่มคนหนึ่ง ทั้งที่ตั้งใจไว้ว่าจะรอดู DVD เพราะมีหนุ่มเสนอจะให้ยืมถึง 2 คน

(หึ หึ)

จากความรู้สึกแล้ว หนังเรื่องนี้มันเป็นหนังรักที่เรียกได้ว่า “เน่าสนิท” ไม่ผิดกับนิยายประโลมโลกย์ที่กี่ยุคกี่สมัยก็ยังใช้พล็อตแบบนี้ คือรักแท้ที่ผูกพันกันตั้งแต่เยาว์วัย การพลัดพราก แล้วก็หากันจนพบ แต่ก็มีอุปสรรคใหม่เป็นชนชั้นที่แตกต่าง ทำให้ฝ่ายชายต้องพิสูจน์ตัวเองให้ฝ่ายหญิงเห็น
และแล้ว หลังจากการต่อสู้ฝ่าฟัน ความรักก็ลงตัว จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง ใครเป็นผู้ร้ายก็ตายไป (ตามระเบียบ)

แต่หนังเรื่องนี้มันน่าดูตรงที่เขาใช้จังหวะ ภาพ มุม การตัดต่อ ที่บอกถึงอารมณ์ และความรู้สึก เล่าเรื่องชีวิตในสลัมของเด็กๆ ตัวละครเอกในเรื่องได้อย่างมีสีสัน น่าประทับใจมาก ชีวิตอะไรจะลำบากและเปื้อนดินขนาดนั้น และขบวนการอะไรที่จะเลวร้ายกับเด็กได้ขนาดนั้น

เด็กสลัมตาดำๆ สองคู่ ที่แม้จะหาความสุขได้ตามประสา แต่ก็ดูมีชีวิตที่ค่อนข้างลำบากเพราะความยากจน อยู่ดีๆ ก็ต้องเสียแม่ไป (พ่ออยู่ไหนไม่มีใครรู้) ชีวิตที่ไม่มีแม่คอยกางปีกปกป้อง ทำให้เด็กจำเป็นต้องแก่และกร้านโลก แทนที่จะพัฒนาไปในทางดีๆ ในที่สุดต้องเดินไปในทางที่...อิฉัน ซึ่งช่วงนี้ “ผีแม่” กำลังเข้าสิง ดูแล้วรู้แล้วรู้สึกสะเทือนใจมาก

จะว่าอะไรไหม ถ้าจะบอกว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังเศร้าสำหรับอิฉัน

ไม่ได้ร้องไห้ระหว่างที่ดูหรอก แต่นึกถึงแล้วก็อยากจะร้องตอนเดินไปโอบองแปง
ท่ามกลางผู้คนเดินไปมาขวักไขว่ อิฉันอยากสะอึกสะอื้นออกมาด้วยซ้ำ

เพราะเด็กชายสองพี่น้องในเรื่องนี้ทำให้อิฉันนึกถึงน้องชายทั้งสองของตัวเอง (เชื่อไหมว่า Madhur Mittal ซึ่งเล่นเป็น ซาลิม ตัวพี่ชายตอนโตนั่นก็หน้าตาละม้ายคล้ายน้องคนรองได้อีก) ก็ลองคิดเล่นๆ ไปว่า ถ้าในวัยประมาณนั้น อยู่ดีๆ แม่มาจากเราไปกะทันหัน อยู่ดีๆ ก็เกิดบ้านแตกสาแหรกขาดขึ้นมา เราจะเป็นยังไง

ต่อให้มีญาติพี่น้องยื่นมือมาอุ้มชูดูแล เราก็คงไม่อาจโตมาในสภาพใกล้เคียงผู้ใหญ่ปกติเหมือนในทุกวันนี้ ที่เป็นผลจากการโตมาในบ้านหลังเดียวกัน บ้านซึ่งไม่ว่าจะเกิดอะไร แต่ก็ยังมีแม่ ยังกินอิ่ม นอนหลับ มีโรงเรียน มีค่าเทอม มีชุดนักเรียนเพียงพอ ได้เรียนพิเศษ และเล่นเกมมาริโอ (โอ..แน่นอน ถึงแม้ว่าถ้าเราเป็นอย่างนั้น เราอาจมี drive ที่จะไปแข่งเกมทศกัณฑ์ หรือเกมพันหน้า ฯลฯ เหมือนจามาลมั่งน่ะนะ)

บทของซาลิม คนที่ชีวิตทำให้เขาต้องแข้งแข็ง กล้า และต้องกร้าว เพื่อปกป้องน้องนั้น ทำให้ดิฉันจุก 2 ครั้ง ในตอนที่เขาทำละหมาดก่อนออกไปทำงานชั่ว เขาบอกกับพระองค์ ว่าเขารู้ว่าตัวเองทำบาป แต่เขาวิงวอนพระเจ้า ขอให้ทรงให้อภัย กับตอนที่เขาสรรเสริญพระเจ้าก่อนจบชีวิต

อิฉันดูแล้วรู้สึกน้อยใจ ทำไมพระเจ้าให้โอกาสเด็กคนนี้ได้ใช้ชีวิตน้อยนัก?

แล้วก็ไม่ได้หือได้อืออะไรกับความสมหวังแสนแฮปปี้เอนดิ้งของสองหนุ่มสาวเลย

หนังเรื่องนี้ยังบอกข้อมูลที่น่าปวดใจกับอิฉัน 2 ข้อ คือการที่ฮินดูในอินเดียบุกทำร้าย ฆ่ามุสลิมอย่างโหดร้ายที่สุด อันนี้ไม่ว่ามุสลิมจะไปทำอะไรเขาไว้ก่อน ตำรวจฮินดูก็ไม่น่าจะนั่งเฉยดูคนถูกเผาได้อย่างนั้น

กับอีกฉาก การจับเด็กดีๆ มาทำให้เป็นเด็กพิการของแกงค์ค้ามนุษย์ ก็รู้อยู่ว่ามันมีจริง แต่เห็นแล้วมันปวดใจ ใจคอคนทำเป็นยังไง ทำไมทำได้ขนาดนั้น

ถ้าการภาวนา แผ่เมตตา หรือกรวดน้ำ ช่วยได้ อยากจะทำให้เด็กทุกคน ไม่อยากให้มีเด็กคนไหน ไม่ว่าเด็กไทย อินเดีย โรฮิงญา เขมร หรือแม้แต่เด็กออสเตรีย ต้องถูกผู้ใหญ่ข่มเหงรังแกในทางใดๆ อย่าให้มีเด็กคนไหนมีช่วงชีวิตวัยเด็กที่โหดร้าย ที่ทำให้รู้สึกเจ็บปวดไปตลอดช่วงชีวิตที่เหลือของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่

ก็อย่างที่บอกแหละ ช่วงนี้ “ผีแม่” เข้าสิง





บันทึก

• หนังเรื่องนี้เป็นหนังอังกฤษทุนต่ำที่ได้รางวัลนั้น-รางวัลนี้จากหลายเวที คุณความดีนี้ อิฉันยังอยากจะปรบมือให้คุณผู้กำกับ Danny Boyle, Vikas Swarup คนเขียนเรื่อง และ Simon Beaufoy เขียนบท ช่วงแรกๆ หนังเล่าเรื่องได้จับใจดีจริงๆ อ้อ ชอบสกอร์ (โดย เอ.อาร์. ราห์แมน) ด้วยนะคะ ฟังแล้วอยากเข้าคลาส Indian Dance ขึ้นมาติดหมัด
• ใช่ มันเจ๋งอยู่ การที่ตัวน้องเลือกเล่นเกมเพื่อเป็นหนทางในการเปลี่ยนจาก “สุนัขสลัม” เป็นคน (ดัง) ในขณะที่ตัวพี่เลือกทางอื่น แต่ให้ดาวแค่ 4 ดวง เพราะถึงพล็อตมันน่าเบื่อ แต่ตอนต้นเรื่องทำได้ดีแล้ว ช่วงหลังๆ ก็น่าจะทำได้น่าเบื่อน้อยกว่านี้ แต่นี่อะไร๊ ทำไมมีความรู้สึกว่ามันเหมือน MV เลยอะ (ไม่ได้หมายถึงช่วง end title หรอกนะ)
• หนังเรื่องนี้ทำให้นึกถึง City of God ของผู้กำกับ Katia Luno ที่เล่าถึงชีวิตในสลัมในริโอ เดอจาเนโร
• น้อง Dev Patel ที่เล่นเป็นจามาลตอนโตน่ะ ใช้ชีวิตอยู่ในลอนดอนนะจ๊ะ ไม่ใช่สลัมในมุมไบ น้องมีความสามารถนะคะ พี่ยอมรับ แต่น้องผู้หญิง Freida Pinto ที่เล่นเป็นลาติกาน่ะ พี่ว่าน้องสวยอย่างเดียวเลยค่ะ
• ค่อยยังชั่ว เมื่อรู้ว่าบ่ออุจจาระที่จามาลวัยเด็กตกลงไปทำจากเนยถั่วผสมช็อกโกแลต
• ติดใจนิดนึง ทำไมฮินดูถึงต้องไล่ฆ่ามุสลิมด้วย แล้วเรื่องนี้มันติดอยู่ในใจคนเขียนเรื่องมากใช่ไหม ถึงได้แต่งเรื่องของจามาลกับซาลิมขึ้นมาแบบนี้

21 ความคิดเห็น:

  1. ยังไม่ได้ดู พี่ม้อยเขียนได้ถึงใจ

    ตอบลบ
  2. คิดว่าจะรอดูดีวีดีเหมือนกัน

    ตอบลบ
  3. รอ คน เอา มา ให้ ยืม ดู อยู่ ครับ

    เขียน ดี จัง ครับ ... ... ให้ 5 ดาวเลย

    ตอบลบ
  4. ได้ดูหนังเรื่องนี้จาก dvd เพราะตอนนั้นเข้าใจว่าหนังเรื่องนี้คงไม่เข้าฉายในเมืองไทย
    และยังคิดว่าหนังดีขนาดนี้ไมไม่มีโรงไหนเอาเข้ามานะ

    เราลืมเรื่องน้ำเน่าประโลมโลก เพราะอินอยู่กับเรื่องราวระหว่างทาง และวิธีการนำเสนอ
    ทุกเรื่องมันเจ็บปวด และการลงเอยสมหวังไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกอึ้ง เศร้ากับชะตากรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่องหายไปจากความรู้สึกเราได้เลย

    ยกเว้นตอนที่ออกมาเต้นสไตล์บอลลีวูดตอนท้ายน่ะ ขำดีนะ

    แล้วเราก็ชอบที่ม้อยเขียนด้วยล่ะ :)

    ตอบลบ
  5. เราชอบหนังเรื่องนี้นะ แล้วก็เห็นด้วยกะม้อย ที่ว่า มันเป็นหนังพล็อตเน่าๆ
    แตเราว่า ความเด็ดมันไม่ได้อยู่ตรงงนั้น เราชอบตรงที่เขาเอาความเน่ามาเล่าเรื่องใหม่ ให้กลายเป็นวรรณกรรมเพื่อชีวิตไปเสียได้ การเล่าเรื่องที่รูว่าจงใจ แต่เขากอุดรอยโหว่ของเขาไว้ในฉากของคำถามเกี่ยวกับแบ็งคฺดอลล่า จามาลตอบได้ แต่ตำรวจถามว่า แล้วรู้มั้ยว่าใครอยู่ในแบ็งอินเดีย จามาลตอบว่าไม่รู้ เขาไม่รู้จัก คานธี .. เราชอบการอุดช่องตรงนี้ เพราะจามาลตอบคำถามว่า ก็ทำไม เขาไม่ถามเรื่องแบบ็งค์อินเดียล่ะ คำถามมันบังเอิญ ตรงกับความรับรู้ของจามาล --เป็นความบังเอิญที่เหลือเชื่อ และเป็นการอุดปากคนสงสัยไปเสีย

    ใช่..เราชอบพี่ชายของจามาล เช่นกัน
    ฉากสะเทือนใจตอนละหมาด เราชอบมาก และเช่นกัน ตอนเขาตาย
    เขาเป็นคนบาปที่รู้ตัวเสมอ ว่าเป็นคนบาป เราชอบ

    เราเห็นด้วย กับความละม้ายคล้ายคลึงกับ City of god เรื่องนั้นก็เล่นกับคำว่า God - Dog เช่นกัน แต่หมาสลัมดูจะนุ่มนวลกว่า ไอ้เมืองพระเจ้า -หมา นั้น มันโหดจริงเลย แต่ถ้าให้เทียบ เราชอบไอ้เรื่องโหดนั่นมากกว่า เราแสนจะเสียดายตอนที่เบนนี่ คู่หูของ ไอ้ Li Z (มันชื่อไรฟระ ลืม ไอ้ตัวแสบที่ตายตอนจบน่ะ) มันโดนยิงตายง่ายๆ ซะงั้น


    สรุปว่า ชอบ
    ปล. นางเอกสวยดี

    ตอบลบ
  6. ยังไม่ได้ดู เป็นเรื่องที่อยากดูมากค่ะ
    แต่ยังไม่อยากร้องให้ตอนนี้น้องม้อย
    City of god ดูแล้วก็อินไปหลายวัน
    อย่างสลัมบอมเบย์ ดูตั้งนานแล้ว
    เห็นภาพหนังทีไรก็ยังเศร้าไม่หาย

    คุณพี่ยิ่งเป็น... ผีแม่...ตัวจริงอยู่ด้วย

    ตอบลบ
  7. โคตร sentimental กระแทกใจคนเป็นแม่ชิมิชี?

    ตอบลบ
  8. พี่แจ๋ว ม้อยไม่เข้าใจทำไมเป็นเอามาก
    ตอนเขียนเรื่องนี้เมื่อคืนก็เขียนไปน้ำตาไหลไป

    อดคิดไม่ได้ ว่ากูนี่ท่าจะบ้า

    ตอบลบ
  9. เนี่ย เดี๋ยวว่าจะดูอีกสักรอบนะ

    ตอบลบ
  10. ขอบคุณนะจ๊ะคุณแฟน

    ฉากนั้นน้องที่เราไปดูด้วยชอบใจใหญ่เลย
    ความจริงเพลงแขกนี่จังหวะมันชวนโยกย้ายมั่กๆ เลยนะยุ้ย

    ตอบลบ
  11. เปลี่ยนเป็น ให้ 500 ได้ป่ะ?

    อิ อิ

    ตอบลบ
  12. ไม่ฟูมฟายทำไม่ได้นะคระเนี่ย

    ตอบลบ
  13. ได้ยินคำร่ำลือมา
    อยากดูเหมือนกันค่ะ

    อ่านไปอ่านมารู้สึกคล้ายเรื่องเสือสองพี่น้อง
    ชื่อเรื่อง brothers อะไรสักอย่างนี่แหล่ะค่ะ

    ตอบลบ
  14. เดี๋ยวดูกับพ้อนสิ น้องโน
    ^_^

    ตอบลบ
  15. เรื่องความรุนแรง ความขัดแย้ง เราเชื่อว่าบางส่วนของอินเดียยังคงเป็นเช่นนั้นจริง
    คนยิงคานธี ยังเป็นฮินดูเลย เพราะรับไม่ได้ที่คานธีมีไมตรีจิตกับมุสลิม

    ในฮินดูด้วยกันเองเอง ก็มีความรุนแรงระหว่างวรรณะและฐานะ
    เร็วๆนี้ก็มีข่าวโหดในรัฐพิหาร เกิดขึ้นระหว่าง สองตระกูลที่ไม่ถูกกัน ข่าวบอกไม่ชัดว่าไม่ถูกกันเพราะวรรณะหรือฐานะ
    แต่หนุ่มสาวของทั้งสองตระกูลนี้รักชอบกันและลอบสมรสกัน
    เมื่อเรื่องเปิดเผย ครอบครัวฝ่ายชายจึงนัดเจรจาและขอขมาฝ่ายหญิง นัดแนะกันดิบดี ยกครอบครัวไปหาฝ่ายหญิงที่บ้าน
    ปรากฏว่าเป็นแผนลวงไปฆ่า ครอบครัวฝ่ายชาย 8 คนถูกยิง ตัดหัวและโยนศพลงแม่น้ำ

    ในบางสังคมที่นั่น การตัดสินกันแบบยุคโบราณยังคงมีอยู่ อีกทั้งความเห็นอกเห็นใจกันยังมีน้อยอย่างยิ่ง เพราะต่างคนต่างต้องเอาตัวรอด
    การพึ่งพาอาศัย หมายถึงต้องรวมตัวเป็นกลุ่มกันเอง หวังพึ่งรัฐไม่ค่อยได้

    เราเคยเห็นตำรวจเทศกิจ เอาหวายยาวๆใหญ่ๆ หวดขอทาน คนจรจัด น่องแตกกับตา
    คนที่หนีไม่ทันมักเป็นคนง่อยเปลี้ยเสียขา หรือเท้าเป็นแผลพุพอง ทั้งพนมมือไหว้ ร้องไห้โอดครวญ เลือกซิบๆ น้ำหูน้ำตาไหล น่าสังเวชจริงๆ

    เขาว่ายิ่งเมืองศักดิ์สิทธิ์ยิ่งพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้บ่อย เราเห็นที่เมืองหริดวาร์ เขาถือว่าเป็นเมืองแรกที่แม่น้ำคงคาไหลออกจากซอกเขาหิมาลัย ออกสู่ที่ราบกว้างใหญ่ ( ทั้งที่ตามภูมิศาสตร์มิใช่เช่นนั้น )
    เปรียบเป็นตำบลที่แม่น้ำสาวรุ่นในอ้อมกอดพระศิวะ ยุติการไหลบ้าคลั่งเอาแต่ใจในโตรกเขา เพื่อเติบโต สงบนิ่ง เป็นแม่คงคาที่ไหลเอื่อย แผ่กว้างด้วยความกรุณา

    หริดวาร์มีผู้แสวงบุญเยอะมาก ทั้งที่เหตุเกิดริมท่าน้ำคงคา แต่ไม่มีใครสนใจใยดีกับวณิพกเหล่านั้น บางคนหัวเราะและแช่งชักสมน้ำหน้าตามด้วยซ้ำ
    คนชั้นสูงที่นั่น บอกตรงๆว่าบางคนมองคนวรรณะต่ำสุด ไม่ต่างจากสัตว์เลย ไม่รู้ความเมตตากรุณาของเขาอยู่ที่ใด?

    ตอบลบ
  16. แหม่ นึกว่าเล่นจริง

    ตอบลบ
  17. เป็นหนังที่ตัดต่อดีและถ่ายภาพเยี่ยมที่สุดในรอบห้าปีที่ดูหนังมา

    และน้องนางเอกน่ารักได้อีก

    ตอบลบ
  18. ฉันดูหนังเรื่องนี้ก่อนไปอินเดีย และเคยอ่านนวนิยายเรื่องนี้มาก่อนจะรู้ว่าเขาจะทำเป็นหนัง
    ตอนอ่านนิยายก็ชอบกลวิธีการเขียนมาก
    เวลาที่เราดูเรื่องนี้ก่อนไปอินเดีย มันทำให้กลัวเหมือนกันนะว่าจะเจอเด็กๆพวกนี้มาแอบหลอกหรือเปล่า
    แต่ในอีกแง่มันก็ทำให้เราเข้าใจถึงเหตุผลของสิ่งที่พวกเขาเป็น พวกเขาทำ
    ไปอินเดีย ไปทัชมาฮาลก็เจอทั้งซาลิม จามาล เต็มไปหมด
    ชีวิตจริงก็ไม่ต่างจากหนัง จากนิยายเลย

    ตอบลบ
  19. แล้วป้านุชให้ใครเป็นไกด์พาชมทัชมาฮาล
    ใช่จามาลไหม?

    ป.ล. รองเท้าปลอดภัยดีใช่ปะ?

    ตอบลบ