วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2551

In Bruges : สิทธิ์ที่จะฆ่า

Rating:★★★★★
Category:Movies
Genre: Other
เช็คโปรแกรมหนังเครือเอเพ็กซ์ตั้งแต่บ่ายวันศุกร์ ก็เห็น In Bruges เข้าที่สยาม
คิดว่าคงเป็นหนังที่น่าสนใจ ถึงได้ฉายโรงหนังสยาม
ชื่อ Colin Farrell กับ Ralph Fiennes ยิ่งช่วยยืนยัน ว่าหนังเรื่องนี้ต้องน่าดูแน่ (แม้จะไม่รู้จัก Martin McDonagh ผู้กำกับก็ตาม)

แต่เนื่องจากไม่มีใครพร้อมจะไปดูด้วย และก็ไม่คิดจะรอให้ใครพร้อม ก็เลยไปดูคนเดียว รอบเช้าวันเสาร์ที่ ๖ กันยายน ๒๕๕๑ (๘๐ บาททุกที่นั่ง) หลังเล่นโยคะรอบเช้า

นึกว่าจะแอบหลับป๊อกไปตามธรรมเนียมการดูหนังในโรงในระยะหลังๆ นี้ (แถมเพิ่งเล่นโยคะมา อาจจะเพลียเป็นพิเศษ) แต่ก็ไม่ยักหลับ
ไม่รู้เพราะจริงๆ แล้วหนังสนุกมาก หรือเพราะอิทธิฤทธิ์ของกาแฟเย็นดังกินโดนัท (HaHa)

Bruges เป็นชื่อเมืองเก่ายุคศตวรรษที่ ๑๖ ในเบลเยี่ยม เรื่องราวในหนังเรื่องนี้เกิดขึ้นที่นี่
หลัง assignment ที่ไม่ค่อยได้ดังใจคนจ้าง มือสังหารสองวัยก็ได้รับคำสั่งให้ไปกบดานที่เมืองเมืองเล็กๆ นี้ Ken (Brendan Gleeson-ชื่อไอริชเชียว) มือสังหารมากประสบการณ์พบว่า เมืองนี้ช่างสวยงาม น่าได้มาเห็นก่อนตาย แต่สำหรับ Ray (Colin Farrell) มือปืนหนุ่มหัวใจสะออนแล้ว เมืองนี้เป็นที่ที่ทั้งหลอน น่าเบื่อ มันทำให้เขาอยากไปให้พ้นๆ

หนังเล่าให้รู้ว่า ที่เรย์รู้สึกหลอนเพราะว่าสิ่งที่เขาหนีมา มันตามมาด้วย
เรย์เพิ่งฆ่าพระ ฆ่าระหว่างที่พระกำลังรับสารภาพบาป
แค่นั้นยังไม่พอ
เขาพลาดไประเบิดหัวสมองเด็กชายตัวน้อยที่นั่งสวดมนต์อยู่ในโบสถ์

และด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ Harry (Ralph Fiennes) คนให้งานรับไม่ได้ ออกอุบายให้เคนมาสังหารเรย์ที่ Bruges

พล็อตมีประมาณนี้ แต่ Martin McDonagh ซึ่งเป็นทั้งผู้กำกับและคนเขียนเรื่องใส่ประเด็นที่เป็นคำถามลงไปมากมาย ล้วนแล้วแต่ทำให้คนดูอ่อนโลกอย่างดิฉันรู้สึกทึ่ง

เขาเขียนให้คนเป็นมือปืนรู้สึกผิดกับการฆ่า และซึมเศร้าจนไม่อยากมีชีวิตต่อไป แต่ก่อนจะได้ยิงกรอกปากตัวเองให้ตายพ้นๆ ไป ก็ถูกห้ามโดยคู่หูที่มาพร้อมปืนเก็บเสียง ซึ่งกำลังจะมาเก็บเขาตามคำสั่งคนจ้างงานอยู่พอดี

ขำไหมล่ะ?

“แกไม่มีสิทธิ์จะฆ่าตัวตาย”
“แล้วแกมีสิทธิ์จะฆ่าฉันเหรอ?”

ไดอาล็อกมันเป็นประมาณนี้
ตอนที่ได้ยิน พร้อมเห็นหน้าตา Colin Farrell กะลุง Brendan Gleeson ตอนนั้นแล้ว อยากจะให้ใจคนเขียนเรื่องไปหมดดวงเลย
(คิดได้ไงฟะ?)

ดีที่ไม่ได้ให้ใจไปหมดดวง ไม่งั้นมันคงหมด ไม่มีเหลือจะให้กับเรื่องกินใจเกิดขึ้นอีกประปราย แต่ในสัดส่วนที่สวยงาม กลมกล่อม ตั้งแต่เรื่องการใช้สัญลักษณ์ของเด็กผู้ชาย ในร่างของคนแคระอเมริกัน ผู้ซึ่งในจิตใต้สำนึกแล้วมีสงครามฆ่าล้างโคตรระหว่างคนดำ-คนขาว ประเด็นความเสื่อมของนักท่องเที่ยวต่างชาติต่างภาษาใน Bruges ยาเสพย์ติด ความตายอันสวยงามของเคน และ Principle ของมือสังหารตัวพ่อ อย่างแฮร์รี่

ยังมีผู้หญิงแปลกๆ ร้ายๆ ที่ปรากฏตัวเหมือนแสงอาทิตย์ยามเช้าคนนั้นอีก
คนที่ทำให้เรย์รู้สึกถึงแสงสว่างในชีวิต

ใช่แล้ว หนังเรื่องนี้พูดถึงการมีชีวิต
การถือกำเนิด
การจบชีวิต
การเคารพเกียรติและศักดิ์ศรีของชีวิตอื่น
(..จุ๊จุ๊ ความรักด้วย)


คนดูอยากบอกผู้กำกับว่าอิ่มใจที่ได้รู้ว่า...
ไม่กี่วันในเมืองเส็งเคร็ง (เฉพาะในความคิดของมัน) อย่าง Bruges ที่เรย์ใช้ขบคิด ว่าจะมีทนมีชีวิตที่รู้สึกผิดนี้ต่อไป หรือจะตายไปให้พ้นๆ ดี ในที่สุด เขาก็ได้คำตอบแล้ว ว่าชีวิตเป็นสิ่งสวยงาม และนั่น
มันอยากทำให้เขาอยู่ต่อไป




บันทึก
• บางฉากในหนังเรื่องนี้โหดร้ายน่าดู (ดีใจที่เอเพ็กซ์ไม่เซ็นเซอร์-หรือมันเซ็นเซอร์ไปแล้วหว่า?) แต่มันมีเหตุผลของมัน อันนี้รับได้ (แอบนึกถึง Sweeney Todd ของทิม เบอร์ตัน กับ Eastern Promises นิดนึง แต่เข้าใจแล้วว่าเอาไปเทียบกันไม่ได้)
• ในเรื่องมีทั้งความเครียด นาทีต่อมาก็ตลกพรวดออกมาจนเกือบสำลัก เกือบจะจบอย่างเศร้า แต่ก็กลับมายิ้มได้อีกครั้ง
• ยอมรับ Colin Farrell แล้ว หมอนี่ไม่ได้มีแต่หน้าตาดีๆ ของมัน
• หนังเรื่องนี้เป็นการสร้างร่วมกัน ระหว่างอังกฤษกะเบลเยี่ยม
• หนังเรื่องนี้เป็นหนังผู้ใหญ่ และเป็นหนังผู้ชาย ที่ทำได้เท่มากๆ ผู้ชายควรมาดู
• คนที่กำลังขบคิดถึงการมีอยู่ของชีวิต ก็ควรมาดู
• ดีใจที่ได้ดู ^__^







31 ความคิดเห็น:

  1. แกไม่มีสิทธิ์ที่จะมาทำให้ฉันรัก
    ....
    แล้วแกมีสิทธิ์ที่จะรักฉันเหรอ

    ....

    แอบป่วนนิสนะจ๊ะน้าม้อย อย่าเคืองกันเลย
    ปลายเดือนหนังจะออกรึยังง่ะ จะชวนเฮียอ้นไปดูที่ขอนแก่น

    ตอบลบ
  2. เห็นว่าฉายเฉพาะเครือเอเพ็กซ์
    (ก็สยาม สกาล่า ลิโด้)
    ใครอยู่บ้านนอกก็คงอดดู

    ถ้าปากไม่ขี้ป่วนอย่างนี้ บางทีเพื่อนก็อาจจะช่วยหาแผ่นผีดีวีดีเถื่อนสงเคราะห์ใ้ห้บ้างหรอกนะ

    ตอบลบ
  3. กลับมาอ่านชื่อที่ตัวเองตั้งให้บทความ สิทธิ์ที่จะฆ่า
    แล้วก็นึกถึงไดอาล็อกใน The Kite Runner
    ที่พ่อบอกลูกว่าบาปที่สุดคือการขโมย
    โดยเฉพาะการขโมยชีวิต หรือการฆ่าคน
    เพราะมันเป็นการขโมยชีวิตลูกไปจากแม่ ผัวไปจากเมีย

    คิดคิดคิดคิด
    แล้วก็คิดถึง ๑ ชีวิต (หรือ ๓ หว่า)
    ที่ถูกตีตายวันที่ นปก. บุก พธม.

    ...ซะงั้น

    ตอบลบ
  4. ขอให้ 5 ดาวด้วยคนค่ะ ชอบหนังเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ ^__^

    ตอบลบ

  5. เป็นหนังผู้ชายที่ผู้หญิงก็ชอบนะคะ
    :-)

    ตอบลบ
  6. ขอบคุณที่มา review ให้อ่านกัน
    นึกถึงสมัยก่อนที่ดูเกือบทุกอาทิตย์
    สงสัยต้องหาเวลาไปดูหนังเครือ Apex มั่งซะแล้ว

    ตอบลบ
  7. ไปเลย-ไปเลย
    เชียร์-เชียร์

    ป.ล. สมัยนี้ไม่ได้ดูหนังทุกอาทิตย์เพราะว่าออกไปถ่ายรูปหรือเพราะไม่มีคนดูด้วยจ๊ะ?

    ตอบลบ
  8. ฮ่า ฮ่า เป็นเพราะอย่างแรกนะครับ :D

    ตอบลบ
  9. อ๋อ..ลืมไป
    ตอนนี้คุณเป็นเต่าน้อยในกรงทอง

    ตอบลบ
  10. เราหมายถึง review เรื่องนี้ต่างหาก ที่ว่าฉลาดล้ำ เห็นหน้าหนังไม่อยากดูซักนิด
    แต่พออ่านที่คุณเขียน ชักอยากดูตะหงิด ๆ

    วันอาทิตย์ เราก็ไปดู mamma mia มาที่สกาล่า ... เกือบได้ปะทะกันแล้ว

    ตอบลบ
  11. ข้าเจ้าแพลนว่าจะไปชม Mamma Mia วันนี้ กับเพื่อนสาว

    อาอิน่าจะชอบ In Bruges นะ

    ตอบลบ
  12. ไม่รู้ซิ เดี๋ยวต้องลองไปดู แต่ mamma mia นะ กรี๊ดแตกมากๆ ดูไปด้วยอาการหน้าบานยิ้มแฉ่งทั้งเรื่อง
    ป้าเมอรีล สตีฟ ของอะฮั้นเก่งที่สุด หนังสวย บ้านน่ารัก เพลงเพราะ ...ดูออกมาแล้วตัวลอย
    แม้จะไม่ค่อยเห็นด้วยกับตอนจบเท่าไร

    ตอบลบ
  13. ..ข้าเจ้ากำลังอยากกรี๊ดแตกอยู่พอดี

    ตอบลบ
  14. คุณม้อยครับ ชื่อหนังเรื่องนี้เนี่ย เขาออกเสียงว่าอย่างไรครับ
    ผมไม่อยากไปปล่อยไก่ที่หน้าโรงหนังน่ะ

    ตอบลบ
  15. อิน บรู้ดจ์ส์ ค่ะ

    แต่อันที่จริงคนขายตั๋วเค้าก็ออกเสียงกันไม่ค่อยจะถูกหรอกคุณจ๋า

    ก่อนไปโทรเช็ครอบที่ 022526498 ก่อนนะคะ

    ตอบลบ
  16. น่าดูครับ เดี๋ยวต้องไปดูบ้าง

    เมือง Brugge เป็นเมือง ของชาวเฟลมมิช แต่ชาวเบลเยี่ยมที่พูดฝรั่งเศส นิยมไปเที่ยว (จริง ๆใคร ๆ ก็ไปเที่ยว) ก้เลย มีชื่อเป้นสำเนียงฝรั่งเศส อีกชื่อนึงครับ

    ตอบลบ
  17. คุณม้อย..ผมไปดูมาแล้วนะ
    รอบเวลา 20.45 น คืนวันเสาร์
    ระหว่างดูน่ะ ไม่เป็นอะไรหรอก..ฮื่อ..หนังดีนี่นา
    สนุกมาก มีการกัดจิกอเมริกันเล็กๆ ตลอดเรื่อง

    ดูเสร็จได้สักพักหนึ่ง ออกมาหน้าโรง
    คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
    สิทธิที่จะตาย..
    ไม่มีสิทธิที่จะตาย
    คิดถึงโจ๊กเกอร์ในแบทแมนด้วย
    คิดถึงงานที่ตัวเองทำ
    คิดถึงภาระที่ต้องรับผิดชอบ

    ผมสติแตก..เละเทะเลย
    แต่อธิบายไม่ได้ว่าเป็นเพราะอะไร
    ยังงงตัวเองอยู่จนถึงตอนนี้

    ตอบลบ
  18. ไม่ไม่

    อย่าไปคิดอย่างนั้นสิคะ
    ต้องนึกถึงความคิดของเรย์ก่อนจบเรื่อง
    ชีวิตมันยังน่าใช้นา

    ตอบลบ
  19. ขอบคุณมากๆครับ ต้องไปดูซะแล้ว

    ตอบลบ
  20. เหลือรอบเดียว(ตอนบ่ายๆ)แล้ว

    ตอนดูจบ.... เริ่มจะสงสัยว่า
    เอ... เราไปเห็นที่ใหนหว่าว่าเป็นหนังตลก!!!
    ข้อสงสัยก็มีเท่านั้น...

    แต่เรื่องว่าเป็นหนังดีเนี่ยต้องยอมรับเลย

    ตอบลบ
  21. ดีเนอะที่เราไม่ละเลยหนังแบบนี้

    ตอบลบ
  22. หมายถึงหนังเรื่องนี้

    ตอบลบ