วันเสาร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2551

CRASH: แม้แตกต่าง แต่เราต้องการกันและกัน

Rating:★★★★★
Category:Movies
Genre: Drama


หนังดราม่าเรื่องโปรดอีกเรื่อง ที่ไม่ได้มีเป็นของตัวเอง แต่ยืมเพื่อนมาเป็นชาติ ดูไปแล้วหลายรอบมาก นี่ไม่ได้ดูนานแล้ว เนื่องจากวันนี้เป็นวันแรกของวันหยุดยาวนานถึง ๕ วัน จึงหยิบมาเปิดอีกรอบ แก้คิดถึง

เรื่องราวในหนังเรื่องนี้เกิดขึ้นในแอลเอ เมืองที่ไม่เคยไปสักที แต่ดูเหมือนจะเป็นภาพยนตร์ฮอลลีวูดนี่แหละ ที่ทำให้ดิฉันรู้จักเมืองนี้ในบางแง่ดีมากกว่าอีกหลายๆ จังหวัดในประเทศไทยซะอีก

แง่ที่ว่าคือ ด้วยความที่แอลเอเป็นดินแดนที่เจริญสูงสุด ก็เลยเป็นจุดรวมของคนหลายชาติที่อยากจะมีชีวิตที่เสรี ที่ดี เจริญเหมือนกับภาพของแอลเอ ที่นี่ก็เลยไม่ได้มีแต่อเมริกันผิวขาว และอเมริกันผิวดำ แต่มั่วไปด้วยคนต่างชาติพันธุ์ ที่ต่างคนต่างจับกลุ่มกันระแวงกลุ่มอื่นๆ ให้มั่วไปหมด

ประเด็นที่หนังเรื่องนี้พูดถึงก็คือความรู้สึกต่อการแบ่งแยก เหยียดชนชาติของคนแต่ละคนนั่นแหละ เหยียดกันไปมา ทั้งๆ ที่ต่างก็เป็นคนเหมือนกัน ก็มีความต้องการเหมือนกัน ต้องการความรักเหมือนกันทั้งนั้น

ที่จริงแล้วการจะวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเหยียดสีผิวนี่เป็นอะไรที่เหมือนยาดำในสังคมอเมริกัน เพราะแท้ที่จริงในใจ แต่ละฝ่ายต่างก็ระแวงกันเองอยู่ไม่น้อย แต่ครั้นจะให้แสดงตัวชัดเจนว่าเป็นฝ่ายไหนฝ่ายหนึ่งมากไปคนวิจารณ์ก็อาจจะซวยได้ จะพูดแต่ละทีจึงต้องวางแผนให้ดี ไม่งั้นมีแต่เสียกับเสีย ยิ่งถ้าเป็นนักการเมืองยิ่งต้องคิดให้หนัก

ดิฉันจึงรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ทำดี เขาไม่ได้ใช้คำพูดชี้นำ แต่ให้เรื่องราวแต่ละเรื่องในหนังสร้างความรู้สึกบางอย่างในใจคนดูอย่างเนียนๆ

ดูหนังเรื่องนี้จบแล้วดิฉันก็เลยรู้สึกถึงธรรมะข้อที่ว่าด้วยพรหมวิหาร ๔ ธรรมะของผู้ครองเรือน ที่ประกอบไปด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

ก็ลองนึกดูสิว่า ถ้าเราทุกคนบนโลกมีความเชื่อมโยงกันอย่างประหลาด ถ้าความจริงข้อนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ แทนที่จะมามัวแบ่งเขาแบ่งเรา ตั้งป้อมระวัง ระแวงกัน ทำไมไม่เปิดใจเข้าหากัน ไม่เมตตาต่อกัน รักกันเข้าไว้ล่ะ?




ภาคผนวก
๖ ซีนเรียกน้ำตาจาก Crash

๑. “Keep your fucking hands off me.”
เพราะความอดสูใจที่ได้เห็นภรรยาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจลวนลามด้วยการล้วงเข้าไปใต้กระโปรงต่อหน้าคนเป็นสามี

๒. “No!, Get away from me.”
เพราะว่าผู้หญิงที่โดนลวนลามเมื่อคืน ต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์สุดคับขัน และคนเดียวที่ช่วยได้ ดันเป็นไอ้เจ้าหน้าที่จอมล้วงคนเมื่อคืน

๓. “It’s OK, daddy.”
เพราะด้วยความรักและไร้เดียงสาทำให้ลูกสาววิ่งมาบังพ่อไว้จากการจ่อยิงระยะเผาขน แต่คนดูไม่รู้หรอกว่าลูกกระสุนมันเป็นลูกกระสุนหลอก ดูครั้งแรกน้ำตาเลยกระจายเลย แต่ครั้งต่อๆ มาตาก็ยังรื้นๆ นะ

๔. “It’s you.”
คำพูดที่แม่ผู้สูญเสียลูกชายคนเล็กบอกกับลูกชายคนโต ที่ปลอบแม่ว่าจะหาคนฆ่าน้องมาให้ได้...ไม่มีเหตุผลอื่น นอกจากความสะเทือนใจ

๕. “You are the best friend I ever had.”
นี่ก็สะเทือนใจอีก เพื่อนแท้ เค้าว่าให้ดูกันเมื่อยามยากจริงๆ ด้วย

๖. “Hi, I love you”
ไดอาลอกตอนรับสายภรรยาของสามีในข้อ ๑ ฟังแล้วอิ่มใจจนน้ำตาซึม

๖.๑ ชอบเพลง Maybe Tomorrow ของ Stereophonic จัง

2 ความคิดเห็น:

  1. ชอบเรื่องนี้ด้วย ชีวิตคนเล็กๆหลายคนที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน แต่เกี่ยวข้องกัน
    ชั้นว่าบทมันดีเลิศเลยเรื่องนี้
    เป็นธรรมชาติดี

    ตอบลบ